جميع فصول : الفصل -الفصل 340

395 فصول

329

หวงเฉาทำหน้าหนักใจ “ลงทะเบียนวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่ตอนนี้บ้านในเมืองมีไม่พอ เมื่อคืนข้าเพิ่งสั่งให้ทุบกำแพงเมืองขยายพื้นที่ คงสร้างบ้านเสร็จให้เข้าอยู่ไม่ได้เร็วๆ นี้”พอได้ยินว่าเจ้าเมืองถึงกับทุบกำแพงเมืองขยายพื้นที่เพื่อรวบรวมพวกเขา ก็พากันซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล นี่เห็นพวกเขาเป็นคนกันเองจริงๆ ในเมื่อจริงใจขนาดนี้ พวกเขาก็ต้องตอบแทน“โธ่ ข้าก็นึกว่าเรื่องอันใด”พวกผู้นำชุมชนที่เป็นชายฉกรรจ์ตบหน้าอกตัวเอง “ให้พวกเราช่วยสร้างบ้านสิ มีแรงเหลือเฟือไม่รู้จะเอาไปทำอันใด”“ใช่ ให้พวกเราไปช่วย ขอแค่มีของ ไม่กี่วันก็สร้างเสร็จ”“ดี ฮ่าๆๆในเมื่อทุกท่านมีน้ำใจ งั้นก็เริ่มงานตั้งแต่วันนี้เลย”หวงเฉาหัวเราะลั่น เขามองไปรอบๆ แล้วเรียก “จางเฟย เจ้าเข้าเมืองไปตามทหารมาช่วย วันนี้ต้องลงทะเบียนราษฎรให้เสร็จ”ผู้นำชุมชนชะโงกหน้ามา “ให้พวกหนุ่มๆ ลงทะเบียนก่อน ลงเสร็จก็รีบไปสร้างบ้าน จะได้ไม่เสียงาน”"ใช่ๆๆ" ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้ารัวๆ “ ให้พวกเขาไป ไปให้หมด ถ้าไม่ติดว่าข้าเดินแทบจะไม่ไหวแล้ว ข้าก็อยากจะไปช่วยด้วย”“รับทราบ” จางเฟยรับคำแล้วหันหลังวิ่งเข้าเมืองผู้ใหญ่บ้านรีบเรียกพวกหนุ่มๆ ที่วิ่งเร็วๆ
اقرأ المزيد

330

บ้านดินผสมไม้ที่ช่างคุมงานคาดว่าจะต้องใช้เวลาสิบกว่าวันถึงจะสร้างเสร็จ ตอนนี้เมื่อได้แรงงานชั้นดีนับพันคนมาร่วมด้วย ดูเหมือนไม่กี่วันก็คงมุงหลังคาเสร็จสมบูรณ์หวงจงเดินเอามือไพล่หลังตรวจตราความเรียบร้อยทั้งในและนอกเมือง เห็นชาวเมืองใหม่หน้าดำคร่ำเครียดทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไม่มีใครอู้งานแอบไปนั่งพัก ก็พยักหน้าอย่างพอใจ เขาเรียกพ่อครัวใหญ่ของโรงอาหารเมืองมากระซิบสั่งความสองสามคำแล้วเดินจากไประหว่างทางเดินกลับจวน หวงจงอดไม่ได้ที่จะชื่นชมแผนการที่แยบยลของผู้อาวุโสเหยียน การใช้ความเมตตานำหน้าเพื่อแลกกับความภักดีและแรงงาน คนเช่นนี้ผู้ใดจะอยากเป็นศัตรูด้วย กระทั่งฮ่องเต้เฒ่าในเมืองหลวงยังทำได้ไม่รอบคอบและซื้อใจคนได้เก่งเท่านาง หากวันหนึ่งนางคิดก่อกบฏตั้งตนเป็นใหญ่จริง เขาจะขอติดตามรับใช้เป็นด่านหน้าจนกว่าชีวิตจะหาไม่หลายวันมานี้เมืองหลิ่งเป่ยคึกคักและมีชีวิตชีวามาก ตามตรอกซอกซอยมีคนหน้าใหม่หลั่งไหลเข้ามามากมาย เจ้าเมืองสั่งเพิ่มกำลังทหารเดินลาดตระเวนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือการขโมยของแต่ทว่าผ่านไปหลายวันกลับไม่มีเรื่องร้องเรียนหรือเหตุวิวาทเลยแม้แต่น้อย ชายฉกรรจ์ที่เข้าเมืองม
اقرأ المزيد

