Semua Bab ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Bab 51 - Bab 60

100 Bab

บทที่ 51

หลินซีอินถูกพาขึ้นมายังโถงชั้นสองตอนแรกเธอคิดว่าหลินหลางจะเป็นผู้หญิง แต่พอขึ้นมาถึงชั้นสอง กลับพบชายหนุ่มผมยาวคนหนึ่ง ดูแล้วอายุราว ๆ ยี่สิบสี่ยี่สิบห้าปี ใบหน้าหล่อเหลาละมุนตา ทว่าแววตาแฝงไว้ด้วยความเศร้าซึมเล็กน้อยดูคล้ายกับพระเอกซีรีส์ไอดอลที่เคยเห็นผ่านตาอย่างมากเขาเป็นคนพูดน้อย หลังจากชวนหลินซีอินคุยไม่กี่คำ ก็ช่วยเลือกชุดราตรีและรองเท้าให้ขั้นตอนสุดท้ายคือการแต่งหน้าทำผม หลินหลางก้มลงมองใบหน้าของหลินซีอินครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณหลินพื้นฐานผิวดีมากเลยนะครับ”พูดจบ เขาจึงหันไปกำชับข้อควรระวังบางอย่างกับช่างแต่งหน้าที่อยู่ข้าง ๆหลินซีอินนึกว่าเขาจะเป็นคนแต่งหน้าให้เธอเองเสียอีก ไม่คิดว่าจะให้คนอื่นทำ หลินหลางเห็นความสงสัยในแววตาของเธอ จึงเอ่ยอธิบาย “ผมมีนัดไว้พอดี เวลามันชนกันน่ะครับ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะคอยดูแลเรื่องลุคของคุณให้เอง อีกอย่างช่างอวี่ฝีมือดีมากครับ”หลินซีอินไม่ได้ใส่ใจเรื่องเหล่านี้นัก หลังจากเอ่ยขอบคุณ เธอจึงหลับตาลง ปล่อยให้ช่างเริ่มลงเครื่องสำอางบนใบหน้าผ่านไปราว ๆ ยี่สิบนาที เธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยดังขึ้นเมื่อลืมตาขึ้นมา
Baca selengkapnya

บทที่ 52

เผยมู่เหยี่ยเงยหน้าขึ้นมามองหลินซีอินพลันรู้สึกว่า ทุกอย่างมันช่างน่าเบื่อสิ้นดีขณะที่เธอเตรียมจะลุกขึ้น ก็ได้ยินเผยมู่เหยี่ยเอ่ยว่า “ยกให้ชิงหว่านไป”เขาตัดสินใจโดยไร้ซึ่งความลังเลแม้เพียงเสี้ยววินาทีหลินซีอินลุกขึ้นทันที แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดเผยมู่เหยี่ยมองตามหลังเธอไปด้วยแววตาลุ่มลึกไม่นานเธอก็เลือกชุดใหม่ออกมาอีกชุด เป็นชุดราตรีเปิดไหล่ ซึ่งเป็นแบบที่เธอยังพอยอมรับได้หลินหลางเหลือบมองไปเห็นตอนที่เธอเดินออกมา และก็อดไม่ได้ที่จะแอบชื่นชมในใจทั้งที่เป็นเพียงชุดราตรีธรรมดาแท้ ๆ แต่จะว่าไม่ได้เพราะหลินซีอินรูปร่างดีเกินไป ช่วงไหล่ที่ผอมบางและงดงามเผยให้เห็น ผิวพรรณขาวเนียนจนเหมือนเปล่งแสงได้ไหนจะกระดูกไหปลาร้าที่เรียวสวยชัดเจน และลำคอระหงราวกับคอหงส์...หมิงชิงหว่านกำลังคุยกับเผยมู่เหยี่ย “พี่มู่เหยี่ย รู้เลยว่าพี่ดีกับฉันที่สุด!”สายตาของเผยมู่เหยี่ยหยุดอยู่ที่หลินซีอิน ก่อนจะรีบเบือนหนีอย่างรวดเร็ว “ชิงหว่าน เธอชอบก็ดีแล้ว”หลินหลางเอ่ยขึ้น “ประธานเผยยอดเยี่ยมจริง ๆ ครับ นอกจากจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานแล้ว ทุกครั้งที่มาอยู่เป็นเพื่อนคุณหมิงแต่งหน้าทำผมเป็นชั่
Baca selengkapnya

