Tous les chapitres de : Chapitre 101 - Chapitre 110

220

บทที่ 100 ข้อมูลก่อนสืบข่าว

ข่าวการย้ายตัวขันทีแพร่ไปทั่ววังหลวงเร็วกว่าที่เซี่ยเยว่หลันคาดคิด แม้หลี่เซวียนจะจัดการอย่างระมัดระวัง แต่การเคลื่อนย้ายขันทีจากฝ่ายในย่อมไม่อาจปิดบังสายตาของผู้คนได้ โดยเฉพาะเมื่อขันทีผู้นั้นเคยรับใช้ใกล้ชิดมู่เฟย และมีข่าวลือว่าเขาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้ซูไฉเหรินถูกกักบริเวณ ทันทีที่ข่าวไปถึงตำหนักมู่เฟย บรรยากาศภายในก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มู่หลิงซีวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา “เจ้าบอกว่าเขาถูกย้ายไปที่ใด” ขันทีคนสนิทก้มหน้าต่ำ “ได้ยินว่าถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของคนจากตำหนักชิงอวิ๋นพ่ะย่ะค่ะ” “คนจากตำหนักชิงอวิ๋นรึ?” “พ่ะย่ะค่ะ” ปลายนิ้วของมู่หลิงซีค่อยๆ กำแน่น ทั้งที่เซี่ยเยว่หลันเพิ่งหายจากอาการประชวรได้ไม่นาน แต่กลับเริ่มเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาด มู่หลิงซีไม่เชื่อว่าการรับตัวขันทีผู้นั้นจะเป็นเพียงการปกป้องพยานธรรมดา หากเซี่ยเยว่หลันรู้เพียงเรื่องข่าวลือ นางไม่มีเหตุผลต้องรีบแย่งตัวขันทีมาอยู่ในความดูแลของตนเอง เว้นเสียแต่ว่า…เซี่ยเยว่หลันกำลังสงสัยว่า ข่าวลือทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ “เขาถูกนำตัวไปที่ใ
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More

บทที่ 101 เมื่อทุกฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหว

"ตอนนี้นางถูกกักตัวอยู่ หากข้าเข้าไปพบโดยตรง ย่อมทำให้ผู้คนสงสัยว่าข้ากำลังช่วยนาง อีกทั้งคนที่อยู่เบื้องหลังอาจใช้การพบกันครั้งนี้สร้างหลักฐานใหม่” “เช่นนั้นจะทำอย่างไรเพคะ?” เซี่ยเยว่หลันมองไปยังประตู “รออ๋องเจ็ด” ยังไม่ทันสิ้นคำ เสียงขันทีหน้าตำหนักก็ดังขึ้น “ทูลเซี่ยกุ้ยเฟย อ๋องเจ็ดเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ” ชิงหลัวก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม เซี่ยเยว่หลันเหลือบมองนาง “เจ้ายิ้มอะไร” “หม่อมฉันยังไม่ได้ยิ้มเลยเพคะ” “สีหน้าของเจ้าโกหก” ชิงหลัวรีบก้มหน้าลงกว่าเดิม ไม่นาน หลี่เซวียนก็เดินเข้ามาในห้อง วันนี้เขาไม่ได้สวมอาภรณ์สีดำเช่นตอนเช้า แต่เป็นชุดสีเทาเข้มเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับใดโดดเด่น ท่าทางของเขาดูไม่ต่างจากบุรุษธรรมดาผู้หนึ่ง ทว่าดวงตากลับยังคงมีประกายรู้ทันอยู่เสมอ “ถวายพระพรเซี่ยกุ้ยเฟย” “อ๋องเจ็ด” เซี่ยเยว่หลันพยักหน้า “ทรงมาเร็วกว่าที่คิด” “ข้าก็คิดว่าเจ้าจะกล่าวว่าข้ามาช้าเกินไป” “หากท่านมาช้ากว่านี้ ข้าคงให้คนส่งข่าวไปตามแล้ว” หลี่เซวียนยิ้ม “ได้ยินเช่นนี้ ข้
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More

บทที่ 102 ขันทีผู้เป็นพยาน

“อ๋องเจ็ด” “ว่าอย่างไร?” “ข้าต้องการให้ท่านตรวจสอบผู้ดูแลฝ่ายในผู้นี้ด้วย” “เจ้าสงสัยเขารึ?” “ข้าสงสัยทุกคนที่สามารถเปลี่ยนเวรยามได้โดยไม่ทำให้ผู้ใดตั้งคำถาม” หลี่เซวียนพยักหน้า “ได้” “และตรวจสอบว่าเขาเกี่ยวข้องกับการเบิกกระดาษหรือเอกสารของตำหนักหลินเจาหรงหรือไม่” แววตาของหลี่เซวียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย “เจ้าพบเบาะแสอะไร?” “ยังไม่พบ เพียงแต่ข้าคิดว่าเส้นทางของเอกสารอาจเชื่อมโยงกับคนในฝ่ายใน” “เพราะเหตุใด?” “เพราะคนที่สามารถใช้ตราประทับของตำหนักหลินเจาหรงได้ ย่อมต้องเข้าถึงห้องเก็บเอกสาร หรือมีผู้ที่สามารถนำตราประทับออกมาให้” เซี่ยเยว่หลันหยุดเล็กน้อย “แต่หากคนร้ายมีเพียงคนในตำหนักหลินเจาหรง เรื่องคงไม่จำเป็นต้องซับซ้อนถึงขั้นมีคำสั่งเปลี่ยนเวรยามของขันทีในตอนนี้” หลี่เซวียนมองนางอย่างจริงจัง “เจ้าคิดว่าคดีหลินเจาหรงกับข่าวลือของเจ้าเกี่ยวข้องกัน?” “ข้ายังไม่รู้” เซี่ยเยว่หลันตอบ “แต่ทั้งสองเรื่องมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน” “อะไร?” “มีคนพยายามควบคุมว่า
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More

