ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว のすべてのチャプター: チャプター 61 - チャプター 70

100 チャプター

บทที่ 61

หลินจื่อหาวหันขวับไปมองด้วยความดีใจจนออกนอกหน้าทันที “พี่อู๋ จริงเหรอครับ?”อู๋จินสิงจุดบุหรี่มวนหนึ่ง สายหื่นกามจ้องมองหลินซีอินไม่วางตา “เธอเป็นพี่สาวนายจริง ๆ เหรอ?”หลินจื่อหาวนั้นพอจะเรียกได้ว่าหน้าตาสดใสและหล่อเหลาใช้ได้ แต่ใบหน้าของหลินซีอินกลับเป็นใบหน้าที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาในบรรดาผู้หญิงทั้งหมด!เพราะหลินซีอินต้องไปเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล การแต่งกายจึงเรียบง่าย ท่อนบนสวมเสื้อขนเป็ดตัวสั้นและท่อนล่างสวมกางเกงยีนส์สีเข้มทั้งที่เป็นเพียงกางเกงยีนส์ธรรมดา ๆ แต่กลับขับเน้นให้เรียวขาของเธอแลดูเหยียดตรงและยาวระหงยิ่งไม่ต้องพูดถึงใบหน้านั้น ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดประณีตราวกระเบื้องเคลือบ โดยเฉพาะดวงตาสีดำคลับคู่นั้น เพียงแค่กวาดมองแวบเดียว ก็ทำเอาผู้ชายวิญญาณหลุดลอยออกจากร่างได้แล้วอีกทั้งออร่าเย็นชาเงียบสงบที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ยิ่งทำให้เขารู้สึกอยากครอบครองจนน้ำลายสอยิ่งเป็นผู้หญิงประเภทนี้ เขาก็ยิ่งอยากรู้ว่า เวลานอนอยู่ใต้ร่างของเขา เธอจะมีท่วงท่ายั่วยวนและเร่าร้อนขนาดไหนอู๋จินสิงผลักหญิงสาวข้างกายออก แล้วเดินมาที่หน้าประตู พอพิศมองใกล้ ๆ ถึงได้พบว่าหลินซีอินไม
続きを読む

บทที่ 62

หลินซีอินลากตัวหลินจื่อหาวออกมาข้างนอก พอขึ้นมาบนรถ เธอไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ทันที แต่นั่งเงียบ ๆ อยู่บนเบาะคนขับครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “จื่อหาว”หลินจื่อหาวรู้สึกใจเสียอย่างบอกไม่ถูก “พี่...”หลินซีอินไม่ได้หันไปมองเขา สายตาจับจ้องไปที่อิฐก่อผนังของลานจอดรถนอกหน้าต่างรถเธอเอ่ยขึ้นว่า “เดิมทีฉันไม่ควรพูดถึงเรื่องที่สะเทือนใจแก พวกคุณอาไม่อยู่กันแล้ว พ่อกับแม่ฉันเห็นนายเป็นลูกชายแท้ ๆ ฉันเองก็เห็นนายเป็นน้องชายแท้ ๆ เหมือนกัน”หลินจื่อหาวพูด “พี่ ผมรู้ครับ”หลินซีอินพูดต่อ “เรื่องวันนี้ ฉันหวังว่าจะไม่มีครั้งต่อไปนะ จื่อหาว พวกเราเป็นแค่ครอบครัวธรรมดา ไม่มีเงินไม่มีอำนาจ...”หลินจื่อหาวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขัด “พี่ แต่พี่เป็นเมียของเผยมู่เหยี่ยนะ ตระกูลเผย...”ทันใดนั้น หลินซีอินถึงได้หันกลับมามองเขา แววตาเรียบเฉยคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก “ฉันกับเผยมู่เหยี่ยกำลังจะหย่ากันเร็ว ๆ นี้ จื่อหาว ในอนาคตเขาไม่ใช่พี่เขยของแกอีกต่อไปแล้ว”หลินจื่อหาวพลันร้อนรนขึ้นมาทันที “พี่... พี่รับปากคุณอาทั้งสองแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่หย่าแล้วน่ะ?”หลินซีอินตวัดสายตามองเขาอีกค
続きを読む