บทที่ 53

เนื่องจากเรื่องการแต่งงานของเผยมู่เหยี่ยไม่ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ คนที่รู้จักภรรยาของเขาจึงมีไม่มากนักอีกทั้งโอกาสที่หลินซีอินจะออกงานสังคมก็แทบจะนับครั้งได้ดังนั้น คนในงานที่รู้ฐานะที่แท้จริงของเธอจึงมีน้อยนิดจนนับหัวได้เมื่อพวกผู้หญิงมองเผยมู่เหยี่ย แล้วหันมามองหลินซีอิน สายตาก็ทอแววอิจฉาริษยาอยู่หลายส่วนอย่างอดไม่ได้ใช่ว่าชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จทุกคนจะสูงโปร่ง หล่อเหลา และมีรูปลักษณ์หล่อเกลาปานเทพบุตรเสียเมื่อไหร่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นลุงแก่ ๆ ตัวเตี้ย หัวล้าน อ้วนลงพุงกันทั้งนั้นต่อให้สวมชุดสูทตัดสั่งพิเศษก็ยังดูไร้สง่าราศีอยู่ดีนาน ๆ ทีจะมีคนที่กิริยาท่าทางสง่างาม รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจเทียบกับเผยมู่เหยี่ยที่มีอำนาจอันน่าเกรงขาม และมีออร่าที่สง่างามและมีระดับยิ่งไปกว่านั้น หญิงสาวที่มาร่วมงานเลี้ยงนี้ได้ มีใครบ้างที่ไม่คิดอยากจะมองหาผู้ชายที่เหมาะสม เพื่อแต่งงานเกี่ยวดอง ไม่ก็หาที่พึ่งพาอาศัยไม่อย่างนั้นคงไม่เดินทางมาที่นี่กันหรอกเพราะฉะนั้น สายตาที่พวกเธอใช้มองหลินซีอิน จึงไม่มีทางที่จะเป็นมิตรอย่างแน่นอนเผยมู่เหยี่ยพาหลินซีอินเดินลึกเข้า
Baca selengkapnya

บทที่ 54

“งั้นเธอก็กินให้มันไว ๆ หน่อยสิ!”หลินซีอินยิ้มออกมาเล็กน้อยเพียงไม่กี่ประโยค เธอก็มองออกแล้วว่า เด็กสาวตรงหน้าก็เป็นแค่คุณหนูเอาแต่ใจที่ถูกครอบครัวประคบประหงมจนเคยตัวเหมือนแมวน้อยขู่ฟ่อ ๆ ที่ถึงแม้จะยื่นกงเล็บออกมา แต่ก็ยังดูนุ่มนิ่มไร้พิษภัยไม่มีความน่าเกรงขามเลยสักนิดหลินซีอินลงมือกินต่อเวลาเธอกินดูตั้งอกตั้งใจ กิริยาท่าทางก็ดูงดงามไร้ที่ติจนไม่มีใครจับผิดได้พอเห็นเธอกินด้วยความเอร็ดอร่อย ชวีจิงโยวก็กลืนน้ำลายดังเอื้อก วินาทีนั้นพลันรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหิวขึ้นมาเหมือนกันหลินซีอินดันจานเค้กชิ้นเล็กไปทางเธออีกครั้ง “ลองชิมดูสิ รสชาติใช้ได้เลยนะ เป็นรสมะนาว ข้างในมีไส้ครีมชีสด้วย”“รสมะนาวเหรอ?” ชวีจิงโยวอดไม่ได้ที่จะลองตักชิมไปคำหนึ่ง ก่อนจะหลับตาพริ้มด้วยความฟิน “จริงด้วยแฮะ!”“อร่อยใช่ไหมล่ะ” หลินซีอินดันจานข้าง ๆ ไปให้เธออีก “จานนี้เป็นรสองุ่นเขียว อร่อยเหมือนกัน”เธอหยิบเค้กชิ้นเล็กมาห้าหกชิ้น แบ่่งให้เด็กสาวคนนี้สักสองชิ้นก็ไม่ได้เสียหายอะไร“องุ่นเขียวฉันก็ชอบ!” ชวีจิงโยวเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาทันควันเด็กสาววัยสิบกว่าปี ถูกดึงดูดความสนใจได้ง่ายดายเหลือเกินเธอก
Baca selengkapnya

