جميع فصول : الفصل -الفصل 170

395 فصول

160

จือจื่อมองดูลายมือบนซองจดหมายก็รู้ว่าไม่ใช่ของท่านผู้อาวุโสเหยียน คิดดูแล้วก็เข้าใจเรื่องราวทันที “รับทราบ” จือจื่อรับจดหมายมาแล้วหันหลังวิ่งออกไปพอถึงเวลายามอู่ ขบวนคนและม้ากลุ่มเดิมก็เตรียมตัวออกเดินทาง กระทั่งเสิ่นเมิ่งซีก็ยังออกมาส่ง คนของสำนักคุ้มภัยซื่อไห่ได้แต่มองตาละห้อยเพราะไม่อาจติดตามไปได้ พวกเขาเองก็อยากไปด้วยเช่นกัน แส้ม้าถูกสะบัดดังขวับ เหยียนลั่วหลีออกคำสั่งให้เดินทาง “ไปกันเถอะ”เซ่าจื่อขี่อูฐฮัมเพลงที่ไม่รู้จักชื่อด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ คนอื่นๆ ก็ชมทิวทัศน์รอบข้างพลางกระซิบกระซาบและระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเป็นระยะๆ พวกเขาเดินทางรอนแรมขึ้นเหนือล่องใต้มาไม่น้อย ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางมาที่ทะเลทรายในใต้หล้านี้จะมีสักกี่คนที่เข้าไปในทะเลทรายแล้วรอดชีวิตกลับมาได้ ก็มีเพียงท่านผู้อาวุโสเหยียนของพวกเขาเท่านั้นแหละที่ทำได้ เวลานี้ ก็ต้องนับรวมพวกเขากเข้าไปด้วยแล้วรอจนแก่เฒ่าเดินไม่ไหวฟันหลุดร่วงสังขารโรยรา ค่อยเล่าวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาให้ลูกหลานฟัง ช่างได้หน้าได้ตาเสียจริง ไม่แน่ว่าภายหน้าหากมีคนรู้เรื่องราวและจดบันทึกลงในตำรา คนรุ่นหลังก็อาจจะได้ฟังเรื่องราวข
اقرأ المزيد

161

พูดจบก็หยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจากอกเสื้อ "สมุดภาพทะเลทรายที่ข้าพกมาจากหมู่บ้าน ผู้ใดต้องการบ้าง ครั้งละหนึ่งตำลึงเงิน""ข้าเอา ข้าเอา เจ้านี่พกของวิเศษมาด้วยก็ไม่ยอมบอก แอบอ่านโต้รุ่งมาไม่น้อยเลยล่ะสิ" ชายฉกรรจ์แย่งสมุดมาแล้วยื่นเงินให้ คนอื่นๆ ก็เข้ามามุงดูรอบกองไฟอย่างพินิจพิเคราะห์นี่แหละที่เรียกว่าเมื่อถึงคราวต้องใช้ความรู้ก็กลับเสียใจว่ามีความรู้น้อยเกินไปเซ่าจื่อยิ้มโดยไม่พูดจา พาคนต้อนอูฐไปที่ตาน้ำ เมื่อไปถึงตาน้ำก็หยิบเข็มเงินออกมาทดสอบดูก่อน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีพิษจึงปล่อยให้พวกมันดื่มอย่างเต็มที่"ดูสิว่านี่คืออันใด" ปิงจื่อที่เพิ่งกลับมาจากการล่าสัตว์ ยกงูพิษที่อยู่ในมือขึ้นให่กับคนอื่นๆดูในขณะที่ทุกคนกำลังผลัดกันดูสมุด ปิงจื่อก็นำคนกลับมาจากการล่าสัตว์แล้ว ที่นี่ไม่มีสัตว์ใหญ่ มีเพียงกระต่ายและหนูทรายไม่กี่ตัว รวมทั้งงูหางกระดิ่งหนักหลายชั่ง“เหอะ คืนนี้มีลาภปากแล้ว น้ำแกงงูพิษนี่แหละอร่อยล้ำแถมยังช่วยแก้หนาวได้ดีนัก” จือจื่อหยิบหัวขิงสองสามแง่งออกมาจากกระเป๋าใบเล็กที่พกติดตัว“ข้าว่านะจือจื่อ กระเป๋าใบนี้ของเจ้ามีทุกสิ่งอย่างเลยหรือ ยังมีของแปลกอันใดที่พวกเรายังไม่เคยเห็นอ
اقرأ المزيد

