All Chapters of หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน: Chapter 131 - Chapter 140

216 Chapters

บทที่ 131

ลมในคืนฤดูใบไม้ร่วงหนาวเย็นมากฉันลากกระเป๋าเดินทาง เดินไปตามท้องถนนอย่างคนไร้วิญญาณจู่ ๆ ฉันก็คิดขึ้นมาว่าถ้าชีวิตนี้ฉันไม่ได้เจอเฮ่อจือโจวก็คงดีตระกูลตกต่ำก็ตกต่ำไปสิ อย่างมากก็แค่เปลี่ยนวิถีชีวิตแล้วเริ่มต้นใหม่ อย่างน้อยฉันก็คงไม่เจ็บปวดเหมือนอย่างตอนนี้ฉันยืนอยู่ใต้ไฟถนน มองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะลืมผู้ชายคนนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ถึงจะเยียวยาบาดแผลนี้ได้อย่างสมบูรณ์ใบไม้ร่วงที่ถูกลมพัดหมุนวนอยู่ข้างกายฉัน ลมที่พัดพาละอองฝนปะทะลงบนใบหน้า ให้ความรู้สึกเย็นเฉียบฉันกระชับคอเสื้อ รู้สึกว่าฤดูใบไม้ร่วงปีนี้หนาวเย็นเป็นพิเศษฉันยืนเหม่ออยู่ใต้ไฟถนนเนิ่นนาน ถึงได้เดินไปที่ห้องเช่าของพี่ชายตามที่อยู่ที่เขาให้มาที่ที่เขาเช่าอยู่เป็นหมู่บ้านกลางเมือง รอบ ๆ มีบ้านเช่าราคาถูกมากมาย บ้านเรือนตั้งอยู่กันอย่างแออัด สภาพแวดล้อมไม่ค่อยดีนักเมื่อกี้เพิ่งจะมีฝนตกปรอย ๆ พื้นดินเฉอะแฉะ มีขยะให้เห็นอยู่ทุกที่ มองปราดเดียวก็เห็นว่าสภาพแวดล้อมค่อนข้างสกปรกแต่ว่าคนที่มาเช่าอาศัยอยู่ในแถบนี้กลับมีเยอะเป็นพิเศษตอนที่ฉันไปถึงเป็นเวล
Read more

บทที่ 132

ตอนที่ฉันลากร่างที่ทั้งเหนื่อยทั้งหิวปีนขึ้นมาถึงชั้นหก ชายหนุ่มก็กำลังรอฉันอยู่ตรงหน้าบันได “น้องสาว เธออยู่ห้องไหนเหรอ”“ฉัน...ฉันอยู่ห้อง 606 ค่ะ”ความจริงฉันอยากจะบอกว่าหลังจากนี้ฉันลากกระเป๋าไปเองก็ได้แต่ยังไงเขาก็อุตส่าห์ช่วยฉัน ฉันก็เลยไม่อยากปฏิเสธความกระตือรือร้นของเขาชายหนุ่มฟังจบก็ลากกระเป๋าเดินทางเดินไปทางห้อง 606 ทันที พลางหันกลับมาบอกฉันเป็นระยะ “ฉันกับแม่พักอยู่ห้อง 602 เธอมีธุระอะไรก็มาหาเราได้ตลอดเลยนะ”“ค่ะ ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”พอถึงหน้าห้อง 606 ชายหนุ่มก็มองฉัน เหมือนกำลังรอให้ฉันเปิดประตู ไม่มีทีท่าว่าจะไปเลยแม้แต่น้อยฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที แต่กลับไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงดีเงียบไปอึดใจหนึ่ง ฉันก็รับกระเป๋าเดินทางมา บอกเขาด้วยความซาบซึ้งใจว่า “วันนี้ขอบคุณคุณมากจริง ๆ ค่ะ วันหลังฉันจะเลี้ยงข้าวคุณกับคุณป้านะคะ”“ไม่เป็นไรน่า เรื่องเล็กน้อย” ชายหนุ่มพูดจบก็มองฉัน ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะไปฉันพลันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีไม่เชิญเขาเข้าไป ยืนอยู่ตรงนี้ก็พิลึกกระอักกระอ่วนจะเปิดประตูเชิญเขาเข้าไปก็กลัวว่าเขาจะเป็นคนไม่ดีทว่าเขาก็กระตือรือร้นมากจริง ๆ ก
Read more