บทที่ 55

“ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ” หลินซีอินยิ้มพลางเอ่ย “เธอยังไม่มีสมองด้วย”“อะไรนะ? เธอกล้าด่าฉันเหรอ?” ชวีจิงโยวโมโหจนแทบอกแตกตาย “เธอพูดใหม่อีกทีซิ!”“ฉันบอกว่าเธอไม่มีสมองไง คนอื่นพูดพล่ามนิดหน่อย ยุยงให้เธอออกหน้าแทน เธอก็เชื่อหมด” หลินซีอินพูด “ต่อให้ฉันจะนินทาอะไรเธอ ฉันก็จะพูดต่อหน้าเธอเท่านั้นแหละ นินทาลับหลังมันจะไปสนุกอะไร ต้องซัดกันซึ่งหน้าสิถึงจะสะใจ”ชวีจิงโยวแค่ยังเยาว์วัย แต่เธอไม่ได้โง่อีกอย่าง เด็กที่เติบโตมาจากตระกูลใหญ่โตจริง ๆ มีหรือจะเป็นพวกซื่อบื้อไร้เดียงสาอย่างที่เห็นเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “เธอความหมายว่า มีคนตั้งใจปองร้ายเธอ แล้วใช้ฉันเป็นเครื่องมือเหรอ?”หลินซีอินยักคิ้ว “ฉันขอถอนคำพูดเมื่อกี้แล้วกัน เธอเองก็ไม่ได้ไร้สมองขนาดนั้น”ชวีจิงโยวมองหลินซีอินอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “เธอนี่ก็น่าสนใจดีเหมือนกันนะ”หลินซีอินเพียงแค่ยิ้มเบา ๆ โดยไม่เอ่ยอะไรชวีจิงโยวยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางพลางมองเธอ “เธอไม่อยากรู้เหรอว่าใครเป็นคนมาเป่าหูฉัน?”หลินซีอินตอบ “ไม่สำคัญหรอก”“ทำไมล่ะ?”“การที่เขาใช้เธอเป็นเครื่องมือ ก็แสดงว่าตัวเขาเองไม่มีปัญญาทำอะไรฉันได้”
Baca selengkapnya

บทที่ 56

หมิงชิงหว่านหันไปมองหญิงสาวคนหนึ่ง “เธอแน่ใจนะว่าพูดกับยัยนั่นแล้ว?”หญิงสาวเอ่ยตอบ “พูดแล้วนะ ตอนนั้นเธอฟังแล้วโมโหมาก บอกว่าจะไปคาดคั้นถามต่อหน้าให้รู้เรื่อง!”หมิงชิงหว่านเงียบไปเธอประเมินความสามารถของหลินซีอินต่ำไปจริง ๆไม่คิดเลยว่าเธอจะใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็รับมือและไล่ชวีจิงโยวกลับไปได้ในวงสังคมชั้นสูง ชวีจิงโยวคือเจ้าหญิงน้อยที่ทุกคนต่างพากันเอาอกเอาใจอย่างไม่ต้องสงสัยขนาดเธออยากจะเข้าไปประจบประแจง แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมเล่นด้วยเลยสักนิดไม่คิดเลยว่าหลินซีอินจะทำในสิ่งที่เธอทำไม่ได้สำเร็จแววตาของหมิงชิงหว่านฉายแววริษยาชัดเจนยิ่งขึ้นเธอหันไปพูดกับหญิงสาวคนนั้นว่า “เธอไปหลบก่อนเถอะ อย่าให้ชวีจิงโยวเจอตัวเข้า ไม่อย่างนั้นถ้ายัยนั่นรู้ว่าเธอโกหก จุดจบไม่สวยแน่”หญิงสาวคนนั้นใบหน้าซีดเผือดแล้วรีบเดินจากไปหลินซีอินได้กินอะไรรองท้องแล้วก็รู้สึกสบายท้องขึ้นมากเธอถือแก้วเครื่องดื่ม เดินไปนั่งตรงมุมห้องเพียงลำพัง การได้นั่งมองเหล่าคุณหญิงคุณนายสวมชุดหรูหราเดินเฉิดฉายเยื้องกราย ก็ถือเป็นความเพลิดเพลินไปอีกแบบ“หลินซีอิน”เสียงหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง หลินซีอินอดไม่ได้ที่จะ
Baca selengkapnya