331

เหลียงต้าซานที่เงียบมาตลอดก็พูโขึ้นมาว่า “ช่วงนี้พวกเราแบ่งเวลามาซ่อมแซมหมู่บ้านและเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตนอกเหนือจากการฝึกทหาร แล้วก็กำลังเร่งมือสร้างยุ้งฉางหลายแห่งที่ท่านสั่งไว้ด้วย”“ดีมาก” นางพูดพลางถอนใจเบาๆจากนั้นก็พูดต่อไปอีกว่า “เหนื่อยพวกเจ้าแล้ว รอให้ข้าเรียกกำลังคนกลับมา พวกเจ้าก็จะได้เบาแรงลงบ้าง”ช่วงนี้โครงการเจียงหนานนอกด่านและเส้นทางสายไหมกำลังไปได้สวย นางตั้งใจจะค่อยๆ ถอนกำลังคนกลับมา พายุหิมะกำลังจะมา แค่เอาตัวรอดก็ยากแล้ว ขืนมัวแต่เฝ้าของพวกนี้ที่กินไม่ได้ มีหวังได้ตายเปล่าทิ้งคนไว้คอยดูแลความเรียบร้อยก็พอ นางไม่เชื่อหรอกว่าตอนนี้ในแดนเหนือจะมีใครกล้ามาแหยมกับนาง ขืนกล้ามาก็เตรียมตัวตายได้เลย พวกเหลียงต้าซานรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญจึงไม่ขัดข้อง “เมล็ดพันธุ์เตรียมไว้พร้อมแล้ว จะให้เอาไปหว่านในป่าเลยหรือไม่”“ลองไปถามผู้อาวุโสอู่ดู ให้เขาเลือกเมล็ดพันธุ์ผักโตไวไปหว่านก่อน ช่วงนี้เตือนเด็กๆ ว่าอย่าเข้าไปเล่นในป่ายกเว้นเขตที่กั้นไว้ล่าสัตว์”"รับทราบ"เหยียนลั่วหลีนึกอะไรขึ้นได้ก็เดินไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วหยุดหันกลับมาพูดว่า “เรื่องฝ้ายสำคัญที่สุด ยิ่งเยอะยิ่งดี ไม่ต้อง
اقرأ المزيد

332

บนรถม้าไม้เนื้อแข็งที่ดูเรียบง่ายคันหนึ่ง คนขับรถเป็นเด็กหนุ่มสวมชุดสีเทาและสวมหมวกสักหลาด ปีกหมวกที่ดึงลงต่ำบังใบหน้าไว้ เผยให้เห็นเพียงคางเรียวเล็กขาวผ่อง มือที่กุมบังเหียนม้ามีรอยด้านจากการจับอาวุธนี่คือสาวรับใช้ข้างกายเหยียนลั่วหลีที่ชื่อเสาเย่า ภารกิจสำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือการคุ้มกันหญิงสาวทั้งสามคนในรถม้ากลับเมืองหลวงอย่างปลอดภัยรอจนรถม้าวิ่งไปไกลจนมองไม่เห็นกำแพงเมืองหลิ่งเป่ย เสิ่นเมิ่งซีถึงยอมปล่อยม่านหน้าต่างที่นางแง้มดูอย่างเงียบๆ ลง ใบหน้าของนางดูสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น ทว่าตงชิงที่รับใช้นางมานานกลับมองออกและอดทอดถอนใจไม่ได้คุณหนูของนางมีใจให้คุณชายเหยียนหยาจื่อเข้าเสียแล้วตั้งแต่พากันหนีออกจากความวุ่นวายในเมืองหลวงจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปปีกว่า ยิ่งได้อยู่ใกล้ชิดและเห็นการกระทำของคนผู้นั้น ก็ยิ่งรู้ถึงความเก่งกาจและสติปัญญาของเขา ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรื่องในสถานศึกษา หรือการแก้ปัญหาต่างๆ เขากระทำได้อย่างหมดจดงดงามเขาคือลูกรักของสวรรค์อย่างแท้จริงหากคุณหนูยังเป็นบุตรีที่ได้รับความโปรดปรานในจวนขุนนางใหญ่ ก็ใช่ว่าจะไม่คู่ควรหรือด้อยกว่าเขา เพียงแต่ตอนนี้สถานะของพวกนางเป
اقرأ المزيد

