جميع فصول : الفصل -الفصل 390

395 فصول

379

เสียนกุ้ยเฟยได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าอย่างแรง เซียวเซวียนเห็นเข้าก็เกิดความสงสัยในใจ หรือว่าจะมีพระบรมราชโองการจริงๆ ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก เซียวเย่หยางก็เอ่ยขึ้น “ในเมื่อองค์ชายสี่พูดเช่นนี้แล้ว เสียนกุ้ยเฟยก็ย่อมต้องถูกปล่อยตัว”ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ดีใจว่าบัลลังก์อยู่แค่เอื้อม เขาก็พูดต่อ “ในเมื่อองค์ชายสี่ยอมรับเพียงพระบรมราชโองการ ทุกท่านในที่นี้ก็ได้ยินแล้ว ข้าขอประกาศว่า องค์ชายสี่หมดสิทธิ์ในราชบัลลังก์อย่างเป็นทางการ”เซียวเซวียนกำปืนไฟในมือแน่น รู้สึกใจคอไม่ดี เขาชี้ปืนไปทางเซียวเย่หยางที่อยู่ฝั่งตรงข้าม “นี่หมายความว่าอย่างไร”“ฮ่องเต้ทรงเขียนพระบรมราชโองการไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่งตั้งองค์ชายสามเซียวเฉินให้เป็นรัชทายาทองค์ใหม่ของแคว้นจิ้ง”สิ้นเสียง ทุกคนในที่นั้นก็เบิกตากว้าง องค์ชายสามเป็นรัชทายาท ซ้ำยังเป็นพระราชประสงค์ของอดีตฮ่องเต้ ไม่มีใครสงสัยเลยนอกจากฝ่ายของเซียวเซวียน ขอเพียงมีสมองสักหน่อยก็รู้ว่าช่วงนี้ฮ่องเต้ทรงให้ซื่อจื่อเซียวเย่หยางอยู่ข้างกายตลอดเวลา จะบอกว่ากินนอนด้วยกันก็ไม่เกินจริงเลยแน่นอนว่าการตัดสินใจของฮ่องเต้ย่อมไม่ปิดบังซื่อจื่อเซียวเย่หยาง ซ้ำยังเป็นไปไ
اقرأ المزيد

380

“อ้าว เด็กคนนี้ทำไมไปเสียแล้วล่ะ” ฮองเฮาที่อยู่ด้านข้างเห็นคนกระโดดจากไปก็รีบถาม เด็กคนนี้ช่วยชีวิตเย่หยางไว้ พวกเขาย่อมไม่ปล่อยให้เสียเปรียบเป็นแน่“ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันรู้จักเขา”เซียวเย่หยางมองตามคนที่จากไปจนลับตา ค่อยหันกลับมาเผชิญหน้ากับเซียวเซวียนและพวกพ้องที่กำลังต่อสู้กับองครักษ์เงามังกร เขาเอื้อมมือไปด้านหลังชักดาบที่สะพายอยู่ออกมา พุ่งทะยานไปข้างหน้าเข้าร่วมการต่อสู้บาดแผลของสืออู่เมื่อครู่กระตุ้นโทสะเขา หากเป็นตัวเขาเองที่บาดเจ็บก็คงไม่โกรธแค้นถึงเพียงนี้ เพียงแต่นั่นคือคนของเหยียนลั่วหลี ขนาดเขายังไม่กล้าทำร้ายแม้แต่ปลายก้อย แต่กลับถูกเซียวเซวียนยิงจนเป็นรูคนที่อัครเสนาบดีอู๋และเซียวเซวียนพามาในครั้งนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือ นอกจากทหารองครักษ์ที่มีวรยุทธ์สูงส่งแล้ว ยังมีนักฆ่าเดนตายอีกด้วยดูท่าคงกะจะสู้ตาย หากไม่สำเร็จก็ยอมตายไปพร้อมกันเซียวเย่หยางกวัดแกว่งดาบในมืออย่างคล่องแคล่ว เป็นเพราะอาการบาดเจ็บของสืออู่เมื่อครู่ ทำให้เวลานี้เขาทุ่มเทกำลังอย่างสุดความสามารถท่ามกลางการปะทะกันของคมหอกคมดาบ เซียวเซวียนเห็นว่าฝ่ายตนกำลังตกเป็นรอง จึงรีบถอยร่นไปด้านหลังภายใต้การคุ้มค
اقرأ المزيد

