จือจื่อมองดูลายมือบนซองจดหมายก็รู้ว่าไม่ใช่ของท่านผู้อาวุโสเหยียน คิดดูแล้วก็เข้าใจเรื่องราวทันที “รับทราบ” จือจื่อรับจดหมายมาแล้วหันหลังวิ่งออกไปพอถึงเวลายามอู่ ขบวนคนและม้ากลุ่มเดิมก็เตรียมตัวออกเดินทาง กระทั่งเสิ่นเมิ่งซีก็ยังออกมาส่ง คนของสำนักคุ้มภัยซื่อไห่ได้แต่มองตาละห้อยเพราะไม่อาจติดตามไปได้ พวกเขาเองก็อยากไปด้วยเช่นกัน แส้ม้าถูกสะบัดดังขวับ เหยียนลั่วหลีออกคำสั่งให้เดินทาง “ไปกันเถอะ”เซ่าจื่อขี่อูฐฮัมเพลงที่ไม่รู้จักชื่อด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ คนอื่นๆ ก็ชมทิวทัศน์รอบข้างพลางกระซิบกระซาบและระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเป็นระยะๆ พวกเขาเดินทางรอนแรมขึ้นเหนือล่องใต้มาไม่น้อย ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางมาที่ทะเลทรายในใต้หล้านี้จะมีสักกี่คนที่เข้าไปในทะเลทรายแล้วรอดชีวิตกลับมาได้ ก็มีเพียงท่านผู้อาวุโสเหยียนของพวกเขาเท่านั้นแหละที่ทำได้ เวลานี้ ก็ต้องนับรวมพวกเขากเข้าไปด้วยแล้วรอจนแก่เฒ่าเดินไม่ไหวฟันหลุดร่วงสังขารโรยรา ค่อยเล่าวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาให้ลูกหลานฟัง ช่างได้หน้าได้ตาเสียจริง ไม่แน่ว่าภายหน้าหากมีคนรู้เรื่องราวและจดบันทึกลงในตำรา คนรุ่นหลังก็อาจจะได้ฟังเรื่องราวข
اقرأ المزيد