162

ก้อนสำลีสีขาวและสีดำที่กำลังวิ่งกันเป็นกลุ่มๆ นั่นมิใช่ฝูงแกะที่กำลังเคลื่อนที่หรอกหรือ ทุกคนยืดตัวขึ้นมองดูแต่ไกล ที่ก้นกระทะทะเลทรายไม่ไกลนักเริ่มมีก้อนขนฟูฟ่องผุดขึ้นมาทีละก้อน พอมองดูให้ชัดๆ ก็เห็นว่าเป็นฝูงแกะจริงๆ ด้วยด้านหลังฝูงแกะยังมีคนป่าสามคนที่ถือไม้ยาวและสวมเสื้อคลุมหนังแกะเดินตามมาด้วย ฝูงแกะหยุดชะงักเมื่ออยู่ห่างออกไปราวร้อยกว่าหมี่ ผู้ใหญ่หนึ่งคนและเด็กสองคนเมื่อเห็นคนหลายสิบคนก็ไม่กล้าก้าวเข้ามาใกล้ เพียงแต่ชะโงกหน้ามองมาทางพวกเขาเซ่าจื่อและพรรคพวกก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว จะบอกว่าเป็นศัตรูก็พูดไม่ได้เต็มปาก เจ้าเคยเห็นแกะเดินเข้าปากเสือหรือ จะบอกว่าเป็นสหายก็พูดไม่ได้อีกเช่นกัน พวกเขาก็ไม่เคยพานพบกันมาก่อนขณะที่กำลังกังวลและสงสัย พวกเขาก็เห็นท่านผู้อาวุโสเหยียนขี่อูฐเดินเข้าไปหาคนป่าทั้งสองคน จากนั้นพวกเขาได้ยินผู้อาวุโสเหยียนพูดกับคนป่าทั้งสามคนนั้นว่า “ซาปา ข้าเอง”เมื่อได้ยินเสียง ทั้งสามคนก็ราวกับมั่นใจในบางสิ่งจึงรีบต้อนฝูงแกะวิ่งเข้ามาหา พอเข้ามาใกล้ก็เห็นชัดเจนว่าการแต่งกายของคนทั้งสามนี้เหมือนคนป่าจริงๆบนตัวสวมใส่หนังสัตว์หลากหลายชนิดเพื่อปกปิดจุดซ่อนเร้น ทว่า
اقرأ المزيد

163

คนกลุ่มนั้นเจ้าเล่ห์นัก ไม่รู้ว่ามาจากที่ใด อาศัยการปล้นชิงข้าวของของพวกเขาเพื่อประทังชีวิต ในทะเลทรายมีชนเผ่าอยู่เพียงสามเผ่า ล้วนถูกคนกลุ่มนี้คุกคามจนหมดสิ้น“ข้าจะติดต่อกับนักบวชอีกสองเผ่าเดี๋ยวนี้ ให้พวกเขามาดูจุดจบของคนกลุ่มนี้” นักบวชกล่าวอย่างเคียดแค้นเหยียนลั่วหลียื่นมือออกไป “เชิญท่านตามสบาย”นางยังไม่ได้บอกท่านนักบวชว่านางสงสัยว่าคนกลุ่มนั้นจะเป็นผู้ลี้ภัยที่หลบหนีภัยพิบัติเข้ามา เป็นผู้ลี้ภัยก็ช่างเถิด ทว่าการเข้ามายึดครองดินแดนของผู้อื่นแล้วไม่ยอมทำมาหากิน กลับมาปล้นชิงสิ่งของเช่นนี้ช่างไร้ศีลธรรมนักนักบวชเรียกเด็กหนุ่มคนหนึ่งมา พูดจาภาษาที่ฟังไม่เข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มก็วิ่งออกไปจากเนินดินแล้วหายตัวไปทั้งสองนั่งสนทนากันอยู่ในตำแหน่งสูงสุด ส่วนคนอื่นๆ ด้านล่างก็ดื่มนมแกะและกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย เพียงไม่นานท้องฟ้าก็เริ่มมืดมิด ลมหนาวพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ลานกว้างด้านนอกจุดกองไฟขนาดใหญ่ บนนั้นย่างแกะทั้งตัวนับสิบตัว ผู้อาวุโสของอีกสองชนเผ่าก็ทยอยเดินทางมาถึง“เหยียน ไม่ได้พบเจ้ามาปีกว่าแล้ว”กลุ่มคนเดินมาจากที่ไกล ร้องทักทายชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกองไฟแต่ไกล เห
اقرأ المزيد