บทที่ 57

ทว่ายังโชคดี ที่เธอใกล้จะหย่าแล้วคิดว่าเผยมู่เหยี่ยคงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ขนาดนั้นทว่าเผยมู่เหยี่ยกลับเดินตรงเข้ามาหาเธอ แล้วหยุดยืนอยู่ข้างกาย และก่อนที่เขาจะพูดอะไร เขาก็เอื้อมมือไปโอบเอวเธอ พร้อมกับดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดส่งผลให้ครึ่งร่างของหลินซีอินแนบชิดกับแผงอกของเขาคนที่มาร่วมงานเลี้ยง ต่างก็เป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคมถ้าผู้หญิงไม่ควงแขนชายหนุ่ม ผู้ชายก็มักจะโอบเอวหญิงสาวไว้เบา ๆ เท่านั้นนี่ไม่ใช่ผับบาร์หรือสถานบันเทิงยามราตรีสักหน่อย จะมีใครโอบกอดกันแน่นขนาดนี้หลินซีอินคิดอยากจะเว้นระยะห่างจากเขาออกมาสักนิด แต่ท่อนแขนของเผยมู่เหยี่ยกลับแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก ทำให้เธอไม่อาจขยับขยายได้เลยสายตาของฉือเทียนหลินละออกจากช่วงเอวของหลินซีอิน เลื่อนไปตกที่ใบหน้าของเผยมู่เหยี่ย “ประธานเผย สบายดีไหมครับ”“ประธานฉือ” น้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยเย็นเยือก “เป็นแขกที่หาตัวจับยากจริง ๆ”ฉือเทียนหลินยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น แม้จะดูเป็นท่าทางเลื่อนลอยไร้ระเบียบ แต่ก็ไม่มีใครสามารถมองข้ามออร่าอันทรงพลังบนตัวเขาได้เลยเขายิ้มเล็กน้อย “ผู้คนทั่วโลกต่างดิ้นรนไขว่คว้าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และลา
Baca selengkapnya

บทที่ 58

สายตาของเผยมู่เหยี่ยหันกลับมา หยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลินซีอินอีกครั้งหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ยังคงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาหลินซีอินไม่มีความอดทนจะสนใจเขาอีกต่อไป เธอเดินไปหามุมนั่งลง แล้วลงมือนวดเรียวขาที่กำลังปวดเมื่อยเธอไม่ได้ใส่ส้นสูงมานานแล้ว เลยยังไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่“ไม่สบายตรงไหน?”พอเธอเงยหน้าขึ้น ก็ต้องตกใจอย่างแรงเผยมู่เหยี่ยย่อตัวลงและคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้าเธอ มือใหญ่ของเขายื่นมาจับและยกขาของเธอขึ้น“ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ!” หลินซีอินมองไปรอบ ๆ ด้วยความตกใจ “คุณทำอะไรเนี่ย? ให้คนอื่นมาเห็นมันไม่ดีนะคะ!”เผยมู่เหยี่ยถอดรองเท้าส้นสูงของเธอออก โดยไม่สนใจคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง “เจ็บเท้าเหรอ?”หลินซีอินชะงักไปแป๊บหนึ่ง จากนั้นก็พยายามชักเท้ากลับมาอย่างแรงนี่มันสถานที่จัดงานเลี้ยงของคนอื่นนะ ทำไมเขาถึงมาถอดรองเท้าให้เธอแบบนี้?เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย?“อยู่นิ่ง ๆ สิ” นิ้วมือของเผยมู่เหยี่ยลูบเบา ๆ ตรงเท้าของเธอ “ตรงนี้แดงหมดแล้ว คุณเป็นหมูหรือไง? ไม่สบายตรงไหนทำไมไม่รู้จักพูด?”“ไม่เป็นไรค่ะ!” พอได้ยินเขาด่าว่าเป็นหมู หลินซีอินก็โกรธ
Baca selengkapnya