บทที่ 63

ในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้ตัวเธอกลับคืนมาดังหวัง ในใจเปี่ยมด้วยความปิติยินดี จึงร่ำสุราไปหลายแก้วหลังรับประทานอาหารเสร็จ ถังอี่เซินกับหลินซีอินก็ช่วยกันพาอาจารย์และอาจารย์แม่กลับไปส่งที่พักตอนที่ไปทานข้าว ถังอี่เซินเป็นคนขับรถไปรับอาจารย์และศิษย์ที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงมีรถของเขาเพียงคันเดียวหลังจากจัดการให้อาจารย์และอาจารย์แม่พักผ่อนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนก็ลงมาข้างล่าง ถังอี่เซินเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารหน้าให้ “ไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”สัญญากู้ยืมเงินของหลินซีอินเก็บอยู่ในกระเป๋า พอเธอขึ้นไปนั่งข้างคนขับ และถังอี่เซินนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงยื่นสัญญากู้ยืมเงินฉบับนั้นส่งให้เขาถังอี่เซินเหลมองแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “วางไว้ตรงนั้นก็ได้”หลินซีอินจึงเก็บมันไว้ในช่องเก็บของ“รุ่นพี่คะ ส่งฉันแค่ที่มหาวิทยาลัยก็พอค่ะ รถของฉันจอดอยู่ที่นั่น”“มันไม่ใช่ทางผ่านมหาวิทยาลัย” ถังอี่เซินบอก “ฉันไปส่งเธอที่บ้านเลยดีกว่า”“หา?” หลินซีอินชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่ว่าพรุ่งนี้ฉันยังต้องใช้รถนะคะ”“พรุ่งนี้เช้าฉันจะมารับเธอ” ถังอี่เซินพูด “พรุ่งนี้ฉันมีธุระต้องเข้ามหาวิทยาลัยพอดี”หล
続きを読む

บทที่ 64

ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์และเย็นชา นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงกลมธรรมดาๆ ของโรงพยาบาล ซึ่งดูไม่เข้ากับออร่าอันสูงส่งสง่างามบนเรือนร่างของเขาเลยสักนิดพอเห็นหลินซีอิน ลู่เสวี่ยเหมยก็แย้มยิ้มกว้างออกมาทันที “หร่วนหร่วน ลูกมาได้สักทีนะ มู่เหยี่ยนั่งรอลูกตั้งนานแล้วแน่ะ”เผยมู่เหยี่ยรอเธอเนี่ยนะ?เป็นไปได้ยังไงกันเธอหันไปมองเผยมู่เหยี่ย เผยมู่เหยี่ยก็เอ่ยขึ้น “ผมก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน”เธอว่าแล้วเชียว เผยมู่เหยี่ยจะมารอเธอได้ยังไงพอคิดถึงท่าทางนอบน้อมเอาอกเอาใจของพ่อแม่ที่มีต่อหน้าเผยมู่เหยี่ย หลินซีอินก็รู้สึกอึดอัดทรมานในใจจนทนแทบไม่ไหวเธอเอ่ยถาม “คุณมาที่นี่ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”เธอไม่ได้คิดเลยสักนิดว่า เผยมู่เหยี่ยจะตั้งใจเดินทางมาเยี่ยมพ่อของเธอโดยเฉพาะเผยมู่เหยี่ยยังไม่ทันได้พูดอะไร ลู่เสวี่ยเหมยก็ฟาดแขนหลินซีอินไปทีหนึ่ง “พูดจาอะไรของลูกน่ะ? เขามาเยี่ยมพ่อของลูกนะ!”หลินซีอินฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อยหลังจากพูดคุยทักทายกันอีกสองสามคำ พอเห็นว่าพ่อกับแม่รู้สึกเกร็งและวางตัวไม่ถูกเวลาอยู่กับเผยมู่เหยี่ยจริง ๆ หลินซีอินจึงทำได้เพียงเอ่ยว่า “ถ้าคุณยุ่ง ก็กลับไปก่อนเถอะค่ะ”ลู่เสวี่ยเหมย
続きを読む

