جميع فصول : الفصل -الفصل 140

395 فصول

130

เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณที่เคยมีซากศพนับหมื่นกองพะเนินอยู่ ลานกว้างแห่งนั้น เวลานี้กลายเป็นพื้นที่สีดำสนิท มีเถ้าถ่านสีดำถูกลมพัดปลิวว่อนเป็นระยะ วัวและม้าต่างพากันส่งเสียงร้องและย่ำเท้าด้วยความตื่นตระหนก“ไปกันเถอะ รีบออกเดินทาง”เหยียนลั่วหลีเป็นคนแรกที่ควบม้าข้ามผ่านพื้นที่สีดำนั้นไป เด็กหนุ่มในชุดดำบนหลังม้าสีนิลช่างดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใด ๆ ราวกับว่าคนผู้นี้เกิดมาเพื่ออยู่เคียงคู่กับความมืดมิดมิรู้ด้วยเหตุใด เมื่อเหยียนหยาจื่อเห็นภาพนั้นก็รู้สึกใจสั่นสะท้าน เขาเร่งควบม้าพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนเมื่อสามปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง พี่สาวของเขาดูแปลกหน้าไปชั่วขณะไม่สิ นี่คือพี่สาวของเขา ไม่มีผู้ใดจะพรากนางไปจากเขาได้ คนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็รีบเร่งฝีเท้าตามไป เมื่อขบวนรถและม้าผ่านพ้นไป ฝุ่นเถ้าสีดำที่ปลิวว่อนก็ค่อย ๆ สงบลง“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่เถอะ หยุดพักที่นี่ก่อน”เมื่อเดินทางมาถึงตีนเขาแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากหุบเขาเพียงไม่กี่ลี้ เหยียนลั่วหลีก็สั่งให้หยุดขบวน เซียวเฉินควบม้าเข้ามาใกล้แล้วถามว่า “เหตุใดจึงหยุดเสียเล่า ไม่เดินทางต่อรึ”“อ
اقرأ المزيد

131

เอ้อร์โก่วจื่อคว้าเชือกจูงม้าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเดินนำทางพลางหัวเราะอย่างร่าเริง วันนี้เขาดีใจจนแทบจะกินข้าวได้ถึงสามชามรวดโดยไม่ต้องหยุดพักเลยทีเดียว“ท่านผู้อาวุโสเหยียนกลับมาครานี้ ยังจะต้องออกไปที่ใดอีกหรือไม่”เอ้อร์โก่วจื่อเดินไปพลางชวนคุยไปพลางโดยไม่รู้สึกเกร็งแม้แต่น้อย ท่านผู้อาวุโสเหยียนเป็นผู้ที่มีเมตตาที่สุด ทั้งยังมิเคยดูแคลนพวกอันธพาลเช่นพวกเขาเลย พวกเขาจึงชอบที่จะติดตามคนอย่างท่านผู้อาวุโสเหยียนเป็นที่สุดหากมิใช่เพราะการปรากฏตัวของท่านผู้อาวุโส พวกเขาคงยังเป็นเพียงตัวน่ารังเกียจที่กระทั่งสุนัขยังเบือนหน้าหนีอยู่ในหมู่บ้าน เป็นท่านผู้อาวุโสเหยียนที่มอบชีวิตใหม่ให้แก่พวกเขา ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นการเกิดใหม่ต่างหากนี่มันเปรียบประดุจพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดใหม่ชัด ๆ ผู้ใดจะอยากเป็นอันธพาลไปชั่วชีวิตกันเล่า เมื่อนึกถึงผ้าเช็ดหน้าที่อาฮวาในหมู่บ้านมอบให้ เขาก็คาดเดาว่าเรื่องมงคลคงจะใกล้เข้ามาแล้ว ภายในใจจึงยิ่งรู้สึกเบิกบาน“ท่านผู้อาวุโสเหยียน อีกประเดี๋ยวหากข้าแต่งงาน ข้าขอเชิญท่านมาเป็นเถ้าแก่ให้ข้าได้หรือไม่ ว่าที่เจ้าสาวของข้าอยากให้ท่านมาเป็นผู้ใหญ่ฝั่งพวกเรามากเลยนะ”เอ้อ
اقرأ المزيد