บทที่ 59

ลู่เสวี่ยเหมยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฟาดแขนเธอเบา ๆ ทีหนึ่ง “พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของแก?”หลินซีอินหันไปมองหลินอี้หมิง “พ่อคะ พ่อเองก็สนับสนุนให้จื่อหาวทำธุรกิจเหมือนกันเหรอคะ?”หลินอี้หมิงเอ่ย “เขาอยากจะลองดู พวกเราจะไม่ให้โอกาสเขาเลยสักครั้งได้ยังไงกัน”“จะให้โอกาสเขายังไงคะ?” หลินซีอินพูด “บ้านเรามีฐานะเอื้ออำนวยขนาดนั้นเลยเหรอคะ? พ่อกับแม่คิดจะขายบ้านหรือขายเลือดกันแน่คะ?”“ซีอิน!” หลินอี้หมิงขมวดคิ้ว “ทำไมพูดจาไม่น่าฟังขนาดนี้? นั่นน้องชายแกนะ!”“เขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ของหนูจริง ๆ นั่นแหละค่ะ” หลินซีอินพูด “ตั้งแต่วันที่เขาเข้ามาอยู่ในบ้านเรา ในสายตาของพ่อกับแม่ก็มีแต่เขา แล้วหนูที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ล่ะคะ มีความหมายอะไรบ้าง?”ลู่เสวี่ยเหมยรีบดึงมือเธอไว้ “หร่วนหร่วน ลูกอย่าพูดแบบนี้สิจ๊ะ น้องเขาน่าสงสาร พ่อกับแม่ของเขาไม่อยู่แล้ว...”“แม่คะ แม่ไม่ต้องเอาเรื่องพวกนี้มาพูดกับหนูหรอกค่ะ ที่พ่อกับแม่ดีกับเขา หนูไม่เคยมีความเห็นเลยสักครั้ง แต่ว่า การจะดีกับเขามันก็ต้องมีขอบเขตเหมือนกัน เรื่องซื้อบ้านก่อนหน้านี้ก็ทีหนึ่งแล้ว บ้านเราไม่ได้มีกำลังขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ยอมรับความจริงกันสักทีคะ?
Baca selengkapnya

บทที่ 60

หลินซีอินยื่นโทรศัพท์ให้ลู่เสวี่ยเหมยด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจลู่เสวี่ยเหมยฟังปลายสายพูดไม่กี่ประโยค สีหน้าก็พลันร้อนรนขึ้นมาทันที “ฉันจะให้พี่แกรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ! แกอย่าเพิ่งรีบร้อนไปนะ!”หลังจากวางสาย ท่านก็รีบหันมาบอกหลินซีอิน “น้องชายลูกเจอปัญหาเข้าแล้ว ลูกรีบไปดูหน่อยเร็ว!”หลินซีอินมองแม่แวบหนึ่ง ริมฝีปากริมขยับเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เธอรับโทรศัพท์มาแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องพักฟื้นไปหัวใจของลู่เสวี่ยเหมยกระตุกวูบ ก้าวตามไปข้างหน้าสองก้าวโดยสัญชาตญาณ “หร่วนหร่วน!”มือของหลินซีอินวางอยู่ที่ลูกบิดประตู เธอไม่ได้หันกลับมา และไม่ได้เอ่ยคำใดทว่าสุดท้าย ความห่วงใยที่มีต่อหลินจื่อหาวก็เอาชนะทุกสิ่ง ลู่เสวี่ยเหมยไม่ได้ลังเลอีกต่อไป “รีบไปเถอะจ๊ะ มีเรื่องอะไรค่อยโทรหาแม่นะ!”หลินซีอินยิ้มเยาะตัวเองในใจเธอยังคงมีความหวังกับพ่อแม่อยู่อีกเหรอ หวังว่าพวกเขาจะยกให้เธอมาเป็นอันดับหนึ่ง ช่างน่าขันสิ้นดีไม่ว่าจะเมื่อไหร่ คนที่พวกเขาแคร์ที่สุด ก็ยังคงเป็นหลินจื่อหาวอยู่ดีแต่ว่า ทำไมล่ะ?เธอต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเขา!เธอไม่ใช่คนอิจฉาริษยา และไม่ได
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
45678
...
10
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status