Todos os capítulos de รักสลักลึก: Capítulo 11 - Capítulo 20

23 Capítulos

บทที่ 11

ด้วยความรู้สึกผิด ท้ายที่สุดฉีอวิ๋นเจิงก็ไม่ได้พาเสิ่นชิงอีกลับมาที่คฤหาสน์นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนว่านั่นคือบ้านของเขากับเจียงซุ่ยเหยียน โลกที่มีเพียงพวกเขาสองคน ซึ่งไม่มีพื้นที่เหลือให้คนอื่นเข้ามาแทรกกลางได้ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นเสิ่นชิงอีก็ไม่ได้หลังจากไปส่งเสิ่นชิงอีที่อ่าวชิงสุ่ยแล้ว ฉีอวิ๋นเจิงก็ขับรถไปยังชานเมืองอันห่างไกล ในตรอกซอยที่ทั้งเปลี่ยวและทรุดโทรมมีร้านเก่าแก่ที่น้อยคนนักจะรู้จักซ่อนตัวอยู่ เจียงซุ่ยเหยียนชอบกินขนมฉือปาราดน้ำตาลขิงของร้านนี้ที่สุดเมื่อก่อนทุกครั้งที่เขาทำให้เจียงซุ่ยเหยียนโมโห เธอจะนั่งรถมาที่ร้านขนมฉือปาแห่งนี้คนเดียว แป้งก้อนกลมสีขาวนุ่มคลุกเคล้าด้วยผงน้ำตาล รสชาติหวานฉ่ำ พอฉีอวิ๋นเจิงเคลียร์งานเสร็จแล้วตามมา ก็จะเห็นเจียงซุ่ยเหยียนที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยจนหมุนตัวไปรอบ ๆน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจแว่วเข้าหูของเขา ประกอบกับดวงตาเป็นประกายยามที่เธอแย้มยิ้มอย่างงดงาม ฉีอวิ๋นเจิงรู้สึกเพียงว่าเธอน่ารักเหลือเกินซุ่ยเหยียนของเขา เป็นเด็กผู้หญิงที่ง้อง่ายที่สุดในโลกจริง ๆแต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ซุ่ยเหยียนข
Ler mais

บทที่ 12

ซุ่ยเหยียนรู้เรื่องนี้ไหมเธอรู้หรือเปล่าว่าเขาเป็นคนฆ่าเด็กที่ต้องผ่านความยากลำบากแสนสาหัสกว่าจะได้มาคนนี้ถ้ารู้แล้วเธอยังจะให้อภัยเขาหรือเปล่าความหงุดหงิดงุ่นง่านในใจไร้หนทางระบาย ฉีอวิ๋นเจิงชกหมัดใส่ตู้โชว์กระจกจนเลือดไหลออกมาไม่หยุดเลือดสด ๆ อุ่นวาบย้อมตัวอักษรบนใบรับรองแพทย์จนเป็นสีแดง จู่ ๆ เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงวิ่งโซซัดโซเซไปยังห้องเด็กอ่อนแสงสว่างอันนุ่มนวลสาดส่องไปทั่วห้อง ขับเน้นให้สภาพอันเละเทะบนพื้นดูบาดตายิ่งขึ้นวอลเปเปอร์ลวดลายเด็กน้อยน่ารักถูกสาดด้วยหมึกจนดูไม่ได้ ลูกแก้วหิมะคริสตัลแตกกระจายเกลื่อนอยู่บนพื้น เตียงเด็กอ่อนและของเล่นเด็กถูกทิ้งระเกะระกะกองรวมกันอยู่ที่มุมห้อง ในเตาผิงที่เย็นชืดไปแล้วยังคงทิ้งร่องรอยของเสื้อผ้าที่ถูกเผาไม่หมดเอาไว้...เมื่อเห็นห้องเด็กอ่อนที่พวกเขาเคยช่วยกันตกแต่งอย่างประณีตถูกทำลายจนมีสภาพเช่นนี้ ภายในใจของฉีอวิ๋นเจิงก็ปวดร้าวราวกับมีฝูงแตนรังใหญ่บินเข้ามาฝังตัวอยู่ แม้แต่ตอนหายใจก็ยังดึงรั้งอวัยวะภายในให้เจ็บปวดรวดร้าวไปหมดเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเจียงซุ่ยเหยียนจะใจดำได้ขนาดนี้ เธอลงมือทำลายทุกความคาดหวังที่พวกเขามีต่อ
Ler mais