132

“นี่ นี่มันเหยี่ยวไห่ตงชิงมิใช่รึ”เมื่อครั้งยังเยาว์ เขาเคยมีวาสนาได้เห็นทูตจากต่างแคว้นนำเหยี่ยวไห่ตงชิงมาถวายเป็นเครื่องบรรณาการ มันมีรูปร่างหน้าตาเช่นนี้มิผิดเพี้ยนเหยี่ยวไห่ตงชิงถือเป็นสายพันธุ์ชั้นสูงในหมู่เหยี่ยว ลำตัวเล็กแต่แข็งแรง บินได้สูงลิบลิ่ว รูปร่างสง่างามและมีความจงรักภักดีเป็นเลิศ กระทั่งนำไปถวายเป็นเครื่องบรรณาการก็ยังเป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิอย่างมากผู้มีอำนาจบางคนถึงกับสั่งให้คนไปตามล่าจับเหยี่ยวชนิดนี้มาเพื่อแสดงถึงบารมีและฐานะของตนเอง หวังเพียงจะได้โอ้อวดให้ผู้คนได้ประจักษ์ สัตว์ชนิดนี้ใช่ว่าจะจับมาฝึกให้เชื่องได้ง่าย ๆ เหตุใดคนผู้นี้จึงหามาได้ถึงสองตัวในครั้งเดียว เหยียนลั่วหลีปรายตามอง“เจ้าก็ตาถึงมิเบานี่”“ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว สมัยเด็กมีของแปลกของหายากอันใดบ้างที่ข้าไม่เคยเห็น”เซียวเย่หยางเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ ของสิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาในอดีตขึ้นมา“เหตุใดจึงไม่แสร้งทำตัวโง่เขลาต่อแล้วเล่า” นางยังนึกว่าคนผู้นี้จะไม่ยอมเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้ายเสียอีกชายหนุ่มยิ้มขื่น “ท่านก็ล่วงรู้มาตั้งนานแล้วมิใช่รึ”ฉับพลันนั้นเหยียนล
اقرأ المزيد

133

เหยียนหยาจื่อเดินตามอยู่ข้างกายอย่างเงียบงัน เดิมทีเหยียนลั่วหลีไม่ต้องการให้เขาตามออกมาเห็นภาพการจากลา ทว่าใครจะรู้ว่าเจ้าเด็กคนนี้ยังแอบลอบตามออกมาจนได้เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยาม รถม้าก็สั่นคลอนไปตลอดทางจนมาถึงจุดหมายและได้สมทบกับเซียวเฉิน เซียวเฉินปรับเปลี่ยนอารมณ์ของตนเองและประดับรอยยิ้มที่ไร้ที่ติตั้งแต่เนิ่น ๆ เขาควบม้าเข้าไปหาเซียวเย่หยาง“สหายเหยียนจะไม่เดินทางไปพร้อมกับข้าจริง ๆ รึ” เขายังคงไม่ยอมแพ้ที่จะดึงตัวผู้มีความสามารถที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้ไป หากมีคนผู้นี้คอยช่วยเหลือ ตำแหน่งบนราชบัลลังก์ย่อมต้องตกอยู่ในกำมืออย่างแน่นอนเหยียนลั่วหลีส่ายหน้าโดยไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด นางเพียงแค่จ้องมองขบวนคนเหล่านั้น ด้านหลังของพวกเขาทั้งสองคือทหารองครักษ์สามสิบกว่านาย หากขบวนคนกลุ่มนี้ระมัดระวังตัวให้ดีก็คงสามารถเดินทางไปถึงเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัย เซียวเฉินเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้า “เฮ้อ ช่างเถิด ท่านวางใจได้ ข้าจะต้องดูแลหลานชายของข้าเป็นอย่างดี”ผู้ใดบ้างจะไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสอง คำพูดในยามนี้ก็เพียงเพื่อกล่าวย้ำให้เขาฟังเท่านั้น“คงต้องรบกวนองค์ชายสามแล้ว” เหยียนลั่วหลีปร
اقرأ المزيد