บทที่ 133

ฉันกำโทรศัพท์แน่น มองชื่อที่สว่างวาบขึ้นมาบนหน้าจออย่างเหม่อลอยหลังจากที่คุณย่าถูกฉันทำให้โมโหจนล้มป่วย ฉันเคยโทรหาเขาหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่รับสายมาตอนนี้ ทำไมเขาถึงโทรหาฉันก่อนล่ะหรือว่ารู้แล้วว่าฉันย้ายออกไป ก็เลยโทรมาเอาเรื่องฉันเหรอแต่เขาไม่อยากเห็นหน้าฉันอีกแล้วไม่ใช่เหรอฉันย้ายออกไปแล้ว เขาควรจะดีใจไม่ใช่เหรอภายในใจที่สับสนว้าวุ่นเอ่อล้นไปด้วยความคาดหวังที่อธิบายไม่ถูกอย่างควบคุมไม่ได้ฉันเม้มริมฝีปาก อดกดรับสายไม่ได้พอกดรับสาย ฉันฟังเสียงสูดหายใจลึกของเขา ด้วยหัวใจที่เต้นแรงมาก ไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรดีเงียบไปไม่กี่วินาที ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อนน้ำเสียงของเขาเรียบเฉยมาก ราวกับเป็นน้ำเสียงออกคำสั่ง “คุณย่าอยากเจอคุณ พรุ่งนี้มาที่โรงพยาบาลด้วย”ความคาดหวังในใจพังทลายลงทันทีฉันกระตุกยิ้มเยาะตัวเองฉันก็นึกว่าเขาโทรหาฉันเพราะเรื่องที่ฉันย้ายออกไปเสียอีกแต่ที่แท้เรื่องที่ฉันจะย้ายหรือไม่ย้ายออกไปก็ไม่มีค่าพอที่จะเอ่ยถึงสำหรับเขาเลยถ้าไม่ใช่เพราะคุณย่าอยากเจอฉัน เกรงว่าเขาคงไม่อยากจะสนใจฉันด้วยซ้ำ เรื่องโทรหาฉันก่อนยิ่งไม่ต้องพูดถึงจริง ๆ นะ ถังอันหร
Read more

บทที่ 134

ฉันอดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งบ้านก็มีแค่ฉันคนเดียวที่ยังปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงจากเศรษฐีกลายเป็นคนจนไม่ได้ดูสิ พี่ชายของฉันยังทนอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้ แล้วทำไมฉันถึงจะอยู่ไม่ได้ล่ะไหนจะเหล่าคนทำงานหาเช้ากินค่ำสู้ชีวิต พวกเขายังอยู่ที่นี่ได้ แล้วคนที่มีหนี้สินมากมายแถมยังแทบไม่เหลือเงินติดตัวอย่างฉัน จะเอาสิทธิ์อะไรมาต่อต้านและเลือกนักล่ะฉันปาดน้ำตา ปีนขึ้นเตียง แล้วข่มตาหลับพรุ่งนี้ยังต้องไปทำงานอีก ฉันจะเอาแต่บั่นทอนตัวเองแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันจะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างจริงจังเสียทีชีวิตใหม่ที่ไม่มีเฮ่อจือโจว!วันรุ่งขึ้น เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา ก็ราวกับช่วยปัดเป่าเมฆหมอก ขับไล่ความมืดมนในใจของฉันไปจนหมดสิ้นพอจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ร่างกายก็กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้งฉันแวะซื้ออาหารเช้าจากร้านข้างทาง เดินกินไปพลางมุ่งหน้าไปยังป้ายรถเมล์หน้าหมู่บ้านไปพลางผู้คนที่ออกไปทำงานในตอนเช้าตรู่นั้นเยอะมากจริง ๆตอนที่ฉันไปถึงป้ายรถเมล์ ตรงนั้นก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนแล้วกว่าจะเบียดเสียดขึ้นรถเมล์มาได้ ฉันก็พบว่
Read more

