หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก의 모든 챕터: 챕터 61 - 챕터 70

100 챕터

บทที่ 61

พนักงานขายมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่เมื่อเห็นว่าตระกูลกู้มีอำนาจเหนือกว่า เธอจึงหันมาเอ่ยกับซ่งจินรั่วว่า “คุณซ่งคะ หรือว่าคุณจะลองเลือกแบบอื่นดีไหมคะ?จริง ๆ แล้วดิฉันคิดว่าชุดเพชรสีชมพูน่าจะเหมาะกับคุณมากกว่าค่ะ”ซ่งจินรั่วหน้าตึงขึ้นทันที เธอถามอย่างเหลืออด “ร้านพวกคุณก็ใหญ่ขนาดนี้ แยกไม่ออกเหรอคะว่าใครมาก่อนมาหลัง?เรียกผู้จัดการร้านออกมาเดี๋ยวนี้!”เจียงซูฮุ่ยเหยียดยิ้มร้ายแล้วพูดว่า “เรียกผู้จัดการร้านมาแล้วจะทำอะไรได้?พวกปลายแถวก็ไปซื้อเครื่องประดับที่ร้านปลายแถวสิ อย่ามาทำตัวขายหน้าที่นี่ การที่พ่อของเธอต้องเสนอหน้ามาขอให้ลูกชายฉันช่วยลงทุนด้วยมันก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเธอไม่คู่ควรกับเครื่องประดับระดับเดียวกับที่ฉันสวม”ซ่งจินรั่วหลุดหัวเราะออกมาด้วยความหัวเสีย “คุณป้าคะ คุณไม่ลองดูหน่อยเหรอว่าสร้อยเส้นนี้มันเหมาะกับวัยคุณหรือเปล่าน่ะ!ที่คอมีรอยตีนกาขึ้นขนาดนั้นแล้ว ไม่กลัวว่าสร้อยเส้นเล็ก ๆ แบบนี้จะทำให้รอยมันชัดขึ้นหรือไง!”“เธอ!”เจียงซูฮุ่ยโกรธจนหน้าดำหน้าแดง จากนั้นก็เหยียดยิ้มร้ายพลางจับจ้องมาที่ฉัน เธอจงใจกระแทกเสียง “สร้อยเส้นนี้ฉันตั้งใจซื้อไว้ให้ลูกสะใภ้ใ
더 보기

บทที่ 62

เจียงซูฮุ่ยรีบปฏิเสธทันควัน “เป็นไปไม่ได้!ตระกูลกู้ของเรามีทรัพย์สินมหาศาล จะถึงขั้นต้องขายของแลกเงินได้ยังไง?”กู้อี้หานแสร้งพูดด้วยท่าทีตกใจเกินจริง “เป็นไปไม่ได้เหรอครับ?ถ้าอย่างนั้นทำไมผมถึงได้ยินข่าวว่าเมื่อไม่นานมานี้บริษัทตระกูลกู้ค้างจ่ายค่าแรงคนงาน จนบีบให้คนงานคนหนึ่งฆ่าตัวตายล่ะครับ?เหมือนว่าช่วงนั้นราคาหุ้นของบริษัทก็ตกฮวบอยู่พักหนึ่งด้วยนี่ คุณน้าเจียงครับ ไม่มีเงินไม่ใช่เรื่องน่าอาย มายืมผมก็ได้!ผมมีเงินนะ!ไม่เห็นต้องเอาเครื่องประดับไปจำนำเลย”เกรงว่าแม้แต่ในความฝันเจียงซูฮุ่ยก็คงไม่เคยคิดว่าชาตินี้ตัวเองจะถูกโยงกับคำว่า ‘ไม่มีเงิน’ได้ ตอนนี้ สิ่งที่ทำให้เธออับอายไม่ใช่แค่การถูกกู้อี้หานเหยียดหยาม แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการที่เธอกับเซี่ยเสี่ยวฉินเป็น ‘ศัตรูคู่อาฆาต’ ที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้สร้อยคอหยกที่เธอเคยหมายปองเมื่อครั้งก่อน ตอนนี้กลับไปอยู่บนลำคอของศัตรูคู่อาฆาตของเธอเอง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไร พนักงานขายที่ยืนอยู่ด้านข้างเอาแต่ยืนดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ สุดท้ายกู้อี้หานก็เป็นฝ่ายเอ่ยเตือนว่า “สุภาพสตรีท่านนี้ ดูเรื่องสนุกพอหรือยังคร
더 보기