บทที่ 13

ไม่ใช่คนที่เขาหวังไว้ แต่เป็นเสิ่นชิงอีเพราะความลำเอียงที่เขามีต่อเธอมาตลอดหลายปี ตอนที่เสิ่นชิงอีเดินเข้ามาในคฤหาสน์ จึงไม่ถูกแม่บ้านพ่อบ้านขวางไว้เลยเธอมองปราดเดียวก็เห็นคนอยู่ในห้องหนังสือ แววตาเปล่งประกายขึ้นมาหลายส่วน ขณะที่รีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหาทันที“อวิ๋นเจิง ฉันรอนายตั้งนาน ทำไมนายยังอยู่บ้านอีกล่ะ”เรื่องที่เธอพูดถึงคือเรื่องบาร์เทนเดอร์ ตั้งแต่ร้านอาหารที่เสิ่นชิงอีเปิดเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เพื่อเป็นการปลอบใจเธอ ฉีอวิ๋นเจิงจึงตอบตกลงไปเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ร้านให้ ซ้ำยังตกลงกันไว้ว่ารอให้ร้านอาหารตกแต่งใหม่เสร็จเมื่อไหร่ก็จะเริ่มงานทันที ซึ่งกำหนดการก็คือวันนี้พอดิบพอดีหญิงสาวเดินเข้ามาในห้องหนังสือของเขา เขาอยากไล่เธอออกไป แต่เสิ่นชิงอีกลับชิงเหลือบไปเห็นหนังสือหย่าในมือของเขาเข้าเสียก่อน แววตาของเธอสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดาย“พี่สะใภ้จะหย่ากับนายเหรอ อวิ๋นเจิงออกจะเป็นคนดีขนาดนี้ เธอไม่รู้จักทะนุถนอมเอาไว้เกินไปแล้วมั้ง”เธอลูบปอยผมข้างหู พลางเอ่ยอย่างเอาใจใส่แทนเขาฉีอวิ๋นเจิงอยากปฏิเสธว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาเ
Ler mais

บทที่ 14

ฉีอวิ๋นเจิงไม่ได้ตกลงกับเสิ่นชิงอี หญิงสาวก็ไม่ได้โกรธเคือง ซ้ำยังบอกให้เขาไปทำงานก่อน เพื่อทำความปรารถนาในอดีตให้เป็นจริงเขาตอบตกลงไปอย่างเลื่อนลอยหลังจากมาถึงร้านอาหาร เขาก็พบว่าที่นี่ถูกตกแต่งใหม่เรียบร้อยแล้ว ตรงจุดที่โคมไฟเคยร่วงหล่นลงมานั้นสะอาดหมดจดไร้ฝุ่นผง มองไม่เห็นร่องรอยใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เสิ่นชิงอียอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อจ้างพีอาร์มา ประกอบกับช่วงที่ปิดร้านไปก่อนหน้านี้ ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงมีลูกค้าทยอยเข้ามาในร้านอย่างเนืองแน่นที่หน้าบาร์ ฉีอวิ๋นเจิงกำลังชงเหล้าตามคำสั่งของลูกค้า ก่อนหน้านี้เขาไปเป็นกัปตันก็เพราะคำพูดเพียงประโยคเดียวของเสิ่นชิงอี และก็เป็นเพราะจินตนาการของเธออีกเช่นกัน เขาถึงได้เรียนรู้การเป็นบาร์เทนเดอร์ด้วยตัวเองแก้วเชกเกอร์พลิ้วไหวไปมาอยู่ระหว่างนิ้วมืออันเรียวยาวของเขา ราวกับกำลังแสดงโชว์ ซึ่งสามารถดึงดูดสายตาของผู้คนได้ไม่น้อย และทำให้มีคนเดินเข้ามาในร้านด้วยความอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้นเสิ่นชิงอีนั่งอยู่ด้านข้าง เอ่ยปากชมด้วยรอยยิ้มเบิกบาน“อวิ๋นเจิง ฉันโชคดีจริง ๆ ที่นายยังจำทุกคำพูดที่ฉันเคยพูดได้ แถมเราก
Ler mais