บทที่ 65

เผยมู่เหยี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเรายังไม่ได้หย่ากัน”คำพูดนี้เขาเคยพูดมาแล้วหลายต่อหลายครั้งหลินซีอินหัวเราะออกมาเบา ๆและแน่นอนว่าไม่ได้หัวเราะเพราะความสุขหลังจากเงียบกันไปหลายวินาที เธอจึงเอ่ยขึ้น “เผยมู่เหยี่ย นี่คุณคิดว่า ไม่ว่าจะมีความรู้สึกให้กันหรือไม่ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร ขอแค่มีความต้องการ ก็สามารถขึ้นเตียงด้วยกันได้ทั้งนั้นใช่ไหม?”ดวงตาดำคลับของเผยมู่เหยี่ยฉายแววล้ำลึกยากแท้หยั่งถึงเขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่จ้องมองหลินซีอินด้วยสายตาลึกซึ้งคู่นั้นหัวใจของหลินซีอินสั่นสะท้าน เธอรีบเบือนสายตาหลบไปทางอื่นเผยมู่เหยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “พวกเราเป็นสามีภรรยากัน ผมมีความต้องการ ไม่หาภรรยาแล้วจะให้ผมไปหาใคร?”“พวกเรากำลังจะหย่ากันแล้ว” หลินซีอินพูด “เรื่องแบบนี้ คุณอาจจะทำกับคนที่ไม่ได้มีความรู้สึกด้วยได้ แต่ขอโทษนะคะ ฉันทำไม่ได้”ก่อนแต่งงาน หลินซีอินไม่เคยได้สัมผัสหรือใกล้ชิดกับเผยมู่เหยี่ยมาก่อน สิ่งที่เธอได้ยินมามากที่สุดก็คือ คนอื่นพากันเล่าลือว่าเผยมู่เหยี่ย “สง่างามเย็นชา ไม่ข้องเกี่ยวหญิงใด”ชายหนุ่มผู้มีทั้งอำนาจและอิทธิพลระดับนี้ แต
続きを読む

บทที่ 66

ทว่าเธอคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าในใจของเผยมู่เหยี่ย เธอเองก็เป็นเพียงผู้หญิงที่สามารถขายเรือนร่างได้อย่างง่ายดายคนหนึ่งเหมือนกันชั่วขณะนั้น นอกจากความอับอายและต้อยต่ำแล้ว ในที่สุดหลินซีอินก็เข้าใจความหมายของคำว่า ไม่มีความเศร้าโศกใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่ใจตายไปแล้ว“ฉันจะคืนเงินให้คุณค่ะ”หลินซีอินอยากจะถือเงินสองล้านหน้าแสนบาทนั้น แล้วปาใส่หน้าเขาใจแทบขาดแต่ทว่าเธอไม่มีเงิน“คืนให้ผม?” เผยมู่เหยี่ยคล้ายจะส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา “รวมถึงเงินสองล้านห้าก่อนหน้านั้นด้วยน่ะเหรอ?”หลินซีอินอับอายและโกรธแค้นมาก มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยไว้แน่น ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้แม้แต่คำเดียว“ออกรถเถอะ”น้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยสงบนิ่งราวกับเมฆจางและสายลมอ่อน ทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกผ่อนคลายอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ที่อยู่เหนือกว่า และรับมือกับทุกสิ่งได้อย่างสบายบรื๋อทว่าพอลอยมาเข้าหูของหลินซีอิน กลับมีเพียงความดูถูกเหยียดหยามและอัปยศอดสูเท่านั้นมือของเธอเริ่มสั่นเครือ ถึงขนาดเกือบจะเกาะกุมพวงมาลัยไว้ไม่ไหวหยาดน้ำตาบดบังสายตาจนพร่ามัว หลินซีอินกัดฟันแน่น ไม่อยากปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาทว่
続きを読む