บทที่ 63

ใช้เวลาไม่นาน ซ่งจินรั่วก็พาฉันมาส่งที่คฤหาสน์ตระกูลกู้ เธอเป็นห่วงว่าฉันจะเสียเปรียบจึงตั้งใจจะเข้าไปเป็นเพื่อนแต่ฉันก็ไม่อยากให้เธอต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย จึงยืนกรานให้เธอกลับไปแล้วบอกว่าฉันรับมือเองได้ก่อนจากกัน เธอกำชับว่า “ ถ้าอย่างนั้นอีกสักพักหนึ่งโทรหาฉันด้วยนะ ถ้าตกกลางคืนแล้วยังไม่รับสายฉันจะบุกมาช่วยถึงที่นี่เลย!”“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”ฉันยิ้มให้เธอ พลางยืนส่งจนรถของเธอแล่นออกไปจากนั้นป้าหลิวก็เข็นรถเข็นพาฉันเข้าไปด้านในณ ห้องรับแขก เจียงซูฮุ่ยนั่งอยู่บนโซฟาทันทีที่เห็นฉันเข้ามา เธอก็รีบหยัดตัวลุกขึ้นและตรงปรี่เข้ามาหากันทันที ดูจากท่าทางแล้ว คงตั้งใจจะระบายความอัดอั้นที่ได้รับมาตลอดทั้งวันนี้กับฉันแต่กู้สือซวี่ก้าวเข้ามาขวางผู้เป็นแม่ไว้ก่อนพลางเอ่ยขึ้น “ผมบอกแล้วนี่ครับ มีอะไรก็พูดกันดี ๆ อย่าลงไม้ลงมือ”“นังผู้หญิงต่ำช้าคนนี้ ถ้าไม่ลงไม้ลงมือ ถ้าไม่ใช้กำลังสั่งสอนเสียบ้าง ก็คงไม่มีวันรู้กฎและธรรมเนียมของตระกูลกู้!”เจียงซูฮุ่ยตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ยกมือชี้หน้าฉันแล้วตวาดว่า “ทั้ง ๆ ที่เธอก็รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเซี่ยเสี่ยวฉินเป็นแบบไหน แต่ก็ย
더 보기

บทที่ 64

“อ้อ ตอนที่เอาไปขายรีบเกิน ก็เลยลืมน่ะ”ฉันตอบอย่างไม่ยี่หระ“ พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ผมจะซื้อสร้อยเส้นนั้นคืนให้คุณ”พูดจบ สายตาลึกล้ำของเขาก็หยุดอยู่ที่ใบหน้าฉัน ก่อนจะพูดช้า ๆ ชัด ๆ ทีละคำ “ รักษามันไว้ให้ดี ครั้งหน้าห้ามลืมแบบนี้อีกนะ”ฉันใจลอยไปชั่วขณะที่แท้ พรุ่งนี้ก็เป็นวันครบรอบแต่งงานสี่ปีของพวกเรานี่เอง สีหน้าท่าทางดูจริงจังของเขา อย่างกับว่าตัวเขาให้ความสำคัญกับ‘ของแทนใจ’ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของชีวิตคู่เรานักหนา แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาสนใจมันจริง ๆ เหรอ?ถ้าเขาเห็นความสำคัญของมันจริง แล้วทำไมถึงทำร้ายฉันได้ครั้งแล้วครั้งเล่า?ไม่ว่ายังไง สำหรับฉันของชิ้นนี้มันก็สูญเสียความหมายเดิมไปนานแล้ว จะซื้อคืนมาหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอีกต่อไป ……อันที่จริงตลอดสองปีที่ผ่านมา คำสัญญาที่กู้สือซวี่เคยให้ไว้กับฉัน ส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นเพียงแค่ลมปากทั้งนั้น หลังสัญญาจบไม่นานเขาก็มักจะโยนมันทิ้งไว้ข้างหลังฉันคิดไม่ถึงเลยว่า ครั้งนี้เขาจะจริงจังกับมันถึงเพียงนี้ คืนวันนั้นเองกู้อี้หานติดต่อมาหาฉัน “แหม ๆ ตั้งหลายปีแล้วยังไม่เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์อีกนะ!”กู้อ
더 보기