164

“ข้าขอลาตรงนี้เถิด ยามใดที่ข้าต้องการความช่วยเหลือ หวังว่าทุกท่านจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยไม่ลังเล” เหยียนลั่วหลีกระชับแส้ม้าในมือแน่นและมองไปยังกลุ่มคน“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น” ชนเผ่าของพวกเขามีความซื่อสัตย์ที่สุด ไม่มีทางทำเรื่องเนรคุณเช่นนั้นแน่นอน“เช่นนั้นข้าขอลาแล้วพบกันใหม่”จนกระทั่งเดินทางมาได้ไกลแล้ว เมื่อหันกลับไปมองก็ยังคงเห็นผู้คนที่มาส่งยังไม่แยกย้ายไปไหน แต่ละคนชะเง้อคอมอง กระทั่งอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาดูขบวนคนที่จากไปไกลปิงจื่อคิดว่ามันไม่ง่ายเลยจริงๆ คำพูดนี้หมายถึงชนเผ่า และหมายถึงท่านผู้อาวุโสเหยียนของพวกเขาด้วย ที่แท้เส้นทางสายไหมก็เริ่มวางแผนมาตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว นี่คือการมองการณ์ไกลหรือว่าผู้อาวุโสเหยียนจะล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าหรรืออย่างไรถึงได้มีการเตรียมการเอาไว้ก่อนล่วงหน้าทุกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดีที่ตัวเองเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านผู้อาวุโสเหยียน หลายปีมานี้ผู้ที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเขามีสักกี่คนที่มีจุดจบที่ดีบ้างในการรับมือกับศัตรู ท่านผู้อาวุโสเหยียนไม่เคยเสียเวลาคิดหาวิธีเกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน มีแต่จะสังหารให้สิ้นซาก ทว่ากับชาวบ้านธรรมดากลับเป็นคนปา
اقرأ المزيد

165

ขณะที่ทุกคนกำลังครุ่นคิด เซียวเย่หยางก็เอ่ยขึ้น เขาไม่มีเวลามากพอที่จะมาเสียเวลากับคนพวกนี้แล้ว ผู้ใดที่ไม่จำเป็นต้องฆ่าเขาก็พยายามจะไม่ฆ่า เพียงแต่คนกลุ่มนี้ล้วนเป็นพวกโหดเหี้ยมอำมหิต หากรับการยอมจำนนของคนเหล่านี้เอาไว้ รอให้พวกเขาจากไป ต่อให้พวกมันไม่ก่อเรื่องเดิมซ้ำรอย ชาวบ้านในละแวกนี้ก็คงถูกรังแกจนไม่อาจใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้เขารู้ดีกว่าผู้ใดว่าอำนาจนี้มิใช่สิ่งที่ใครจะยอมปล่อยวางได้ง่ายๆ และสิ่งที่คนในราชวงศ์อย่างพวกเขาห้ามทำมากที่สุดก็คือความใจอ่อน ยอมฆ่าผิดพันคน ดีกว่าปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียวทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ดูเหมือนว่าซื่อจื่อจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เช่นนี้ไม่ต้องพูดถึงข่าวลือในเมืองหลวงเลย กระทั่งพวกเขาก็ยังรู้สึกว่ามันโหดร้ายไปสักหน่อยหากลงมือเช่นนี้ ฉายาปีศาจกระหายเลือดก็คงสลัดไม่หลุดแล้ว ขณะที่กำลังจะเอ่ยเกลี้ยกล่อม ทันใดนั้นเซียวเย่หยางก็ลุกพรวดขึ้นมา ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ม่านประตูโดยไม่ขยับเขยื้อน ชุดเกราะสีดำขลิบทองบนร่างสั่นไหวจนเกิดเสียงดังเกรียวกราวเซียวเย่หยางที่อยู่ดีๆก็ลุกพรสดพราดขึ้นมาเพราะหูของเขาได้เสียงนกอินทรีร้องมาแต่ไกล เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองเอง
اقرأ المزيد

