Masukบทที่ 20 หยอกเย้า (2)
“ขะข้า… ข้ายอมรับก็ได้ ว่าข้าอธิษฐานเช
ตอนพิเศษ รู้ความจริง (2)“ข้าชื่อไป๋เจียหลี อายุยี่สิบสามปี ข้าคือสตรีที่มาจากต่างโลก ข้าไม่ใช่ฉิน…” เจียหลีเอ่ยได้ไม่เท่าไหร่ ชายตรงหน้าก็ยื่นปลายนิ้วมือมาแตะที่ริมฝีปากของนางเบา ๆ แล้วส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า…“เจ้าไม่จำเป็นต้องเหนื่อยอธิบายให้ยืดยาวหรอก เทพชีหลิงฉายทุกอย่างเกี่ยวกับตัวตนของเจ้าให้ข้าดูหมดแล้ว นอกจากนี้ท่านเทพชีหลิงยังฉายภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับแผนการฆ่าตัวตายของฉินฟางเฟยให้ข้าดูแล้วเช่นกัน ทุก ๆ อย่างล้วนเป็นโชคชะตา ข้าไม่โทษเจ้าหรอก” ตวนหนิงไม่เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มสุขุม แต่เขายังเคลื่อนนิ้วมือไปเกี่ยวปอยผมหนึ่งช่อ แล้วหยิบขึ้นทัดหูให้ภรรยาอย่างใส่ใจ“แล้วท่าน… เอ่อ… ไม่เสียใจหรือ ที่ภรรยาของท่านไม่ใช่คุณหนูสามฉินตัวจริง แต่กลับกลายเป็นข้า ซึ่งเป็นผู้หญิงที่มาจากไหนก็ไม่รู้…” เจียหลีเอ่ยเสียงแผ่ว ในดวงตากลมโตของนางรื้นไปด้วยหยาดน้ำเม็ดใส คล้ายจะร้องไห้ แต่ก็ไม่ร้องไห้ออกมาเสียทีเดียว“ให้พูดตรง ๆ ตอนแรกที่ข้ารู้เรื่อง ข้าก็รู้
ตอนพิเศษ รู้ความจริง (1)ต้นยามซวี ณ เรือนนอนหลังใหญ่ภายในจวนสกุลเสิ่นแปดเดือนผ่านไป…ทุกวันนี้ไป๋เจียหลีกลายเป็นสตรีท้องโตใกล้คลอด ตอนนี้เจียหลีกำลังยืนมองจันทราดวงเสี้ยวจากบานหน้าต่างในเรือนนอน แววตาคู่สวยของนางเหลียวมองไปบนฟากฟ้าก็จริง แต่ทว่าสีหน้าของนางกลับเหม่อลอยไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้าของผู้มาเยือนวะว้ายยย!เจียหลีตกใจร้องเสียงหลง พลางสะดุ้งโหยงไหล่ห่อคอหด เมื่อถูกเรียวแขนของใครคนหนึ่งสวมกอดจากทางด้านหลัง “ท่านพี่เองหรอกหรือ เหตุใดมาไม่ให้สุ้มให้เสียง ลืมไปแล้วหรือไร ว่าข้ากำลังท้องกำลังไส้ เกิดลื่นล้มขึ้นมา จะทำอย่างไรได้” ไป๋เจียหลีเอ็ดสามีเสียงขุ่น“ข้าเอ่ยเรียกเจ้าตั้งหลายครั้ง เจ้าไม่ได้ยินเลยงั้นหรือ?” ตวนหนิงยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง พลางใช้เรียวแขนแกร่งกอดประสานไว้ใต้สะดือของภรรยา เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อแบ่งเบาความหนักอึ้งของสตรีท้องแก่ หากอุ้มท้องแทนภรรยาได้ เขาคงทำไปแล้ว“อ้อ… เช่นนั้นเองหรอกหรือ?” เจียหลีเอ่ยสั้น ๆ พลางผ่อนลมหายใจออกมา
บทที่ 30 ท่านพี่ดีกับข้าที่สุด (2) จบ"ขอบคุณนะเจ้าคะ ที่ช่วยปกป้องข้า" เมื่อก้าวเท้าพ้นซุ้มประตูของจวนสกุลเจียวแล้ว ไป๋เจียหลีในร่างของฉินฟางเฟยก็หันมาเอ่ยกับผู้เป็นสามีด้วยน้ำเสียงหวานละมุน แววตาของนางปิดไม่มิด ว่ากำลังรู้สึกประทับใจและรู้สึกชื่นชมในตัวเสิ่นโหวก่อนหน้านี้เจียหลีรู้สึกหวั่นไหวกับเสิ่นโหวนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่รู้สึกหวั่นไหวเจียหลีก็มักจะหักห้ามใจตัวเอง เพราะคิดว่าสักวันหนึ่ง