333

จากบ้านเกิดเมืองนอนมาหลายปี ไม่รู้ว่าศัตรูและคนเก่าก่อนที่เคยขับไล่เขาจะยังเสวยสุขสบายดีหรือไม่ เมื่อยื่นป้ายผ่านทางที่มีตราประทับของทางการเมืองหลิ่งเป่ย ขบวนรถม้าก็ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองหลวงได้โดยไม่ต้องโดนรื้อค้นสัมภาระมากนัก เพียงแต่ขบวนรถม้าที่ยาวเหยียดนี้ก็ยังเป็นที่สนใจของคนบางกลุ่มที่คอยจับตาดูอยู่ทหารยามหน้าประตูเมืองนายหนึ่งจ้องมองรถม้าคันที่สองแล้วครุ่นคิด กวักมือเรียกทหารชั้นผู้น้อยมากระซิบสองสามคำ คนนั้นก็รีบวิ่งแทรกฝูงชนเข้าไปในเมืองหลวงทันทีถนนหนทางด้านในเมืองหลวงจอแจไปด้วยผู้คน สินค้าละลานตาวางขายสองข้างทาง บ้านเรือนใหญ่โตสร้างด้วยอิฐและหลังคากระเบื้องเคลือบดูสะอาดสะอ้านหรูหราดึงดูดสายตาของเหล่าบัณฑิตจากแดนเหนือทุกคนเหยียนหยาจื่อที่นั่งสงบนิ่งอยู่ในรถหูผึ่งเมื่อได้ยินเสียงแหวกอากาศ วัตถุสีขาวชิ้นหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาทางหน้าต่างตกกระทบผนังรถด้านใน หลินจื่อตกใจรีบเลิกม่านขึ้นอย่างระแวดระวังและพยายามมองหาตัวคนปา “คุณชาย มีคนลอบโจมตี”“ไม่เป็นไร ไม่ใช่อาวุธ”เหยียนหยาจื่อไม่แสดงอาการหวาดกลัวสักนิด เขาหยิบก้อนกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่เปิดอ่าน กวาดสายตาผ่านๆ อ่านข้อความสั
اقرأ المزيد

334

เหยียนหยาจื่อชะโงกหน้าออกไปมองดูทหารยามนับสิบคนที่ยืนถือทวนเฝ้าอยู่หน้าประตูจวนซื่อจื่อด้วยท่าทางขึงขังราวกับรูปปั้นหิน เขาก็พยักหน้าอนุญาต หรือว่าบ้านของขุนนางในเมืองหลวงจะมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดถึงเพียงนี้ทุกหลังเมื่อได้รับคำอนุญาต หลินจื่อก็กระโดดลงจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว ก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนไปอย่างรวดเร็ว จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินตรงไปที่ประตู ทหารยามยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง จนกระทั่งหลินจื่อเดินเข้าไปใกล้ ทหารยามนายหนึ่งถึงได้ยกด้ามทวนขึ้นขวางหน้าเพื่อห้ามไม่ให้เดินต่อ หลินจื่อประสานมือคารวะทหารยามอย่างนอบน้อม “พี่ชายทหาร คุณชายของข้าพาคุณหนูเสิ่นมาขอเข้าพบซื่อจื่อเซียว”ทหารยามได้ยินดังนั้นก็เหลือบตามามองแล้วถามออกมาว่า “คุณชายของเจ้าคือผู้ใดกัน”“คุณชายของข้าแซ่เหยียน พี่ชายทหารเพียงแค่นำความไปแจ้งซื่อจื่อเซียว เขาก็จะทราบเอง”หลินจื่อกลัวว่าทหารยามจะไม่เชื่อ จึงต้องเอ่ยชื่ออีกคนออกมายืนยัน “คุณหนูเสิ่นก็คือคุณหนูเสิ่นเมิ่งซี”แววตาของทหารยามวูบไหวเล็กน้อย พวกเขาล้วนเป็นทหารองครักษ์ประจำจวนซื่อจื่อ มีหรือจะไม่เคยได้ยินชื่อของคุณหนูเสิ่นเมิ่งซีตอนที่ซื่อจื่อเซี
اقرأ المزيد