บทที่ 15

บนโลกออนไลน์ ร้านอาหารของเสิ่นชิงอีกลายเป็นประเด็นร้อนแรง และฉีอวิ๋นเจิงก็ถูกตระกูลฉีเรียกตัวกลับไปเช่นกันหลายปีมานี้ เพื่อที่จะได้เป็นกัปตัน ฉีอวิ๋นเจิงแทบจะไม่ได้ติดต่อกับที่บ้านเลย ตอนที่เข้าไปช่วยเสิ่นชิงอี เขามีแผลไฟไหม้ไปทั่วตัว จึงทำได้เพียงยอมล้มเลิกอาชีพนี้ไปตระกูลฉีรีบถามเขาทันทีว่าอยากกลับบ้านหรือไม่ ขอเพียงแค่พยักหน้า เขาก็จะได้สืบทอดทรัพย์สมบัติมูลค่ามหาศาล และไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการหาเลี้ยงชีพอีกต่อไป แต่ภายใต้คำชักชวนของเสิ่นชิงอี เขาก็ยังคงปฏิเสธข้อเสนอของตระกูลฉี พร้อมกับอธิบายว่าตัวเองจะไปเป็นบาร์เทนเดอร์มาตอนนี้ เวลาผ่านไปยังไม่ถึงสองเดือน เขาก็ต้องมาคุกเข่าอยู่ในบ้านใหญ่ตระกูลฉีเสียแล้ว“แกลองดูตัวแกสิว่าไปก่อเรื่องอะไรมาบ้าง! ฉันบอกแกตั้งนานแล้วว่าเสิ่นชิงอีไม่ใช่ผู้หญิงดีเด่อะไร แกก็ยังดันทุรังจะเอาตัวเข้าไปพัวพันให้ได้ เป็นยังไงล่ะทีนี้ คนเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วว่าคนของตระกูลฉีเราไม่เพียงแต่ลดตัวไปเป็นบาร์เทนเดอร์ให้คนอื่น แต่ยังคอยกางปีกปกป้องร้านอาหารห่วยแตกแบบนั้นอีก แกกะจะทำให้ตระกูลฉีเราต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงให้ได้เลยใช่ไหม!”คุณท่านฉีโกรธเป
Ler mais

บทที่ 16

เสิ่นชิงอีเอาแต่บ่นพึมพำอยู่คนเดียว โดยไม่มีความคิดจะทำแผลหรือปลอบใจเขาสักนิดเลยแม้แต่น้อย ในใจเอาแต่ห่วงชื่อเสียงของตัวเองฉีอวิ๋นเจิงรู้สึกขมขื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อก่อนขอเพียงเขาได้รับบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย เจียงซุ่ยเหยียนก็จะปวดใจอย่างที่สุด แทบอยากส่งตัวเขาไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลทันทีภายในคฤหาสน์ เจียงซุ่ยเหยียนมักจะเตรียมยาสามัญชนิดต่าง ๆ เอาไว้เสมอเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน แต่ตอนนี้บาดแผลของเขาปวดหนึบไม่หยุด เสิ่นชิงอีกลับไม่มีท่าทีว่าจะช่วยเขาเลยสักนิดใบหน้าของฉีอวิ๋นเจิงซีดเผือด เขาฝืนทนออกจากบ้านใหญ่กลับมาจนถึงคฤหาสน์ ตอนนี้พละกำลังถูกใช้ไปหมดแล้ว เขายังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก ภาพตรงหน้าก็มืดดับลง และหมดสติไปเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เบื้องหน้าคือเพดานของโรงพยาบาล เขาได้ยินเสียงจอแจ เมื่อลุกขึ้นดูก็พบว่าเป็นเสิ่นชิงอีกำลังพากลุ่มสื่อมวลชนมาไลฟ์สดเสิ่นชิงอีที่อยู่หน้ากล้องกำลังร้องไห้พลางเอ่ยพรรณนา“ฉันรู้ค่ะว่าร้านอาหารของฉันทำให้หลาย ๆ คนต่อต้าน หาว่าฉันใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน อาหารก็คุณภาพไม่ดี แต่กลับตั้งราคาแพงหูฉี่ โดยเฉพาะช่วงน
Ler mais