บทที่ 65

ฉันนึกถึงวันครบรอบแต่งงานตลอดสองปีที่ผ่านมา อันที่จริงกู้สือซวี่ก็แสดงออกกับฉันแบบขอไปทีตลอด แม้ของขวัญจะไม่เคยขาดสักปี แต่เขาไม่เคยนั่งกินอาหารค่ำใต้แสงเทียนกับฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียวทุกครั้งฉันเป็นคนเข้าครัวลงมือทำอาหารจนเต็มโต๊ะด้วยตัวเอง ก่อนจะนั่งเดียวดายอยู่ที่โต๊ะอาหาร รอเขากลับมาจนดึกดื่นแต่พอกลับบ้านมา เขาก็บอกว่าเหนื่อยจากที่บริษัทพลางวางของขวัญที่ซื้อให้ฉันไว้บนโต๊ะ แล้วเดินเข้าห้องนอนไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะยกไวน์แดงที่ฉันเตรียมไว้ขึ้นจิบเลยสักอึก ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่การมอบของขวัญสำหรับกู้สือซวี่แล้วมันเป็นเพียง ‘หน้าที่’หรือ‘พิธีการ’ที่ต้องทำให้ครบ…ก็แค่นั้นตอนแรกฉันก็อุตส่าห์คิดว่าวันครบรอบแต่งงานปีนี้จะมีอะไรเปลี่ยนไป แต่ทว่ากู้สือซวี่กลับไม่ได้กลับบ้านมาเลยตลอดทั้งคืน ซูหย่าซินกับตั๋วตั่วก็ไม่อยู่บ้านเหมือนกันภาพตรงหน้าทำให้ฉันเข้าใจว่า... วันครบรอบแต่งงานปีนี้ก็คงไม่ต่างอะไรจากทุกปีอย่างมาก เขาก็คงกลับบ้านมาตอนดึกแล้วก็เอาของแทนใจที่หมดความหมายไปนานแล้วมาวางไว้ให้ฉัน เท่านี้ก็ถือว่าได้ฉลองวันพิเศษแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าฉันยังมองโลกในแง่ดีเกินไปจน
더 보기

บทที่ 66

ฉันเปิดกล่องใบนั้นด้วยความงุนงงที่แท้ด้านในก็เป็นกำไลหยกสีม่วงวงหนึ่ง ดูจากเนื้อหยก ความใสและสีสันก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นของชั้นเลิศ ยังไม่ทันได้ตั้งตัว กู้สือซวี่ก็จับมือฉันไว้ ก่อนค่อย ๆ สวมกำไลวงนั้นให้ที่ข้อมือ“ไม่เลว เหมาะกับเธอดี”ดูเหมือนเขาจะพอใจกับทั้งแบบและขนาดของกำไลที่เลือกมาอย่างมากส่วนฉันเพียงมองข้ามร่างสูงโปร่งของเขา ทอดสายตาไปยังนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนัง เข็มนาฬิกาเดินเลยเที่ยงคืนไปแล้ว วันครบรอบแต่งงานของพวกเราผ่านไปแล้ว “ขอบคุณ”ฉันตอบรับเสียงเรียบ “ฉันง่วงแล้ว คุณยังมีธุระอะไรอีกไหม?”กู้สือซวี่ยังคงเหมือนเดิม ราวกับเพิ่งทำภารกิจที่ต้องส่งงานตามกำหนดเสร็จสิ้น ของขวัญก็ให้เสร็จแล้ว เขาจึงบอกว่าให้ฉันรีบพักผ่อนแล้วร่างสูงก็เดินจากไป แต่ฉันกลับนอนไม่หลับเลยคืนนั้น ระหว่างเลื่อนไถหน้าฟีดไปเรื่อย ๆ ฉันถึงได้รู้ว่า กำไลที่อยู่บนข้อมือฉันก็เป็นของที่กู้สือซวี่เพิ่งประมูลมาจากงานประมูลเมื่อไม่นานนี้เช่นกันมันคือกำไลหยกสีม่วงชั้นเลิศ มีมูลค่าว่าร้อยล้าน ถึงขั้นมีผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีหลายคนหยิบกำไลวงนี้มาเปรียบเทียบกับสร้อยหยกที่กู้สือซวี่เคยประมูลมาก่อนหน้
더 보기

