“นี่!”เสียวหลี่เตะเท้าฉันเบา ๆ พูดว่า “เมื่อกี้บอสใหญ่บอกแล้ว แค่เธอยอมอ่อนข้อ พูดว่างานนี้เธอทำไม่ไหวแล้ว บอสใหญ่ของเราก็จะปรานี ไม่ลงโทษเธอแล้ว”ฉันมองข้ามเขาไปที่เฮ่อจือโจวผู้ชายคนนั้นนั่งสูบบุหรี่อยู่บนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน มุมปากมักจะประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันอยู่เสมอ“นี่ พูดกับเธออยู่นะ!” เสียวหลี่เตะเท้าฉันอีกทีฉันเงยหน้ามองเขา เอ่ยเสียงเรียบ “นายกลับไปบอกเขานะว่าฉันทำงานนี้ไหว”เสียวหลี่ขมวดคิ้ว “ดูไม่ออกเลยนะว่าเธอจะมารยาเยอะขนาดนี้ จงใจปฏิเสธความหวังดีของบอสใหญ่เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาแต่ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะว่าเธอหรอกนะ กว่าบอสใหญ่จะยอมปรานีให้เธอมันไม่ง่าย ฉันขอเตือนให้เธอรู้จักพอดีกว่าเศษอิฐพวกนี้ยังมีอีกตั้งเยอะ ระวังจะเหนื่อยตายเอา”“ขอบใจพี่เสียวหลี่ที่เป็นห่วง”“ใคร ใครเป็นห่วงเธอ นังผู้หญิงหน้าไม่อาย” เสียวหลี่โกรธจนลนลาน ใบหน้ายับย่นไปหมดเขาว่า “คนแบบเธอนี่สมควรโดนแล้วจริง ๆ!”พูดจบ เขาก็วิ่งกลับไปบอกเฮ่อจือโจวเฮ่อจือโจวกระตุกยิ้มให้ฉัน จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินจากไปฉันแค่นหัวเราะเย็นชาใส่แผ่นหลังของเขาจะให้ฉันยอมแล้วค่อยมาหัวเราะเยาะที่ฉันทนลำบา
Read More