381

เขาจึงยินดีที่จะไว้หน้าและรอให้ตนเองขึ้นครองราชย์แล้วค่อยแต่งตั้งให้เป็นอ๋องยังมีองค์ชายใหญ่และฮองเฮา ก็ต้องดูแลให้ดีเช่นกันส่วนองค์ชายสี่ หึ ถูกจองจำในคุกหลวงไปตลอดชีวิตสองวันต่อมาเซียวเย่หยางใช้วิชาตัวเบาะทะยานขึ้นไปบนป้ายหน้าห้องทรงพระอักษรต่อหน้าขุนนางบุ๋นบู๊ นำกล่องหยกใบหนึ่งลงมา เมื่อมีพระบรมราชโองการของอดีตฮ่องเต้ เซียวเฉินก็ขึ้นครองราชย์ได้อย่างสมเกียรติพร้อมกับหิมะแรกที่โปรยปรายลงมา ฮ่องเต้องค์ใหม่ก็ขึ้นครองราชย์และประกาศอภัยโทษทั่วหล้า ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีที่ดินลงกึ่งหนึ่งในปีหน้าเพื่อไว้อาลัยอดีตฮ่องเต้ หรือการแต่งตั้งขุนนางหน้าใหม่ ฮ่องเต้องค์ใหม่ล้วนได้รับความเคารพรักจากราษฎรทว่า ในขณะที่ทางนี้กำลังเฉลิมฉลองร้องรำทำเพลงกันอย่างมีความสุข ที่ป้อมปราการชายแดนกลับเต็มไปด้วยเสียงปืนใหญ่ ซากศพเกลื่อนกลาด และควันไฟลอยคลุ้งเมืองโยวโจวเมื่อไม่กี่วันก่อน ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใด กองทัพของแคว้นข้าศึกหลายแคว้นได้จับมือเป็นพันธมิตรกัน รวบรวมไพร่พลนับแสนหรืออาจจะถึงสองแสนนาย บุกเข้าปิดล้อมเมืองโยวโจวกองทัพศัตรูมีจำนวนมหาศาล โอบล้อมเมืองโยวโจวไว้จากทุกทิศทาง ยกเว้นเพียงฝั่งที่ติดทะ
اقرأ المزيد

382

แม่ทัพฝูอู่เดินนำขบวนนายทหารทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมือง บนถนนในเมืองโยวโจวเวลานี้มีแต่ฝุ่นควันและเศษซากปรักหักพัง แทบจะมองไม่เห็นเงาของผู้คนสัญจรไปมาราษฎรในเมืองต่างก็รู้หน้าที่และหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านเรือนของตน เพื่อไม่ให้เป็นภาระหรือสร้างความวุ่นวายให้แก่ทหารที่กำลังทำการรบ ราษฎรบางส่วนถึงขั้นอาสาสมัครรวมกลุ่มกันเข้าไปช่วยงานในโรงครัวของค่ายทหาร เพื่อช่วยเตรียมอาหารและเสบียงให้แก่เหล่าทหารกล้า ซึ่งเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของกองทัพไปได้มากทีเดียวการเตรียมอาหารและเสบียงให้เพียงพอต่อความต้องการของคนนับแสนชีวิตในยามสงครามนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยเมื่อแม่ทัพฝูอู่และเหล่านายทหารก้าวขึ้นไปยืนบนกำแพงเมือง พวกเขาก็ได้เห็นภาพที่น่าตื่นตะลึง กองทัพข้าศึกที่เคยฮึกเหิมและหยิ่งผยอง บัดนี้กำลังวิ่งหนีแตกกระเจิงราวกับสุนัขตกน้ำ ลูกไฟขนาดใหญ่หลายลูกถูกยิงมาจากทางด้านหลังของทัพข้าศึก พุ่งตกลงกลางวงล้อมของทหารและระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวอานุภาพการทำลายล้างของลูกไฟเหล่านั้นรุนแรงมาก กองทัพข้าศึกที่ยืนเรียงแถวกันอย่างหนาแน่น ถูกแรงระเบิดฉีกร่างจนแหลกเหลว เศษซากและชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์ปลิวว่อนกระจ
اقرأ المزيد