บทที่ 67

เธอต้องเห็นแล้วแน่ ๆ ว่าของแทนใจของฉันกับกู้สือซวี่บัดนี้ได้ไปอยู่บนลำคอของซูหย่าซินแต่ไม่คิดเลยว่า พอเธอมาถึงจะเอ่ยถามฉันเสียงเบาราวกับกลัวใครมาได้ยิน “กู้สือซวี่ไม่อยู่บ้านใช่ไหม?”“ไม่อยู่ เขาออกไปบริษัทแล้วเมื่อกี้”ฉันเอ่ย “เหมือนว่าซูหย่าซินกับลูกเธอก็จะออกไปข้างนอกเหมือนกัน มีอะไรเหรอ?”ซ่งจินรั่วถอนหายใจยาวเหยียดแล้วเอ่ยว่า “งั้นก็ดี ผลการตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้วนะ ฉันตั้งใจจะพูดกับเธอเรื่องนี้แหละ”แววตาฉันเป็นประกายทันที รีบถามว่า “ถ้าอย่างนั้นหลักฐานฟ้องหย่าของฉันก็เตรียมใกล้เสร็จแล้วน่ะสิ ตอนนี้ก็เหลือแค่ตรวจสอบทรัพย์สินของกู้สือซวี่ ใช่ไหม?”“คือ…มีปัญหานิดหน่อย”ซ่งจินรั่วว่าต่อ “ผลการตรวจดีเอ็นเอออกมาว่า ซูหย่าซินกับตั๋วตั่วไม่ได้มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือด”ฉันสบตาเธออย่างตกตะลึง “จะเป็นไปได้ยังไง?เธอแน่ใจเหรอ?”ซ่งจินรั่วพยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า “ฉันก็ถามคำถามนี้กับทางสถาบันเหมือนกัน แต่พวกเขามั่นใจมากว่าไม่ได้มีการสลับตัวอย่าง ผลตรวจระบุชัดว่าทั้งสองไม่ใช่แม่ลูกกันจริง ๆ”ฉันมืดแปดด้านไปหมด ตั๋วตั่วไม่ใช่ลูกสาวของซูหย่าซินอย่างนั้นเหรอ?แต่เด็กคนนั้นกลับเป็น
더 보기

บทที่ 68

โชคดีที่ฉินฮวนไหวพริบดี เธอเอ่ยทักทายเพื่อนร่วมงานของตนอย่างเป็นธรรมชาติ “ทนายเหอ กลับไปอย่าฟ้องหัวหน้านะ ว่าฉันแอบอู้ออกมาเวลางาน ไว้ชีวิตฉันด้วยนะ ขอร้องล่ะ!”“อู้งานเหรอ?”ทนายเหอคนนั้นเอ่ยขึ้นว่า “ฉันนึกว่าเธอออกมาพบลูกความเสียอีก”ฉินฮวนอธิบายเสียงเรียบ “เพื่อนฉันเอง พอดีเธอเจ็บขาน่ะ วันนี้บังเอิญผ่านมาแถวสำนักงานของเราก็เลยนัดเจอกันสักหน่อย ไม่อย่างนั้นก็ต่างคนต่างยุ่งแทบไม่มีเวลาเจอกันเลย”แม้แววตาของกู้สือซวี่จะยังมีความเคลือบแคลงอยู่ แต่ดูเหมือนเขาจะต้องไปทำธุระอื่น จึงหันไปบอกชายข้างกายว่า “เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง ไปตอนนี้กำลังพอดี”ทนายเหอทำตามคำของกู้สือซวี่อย่างว่าง่าย ได้ยินดังนั้นเขาก็รีบเดินตามไปทันทีหลังจากทั้งคู่เดินจากไป หัวใจของฉันยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ส่วนมือทั้งสองข้างก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อซ่งจินรั่วเอ่ยด้วยท่าทีเป็นกังวล “กู้สือซวี่คงยังจับไม่ได้หรอกใช่ไหม?สายตาที่เขาจ้องมาเมื่อกี้ทำเอาตกใจแทบแย่!”ฉันสูดหายใจลึกแล้วตอบว่า “จับได้ก็จับได้สิ เหลืออีกแค่สี่ห้าวันเครื่องมือทางการแพทย์นั่นก็วางจำหน่ายแล้ว ฉันจะยังต้องกลัวเขาอีกทำไม?”หลังจากนั้น พวกเร
더 보기