335

เมื่อเห็นสายตาเว้าวอนของหญิงสาว เหยียนหยาจื่อก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “พวกเราเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองหลวง ยังมีธุระต้องไปจัดการให้เรียบร้อย รอให้มีเวลาว่างเมื่อใด ข้าจะมาเยี่ยมเยียนอีกครั้ง”เขายังเป็นห่วงเพื่อนบัณฑิตที่มาด้วยกัน ต้องรีบกลับไปดูแลและจัดการเรื่องที่พักให้เรียบร้อย อีกอย่าง สายลับและหูตาที่คอยจับจ้องอยู่ภายนอกมีมากเพียงใด ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าอำนาจของซื่อจื่อเซียวในเมืองหลวงมีมากน้อยแค่ไหน การอยู่ห่างๆ ย่อมปลอดภัยกว่า ในสายตาของเหยียนหยาจื่อ จวนซื่อจื่อแห่งนี้ยังมีความปลอดภัยไม่เท่ากับเรือนสี่ประสานที่พวกเขาเช่าพักอยู่เลยแม้เซียวเย่หยางจะมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงซื่อจื่อ แต่ก็ยังถูกคนปองร้ายและวางแผนลอบสังหาร ชีวิตในเมืองหลวงของเขาก็คงจะเต็มไปด้วยขวากหนามและก้าวเดินอย่างยากลำบาก เหยียนหยาจื่อไม่ต้องทำเพื่อเซียวเย่หยาง แต่เขาต้องปกป้องชีวิตของตนเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัยเขายังมีภารกิจอีกมากมายที่ต้องทำ ยังไม่อยากตายที่นี่พ่อบ้านฉินไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าประเมินเจ้านายของตนไว้ต่ำเพียงใด คิดว่าเขาคงมีธุระด่วนจริงๆ จึงกล่าวคำอำลา เมื่อมองดูท่าทางอาลัยอาวรณ์ของคุณหนูเสิ่น ก็รู้ได้ทั
اقرأ المزيد

336

“ท่านแม่ ท่านอย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับนางนะ เป็นความผิดท่านนั่นแหละ ทั้งที่..” หญิงสาวบ่นพึมพำ แต่เมื่อถูกสตรีวัยกลางคนถลึงตาใส่ เสียงก็ค่อยๆ เบาลงจนเงียบไป“เฮ้อ ซินเอ๋อร์ แม่ก็หวังเพียงให้เจ้าหาลูกเขยดีๆ ในงานเลี้ยงชมบุปผาได้ เรื่องอื่นพวกเราพักไว้ก่อนดีหรือไม่ ” สตรีวัยกลางคนมีสีหน้าอมทุกข์ช่วยจัดปอยผมให้หญิงสาวมองดูใบหน้าอ่อนเยาว์ของหญิงสาว ครุ่นคิดแล้วก็อดคิดไม่ได้ ช่างเถอะ ช่างเถอะ ถึงอย่างไรก็เป็นความประมาทของนางเองในเมื่อนางสามารถต่อสู้จนคนผู้นั้นต้องตายได้ ลูกสาวของนางก็ย่อมหนีไม่พ้นเช่นกันหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความกังวลของสตรีวัยกลางคนจึงโผเข้ากอดซุกไซ้อยู่ในอ้อมอก คนทั้งสามในห้องต่างมีสีหน้าแตกต่างกันไป ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ทางด้านจวนอัครเสนาบดี หลังจากเกิดความวุ่นวายขึ้นพักหนึ่งก็กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ที่ประตูหลังมีบ่าวรับใช้สองคนแอบลอบออกไปและมุ่งหน้าไปคนละทิศทางเวลานั้นเซียวเย่หยางกำลังอยู่ในวังคอยปรนนิบัติรับใช้ฮ่องเต้อยู่ข้างกายไม่ห่าง ชุดทะมัดทะแมงสีขาวดำ บนใบหน้าสวมหน้ากากที่ใส่มาเนิ่นนานไม่เคยเปลี่ยน ทำให้ผู้คนไม่อาจมองข้าม แต่ก็เพราะความเงี
اقرأ المزيد