บทที่ 17

เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่เจียงซุ่ยเหยียนจากไป เขาก็เริ่มคิดถึงอดีตอย่างเอาเป็นเอาตาย ต่อให้เสิ่นชิงอีจะมาอยู่ข้างกาย เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกมีความสุขเลย ซ้ำยังรู้สึกรังเกียจที่เธอคิดจะสร้างข่าวลือใส่ร้ายอีกต่างหากยิ่งคิดทบทวนลึกซึ้งมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งคิดถึงเจียงซุ่ยเหยียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คิดถึงความอ่อนโยนของเธอยามอยู่บ้านด้วยกัน คิดถึงสีหน้าห่วงใยที่เธอมีต่อเขา คิดถึงท่าทางเอียงอายของเธอบนเตียง หัวใจของเขาเต้นรัวแรงขึ้น ราวกับได้ค้นพบเรื่องราวอันยิ่งใหญ่บางอย่าง และยิ่งจมดิ่งลงไปในความทรงจำของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆทว่าเจียงซุ่ยเหยียนได้จากไปแล้วจู่ ๆ เขาก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอก ความเจ็บปวดเจียนตายสายหนึ่งแล่นพล่านออกมาจากข้างในเขาเพิ่งค้นพบว่าที่แท้ตัวเองตกหลุมรักเจียงซุ่ยเหยียนเข้าให้ตั้งนานแล้วเขาไม่ได้ตอบคำถามของเสิ่นชิงอี แต่สีหน้ากลับบอกเล่าทุกอย่างไปหมดแล้วเสิ่นชิงอีเองก็เปลี่ยนจากความน้อยเนื้อต่ำใจเป็นความสงสัย สุดท้ายก็เป็นความเดือดดาลเธอทนไม่ได้ที่สุดกับการที่ของของตัวเองจะเปลี่ยนใจไปเข้าข้างคนอื่น ซ้ำยังเป็นเจียงซุ่ยเหยียนที่เธอเคยดูถูกดูแคล
Ler mais

บทที่ 18

ตั้งแต่หลุดพ้นจากฉีอวิ๋นเจิง เจียงซุ่ยเหยียนก็มาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองหนานเฉิงในตอนนั้น ทันทีที่เธอลงจากเครื่องบิน รุ่นพี่ก็นำสมาชิกทีมคนอื่น ๆ มาต้อนรับเธอ เมื่อพวกเขาพูดถึงความฝัน ในแววตาของทุกคนล้วนเปล่งประกายเจิดจ้า ทำให้เจียงซุ่ยเหยียนอดนึกถึงอดีตของตัวเองไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะฉีอวิ๋นเจิง เธอเองก็คงจะก้าวเดินไปบนเส้นทางนี้พร้อมกับพวกเขาตั้งนานแล้วพวกเขากินข้าวด้วยกันหนึ่งมื้อ จากนั้นก็เริ่มทำงานกันต่อแบบไม่หยุดพัก ทุกอย่างในช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้งสตูดิโอจำเป็นต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ทั้งการเลือกสถานที่ ตกแต่ง จดทะเบียน รับสมัครพนักงาน...กระบวนการจากศูนย์ถึงหนึ่งนั้นไม่ใช่สบาย ๆ เลย แต่เจียงซุ่ยเหยียนก็จัดการทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เธอไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องของฉีอวิ๋นเจิงอีกแล้วหลังจากยุ่งวุ่นวายติดต่อกันอยู่หลายเดือน ในที่สุดสตูดิโอก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมารุ่นพี่ถามเธอว่าจะตั้งชื่อว่าอะไรดี เจียงซุ่ยเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเขียนคำว่า “ม่ายซุ่ย” ลงไปเธอหวังว่าไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอหรือชีวิตในอนาคตของเธอจะสามารถเติบโต ออกรวง และกลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามที่น่าอิจฉาได
Ler mais