คงจะได้กลับไปอยู่ในร่างเดิมของตัวเอง แต่เมื่อรู้แล้วว่านางไม่มีวันได้กลับไปเป็นไป๋เจียหลีคนเดิมอีก อย่างไรก็ต้องอยู่ในร่างของฉินฟางเฟยไปตลอด เจียหลีจึงไม่คิดหักห้ามใจตัวเองอีก เรียกได้ว่าตอนนี้เจียหลีหลงรักเสิ่นโหวเข้าแล้วเต็มเปา"เจ้าเป็นคนของข้า ในฐานะสามีข้าย่อมต้องปกป้องเจ้า" ตวนหนิงมองช้อนเข้าไปในดวงตากลมโตของภรรยา หากไม่ติดว่านี่เป็นที่โล่งแจ้งและมีผู้คนผ่านไปผ่านมา เขาคงโน้มใบหน้าเข้าไปสวมจูบภรรยาเสียให้รู้แล้วรู้รอด"ท่านพี่ดีกับข้าที่สุด" เมื่อสิ้นประโยคนี้ เสียงเล็กเจื้อยแจ้วของเจ้าลูกหมูก็ดังแทรกขึ้นมาเสียกระนั้น "แล้วหงเอ๋อร์เล่าเ
บทที่ 30 ท่านพี่ดีกับข้าที่สุด (1)“ที่ข้ายังเพิกเฉย ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่คิดถือสาในการกระทำของพวกเจ้า แต่ที่ข้ายังทนเพิกเฉยอยู่ได้ตั้งนานสองนาน ข้าเพียงอยากให้ฮูหยินของข้าได้ต่อล้อต่อเถียงกับพวกเจ้าจนกว่านางจะหนำอกหนำใจ แต่คาดไม่ถึงว่า พวกเจ้าจะสิ้นคิด กล้าสั่งให้คนของตัวเองมาลงไม้ลงมือกับฮูหยินและลูกสาวของข้า ทั้งที่ข้าผู้แซ่เสิ่นยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ทั้งคน คุณหนูเจียวไม่คิดไว้หน้าข้า ก็ช่วยไว้หน้าว่าที่สามีของเจ้าหน่อยเถิด เหล่าหมิง... เจ้าจะเลือกสตรีคนใดมาเป็นภรรยา ข้าไม่เคยคิดห้ามปราม ยิ่งไม่เคยคิดขัดขวาง แต่ข้าแค่อยากให้เจ้าคิดทบทวนดูให้ดี ๆ ว่าจะแต่งสตรีนิสัยเช่นนี้มาเป็นภรรยาจริง ๆ หรือ?”เสิ่นโหวกล่าวอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ไว้หน้าผู้ใด แม้เจียวจื่ออิงจะเป็นว่าที่ภรรยาของสหายคนสนิทก็ตามที“เสิ่นโหวกล่าวหนักเกินไปแล้วกระมัง” ขณะเอ่ยโต้เถียงกับเสิ่นโหว เจียวจื่ออิงมองไปหาหมิงซางเฉวียนด้วยแววตาสุดเว้าวอน นางรู้สึกผิดหวังในตัวซางเฉวียนยิ่งนัก เพราะนอกจากซางเฉวียนจะไม่ก้าวขาออกมาปกป้องนาง เขายังไม่โต
บทที่ 29 จุดยืน (2)“โอ้วว น่ากลัวเสียจริง พวกท่านทั้งหลายจงดูเอาเถิด คุณหนูหงเอ๋อร์ก้าวร้าวถึงเพียงนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ได้เองกระมัง ว่าผู้ใดสั่งสอนให้นางร้ายกาจเช่นนี้ ไม่แน่ว่าพอโตขึ้นมา นางคงจะได้กลายเป็นนางมารน้อยแทนคุณหนูสามฉินกระมัง” เมิ่งอวี่แสยะยิ้มร้ายให้เด็กเล็กวัยสี่ขวบ หากรอบกายไม่ได้มีคนเยอะ นังเด็กนี่คงโดนหยิกให้เนื้อเขียวไปเสียตั้งนานแล้ว“จะต่อว่าข้า ก็มาลงที่ข้า อย่าลามไปถึงหงเอ๋อร์ อ้อ! จริงสิ เรื่องนี้จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ ในเมื่อสบโอกาส ข้าก็ขอพูดตรงนี้เลยแล้วกัน ทุกท่านทั้งหลายโปรดช่วยเป็นพยาน ข้าฉินฟางเฟยสิ้นรักสิ้นปรารถนาในตัวหมิงซางเฉวียนแล้ว ไม่ว่าวันนี้ หรือวันหน้า ข้าย่อมรักมั่นต่อเสิ่นตวนหนิงแต่เพียงผู้เดียว หวังว่าต่อไปนี้พวกท่านจะเลิกนินทาว่าร้ายและเลิกพูดจาเสียดสีเหน็บแนมข้าเสียที”อา… ไม่น่าเชื่อว่าฉินฟางเฟยที่ทุกคนเห็นอยู่ในตอนนี้จะเป็นดั่งนางพญาหงส์ คำพูดของนางเมื่อครู่นี้ไม่เพียงช่วยเสริมบารมีให้แก่ตนเอง แต่ยังทำให้ชายบางคนฉีกยิ้มแป้นอย่างเสียอาการ หนำซ้ำยังยืดอกผายอย่างโอ้อวด ราวก