337

ใจหนึ่งก็กลัวว่าคนผู้นั้นพอได้ประโยชน์แล้วก็สะบัดก้นหนีไม่ยอมรับรู้ อีกใจก็ทิ้งเสด็จปู่ไปไม่ได้ แบบนี้จะไม่ให้ทรมานใจได้อย่างไรเมื่อคิดเช่นนี้ การเคลื่อนไหวของเขาก็ยิ่งว่องไวและดุดันขึ้น เป็นเพราะพวกขุนนางชั่วแท้ๆ ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงบินไปอยู่ข้างกายคนผู้นั้นได้ตั้งนานแล้ว ไม่ต้องมานั่งคิดถึงอยู่แบบนี้ดีเลย คนผู้นี้เข้าเมืองหลวงมาแล้ว ในที่สุดเขาก็สามารถพาไปให้เสด็จปู่ดูตัวได้เสียที ในใจร้อนรนจึงเร่งความเร็วขึ้น กระโดดไม่กี่ครั้งก็ไม่ต้องเข้าทางประตูใหญ่ แต่กระโดดข้ามกำแพงเข้าไปในจวนเลย“ผู้ใด”พอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ทหารยามที่ลาดตระเวนอยู่ในจวนก็พากันล้อมเข้ามา พอเห็นชัดว่าเป็นผู้ใดก็รีบยืนตรงก้มหน้า “ท่านแม่ทัพ”เซียวเย่หยางโบกมือไล่ทุกคนให้ถอยไป เดินไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วหันกลับมาถาม “แขกอยู่ที่ไหน”“เรียนท่านแม่ทัพ พ่อบ้านฉินพาคนไปพักที่เรือนหลังแล้วขอรับ” ทหารนายหนึ่งก้าวออกมารายงาน“ดี”บนใบหน้าของเซียวเย่หยางเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมาอย่างหาดูได้ยาก ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด ดูเหมือนท่านแม่ทัพของพวกเขาจะมีความรู้สึกพิเศษต่อคุณหนูเสิ่นจริงๆถึงอย่างไรในเมืองหลวงก็มีเรื่องลูกพ
اقرأ المزيد

338

นางถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับมามองดูอาวุธสารพัดชนิด ทั้งดาบ ง้าว หอก และกระบี่ที่ประดับประดาอยู่เต็มผนังห้องแล้วก็อดปวดหัวไม่ได้ “ตงชิง เจ้าออกไปตามหาและเชิญลุงฉินมาที บอกลุงฉินว่าข้าอยู่ห้องที่เต็มไปด้วยของมีคมเช่นนี้ไม่ชิน ให้เขาช่วยจัดเตรียมเปลี่ยนห้องใหม่ที่ดูสงบเงียบกว่านี้ให้พวกเราหน่อยเถิด”ในขณะที่หญิงสาวทั้งสามในจวนกำลังวุ่นวายกับการเก็บข้าวของและเปลี่ยนห้องพัก เซียวเย่หยางก็รีบวิ่งไปควบม้าตัวเก่งออกจากจวน มุ่งหน้าตรงไปยังเขตฝั่งตะวันตกของเมืองหลวงด้วยความเร็วสูงสุดตลอดทางที่ม้าควบผ่าน ฝุ่นควันปลิวคลุ้ง ถนนในเมืองหลวงยามเย็นยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่เซียวเย่หยางบังคับม้าหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว พอเดินทางมาถึงหน้าเรือนสี่ประสานหมายเลขหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหก เขาก็เห็นรถม้าหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าประตู และมีทหารกลุ่มหนึ่งยืนถือทวนรักษาการณ์อยู่ด้านหน้าเมื่อเพ่งมองเสื้อเกราะและสัญลักษณ์บนตัวทหารเหล่านั้น เขาก็ยิ้มกว้างจนตาหยีด้วยความดีใจจนแทบเนื้อเต้น นี่คือชุดเกราะของทหารเมืองหลิ่งเป่ย เขาจำลักษณะการทอและแผ่นเหล็กที่ประดับอยู่ได้แม่นยำไม่มีทางผิดพลาดเมื่อคิดว่าหากตนเองเดินเข้า
اقرأ المزيد
السابق
1
...
3233343536
...
40
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status