บทที่ 135

ประธานกู้กำลังนั่งพิงเก้าอี้ดื่มกาแฟพอเห็นฉันเดินเข้าไป เขาก็วางแก้วลงแล้วเอ่ยถาม “ทำไมไม่พักอยู่ที่บ้านต่ออีกสักสองสามวันล่ะ”ตอนที่ถาม น้ำเสียงของเขากลับไม่หลงเหลือความอ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อน ซ้ำยังแฝงแววเย้ยหยันอยู่นิด ๆไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องที่ฉันขาดงานเมื่อวานหรือเปล่าถึงทำให้เขาไม่พอใจฉันจึงรีบอธิบาย “ที่เมื่อวานฉันไม่ได้มาทำงาน เป็นเพราะที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อยน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ต่อไปฉันจะตั้งใจทำงาน จะไม่ลางานพร่ำเพรื่ออีกแล้วค่ะ”ประธานกู้ปรายตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่หน้าท้องของฉันสายตาที่ดูแปลกไปของเขาทำให้ฉันรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกฉันจึงยกมือขึ้นมากุมหน้าท้องไว้โดยสัญชาตญาณจู่ ๆ เขาก็แค่นหัวเราะออกมา คล้ายกับกำลังเยาะเย้ย “ท้องจริง ๆ เหรอ”ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบส่ายหน้าปฏิเสธรัว ๆ “มะ ไม่ได้ท้องค่ะ”ให้ตายเถอะ นี่ประธานกู้ก็คิดว่าฉันท้องเหมือนกันเหรอเนี่ยแต่ประเด็นคือนี่มันไม่ใช่เรื่องที่เขาควรจะมาใส่ใจเลยสักนิดฉันเป็นแค่พนักงานใหม่ ต่อให้จะท้องจริง ๆ ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรกับประธานบริษัทอย่างเขาเ
Read more

บทที่ 136

โทรศัพท์เงียบเชียบ ตั้งแต่เฮ่อจือโจวโทรหาฉันเมื่อคืน เขาก็ไม่ได้สนใจฉันอีกเลยบางทีเขาอาจจะรู้ตั้งนานแล้วว่าฉันย้ายออกจากคฤหาสน์หลังนั้น เพียงแต่เขาไม่ใส่ใจฉันล้วงเอากำไลหยกที่หักสองท่อนออกมาวันนี้นัดช่างซ่อมกำไลวงนี้ไว้แล้ว ไม่รู้ว่าจะซ่อมได้ไหมพอมาถึงร้านแปรรูปหยก ช่างดูกำไลสองท่อนที่หักของฉันแล้วอดอุทานไม่ได้ “ของชิ้นนี้สุดยอดไปเลยนะ ตอนนี้ในตลาดหาเนื้อหยกสีแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ทำไมคุณถึงปล่อยให้มันตกแตกได้ล่ะครับ”พอช่างพูดแบบนี้ ฉันก็นึกถึงวันนั้นตอนคุณย่ามอบกำไลให้ฉันขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกผิดเอ่อล้นขึ้นมาในใจฉันถามเขา “พอจะซ่อมได้ไหมคะ”ช่างตอบ “ของล้ำค่าแบบนี้ ผมย่อมต้องใช้เทคนิคที่ดีที่สุดซ่อมให้อยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่า...”“เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาค่ะ ขอแค่ซ่อมได้ก็พอ” ฉันรีบตอบ“ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกครับ เพียงแต่ต่อให้ซ่อมออกมาดีแค่ไหน หรือแทบจะมองไม่เห็นร่องรอย แต่มันก็ยังมีรอยร้าวอยู่ดีเฮ้อ น่าเสียดายจริง ๆ”ฉันหลุบตาลง ความเศร้าเอ่อท้นขึ้นมาในใจนั่นสินะต่อให้ซ่อมกำไลออกมาได้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติแค่ไหน แต่รอยร้าวรอยนั้นก็ยังคงอยู่ในใจของคุณย่าค่าซ่อมกำไลอยู
Read more