134

บนกำแพงหมู่บ้านสูงตระหง่าน เหยียนลั่วหลียืนเอามือไพล่หลังมองดูฝูงชนที่กำลังสนุกสนาน ท่วงท่าองอาจผึ่งผายนั้นช่างสะดุดตายิ่งนัก“ท่านผู้อาวุโสเหยียน หน่วยที่หนึ่งมาถึงหน้าทางเข้าหุบเขาแล้ว”องครักษ์ส่วนตัวที่รีบร้อนขึ้นมาบนกำแพงเข้ามารายงานใกล้ ๆ เมื่อมองดูให้ดีก็จะพบว่าคนผู้นี้แท้จริงแล้วคือสตรีที่ปลอมตัวเป็นบุรุษ เหยียนลั่วหลีไม่ได้หันกลับมา เพียงแต่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“นำของกลับมาด้วยหรือไม่”องครักษ์ชะงักไปเล็กน้อยจากนั้นก็รายงานต่อไปว่า“นำกลับมาแล้ว บรรทุกมาเต็มเกวียนน้อยใหญ่ ข้าวของอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก”เมื่อได้ยินดังนั้น เหยียนลั่วหลีจึงหันกลับมาและเดินนำลงจากกำแพงหมู่บ้านไป“ไปดูกันเถิด” องครักษ์ดึงสติกลับมาและรีบเดินตามไป ฝีเท้าที่หนักแน่นมั่นคงนั้นปิดบังความดีใจเล็ก ๆ ไว้ได้อย่างมิดชิดนางมีนามว่าจือจื่อ เมื่อสองปีก่อนตอนที่มีการอพยพ นางคือคนที่วิ่งแข่งมาถึงหุบเขาเป็นคนแรก ในตอนนั้นนางเฝ้ารอแล้วรอเล่าจนเห็นว่าท่านผู้อาวุโสเหยียนทำท่าจะลืมเลือนเรื่องนี้ไปเสียแล้ว นางจึงมิสนใจสิ่งใดอีกและหาโอกาสเข้าไปขวางทางไว้จวบจนบัดนี้นางก็ยังคงจำได้ดีว่าบ่ายวันนั้นแดดร้อนแผดเผาเพียงใด
اقرأ المزيد

135

เหล่าชายฉกรรจ์ที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกันต่างพากันลุกขึ้นตอบเมื่อเห็นเหยียนลั่วหลีมาถึง“ปัดโธ่ ลำบากอันใดกัน พวกเรากำลังเบิกบานใจต่างหาก”“นั่นสิ ท่านผู้อาวุโสเหยียน ท่านคงไม่ทราบว่าทิวทัศน์นอกด่านนั้นงดงามเพียงใด คราวหน้าพวกเราไปด้วยกันเถิด”“พวกต่างแคว้นตาน้ำข้าวนั่นอิจฉาของของพวกเรานัก พอไปถึงยังไม่ได้ปลดสัมภาระลงก็ถูกแย่งซื้อไปจนหมดเกลี้ยงเลยเชียว”“ไม่ใช่หรือไร ใบชาและผ้าไหมเหล่านั้นถูกแย่งชิงราวกับได้เปล่า พวกเขาไม่รู้หรอกว่าพวกเรานำมาขายโก่งราคาขึ้นถึงสิบกว่าเท่า ฮ่าฮ่าฮ่า”เหยียนลั่วหลียิ้มรับฟังจนจบ “ทุกท่านเดินทางกลับมาโดยสวัสดิภาพ คืนนี้หมู่บ้านของพวกเราจะจุดพลุเฉลิมฉลอง”เหล่าชายฉกรรจ์ต่างส่งเสียงร้องเรียก “ดีมาก ออกเดินทางอยู่ภายนอกข้าก็คิดถึงแต่สุราดอกท้อของพวกเรา”“เจ้าคิดถึงสุราดอกท้อรึ ข้าดูแล้วเจ้าคงคิดถึงภรรยาเสียมากกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า”“เฮอะ เจ้าคนไม่ได้เรื่อง เจ้าไม่คิดถึงภรรยาหรืออย่างไร”กลุ่มคนกอดคอกันขึ้นเกวียนเทียมวัวเร่งรุดกลับหมู่บ้าน ทางเข้าหุบเขาส่งเสียงดังกึกกักขณะดึงแผ่นกั้นปิดลงและกลับคืนสู่ความสงบ“ท่านพ่อ เป็นท่านพ่อกลับมาแล้ว”“ท่านพ่อของข้าก็กลับมาแล้ว”
اقرأ المزيد