บทที่ 29 จุดยืน (1)“นี่เจ้า! หนอนจ่อปากมาพูดหรือไง อยู่เฉย ๆ เงียบ ๆ ก็ไม่มีใครเขาหาว่าเป็นใบ้หรอกนะ” ไป๋เจียหลีในร่างของฉินฟางเฟย ตั้งใจว่าจะไม่ก่อเรื่องให้สามีต้องขายหน้า แต่เมื่อได้ยินคุณหนูเมิ่งพูดจาเหน็บแนมเช่นนี้ ทั้งปรายตามองนางอย่างดูถูกดูแคลน เจียหลีก็ทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาปะทะวาจาในที่สุด“อะไรกัน ข้าไม่ได้เอ่ยชื่อคุณหนูฉินสักหน่อย เหตุใดต้องร้อนตัวด้วยเล่า” เมิ่งอวี่จีบปากจีบคอพูดอย่างน่าชัง มองตาก็รู้! ว่าเมิ่งอวี่ผู้นี้ชังขี้หน้าฉินฟางเฟยอย่างถึงแก่น ก่อนหน้านี้เจียหลีพอจะได้ยินมาบ้าง ว่าคุณหนูเมิ่งหลงรักชอบพอในตัวเสิ่นโหว ด้วยคิดว่าเป็นเพียงข่าวโคมลอยไร้แก่นสาร เจียหลีจึงไม่ใคร่ใส่ใจ แต่ดูท่าแล้วข่าวลือที่คนเขาพูดกัน น่าจะเป็นเรื่องจริงสินะ“เนื้อหาที่คุณหนูเมิ่งเอ่ยออกมาเมื่อครู่ ไม่ต้องบอกชื่อ ก็เดาได้ไม่ยากกระมังว่าท่านหมายถึงข้า” จริงอยู่ที่เจียหลีไม่ได้ร้ายกาจเหมือนกับฉินฟางเฟยคนเดิม แต่นางก็ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทแม่ดอกบัวขาว ที่จะยอมให้คนอื่นรังแกได้ง่าย ๆ“อะเหอะ~ คุณหนูฉิน
บทที่ 1 ท่านไม่คู่ควรกับความรักของข้า (1)ยามซื่อสามเค่อ ณ จวนสกุลซ่ง“โชคดีที่คุณชายกู้มาขัดขวางได้ทันเวลา มิเช่นนั้นคุณหนูของจวงเถาคงได้กลายเป็นฮูหยินน้อยของตระกูลพ่อค้าไปเสียแล้ว” ‘จวงเถา’ เป็นสาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาพร้อมกันกับซ่งจิ่นเหอ คุณหนูของนางทั้งงดงามและเกิดในตระกูลขุนนางใหญ่เช่นนี้ หาก
บทนำ ข้ามิยินยอม“ใครหน้าไหนกล้าแต่งกับนาง! ให้ข้ามศพข้าไปก่อน!” น้ำเสียงเข้มเหี้ยมดังสะท้านเข้ามาพร้อมกับลูกธนูหัวเงิน ทันทีที่ปลายแหลมของมันเฉียดปิ่นเกล้าผมของฝ่ายเจ้าบ่าว แสงสีเงินจากหัวธนูก็สว่างวาบสะท้อนเข้าตาฝ่ายเจ้าสาวเช่นเดียวกัน ยามนี้แขกในงานล้วนตื่นตระหนกตกใจไปตาม ๆ กันขนาดชายปริศนาผู้
แนะนำตัวละคร1.กู้เจิ้งหยวน (พระเอก) อายุ 29 ย่าง 30 ปี มียศในตำแหน่งโหว เขาเชี่ยวชาญด้านลอบสังหาร กระทั่งได้ฉายาว่า ‘มือสังหารอันดับหนึ่งของต้าเหลียง’ ครั้งหนึ่งเขาเคยวางแผนลอบสังหารกลุ่มกองโจรเถื่อน ที่เป็นปัญหาเรื้อรังในเมืองเสียนอู่มานาน ทำให้ปัญหาปากท้องของประชาชนในเมืองนั้นได้รับการแก้ไข ประ
**เซ็ทนิยายจีนโบราณที่พระเอกคลั่งรักสุด ๆ มี 2 เรื่องค่ะ**ประกอบด้วย1.เรื่อง : ฮูหยินตัวร้ายของข้า เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก 2.เรื่อง : เกิดใหม่ครานี้ ข้าไม่ขอเป็นสตรีร้ายกาจ----------------------------------------------------------1.เรื่อง : ฮูหยินตัวร้ายของข้า เจ้าช่างงดงามยิ่งนักคำโปรยคนที่นาง