บทที่ 137

จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็เหมือนจะรู้สึกตัวว่ามีคนอยู่ข้างนอกเขาตวาดเสียงต่ำ ก่อนจะลุกพรวดเดินตรงมาที่ประตูฉันใจหายวาบ รีบหันหลังหลบเข้าไประเบียงทางเดินด้านข้างแล้วมุดเข้าไปซ่อนตัวในห้องพักฟื้นที่ว่างอยู่ซ่อนตัวอยู่นาน ก็ยังไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอกฉันเม้มริมฝีปาก ค่อย ๆ แง้มประตูชะโงกหน้าออกไปดูอย่างระแวดระวังแล้วก็เห็นเฮ่อจือโจวยืนอยู่ตรงทางออกของโถงทางเดิน พร้อมกับ...กู้ชิงชิงไม่รู้ว่าทั้งสองคนกำลังคุยอะไรกัน กู้ชิงชิงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ส่วนแววตาของเฮ่อจือโจวก็ดูอ่อนโยนฉันเหยียดยิ้มเยาะตัวเองเฮ่อจือโจวไม่ใช่ผู้ชายที่เย็นชาโดยกำเนิดหรอก เขาแค่เย็นชากับคนที่เขาเกลียดก็เท่านั้นดูสิ สายตาที่เขามองกู้ชิงชิงถึงได้ดูอ่อนโยนอยู่เสมอไม่นานเฮ่อจือโจวก็พากู้ชิงชิงเข้าไปเยี่ยมคุณย่าก็ดีเหมือนกัน คนที่เฮ่อจือโจวชอบคือกู้ชิงชิง ไม่ช้าก็เร็วกู้ชิงชิงก็ต้องได้เป็นหลานสะใภ้ของคุณย่าอยู่ดีอีกอย่าง ผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักอย่างกู้ชิงชิง คุณย่าเองก็ต้องชอบแน่ ๆฉันไม่เข้าไปเจอคุณย่าน่ะถูกแล้ว พอเวลาผ่านไป คุณย่าก็คงจะลืมฉัน แล้วหันไปรักและตามใจหลานสะใภ้อย่างกู้ชิงชิง
Read more

บทที่ 138

ดูท่าว่าฉันจะค่อย ๆ ปรับตัวให้ชินกับชีวิตแบบนี้ได้แล้ว ดีจริง ๆวันรุ่งขึ้นตื่นเช้าไปทำงานตามปกติ ยุ่งทั้งวัน พอตกเย็นเลิกงานก็รีบไปขึ้นรถเมล์กลับบ้านชีวิตที่เติมเต็มทำให้จิตใจของฉันค่อย ๆ สงบลง ไม่ไปเสียใจกับความรักพวกนั้นอีกตอนกลับบ้านวันนี้ ฉันซื้อเส้นบะหมี่หนึ่งถุงกับไข่ไก่สองสามฟองที่ร้านริมทางทำกับข้าวเรียนรู้ยาก ถ้าแบบนั้นก็เริ่มจากการต้มบะหมี่ก่อนก็แล้วกันเพียงแต่ตอนกลับมาถึงบ้าน ฉันก็เจอชายหนุ่มคนนั้นอีกแล้วเขายิ้มให้ฉันแล้วว่า “น้องสาว วันนี้แม่ฉันทำกับข้าวไว้สองสามอย่าง เธอไปกินข้าวที่บ้านฉันเถอะ”“ไม่ ๆ ๆ ...” ฉันรีบปฏิเสธจู่ ๆ ก็นึกถึงถ้วยใส่เกี๊ยวเมื่อวานขึ้นมาได้ ฉันรีบเปิดประตู วิ่งไปที่ห้องครัวหยิบถ้วยใบนั้นออกมาคืนให้เขา“ขอบคุณนะคะ เกี๊ยวที่แม่คุณห่ออร่อยมาก ฉันกินหมดแล้วค่ะ”ทว่าเขาไม่ยอมรับถ้วยไปเสียที สายตากลับจ้องไปที่ชั้นวางรองเท้าข้างประตูฉันเรียกเขาด้วยความสงสัย “เป็นอะไรเหรอคะ”“เปล่า...ไม่มีอะไร...” เขารีบส่ายหน้า สีหน้าดูแปลก ๆเขาถามฉัน “น้องสาว เธอพักอยู่กับแฟนเหรอ ทำไมถึงไม่เคยเห็นแฟนเธอเลยล่ะ”ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง มองตามสายตาของเขาไป
Read more

