บททั้งหมดของ เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว: บทที่ 31 - บทที่ 40

56

บทที่ 31

หลินเวยนั่งอยู่บนบัลลังก์หงส์ในฉลองพระองค์สีแดงชาดปักลายหงส์ทอง ด้านหลังมีฉากไม้แกะสลักรูปเมฆมงคลตั้งตระหง่าน เครื่องประดับบนศีรษะไม่ได้มากเกินไป แต่ทุกชิ้นล้วนแสดงฐานะประมุขฝ่ายในอย่างชัดเจน ใบหน้าของนางสงบนิ่งจนไม่มีใครอ่านออกว่ากำลังคิดสิ่งใดชิงหลัวยืนอยู่ข้างกาย พลางเหลือบมองนาฬิกาธูปบนโต๊ะเป็นระยะ“ฮองเฮาเพคะ ใกล้ถึงเวลาแล้ว”หลินเวยยกถ้วยชาขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย“ผู้ที่ควรมาครบหรือยัง”“เจาอี๋ เต๋อเฟย และเหม่ยเหรินมาถึงแล้วเพคะ ส่วนกุ้ยเฟยยังไม่มา”หลินเวยวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา“รอให้นางมาถึง”ชิงหลัวมีสีหน้ากังวล นางรู้ว่ากุ้ยเฟยมีนิสัยหยิ่งทะนง และยิ่งได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหลี่ ก็ยิ่งไม่เคยมองผู้ใดอยู่ในสายตา หากวันนี้ฮองเฮาบังคับให้นางคุกเข่าจริง เรื่องย่อมไม่จบเพียงการเสียหน้าแน่ไม่นาน เจาอี๋ เต๋อเฟย และเหม่ยเหรินก็เดินเข้ามาในห้องโถง ทั้งสามถวายความเคารพตามธรรมเนียมก่อนนั่งลงตามลำดับตำแหน่ง เจาอี๋ยังคงยิ้มอ่อนโยนเช่นเคย ส่วนเต๋อเฟยมีสีหน้าสงบเหมือนผู้ไม่เกี่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-08
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 32

กุ้ยเฟยจ้องนาง “ดังนั้นเล่าเพคะ”“คุกเข่า”คำสั่งสั้น ๆ ทำให้ทุกคนในห้องกลั้นหายใจ กุ้ยเฟยนิ่งค้าง ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“ฮองเฮาคิดว่าหม่อมฉันจะทำจริงหรือเพคะ”หลินเวยไม่ตอบคำถาม นางหันไปหาหลี่กงกงซึ่งยืนอยู่ด้านข้างห้องโถงในฐานะพยานจากกรมวัง“หลี่กงกง หากสนมฝ่าฝืนกฎวังต่อหน้าพยาน ต้องลงโทษอย่างไร”หลี่กงกงมีสีหน้าลำบากใจ แต่จำต้องตอบตามกฎ“หากไม่ยอมคุกเข่ารับการตักเตือน ต้องถูกตัดเบี้ยหวัดหนึ่งเดือน และกักบริเวณสิบวันพ่ะย่ะค่ะ”หลินเวยพยักหน้า“กุ้ยเฟย เจ้าจะเลือกคุกเข่าหนึ่งก้านธูป หรือถูกกักบริเวณสิบวันและตัดเบี้ยหวัด”ใบหน้าของกุ้ยเฟยเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ นางรู้ดีว่าหากเลือกถูกกักบริเวณ ก็เท่ากับยอมรับต่อหน้าทุกคนว่าตนจงใจฝ่าฝืนกฎ และฮองเฮาย่อมมีเหตุผลส่งเรื่องไปถึงฮ่องเต้ หากบิดาออกหน้า ก็จะกลายเป็นว่าตระกูลหลี่แทรกแซงวังหลังอย่างโจ่งแจ้ง แต่หากคุกเข่า นางจะเสียหน้าอย่างรุนแรง เจาอี๋เห็นท่าไม่ดีจึงรีบลุกขึ้น“ฮองเฮาเพคะ กุ้ยเฟยอา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-08
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 33