166

อาศัยคนเหล่านี้ก็ถือว่าเรียกลมเรียกฝนได้ ผู้ใดจะคาดคิดว่าเมื่อเดือนก่อนจะได้มาพบคนกลุ่มนี้ที่ไล่ตามมาจนถึงตอนนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังปิดล้อมพวกเขาไว้ในเมืองอย่างแน่นหนา หากในเมืองไม่มีเสบียงอยู่บ้างก็คงทนมาไม่ได้ถึงหนึ่งเดือนยามนี้เสบียงเริ่มขาดแคลน เข้าก็ไม่ได้ ออกก็ไม่ได้ ทำเอาพวกเขาร้อนใจจนแทบบ้า รอให้จับคนสวมชุดเกราะสีดำผู้นั้นได้ จะต้องถลกหนังเลาะเอ็นมันให้จงได้ ถ้าหากไม่ใช่เพราะคนชุดเกราะสีดำสีดำผู้นั้น พวกเขาจะต้องลำบากขนาดนี้หรืออย่างไร ย่อมเป็นเพราะคนผู้นั้น ที่สร้างความเดือด้อนให้พวกเขา เช่นนั้นแล้วก็ไม่ต้องไว้หน้ากันแล้ว พวกเขาเองก็จะลงมือในวันนี้เช่นเดียวกันนอกหุบเขามีคนผู้หนึ่งเคลื่อนไหวอยู่หลายชั่วยามไม่รู้ว่าทำอันใดแน่ ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มมืดมิดเช่นกัน ควันไฟหุงต้มลอยขึ้นมาพร้อมกับควันบางเบาที่มองไม่ค่อยชัด ไร้สีไร้กลิ่น ปะปนไปกับกลิ่นอาหารจนแยกไม่ออกภายในกระโจมมีเงาร่างวูบไหว ทันใดนั้นก็เห็นคนล้มลงทีละคนพร้อมเสียงชามแตก ทหารที่เดินลาดตระเวนอยู่ด้านนอกก็เริ่มเดินโซเซก่อนจะล้มพับลงกับพื้นหมดสติไปชายท่าทางมอมแมมบนเนินดินร้องตะโกนอย่างดีใจ หันไปพยักหน้าให้คนหลายร้อยคนด้า
اقرأ المزيد

167

ใต้ฝ่าพระบาทโอรสสวรรค์เต็มไปด้วยขุนนางผู้สูงศักดิ์ พวกเขาตั้งแต่เด็กก็ถูกรังแกมาไม่น้อย ลิ้มรสสายตาดูแคลนและความขมขื่นมาสารพัด ซื่อจื่อเป็นขุนนางที่ดีหรือไม่พวกเขาไม่รู้ ทว่าต้องเป็นคนดีอย่างแน่นอนภายใต้หุบเขามีเสียงด่าทอและเสียงดังจอแจดังระงม มีคำด่าทอทุกรูปแบบ เซียวเย่หยางฟังแล้วก็มีสีหน้าเรียบเฉยทันใดนั้นทหารชั้นผู้น้อยผู้หนึ่งก็วิ่งมาจากที่ไกลแล้วก้าวเข้ามา “รายงานขอรับ”เมื่อเห็นคนมาถึงตรงหน้าเซียวเย่หยางจึงเอ่ยปาก “พูดมา”“ในเมืองควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว ชาวบ้านถูกรวบรวมไว้ด้วยกันแล้วขอรับ”ชายผู้นั้นสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก้มหน้ามอมแมมลงไม่รู้ว่าคิดสิ่งใดอยู่และเผยรอยยิ้มที่ชวนขนลุกออกมา เซียวเย่หยางได้ยินก็เดินนำหน้าไป “คุมตัวคนตามมา” ขบวนคนกลุ่มใหญ่คุมตัวคนที่เหลืออยู่หลายร้อยคนมุ่งหน้าไปยังเมือง บนถนนมีซากศพนอนทับถมกันเกลื่อนกลาด“รีบดูสิ ทหารจริงๆ ด้วย เป็นทหารทางการจริงๆ”“พวกเรามีทางรอดแล้ว”“ใต้เท้าผู้ทรงธรรม ท่านลืมตาแล้ว”“โฮๆๆ ท่านพ่อ ท่านเห็นแล้ว ท่านจงดูอยู่ใต้ปรโลกเถิด”คนหลายพันคนเมื่อเห็นกองทัพมาถึงก็พากันคุกเข่าลงโขกศีรษะอย่างต่อเนื่อง ภัยแล้งผ่านพ้นไปนานแล้ว
اقرأ المزيد