บทที่ 67

ต่างหูเพชรคู่นั้น อาหารเช้าในเช้าวันนั้น รวมไปถึงความห่วงใยในงานเลี้ยงที่เกรงว่ารองเท้าจะกัดเท้าเธอ...เรื่องราวแต่ละอย่าง แต่ละเหตุการณ์ กลับยิ่งทำให้เธอเห็นชัดเจนขึ้นว่า เมื่อเปรียบเทียบกับหมิงชิงหว่านแล้ว ตัวเธอนั้นล้มเหลวและน่าขบขันเพียงใดหลินซีอินไม่ได้หลบ และไม่ได้ขยับ ปล่อยให้เผยมู่เหยี่ยเช็ดหน้าให้เธอแต่โดยดีเธอเดิมทีคิดว่าเผยมู่เหยี่ยจะเกิดสำนึกผิดขึ้นมา คืนนี้คงไม่แตะต้องตัวเธอแล้วทว่าดูท่าเธอคงจะคิดมากไปเอง บางทีเผยมู่เหยี่ยคงแค่อยากจะเช็ดตัวเธอให้สะอาดก่อนค่อยลงมือนอนกับเธอมากกว่าคงจะรังเกียจที่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา จนทำเอาหมดอารมณ์ลงลิ้นละมั้ง?หลินซีอินปล่อยให้เขาทำตามใจชอบบนใบหน้าของเธอไม่นานก็เช็ดหน้าจนสะอาด หลินซีอินรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างจริง ๆ“หิวหรือยัง?” เสียงของเผยมู่เหยี่ยดังขึ้นข้างหู “ถ้าไม่อยากออกไปข้างนอก ผมจะสั่งให้คนเอาอาหารมาส่ง”หลินซีอินไม่เอ่ยคำใดเธอไม่มีความอยากอาหารช่วงหลายวันมานี้ไม่อยากกินอะไรเลยสักอย่างอย่างแรกคือเป็นห่วงอาการป่วยของหลินอี้หมิง ส่วนอีกอย่างคือ ช่วงนี้ความอยากอาหารของเธอไม่ได้ดีเหมือนเมื่อก่อนอาจเป็นเ
続きを読む

บทที่ 68

การเคลื่อนไหวของเผยมู่เหยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าตวัดสายตามองมาเขามักจะแสดงท่าทีสุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอ ราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะทำให้เขาตื่นตกใจจนเสียกิริยาได้หลินซีอินรู้สึกว่า ชาตินี้เธอคงไม่มีบุญได้เห็นสภาพเขาเสียทรงเป็นแน่“เวลาแบบนี้ คุณเอ่ยเรื่องสัญญาหย่า มันเหมาะสมแล้วเหรอ?” เผยมู่เหยี่ยเอ่ยถามหลินซีอินมีสีหน้าเรียบเฉย “มีอะไรไม่เหมาะสมคะ?”เผยมู่เหยี่ยหัวเราะเบา ๆ เสียงหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มลงมือทานอาหาร โดยไม่พูดอะไรอีกเลยหลินซีอินจ้องมองอาหารอันอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า แต่กลับไม่มีความอยากทานเลยแม้แต่น้อยผ่านไปครู่หนึ่ง เผยมู่เหยี่ยก็หันมามองเธอ “ไม่หิวเหรอ?”หลินซีอินวางตะเกียบลง แล้วเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ “ไม่อยากทานค่ะ”“ไม่ถูกปากเหรอ?” เผยมู่เหยี่ยกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะนี่คืออาหารจากภัตตาคารที่เคยไปกินคราวก่อน ซึ่งมีชื่อเสียงและรสชาติเลื่องลือมากทว่าจังหวะนั้นเอง ท้องของหลินซีอินกลับส่งเสียงร้องโครกครากออกมาสองทีเนื่องจากภายในห้องเงียบสงบ เสียงนี้จึงเด่นชัดเป็นพิเศษใบหน้าของหลินซีอินแดงระเรื่อขึ้นมาในพริบตา รู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกเผยมู
続きを読む