ด้านตำหนักคุนหนิง หลินเวยยืนอยู่หน้าหน้าต่าง มองใบไม้ที่ถูกลมพัดร่วงลงบนพื้น ชิงหลัวเข้ามารายงานว่าสนมทั้งหมดกลับตำหนักแล้ว“ฮองเฮาเพคะ วันนี้กุ้ยเฟยเสียหน้าอย่างหนัก นางคงไม่ยอมจบแน่”หลินเวยตอบโดยไม่หันกลับ“ข้าก็ไม่ต้องการให้นางจบ”ชิงหลัวชะงัก “เพราะเหตุใดเพคะ”หลินเวยยิ้มบาง “คนโกรธจัดจะรีบลงมือ และคนที่รีบลงมือย่อมทิ้งร่องรอย”นางหันกลับมา ดวงตาเย็นสงบ “กุ้ยเฟยคิดว่าข้าบังคับให้นางคุกเข่าเพียงเพื่อรักษาอำนาจ แต่แท้จริงแล้ว ข้ากำลังทำให้นางลืมความระมัดระวัง”ชิงหลัวค่อย ๆ เข้าใจ หลินเวยทอดสายตาไปทางตำหนักของกุ้ยเฟยอีกครั้ง“นางมีตระกูลแม่ทัพหนุนหลัง มีความหยิ่ง และไม่เคยแพ้ผู้ใด”“คนเช่นนี้ เมื่อเสียหน้า จะไม่คิดหนี”“นางจะคิดฆ่า”ริมฝีปากของฮองเฮายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็น“และเมื่อใดที่นางยื่นมือมาฆ่าข้า ข้าจะใช้มือนั้นลากทั้งตระกูลหลี่ลงมาด้วย”ฮ่องเต้เริ่มสงสัย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-09
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34

เมื่อมาถึงประตูด้านนอก เขาพบว่าตำหนักซึ่งเคยเงียบเหงาและไร้ระเบียบเปลี่ยนไปมาก ขันทีเฝ้าประตูยืนตรงตามตำแหน่ง ทุกคนที่เข้าออกต้องลงชื่อในสมุด นางกำนัลถือของถูกตรวจทั้งก่อนเข้าและหลังออก แม้แต่กล่องยาของหมอหลวงยังต้องเปิดให้ผู้ดูแลตรวจสอบขันทีหน้าประตูเห็นฮ่องเต้ก็รีบคุกเข่าลง“ถวายบังคมฝ่าบาท”เยี่ยนจิ่งเฉินมองสมุดบนโต๊ะ“นี่คืออะไร”ขันทีตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย“เป็นสมุดบันทึกคนเข้าออกตำหนักพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮาทรงสั่งให้ทุกคนลงชื่อ เวลา และจุดประสงค์เพื่อป้องกันคนแปลกหน้าลอบเข้ามา”ฮ่องเต้เปิดดูสองสามหน้า รายการทุกอย่างถูกเขียนเป็นระเบียบ ไม่มีการข้ามเวลา ไม่มีช่องว่างให้คนแทรกชื่อภายหลัง วิธีนี้เรียบง่าย แต่ใช้ได้ผลยิ่งกว่าการเพิ่มทหารเฝ้าประตูหลายเท่า เสียงชิงหลัวดังมาจากด้านใน“ผู้ใดอยู่หน้าตำหนัก”เมื่อเห็นขบวนฮ่องเต้ นางก็รีบคุกเข่า“ถวายบังคมฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จมา จึงมิได้เตรียมการต้อนรับ ขอทรงลงโทษเพคะ”เยี่ยนจิ่งเฉินมอง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-09
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 35

“ไม่แล้ว”“เพราะเหตุใด”หลินเวยยิ้มจางจนแทบมองไม่เห็น“เพราะความคาดหวังทำให้เกิดความน้อยใจ เมื่อไม่คาดหวัง ก็ไม่มีสิ่งใดให้ตำหนิ”คำตอบนั้นควรทำให้ฮ่องเต้พอใจ เพราะนางไม่ได้เรียกร้อง ไม่ได้ร้องไห้ และไม่กล่าวโทษ แต่ไม่รู้เหตุใด เยี่ยนจิ่งเฉินกลับรู้สึกไม่สบายใจยิ่งกว่าการถูกต่อว่าเสียอีกเขาเคยรำคาญสายตาที่เฝ้ารอความเมตตาของนาง แต่เมื่อสายตานั้นหายไป เขากลับรู้สึกเหมือนบางอย่างที่เคยอยู่ในกำมือกำลังหลุดออกไปอย่างเงียบ ๆ เยี่ยนจิ่งเฉินเปลี่ยนเรื่อง“เรื่องกุ้ยเฟย เจ้าตั้งใจทำให้นางเสียหน้าใช่หรือไม่”หลินเวยไม่ปฏิเสธ“หม่อมฉันตั้งใจทำให้นางรู้ว่ากฎวังมีไว้ใช้กับทุกคนเพคะ”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตระกูลหลี่อาจนำเรื่องนี้ไปกดดันราชสำนัก”“หากแม่ทัพใหญ่ยื่นมือเข้ามาเพราะบุตรีถูกลงโทษตามกฎวัง ก็เท่ากับยอมรับเองว่าตระกูลหลี่คิดอยู่เหนือกฎราชวงศ์”เยี่ยนจิ่งเฉินหรี่ตาลง“เจ้าคำนวณเรื่องนี้ไว้แล้ว”“หม่อมฉั
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-09
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 36

