เซียวเย่หยางไม่กล้าหัวเราะเยาะ เขารู้ดีว่าเหยียนหยาจื่อมีความสามารถนั้นเพียงแต่ตั้งแต่โบราณกาลมามีสตรีที่ใดรับราชการเป็นขุนนางกันนางอยากจะก่อเรื่องวุ่นวายเขาก็จะคอยปกป้อง ต่อให้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินก็ยังมีเขาคอยค้ำจุน อีกอย่างยังมีคนผู้นั้นอยู่ด้วย นางไม่มีทางทนรับความอยุติธรรมได้หรอกเมื่อนึกถึงท่าทางของเหยียนหยาจื่อที่ควบม้าไล่ตามเขามาตอนที่จากกันเมื่อสองปีก่อนก็หลุดหัวเราะเสียงต่ำออกมาอีกครา เขาไม่เคยบอกผู้ใดว่าตอนนั้นเขาแอบหันกลับไปมองแวบหนึ่ง เหยียนหยาจื่อคงจะชอบเขาเข้าแล้วกระมังเขาไม่เคยเห็นคนผู้นี้มีชีวิตชีวาถึงเพียงนี้มาก่อน เหยียนหยาจื่อ ข้าจะรอคอยการมาเยือนของเจ้าอยู่ที่เมืองหลวง เมื่อถึงเวลานั้นข้าย่อมสามารถค้ำจุนแผ่นฟ้าผืนหนึ่งให้เจ้าได้อย่างไร้ความหวาดกลัวคนทั้งสี่มองดูซื่อจื่อที่จมอยู่ในห้วงความคิดก็ทำหน้ากระจ่างแจ้ง พวกเขาว่าแล้วเชียวว่ามักจะเห็นซื่อจื่อมีท่าทีเช่นนี้อยู่เสมอ เวลาอื่นล้วนไม่เคยเห็นข้อผิดพลาดใดๆ ที่แท้ก็คิดถึงภรรยานี่เอง คนหลายคนมองหน้ากันไปมา ฉินจื่อหวยเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก “หึ ขุนพลผู้รักอิสระรึ งานนี้ข้าขอรับไว้เอง”จ้าวฮุ่ยเอนตัวพิงเก้าอี้จัดท่าทางแล้วพ
اقرأ المزيد