บทที่ 69

ในสถานที่เช่นนี้ ไม่ว่าจะด้วยเค้าโครงใบหน้าหรือการแต่งกาย เผยมู่เหยี่ยก็โดดเด่นสะดุดตาราวกับหงส์ในหมู่ฝูงกาหลินซีอินสังเกตเห็นว่ามีผู้คนมากมายกำลังแอบมองเขาอยู่มือใหญ่ของเผยมู่เหยี่ยค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงจากข้อมือของเธอ แล้วกุมมือของเธอไว้จากนั้นนิ้วเรียวยาวของเผยมู่เหยี่ยก็แทรกสอดเข้ามาในร่องนิ้ว แล้วจับมือเธอแบบสอดมือประสานกันระหว่างนั้น หลินซีอินไม่ได้ขัดขืน เธอยังคงจ้องมองเผยมู่เหยี่ยหลินซีอินเพิ่งมารู้สึกตัวทีหลังจึงก้มหน้าลง มองดูมือของคนทั้งสองที่จับกุมกันไว้แน่น“คนเยอะ” น้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยยังคงราบเรียบ “เดี๋ยวเดินพลัดหลงกัน”ไหน ๆ ก็เคยนอนด้วยกันมาแล้ว หลินซีอินคิดว่าคงไม่มีการสัมผัสใกล้ชิดใดจะทำให้หัวใจเธอหวั่นไหวได้อีกทว่าในวินาทีนี้ การที่เผยมู่เหยี่ยกุมมือเธอแบบนี้ กลับทำให้จังหวะหัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะเธอไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าไม่นานก็มาถึงร้านขายบะหมี่รสเผ็ดเปรี้ยวร้านบะหมี่รสเผ็ดเปรี้ยวตั้งอยู่ด้านนอกภัตตาคารแห่งหนึ่ง ไม่มีแม้กระทั่งหน้าร้าน เป็นเพียงร้านรถเข็นร้านหนึ่งเท่านั้นด้านหน้ามีคนยืนเข้าคิวอยู่สองสามคน หลินซีอินก
続きを読む

บทที่ 70

เผยมู่เหยี่ยไม่พูดอะไร เพียงแต่ดึงมือเธอเดินหน้าไปข้างหน้าไม่นานก็มาถึงจุดที่พวกเขาทั้งสองคนจอดรถไว้ เผยมู่เหยี่ยจัดการยัดเธอเข้าไปนั่งที่เบาะฝั่งผู้โดยสารหน้าโดยตรง จากนั้นตัวเองก็ก้าวขึ้นรถตามมาพอขึ้นมาบนรถ เผยมู่เหยี่ยก็หันมามองเธอ “ทำไมไม่ทานล่ะ?”เมื่อหลินซีอินเห็นว่าเขาไม่ได้ถือสาอะไร จึงไม่ได้ทำเป็นสงวนท่าทีอีกต่อไป เธอหยิบตะเกียบใช้แล้วทิ้งออกมา คีบเส้นขึ้นมาสองสามเส้น แล้วพองแก้มเป่าเบา ๆ ก่อนจะสูดเข้าปากทานอย่างเอร็ดอร่อยรสชาติเปรี้ยว เผ็ด กลมกล่อม และหอมฟุ้ง ทำเอาหลินซีอินน้ำลายสอปากออกมาทันที เธอลงมือทานคำแล้วคำเล่าอย่างต่อเนื่องตอนที่เพิ่งจะขึ้นมาบนรถเมื่อครู่นี้ เผยมู่เหยี่ยก็สตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดระบบทำความร้อนเอาไว้แล้วเพียงครู่เดียว บนหน้าผากของหลินซีอินก็มีผดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมออกมาทันใดนั้นเผยมู่เหยี่ยพลันส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมาทีหนึ่งหลินซีอินที่กำลังทานอาหารถึงกับชะงักลงทันทีเส้นบะหมี่รสเผ็ดเปรี้ยวบนตะเกียบร่วงหล่นลงไป ทำให้หยดน้ำซุปกระเด็นออกมาตกกระทบลงบนเบาะหนังแท้ของตัวรถสองสามหยด และยังมีอีกหยดหนึ่งกระเด็นไปโดนปลายจมูกของหลินซีอินหลิน
続きを読む
前へ
1
...
5678910
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status