136

ไม่ใช่ว่าเหยียนลั่วหลีทำสิ่งใดเกินความจำเป็น แม้ว่าสองปีมานี้สภาพอากาศจะราบรื่น ทว่าสงครามทั้งภายในและภายนอกแคว้นก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องแคว้นต่างๆ พอฟื้นตัวจากภัยพิบัติก็เริ่มยกทัพรุกรานแคว้นอื่นขนานใหญ่เพื่อเติมเต็มคลังหลวง ภัยพิบัติทางธรรมชาติผ่านพ้นไปแล้วทว่าภัยพิบัติจากน้ำมือมนุษย์ก็ยังไม่จบสิ้นโชคดีที่แดนเหนือมีพื้นที่กว้างใหญ่และผู้คนเบาบาง ไม่ได้ดูมั่งคั่งดั่งเช่นแดนใต้ สองปีมานี้จึงสามารถรอดพ้นจากเคราะห์กรรมไปได้ว่ากันว่ายามนี้แดนใต้กำลังทำการปราบปรามกองกำลังกบฏ ชาวบ้านต้องพลัดพรากไร้ที่อยู่อาศัย ยิ่งไปกว่านั้น กองกำลังกบฏยังยึดครองพื้นที่เป็นของตนเองและใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง จึงทำให้ไม่อาจพิชิตลงได้เสียทีการตัดเสบียงอาหารนั้นเป็นเรื่องที่หมดหนทางแล้ว ทำได้เพียงค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้ศึกทั้งในและนอก ภาษีอากรก็หนักหน่วงขึ้นทุกวัน ชาวบ้านทนทุกข์ทรมานอย่างหาที่สุดไม่ได้มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ เมื่อสิ้นสุดปี ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ต้องนำไปจ่ายภาษีรายหัวและภาษีต่างๆ สิ่งที่หลงเหลืออยู่นั้นไม่เพียงพอสำหรับเป็นเสบียงอาหารตลอดทั้งปีของครอบครัวที่มีห้าคนด้วยซ้ำหมู่บ้านเป่ยซานกลับเป
اقرأ المزيد

137

เซ่าจื่อเป็นคนที่เหยียนลั่วหลีเลื่อนขั้นขึ้นมาด้วยมือของนางเอง รับหน้าที่ดูแลการค้าขายกับแคว้นเพื่อนบ้านโดยเฉพาะ เวลาที่เขาอยู่ในหมู่บ้านตลอดทั้งปียังน้อยกว่าเวลาที่วิ่งรอกอยู่ข้างนอกเสียอีกหู่โถวซึ่งเป็นบุตรชายของต้าซานรับหน้าที่ดูแลการค้าทางตอนใต้ของแดนเหนือ เหอสุ่ยบุตรชายของเหอเฟิงรับหน้าที่ดูแลทางตอนเหนือ ส่วนจางเฟยนั้นยังคงอยู่ในเมืองหลิ่งเป่ยเพื่อคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของทุกฝ่ายทั้งสองต่างนำพากองคาราวานเดินทางไปทั่วเหนือจรดใต้ นำสินค้าจากทางเหนือไปขายทางใต้ แล้วนำสินค้าจากทางใต้กลับมาขายทางเหนือนอกจากนี้ สำนักคุ้มภัยหู่เหมินในเมืองหลิ่งเป่ยก็เป็นกิจการที่หมู่บ้านเป่ยซานเปิดขึ้น ชื่อเสียงนี้ในแดนเหนือถือเป็นขุมกำลังที่โด่งดังอย่างยิ่งมีนิสัยใจคอกว้างขวาง วรยุทธ์สูงส่ง สมองก็ยังฉลาดหลักแหลมกว่าคนทั่วไป กระทั่งเสบียงอาหารที่ใช้ในการศึกแนวหน้าก็ยังเคยช่วยขนส่งมาแล้วหลายคราเพียงแต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าสำนักคุ้มภัยหู่เหมินนี้เป็นพวกเดียวกันกับผู้เบิกทางแห่งแดนเหนือ ชื่อเสียงของเจียงหนานเหนือแดนทุ่งหญ้าเริ่มต้นมาจากเมืองหลิ่งเป่ย ด้วยความช่วยเหลือของเหยียนลั่วหลี ในตอนที่ให้ยืมคนไปช่
اقرأ المزيد