168

“เช่นนั้นพวกเราก็มาสายไปจริงๆ ทว่าพวกเดรัจฉานเหล่านี้ขอปล่อยให้พวกท่านเป็นคนจัดการ”การเดินทัพของพวกเขาเมื่อไปถึงสถานที่ใดและสกัดจับโจรป่าได้ก็มักจะจัดการเช่นนี้เสมอ พวกที่ทำร้ายชาวบ้านก็ต้องให้ชาวบ้านลงมือเองจึงจะสามารถระบายความแค้นในใจได้ หากมิเป็นเช่นนั้นผู้ใดจะรู้ว่าจะมีคนเกิดความเคียดแค้นจนลุกฮือขึ้นมาก่อกบฏอีกหรือไม่“ดี ประหารชีวิตตรงนี้เลย”“ไอ้พวกลูกเต่าเหล่านี้ ต้องบดกระดูกพวกมันให้เป็นผุยผงและโปรยเถ้าถ่านทิ้ง”เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน ชาวบ้านต่างชูมือขึ้นสูงและตะโกนทั้งน้ำตา “ฮ่องเต้ทรงพระเจริญ ฮ่องเต้ทรงพระเจริญ หมื่นหมื่นปี”เสียงตะโกนเรียกร้องความยุติธรรมที่ดังกึกก้องอยู่ข้างหูทำให้โจรหลายร้อยคนที่เหลืออยู่เริ่มหวาดกลัว พวกเขาสามารถฆ่าคนได้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะถูกผู้อื่นฆ่า พอได้ยินเช่นนั้น ชั่วขณะหนึ่งบางคนถึงกับกลัวจนปัสสาวะราด ตัวสั่นเทาหลิวต้าหู่แหงนหน้าให้สัญญาณทหารปล่อยชาวบ้านที่ถูกขวางไว้ สถานการณ์กลายเป็นความวุ่นวายในพริบตา ชาวบ้านพุ่งเข้าใส่กลุ่มโจรป่าบนพื้นทหารนายหนึ่งเฝ้าอยู่รอบนอก เมื่อเห็นภายในฝูงชนส่งเสียงร้องโหยหวนและเสียงขอชีวิตก็ทำเป็นหูทวนลม ผ่านไปครึ่ง
اقرأ المزيد

169

เช้าวันรุ่งขึ้นตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ภายใต้หุบเขาทหารหลายพันนายกำลังวุ่นวายกับการเก็บกระโจมและสัมภาระเดินทัพ ยามนี้ภายในกระโจมหลักหลิวต้าหู่กำลังนั่งทำหน้าบึ้งตึง“เฮ้ ข้าว่าเจ้าคนหยาบกระด้าง เหตุใดเช้าตรู่ถึงได้มานั่งอารมณ์เสียอยู่ได้”ฉินจื่อหวยชอบหยอกล้อคนผู้นี้ที่สุด พอเดินเข้ามาเห็นคนทำแก้มป่องก็เริ่มเย้าแหย่ หลิวต้าหู่ผู้นี้เป็นคนไร้หัวใจไร้ปอดที่หาได้ยากในค่ายทหาร ไฉนยามนี้ถึงได้โกรธเคืองขึ้นมาได้ เขาหยิบอาหารเช้าบนโต๊ะขึ้นมาเลิกคิ้วขึ้นปากก็เอ่ยถาม “เมื่อวานทำศึกไม่จุใจหรือ”“เจ้าไปถามซื่อจื่อสิ” หลิวต้าหู่ไม่อยากพูดมาก คนตัวใหญ่โตปานนั้นบิดตัวไปมาแล้วหันหลังให้ทุกคน ฉินจื่อหวยหันไปมองจ้าวฮุ่ยแล้วมองมู่เหลียนเซิง ทั้งสองส่ายหน้าพร้อมกันด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออกฉินจื่อหวยลุกขึ้นเดินไปด้านหลังหลิวต้าหู่ คว้าคอคนหยาบกระด้างเข้ามากอดอย่างสนิทสนมแล้วถามว่า “บอกพี่ชายมาสิ ผู้ใดทำให้ต้าหู่จื่อของพวกเราโกรธเคือง”หลิวต้าหู่สะบัดมือบนบ่าออกแล้วพูดขึ้นอย่างน้อยใจว่า “อย่ามาทำตัวเป็นสตรี ข้ากำลังรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนซื่อจื่อของพวกเราต่างหาก”ตอนที่พูดมือใหญ่ราวกับพัดใบลานก็ตบโต๊ะดังปังปั
اقرأ المزيد
السابق
1
...
1516171819
...
40
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status