บทที่ 139

เอาจริง ๆ ฉันรู้สึกว่าจากเขามานานแสนนานแล้วในใจตัดสินใจดีแล้วว่าจะตัดขาดกับเขาให้เด็ดขาด ดังนั้นตอนนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรับสายนี้ดีไหมช่วงเวลาที่กำลังลังเล เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็หยุดลงฉันถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อย ก่อนเหม่อมองชื่อของเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจู่ ๆ เขาโทรหาฉันมีเรื่องอะไรเป็นเพราะเรื่องของคุณย่า หรือเป็นเพราะเรื่องที่ฉันติดเงินเขางั้นเหรอนั่นสินะ ฉันยังติดเงินเขาตั้งมากมายตอนนี้จากมาแบบเงียบ ๆ เขาจะคิดว่าฉันจะเบี้ยวหนี้ไหมพอคิดถึงตรงนี้ ฉันจึงส่งข้อความหาเขา[ก่อนหน้านี้ขอบคุณมากที่คุณช่วยบ้านฉันใช้หนี้ และขอบคุณที่คุณยอมให้ฉันยืมเงินส่วนเงินที่ติดคุณไว้ ช่วงชีวิตนี้ฉันจะพยายามรวบรวมให้ครบ แล้วพอถึงเวลาจะคืนให้คุณทั้งต้นทั้งดอก]ส่งเสร็จฉันก็ยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋า กลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อจัดการสมุดจดตอนประชุมเมื่อกี้ทว่าเพิ่งจะนั่งลง โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นอีกครั้งยังคงเป็นเฮ่อจือโจวที่โทรมาฉันขมวดคิ้ว ลังเลอีกครั้งว่าจะรับดีไหมแต่ถ้าว่าเฮ่อจือโจวหาฉัน เพราะเรื่องที่ฉันติดเงินเขาจริง ๆ ล่ะลังเลอยู่แค่นาทีเดียว เฮ่อจือโจวก็โทรมาอีกรอบฉันเม
Read more

บทที่ 140

ปลายสายคือเสียงลมหายใจที่ถูกสะกดกลั้นของเขา ความโกรธเกรี้ยวอันล้นทะลักนั้น แม้จะผ่านโทรศัพท์ ฉันก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนฉันถอนหายใจอย่างเศร้าใจ พลางพูดกับเขาว่า “เฮ่อจือโจว คุณอย่าโกรธเลย ฉันรู้ว่าเมื่อก่อนฉันทำกับคุณไว้เกินไปมาก คุณก็เลยอยากจะแก้แค้นฉันมาตลอดแต่คุณไม่คิดบ้างเหรอ ว่าการกักขังคนที่คุณเกลียดชังไว้ข้างกาย มันก็เป็นการลงโทษตัวคุณเองเหมือนกันฉันรู้ว่าฉันไม่สมควรได้รับการให้อภัย แต่ฉันหวังว่าคุณจะปล่อยตัวเองไป แล้วไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคุณกู้คนอย่างฉันมีแต่ข้อเสียเต็มไปหมด ไม่ต้องให้คุณมาแก้แค้นอะไรหรอก ฉันได้รับกรรมแล้วจริง ๆเพราะฉะนั้นนะเฮ่อจือโจว ปล่อยฉันไปเถอะ แล้วก็ปล่อยตัวคุณเองไปด้วย”“หึ ปล่อยคุณงั้นเหรอ” จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็หัวเราะออกมาอย่างแปลกประหลาด “ผมปล่อยคุณ แล้วใครจะมาปล่อยผมล่ะ?!”เขาแค่นหัวเราะเย็นชา “คุณพร่ำบอกให้ผมปล่อยคุณไป นั่นก็คือการปล่อยตัวเอง แต่ว่านี่ก็เป็นแค่ข้ออ้างที่คุณอยากจะไปอยู่กับเฮ่ออี้เฉินเท่านั้นแหละถังอันหราน คุณอยากอยู่กับเฮ่ออี้เฉินก็พูดมาตรง ๆ เถอะ ทำไมต้องพูดจาให้ดูดีมีเหตุผลขนาดนี้ด้วย”พอได้ยินเขาพูดถึงเฮ่ออี้เฉิ
Read more
PREV
1
...
1213141516
...
22
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status