138

ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น เป็นคนที่เขาเห็นมาตั้งแต่เล็กจะไม่หวังดีได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นกิจการใหญ่โตขนาดนี้ หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นแล้วจากไปจะทำเช่นไร ร่างกายของเขานับวันยิ่งย่ำแย่ ไม่รู้ว่าจะทนได้อีกนานเท่าใด เจ้าพวกเด็กเหลือขอพวกนี้ต้องทำตัวให้สงบเสงี่ยมหน่อย“เอาล่ะ หากข้าไปแล้วยังกลับออกมาไม่ได้ ถ้าหากให้พวกเจ้าไปมิใช่รนหาที่ตายหรือ”เหยียนลั่วหลีรู้สึกขบขัน ความภักดีของคนเหล่านี้ย่อมไม่ต้องพูดถึง เพียงแต่นางพูดความจริงนางเป็นคนรักตัวกลัวตายที่สุด จะทำเรื่องที่ไม่มีความมั่นใจง่ายๆ ได้อย่างไร คนหลายคนหน้าแดงก่ำพูดไม่ออก นี่คือความจริงไม่ผิด เพียงแต่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูนักเหอเฟิงตะโกนเสียงดัง “เช่นนั้นท่านไม่ต้องสนใจ ถึงอย่างไรวันหน้าห้ามท่านไม่ให้ทำเรื่องอันตรายเช่นนี้อีก”“ใช่แล้ว มีอันใดก็ให้เหอเฟิงไปทำเถิด” เหลียงต้าซานเป็นยอดฝีมือในการขุดหลุม“เจ้าทึ่มนี่ถึงกับขายข้า เรื่องแบบนี้ยังต้องพูดอีกหรือ ท่านผู้อาวุโสเหยียนวันหน้าท่านสั่งมาได้เลย บุกน้ำลุยไฟข้าก็ไม่กะพริบตา”เหอเฟิงพุ่งตัวเข้าไปหาเหลียงต้าซานเซ่าจื่อย่อนั่งลงตัวดูความครึกครื้นอยู่ด้านข้าง เขาอายุเพียงยี่สิบต้นๆ ในที่นี้ม
اقرأ المزيد

139

“หัวไชเท้านี้อร่อยนัก ทั้งกรอบทั้งหวาน กัดคำเดียวน้ำชุ่มฉ่ำจนกลืนแทบไม่ทัน แบ่งให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนชิมบ้าง จะได้ช่วยดูแลเด็กๆ ของพวกเรา นี่ก็ยังมีอีก เอาผักกาดขาวที่ทั้งกรอบทั้งหวานนี่ไปด้วย ซอสเต้าเจี้ยวมีอีกหรือไม่ ยามนี้จิ้มซอสกินอร่อยที่สุด”ข้างๆกันชายชรามองตาละห้อย “ไม่เอาสุราดอกท้อของพวกเราไปสักหน่อยหรือ”“เพียะ” เสียงตบดันสนั่นขึ้นที่แท้เป็น หญิงชราตบหัวชายชราฉาดใหญ่ปากก็ก่นด่าชายชราเสียงดัง “ตาเฒ่าเจ้านี่รนหาที่ตายจริงๆ บัณฑิตที่ไหนเขาดื่มสุรากัน ท่านผู้อาวุโสเหยียนอย่าไปฟังตาเฒ่าพูดจาเหลวไหล เอาผลไม้เชื่อมไปหรือยัง สาลี่เชื่อม ลูกท้อเชื่อม เอาไปให้มากหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”กลุ่มนายพรานที่เพิ่งกลับจากการล่าสัตว์ได้ยินเสียงเอะอะก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาเช่นเดียวกัน “มีแต่ของป่ากับผักจะกินอิ่มได้อย่างไร เอาเนื้อไปเยอะๆ หน่อยสิ ดูสิกระต่ายป่ายังอุ่นๆ อยู่เลย ยามนี้เนื้อกำลังอ้วนพีอร่อยนัก ไก่ป่าก็เอาไปด้วย”“ท่านผู้อาวุโสเหยียน ฝากไปให้พี่เหยียนหยาจื่อด้วยนะ เมื่อใดพี่เขาจะเลิกเรียน”“พี่เหยียนหยาจื่อรับปากว่าจะหาของเล่นสนุกๆ มาฝากพวกเราด้วย”กลุ่มเด็กชายหญิงวัยรุ่นส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวสอ
اقرأ المزيد
السابق
1
...
1213141516
...
40
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status