“ฮองเฮาเพคะ ฝ่าบาททรงเริ่มเป็นห่วงพระองค์แล้วหรือไม่”หลินเวยกลับไปนั่งหน้าโต๊ะ ทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น“เขาไม่ได้ห่วงข้า”“แต่พระองค์ทรงถามถึงอาการ ทั้งยังจะส่งหมอหลวงมา”หลินเวยหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง“เขาเพียงสงสัยว่าข้าเปลี่ยนไปเพราะเหตุใด”ชิงหลัวมองนายหญิงอย่างลังเล“แล้วหากวันหนึ่งฝ่าบาททรงเชื่อใจพระองค์จริง ๆ เล่าเพคะ” ปลายพู่กันของหลินเวยหยุดอยู่เหนือกระดาษ นางนึกถึงภาคิน ผู้ชายที่เคยพูดว่ารักและเป็นห่วงทุกวัน ก่อนจะร่วมมือกับน้องสาวผลักนางไปตายกลางถนนความอ่อนโยนของผู้ชายไม่ใช่สิ่งที่นางจะยอมเชื่อได้ง่ายอีกแล้ว“ความเชื่อใจของจักรพรรดิเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์”นางกล่าวช้า ๆ“วันนี้เขาอาจสนใจ พรุ่งนี้อาจระแวง วันต่อมาอาจสั่งประหารข้าเพราะฎีกาเพียงไม่กี่ฉบับ”ชิงหลัวก้มหน้าลง“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”หลินเวยมองไปทางประตูที่ฮ่องเต้เพิ่งจากไป แววตานางนิ่งสงบ แต่ล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 37

ซูเฟยยังประชวร จึงไม่ได้มาร่วมงานหลินเวยนั่งลงในตำแหน่งประธาน เจาอี๋นั่งต่ำลงไปหนึ่งลำดับตามฐานะ ก่อนยกถ้วยชาขึ้นกล่าว“วันนี้เป็นวันชมดอกเหมย หม่อมฉันขอให้เรื่องร้ายทั้งหมดผ่านพ้นไป และขอให้วังหลังกลับมาสงบสุขเพคะ”กุ้ยเฟยหัวเราะเบา ๆ“ความสงบจะเกิดได้อย่างไร หากบางคนใช้อำนาจกดข่มผู้อื่น”เจาอี๋รีบหันไปปราม“กุ้ยเฟย วันนี้เป็นวันดี อย่าพูดเรื่องไม่สบายใจเลย”หลินเวยมองทั้งสองคนอย่างไม่ใส่ใจ“ผู้ใดทำตามกฎ ย่อมไม่รู้สึกว่าถูกกดข่ม”กุ้ยเฟยกำถ้วยชาแน่น แต่ไม่ได้โต้ตอบ เพราะวันนี้นางไม่ต้องการถูกหลินเวยใช้กฎวังเล่นงานอีกเจาอี๋รีบปรบมือเบา ๆ นางกำนัลจึงยกกระถางเครื่องหอมเข้ามาวางตามมุมศาลา กลิ่นดอกเหมยเริ่มกระจายออกมาอย่างนุ่มนวล สตรีหลายคนสูดกลิ่นแล้วกล่าวชม“กลิ่นหอมมาก”“เจาอี๋เลือกเครื่องหอมได้ดีจริง ๆ”เจาอี๋ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“เครื่องหอมนี้ปรุงขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานวันนี้เพคะ ใช้ดอกเหมยขาว เปลือกส้ม และไม้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 38

“น่าแปลกจริง ฮองเฮาเพิ่งทำให้ฝ่าบาทเสด็จตำหนักคุนหนิงบ่อยขึ้น ก็พบของเช่นนี้ในเครื่องหอมของพระองค์เสียแล้ว”เยี่ยนจิ่งเฉินหันมามองหลินเวย สีพระพักตร์เย็นลง“ฮองเฮา เจ้าจะอธิบายอย่างไร”หากเป็นเซี่ยอวี้หลันคนเดิม คงตกใจ รีบปฏิเสธ และยิ่งพูดยิ่งเปิดช่องให้คนอื่นกล่าวหา แต่หลินเวยกลับยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนวางลง“ก่อนหม่อมฉันจะอธิบาย ขอถามเจาอี๋สักสองคำเพคะ”เจาอี๋ยิ้มอ่อน“ฮองเฮาเชิญถาม”“เหตุใดเจ้าจึงบอกว่าเครื่องหอมกระถางนี้เป็นของข้า ทั้งที่คนวางกระถางเป็นนางกำนัลของเจ้า”เจาอี๋ตอบทันที “เพราะนางกำนัลกล่าวว่าได้รับจากคนของตำหนักคุนหนิงเพคะ”“แล้วผู้ใดเป็นคนรับ”เจาอี๋ชะงักเล็กน้อย หลินเวยหันไปหานางกำนัลคนนั้น“ชื่ออะไร”นางกำนัลคุกเข่าลง “หม่อมฉันชื่อชุ่ยเอ๋อร์เพคะ”“ผู้ที่มอบเครื่องหอมให้เจ้าเป็นผู้ใด”ชุ่ยเอ๋อร์ตอบเสียงสั่น “เป็นนางกำนัลสวมชุดของตำหนักคุนหนิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 39