383

ไม่ใช่ว่าควรฉวยโอกาสตอนที่ข้าศึกถอยทัพรีบเข้าเมืองหรอกหรือ แล้วหากข้าศึกบุกมาอีก กองทัพพันธมิตรจะยังยื่นมือเข้าช่วยหรือไม่ฝูอู่ได้ยินดังนั้นกลับไม่ตื่นตระหนก แต่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ทำเช่นนี้แหละถึงจะถูกต้อง เจ้าลองดูสิว่าตอนนี้พอจะรู้หรือไม่ว่าพวกเขาถอยไปที่ใด”ทหารได้ยินก็หันไปมองอีกครั้ง เพียงแค่เวลาพูดคุยไม่กี่ประโยค กองทัพพันธมิตรหลายพันคนก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน มาไร้ร่องรอยไปไร้ร่องรอยจนชวนให้สับสน“ฮ่าฮ่าฮ่า มองไม่เห็นใช่หรือไม่” ฝูอู่หัวเราะลั่น “ขนาดพวกเรายังมองร่องรอยไม่ออก นับประสาอะไรกับข้าศึก ตอนนี้พวกมันกำลังหวาดระแวงอยู่ คงไม่กล้าส่งทหารออกมาง่ายๆ หรอก”“ท่านแม่ทัพรู้จักกองทัพพันธมิตรกลุ่มนั้นหรือ” ขุนพลน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นฝูอู่เลิกคิ้วด้วยอารมณ์ดี “แน่นอน”ทว่าเขาไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย เพราะเกรงว่าจะนำภัยมาสู่คนผู้นั้น คนผู้นี้เก็บตัวเงียบ กระทั่งปืนใหญ่ก็ยังแอบสร้างขึ้นมาโดยที่พวกเขาไม่ระแคะระคาย คงไม่อยากให้คนนอกรู้ เขาเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายพูดจบเขาก็ชี้มือสั่งการ “ไป ฉวยโอกาสตอนที่ข้าศึก
اقرأ المزيد

384

“ปัง ปัง ปัง”บนทุ่งรกร้างอันกว้างใหญ่ สงครามปะทุขึ้นอีกครั้งท่ามกลางเสียงปืนใหญ่ที่ดังกึกก้อง ท้องฟ้าก็เริ่มโปรยปรายหิมะลงมาอย่างหนัก เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ปกคลุมผืนดินที่ถูกย้อมด้วยสีเลือด บดบังความโสมมและความโหดร้ายของสงครามไว้เบื้องล่างในขณะที่กองทัพของเซียวเย่หยางยังคงอยู่ระหว่างการเดินทาง กองทัพข้าศึกที่ปิดล้อมเมืองโยวโจวก็เปิดฉากโจมตีอีกครั้ง เป็นไปตามคาด ข้าศึกเริ่มร้อนใจแล้ว เมื่อเห็นสภาพอากาศที่แปรปรวน พวกเขาจำต้องฝืนใจบุกโจมตี เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และหมายมั่นที่จะยึดเมืองโยวโจวซึ่งเปรียบเสมือนชิ้นเนื้ออันโอชะนี้ให้ได้ผู้นำของกองกำลังพันธมิตรจากหลายแคว้นไม่เชื่อว่า ด้วยกำลังพลที่มากกว่าถึงสองเท่าและอาวุธที่เหนือกว่า พวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะกองทัพเมืองโยวโจวได้หากรอจนหิมะตกหนัก ไม่ต้องพูดถึงการทำสงคราม กระทั่งการเอาชีวิตรอดในฤดูหนาวกลางป่าเขารกช้างเช่นนี้ก็ยังเป็นเรื่องยากลำบาก เพราะฤดูหนาวในแดนเหนือนั้นโหดร้ายและยาวนานนักตอนที่ยกทัพมา พวกเขาคิดเพียงว่าจะอาศัยจำนวนคนและอาวุธเพื่อเผด็จศึกอย่างรวดเร็ว จึงไม่ได้เตรียมเสบียงมามากนัก หากยืดเยื้อต่อไปจนเ
اقرأ المزيد