บทที่ 19

ดื่มเหล้าเสร็จแล้ว เจียงซุ่ยเหยียนก็ขึ้นมารับลมที่ชั้นสองใบหน้าของเธอเหมือนคนกำลังกรึ่ม ๆ แต่สภาพจิตใจกลับเบิกบาน นี่เป็นปีที่สองแล้วนับตั้งแต่เธอจากฉีอวิ๋นเจิงมา จากความเจ็บปวดสับสนในตอนแรก ถึงตอนนี้ที่เธอไม่ยึดติดกับอดีตอีกต่อไป เธอปล่อยวางผู้ชายคนนั้นได้อย่างสมบูรณ์ และจะไม่มีวันรู้สึกอ่อนแอไร้ที่พึ่งเพราะเขาอีกแม้แต่นิดเดียวสายลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบายพาเรือนผมยาวของเธอให้ปลิวขึ้นมา ทำให้ภาพตรงหน้าราวกับเป็นภาพวาดอันงดงามใครบางคนค่อย ๆ เดินขึ้นมา หยุดยืนอยู่ข้างกายเธอ แล้วท้าวแขนลงบนระเบียง“ทำไมถึงขึ้นมาคนเดียวล่ะครับ ทุกคนยังตามหาคุณอยู่เลยนะ” จิ่งซือเฉินถาม“มารับลมน่ะค่ะ รู้สึกเหมือนทุกอย่างมันไม่ค่อยจะสมจริงเท่าไหร่เลย ที่แท้เราก็ทำได้จริง ๆ”เจียงซุ่ยเหยียนหรี่ตาลง แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ“นั่นสิครับ พวกเราทำได้แล้ว”จิ่งซือเฉินมองเธอ แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้สองปีก่อน เธอร่วมมือกับรุ่นพี่ก่อตั้งสตูดิโอ และเชิญเขาเข้าร่วมในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ตอนนั้นแม้ว่าเขาจะเคยได้ยินชื่อของเจียงซุ่ยเหยียนมาบ้าง แต่กลับไม่ค่อยเชื่อนักว่าสตูดิโอที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างดีแห่งนี้จ
Ler mais

บทที่ 20

เธอดูบทสัมภาษณ์นี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เนื้อหาส่วนใหญ่ในนั้นยังคงเป็นผลงานของสตูดิโอม่ายซุ่ย มีเพียงส่วนน้อยที่พูดถึงสถานะของเจียงซุ่ยเหยียน และความสัมพันธ์ของเธอกับฉีอวิ๋นเจิงหลังจากบทสัมภาษณ์ถูกปล่อยออกไป ก็ดึงดูดกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์ได้ระลอกหนึ่ง แต่เจียงซุ่ยเหยียนเพียงแค่ดูผ่าน ๆ แล้วก็หมดความสนใจไปบางทีอาจเพราะเห็นว่าเธอหมดความสนใจแล้ว จิ่งซือเฉินจึงเดินเข้ามา ในมือของเขาถือบัตรเชิญใบหนึ่งมาแกว่งไปมาตรงหน้าของเจียงซุ่ยเหยียนเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ดวงตาของอีกฝ่ายเป็นประกายขึ้นมาในทันที“งานนั้นหรือเปล่าคะ”จิ่งซือเฉินยิ้มอย่างได้ใจ“ถูกต้องครับ เพิ่งจะได้รับมาเมื่อเช้านี้เอง”เจียงซุ่ยเหยียนรีบรับมาทันที ชูบัตรเชิญขึ้นสูงแล้วหมุนตัวไปหนึ่งรอบด้วยความดีใจนี่เป็นใบเบิกทางสำหรับการก้าวเข้าสู่วงการออกแบบระดับมืออาชีพ ถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่จะมีบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการออกแบบเข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังมีนักสะสมหรือผู้ประกอบการที่มาจากทั่วทุกสารทิศอีกด้วย ชื่อของสตูดิโอม่ายซุ่ยจะดังก้องไปทั่วทั้งวงการออกแบบอย่างแท้จริง ในที่สุดเธอก็จะได้ทำความฝันให้เป็นจริงเสียที!“เยี่ยมไ
Ler mais
ANTERIOR
123
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status