“เจ้าควรขออภัยฝ่าบาทมากกว่า งานเลี้ยงที่ตั้งใจถวายความสำราญกลับมีของต้องห้ามปรากฏขึ้น”เจาอี๋ยอบกาย “หม่อมฉันจะตรวจสอบคนในตำหนักอย่างเข้มงวดเพคะ”“ไม่ต้องรีบ” หลินเวยกล่าวอย่างอ่อนโยน “คนที่ร้อนใจเกินไป มักทำหลักฐานหล่นหาย”เจาอี๋เงยหน้าขึ้นทันที แต่หลินเวยหมุนตัวจากไปแล้ว ระหว่างทางกลับตำหนัก ชิงหลัวเดินเข้าใกล้แล้วกระซิบ“ฮองเฮาเพคะ พระองค์ทรงรู้ตั้งแต่แรกว่าชุ่ยเอ๋อร์ใส่ผงลงไป เหตุใดไม่จับนางทันที”“หากจับทันที เราจะได้เพียงนางกำนัลคนหนึ่ง”หลินเวยตอบ“แต่เมื่อปล่อยให้ทุกคนกล่าวหาข้าก่อน ผู้ที่อยู่เบื้องหลังย่อมคิดว่าแผนสำเร็จและแสดงท่าทีออกมา”“แล้วพระองค์เห็นสิ่งใดเพคะ”หลินเวยนึกถึงสีหน้าของเจาอี๋ กุ้ยเฟย และเหม่ยเหริน“เจาอี๋เป็นคนจัดงาน ชุ่ยเอ๋อร์เป็นคนใส่ผง กุ้ยเฟยพร้อมช่วยกล่าวหา ส่วนเหม่ยเหรินรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก่อนผงถูกตรวจพบ”ชิงหลัวหน้าตึง “แปลว่าพวกนางร่วมมือกันหรือเพคะ”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 40

หลินเวยให้คนตรวจต่อหน้าพยานทุกกล่อง พร้อมประทับตราชั่วคราวไว้ที่ฝากล่องของตำหนักเจาอี๋เป็นกล่องไม้จันทน์สีเข้ม ผูกเชือกสีเขียวและมีป้ายชื่อชัดเจน ภายในเป็นเครื่องหอมดอกเหมยชนิดเดียวกับที่ใช้ในงานเลี้ยงหลินเวยหยิบกล่องนั้นขึ้นมาพิจารณา ก่อนหันไปหาชิงหลัว“นำกล่องสำรองมา”ชิงหลัวส่งกล่องอีกใบซึ่งมีรูปร่างและขนาดเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่ภายในกล่องสำรองมีผงเรียกจิตที่ยึดมาจากงานเลี้ยงผสมอยู่กับเครื่องหอมบางส่วนหลินเวยไม่ได้สลับป้ายชื่ออย่างหยาบ ๆ นางให้ชิงหลัวเปิดเชือกผูกกล่องอย่างระมัดระวัง เก็บรอยปมเดิมไว้ครบถ้วน จากนั้นจึงเปลี่ยนเพียงถุงผ้าด้านใน ก่อนปิดกลับเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น“แต่หากมีคนตรวจพบภายหลัง จะไม่กล่าวว่าเราวางของหรือเพคะ”ชิงหลัวถามด้วยความกังวลหลินเวยพยักหน้า“เพราะเหตุนี้ต้องมีคนของเจาอี๋เป็นผู้ยืนยันว่ากล่องไม่เคยถูกเปิดหลังออกจากสำนักเครื่องหอม”ไม่นาน นางกำนัลจากตำหนักเจาอี๋ชื่อหลันเซียงก็มารับของ หลันเซียงเป็นคนเดียวกับที่หวังอี้เคยกล่าวว่าเป็นผู้ส่งค
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status