บทที่ 69

ซูหย่าซินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “สร้อยเส้นนั้นมีค่ามากแถมยังเป็นของขวัญวันเกิดที่พี่สือซวี่ให้ฉัน ฉันกลัวว่าจะเผลอทำกระแทกจนเป็นรอยก็เลยเก็บไว้ที่บ้าน แต่ไม่คิดเลยว่าพอกลับมาก็หาไม่เจอแล้ว”ทันใดนั้น คนรับใช้ผู้หญิงคนหนึ่งที่รับผิดชอบทำความสะอาดห้องนอนใหญ่ก็พูดขึ้น “ฉันนึกออกแล้วค่ะ วันนี้คุณนายพาคนนอกเข้ามาในบ้าน ไม่แน่ว่า...อาจจะเป็นคนนั้นก็ได้?”“เหลวไหล!”ฉันตวาดเธอเสียงเฉียบขาด แต่คนรับใช้คนนั้นรู้จักเอาตัวรอด เธอคงมองสถานการณ์ในบ้านออกแล้วและเห็นว่าฉันไม่มีความสำคัญอะไรกับกู้สือซวี่เลย เพื่อให้ตัวเองพ้นจากข้อสงสัย เธอถึงกับกล้าโยนความผิดมาให้ฉัน แววตาเคลือบแคลงระคนสงสัยของกู้สือซวี่จ้องตรงมาที่ฉันแล้วถามว่า “วันนี้ซ่งจินรั่วมาที่นี่เหรอ?”“ใช่ เธอมา”ฉันเริ่มร้อนใจขึ้นมาหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป เขาต้องเรียกดูกล้องวงจรปิดแน่ และเมื่อถึงตอนนั้นก็จะรู้ว่าซ่งจินรั่วขึ้นไปบนห้องนอนใหญ่ที่ชั้นสอง ถึงแม้ฉันจะรู้อยู่เต็มอกว่าซ่งจินรั่วไม่ใช่คนร้ายที่หยิบสร้อยเส้นนั้นไป และเป็นไปได้สูงว่าซูหย่าซินสร้างเรื่องขึ้นมาเอง แต่ทว่า หากเรื่องที่ซ่งจินรั่วขึ้นไป
더 보기

บทที่ 70

ฉันหลบสายตาของเขา ก่อนตอบส่ง ๆ ว่า “ ฉันบอกให้เธอเอาไปทิ้งแล้วเพราะไม่ว่ายังไงสร้อยเส้นนั้นสำหรับฉันมันก็ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ถ้าไม่เห็นมันฉันจะได้ไม่ต้องรู้สึกรำคาญใจ”รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของกู้สือซวี่หายวับไปในพริบตา เขายืดตัวตรงก่อนเอ่ยทีละคำ “เหลวไหลสิ้นดี!”ว่าจบ เขาก็หันไปด้านนอกแล้วตะโกนออกคำสั่ง “ป้าหลิว โทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้!บอกว่ามีการขโมยเครื่องประดับมูลค่ามหาศาลจากคฤหาสน์ ผู้ต้องสงสัยคือคุณหนูตระกูลซ่ง”“อย่านะ!”ฉันเผลอคว้ามือเขาไว้โดยสัญชาตญาณ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเป็นการอ้อนวอน “กู้สือซวี่ คุณอย่าแจ้งตำรวจนะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับซ่งจินรั่วจริง ๆ เธอไม่ได้ทำ!”กู้สือซวี่จ้องฉันไม่วางตา ใบหน้าเย็นชาราวกับถูกเคลือบด้วยน้ำแข็ง เขากดเสียงต่ำ “งั้นวันนี้คุณก็อธิบายมาให้ชัดว่าสร้อยคอหายไปไหน? หรือไม่ก็พูดความจริงมาว่าซ่งจินรั่วไปทำอะไรที่ห้องนอนใหญ่กันแน่?ขอแค่คุณให้เหตุผลที่ฟังขึ้นกับผมสักข้อผมก็จะยอมเชื่อ พูดมา!”ฉันกัดริมฝีปาก หัวสมองพลันขาวโพลนไปหมดฉันทำได้เพียงระเบิดอารมณ์ใส่เขา “ ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าฉันบอกให้ซ่งจินรั่วทิ้งสร้อยเส้นนั้นไปแล้ว ฉันบอกไปแล้วแ
더 보기
이전
1
...
5678910
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status