385

เพื่อสงครามครั้งนี้ พวกเขาไม่เพียงแต่เกณฑ์ชายฉกรรจ์ในเมืองมาเกือบหมด แต่ยังกวาดต้อนเสบียงมาจนเกลี้ยง ฤดูหนาวมาเยือนแล้ว หากไม่สามารถยึดแคว้นจิ้งได้ แคว้นของพวกเขาจะต้องถดถอยไปอีกหลายสิบปีในทุกๆ ด้านหากถูกข้าศึกฉวยโอกาสบุกโจมตี ก็คงมีแต่ต้องสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินเท่านั้น บรรดาผู้นำกองทัพข้าศึกจึงตัดสินใจบอกความจริงแก่ทหารนับแสนนายที่เหลืออยู่ ทหารเหล่านั้นต่างร้องไห้โฮและตกตะลึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่จะสู้จนตัวตายครอบครัวของพวกเขากำลังรออยู่เบื้องหลัง หากแคว้นจิ้งไม่ล่มสลาย พวกเขาก็ต้องตาย เมื่อเห็นการต่อสู้ที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง เหยียนลั่วหลียกกล้องส่องทางไกลขึ้นสังเกตการณ์ ข้าศึกมีกำลังใจฮึกเหิมถึงขีดสุดและต่อสู้อย่างกล้าหาญ หากก่อนหน้านี้พวกเขาต่อสู้เพื่อแย่งชิงและเสวยสุข ตอนนี้พวกเขากำลังต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเมื่อนึกถึงข่าวที่ส่งมาจากแนวหลัง นางก็ถอนหายใจ การจองเวรกันไปมาเช่นนี้เมื่อใดจะสิ้นสุด หิมะสีขาวบริสุทธิ์ เนื้อคนสีแดงฉาน ชิ้นส่วนอวัยวะที่ปลิวว่อน เสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา ทำให้ดวงตาของทุกคนแดงก่ำหลังจากโจมตีอย่างหนักหน่วงมาครึ่งเดือน กระสุนปืนใหญ่ของข้า
اقرأ المزيد

386

เซียวเย่หยางมองดูอาหารร้อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเต็มโต๊ะจนตาพร่ามัว เขาหันไปพูดกับฝูอู่ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ “ข้าเองก็มีของจะมอบให้แม่ทัพฝูเช่นกัน”ฝูอู่กลับมาทำหน้าขรึมเหมือนชายชาติทหารอีกครั้ง เมื่อได้ยินดังนั้นก็หันไปมอง เขาวางจอกสุราที่กำลังจะชนกับเหยียนลั่วหลีลง “ไม่ทราบว่าแม่ทัพเซียวมีสิ่งใดจะมอบให้ข้าหรือ”“ของกินจากเมืองหลวงน่ะ” เซียวเย่หยางพูดแล้วชะงักไปนิด “ชาวเมืองหลวงฝากข้ามา บอกว่าอยากให้แม่ทัพฝูและเหล่าทหารได้ลิ้มรสชาติ”เมื่อได้ยินประโยคนี้ บรรดานายทหารที่เคยระแวดระวังตัวต่างก็วางจอกสุราและหยุดพูดคุย หันมามองด้วยความคาดหวัง พวกเขาจากเมืองหลวงมาหลายสิบปี ไม่ได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองแท้ๆ ของเมืองหลวงมานานมากแล้วเซียวเย่หยางตบมือ ทหารกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาจากนอกประตู แต่ละคนแบกห่ออาหารสูงครึ่งคนมาวางไว้บนโต๊ะห่ออาหารที่ถูกห่อไว้อย่างดีมีสัญลักษณ์ต่างๆ กลิ่นหอมคุ้นเคยโชยมา บรรดานายทหารกลับรู้สึกลังเล ความรู้สึกหวั่นเกรงเมื่อใกล้ถึงบ้านเกิดคงเป็นเช่นนี้เองฝูหนิงอดใจไม่ไหวเป็นคนแรก เขาแกะห่ออาหารบนโต๊ะออก เมื่อเห็นขนมเปี๊ยะไส้ผักกาดดองที่เรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบก็ด
اقرأ المزيد

387

เซียวเย่หยางเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาของเขาแน่วแน่ ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะพรรณนา เขาพูดต่อไปว่า “เขาขอมอบแผ่นดินและดินแดนศักดินาทั้งหมดที่เขามี ให้เป็นสินสอดทองหมั้นแต่เพียงผู้เดียว หวังเพียงว่านายน้อยเหยียนจะทรงเมตตาและลดตัวลงมารับไมตรีจากเขา”เหยียนลั่วหลีแย้มยิ้มกริ่มจนดวงตาโค้งเป็นสระอิ คำสรรพนามที่เขาเลือกใช้เรียกขานนางเมื่อครู่นี้คือคำว่านายน้อยเหยียน ไม่ใช่ชื่อเหยียนลั่วหลีหรือฮูหยินเซียว นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขายอมรับและให้เกียรติในฐานะที่นางเป็นผู้นำ เป็นผู้ปกครองแคว้นที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เป็นเพียงสตรีที่ต้องหลบซ่อนอยู่เบื้องหลังบุรุษแม้การกระทำและความสำเร็จทั้งหมดของนางจะไม่เคยต้องการการยอมรับหรือคำยกย่องจากผู้ใด แต่นางก็เฝ้ารอคอยและปรารถนาลึกๆ ในใจมาตลอด ว่าสักวันหนึ่งบุรุษที่นางรักจะมองเห็น เคารพ และภาคภูมิใจในจุดยืนนี้ของนางนางตอบตกลงรับคำขอแต่งงาน พร้อมกับเอ่ยเตือนให้เขาคิดทบทวนดูให้ดีอีกครั้ง เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป พวกเขาทั้งสองจะถูกผูกมัดและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันไปตลอดกาล ต้องร่วมเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ร่วมแบ่งปันเกียรติยศ
اقرأ المزيد

388

ฐานะของนางในสายตาของชาวแดนเหนือและราษฎรทั่วไปนั้นคือผู้นำที่สูงส่งที่สุด เป็นบุรุษผู้เก่งกาจและไร้เทียมทาน หากความจริงที่ว่านางเป็นเพียงสตรีบอบบางผู้หนึ่งถูกเปิดเผยและแพร่งพรายออกไปสู่สาธารณชนจู่ๆ เซียวเย่หยางก็รู้สึกตระหนักได้ว่าตนเองช่างมีความคิดที่เห็นแก่ตัวยิ่งนัก การดึงรั้งนางให้ก้าวลงมาจากบัลลังก์แห่งอำนาจและต้องมาตกระกำลำบากเผชิญกับคำครหา เพียงเพื่อตอบสนองความรักและความปรารถนาส่วนตัวของเขา ไม่ใช่สิ่งที่เขาตั้งใจหรืออยากให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกคนที่มีความสามารถและเสียสละเช่นนาง สมควรที่จะได้ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของแผ่นดิน เป็นเขาเองที่ดึงนางลงมาจากแท่นบูชาอันสูงส่ง ชาวแดนเหนือและทหารใต้บังคับบัญชาจะมองนางด้วยสายตาเช่นไรเมื่อรู้ความจริงทั้งหมดเขาเสนอทางออกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ว่าบางทีพวกเราอาจจะไม่ต้องจัดงานพิธีมงคลสมรสอย่างเอิกเกริกหรือประกาศให้ผู้คนรับรู้ก็ได้ หากมันจะสร้างความลำบากใจและส่งผลกระทบต่ออำนาจของนาง เขาไม่อยากให้นางต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือเผชิญกับอันตรายจากความขัดแย้งของขั้วอำนาจต่างๆเขารู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่านางต้องอดทน เสียสละ และทุ่
اقرأ المزيد
السابق
1
...
353637383940
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status