บทที่ 103 คำสั่งของกรมอาญา

ขันทีคนสนิทรับคำแล้วรีบถอยออกจากห้อง มู่หลิงซียังคงนั่งอยู่หน้าโต๊ะ สีหน้าของนางสงบนิ่ง ทว่าปลายนิ้วที่เล่นอยู่กับเปลวเทียนกลับหยุดลงช้า ๆ “จำไว้” นางเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง “อย่าให้ขันทีผู้นั้นตาย” ขันทีที่กำลังจะออกจากห้องชะงัก “พ่ะย่ะค่ะ?” “หากเขาตายตอนนี้ เซี่ยเยว่หลันจะยิ่งมั่นใจว่ามีบางอย่างผิดปกติ” มู่หลิงซีหรี่ตาลง “ข้าต้องการให้เขามีชีวิตอยู่ และพูดในสิ่งที่ควรพูด” “แล้วถ้าเขาไม่ยอมล่ะพ่ะย่ะค่ะ?” “เช่นนั้นก็ทำให้เขาเชื่อว่า หากไม่พูด เขาจะไม่มีวันได้พบครอบครัวอีก” ขันทีค้อมกายรับคำ “พ่ะย่ะค่ะ” เมื่อประตูปิดลง มู่หลิงซีจึงเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ในใจของนางไม่ได้หวาดกลัวเซี่ยเยว่หลันเท่ากับหวาดกลัวหลี่เซวียน เซี่ยเยว่หลันอาจฉลาดและระมัดระวัง แต่สตรีในวังหลังย่อมมีข้อจำกัดมากมาย ทว่าอ๋องเจ็ดไม่เหมือนกัน เขาสามารถเคลื่อนกำลังคนได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากผู้ใด และที่สำคัญ เขาไม่ใช่คนที่ยอมปล่อยให้ผู้ใดเล่นงานตนเองโดยไม่ตอบโต้หากเขาพบหลักฐานก่อนที่นางจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อย… มู่หลิงซีหลับตาลง ครั้งนี้นางอาจต้องเสียหมา
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More

บทที่ 104 ขันทีจาง

“มีคนส่งมาให้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด” “ไม่ทราบ หรือไม่กล้าพูด?” ชายผู้นั้นคุกเข่าก้มหน้าลงจนแทบติดพื้น เซี่ยเยว่หลันมองเขาอย่างเย็นชา “พวกเจ้ามาที่นี่เพราะต้องการพยาน หรือเพราะต้องการตรวจสอบว่าพยานยังมีชีวิตอยู่?” ไม่มีผู้ใดตอบ และความเงียบนั้นก็เพียงพอจะยืนยันคำตอบแล้ว หลี่เซวียนส่งเอกสารคืนให้หัวหน้ากลุ่ม “กลับไปบอกผู้ที่ส่งพวกเจ้ามาว่า พยานอยู่ภายใต้การคุ้มครองของข้า หากต้องการรับตัว ก็ให้นำคำสั่งจากฮ่องเต้มาด้วยตนเอง” “พ่ะย่ะค่ะ” “ส่วนคำสั่งฉบับนี้ ข้าจะเก็บไว้ตรวจสอบ” หัวหน้ากลุ่มหน้าถอดสี แต่ไม่กล้าคัดค้าน เมื่อคนจากกรมอาญาถอยออกไป เซี่ยเยว่หลันจึงหันไปมองขันทีที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านข้าง “เขาไม่ใช่ขันทีตัวจริง” หลี่เซวียนพยักหน้า “ข้ารู้” “แต่คนที่เฝ้าดูอยู่ใกล้ๆ อาจยังไม่รู้” “ดังนั้นพวกเขาจะคิดว่าเรายังเก็บพยานไว้ที่นี่” เซี่ยเยว่หลันมองไปยังเงามืดตรงปลายระเบียง “และระหว่างที่พวกเขาเฝ้าดูที่นี่ เราจะพาพยานตัวจริงไปพบคนที่สามารถปกป้องครอบครัวของเขาได้” หลี่เซวียนมองนาง “เจ้าต้องการให้ข้า
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More

บทที่ 105 พยานปากเอก

ณ เรือนพักลับ ขันทีตัวจริงถูกพาเข้าไปในห้องด้านใน เมื่อเห็นเซี่ยเยว่หลัน เขารีบคุกเข่าลง “กุ้ยเฟย…” “ไม่ต้องคุกเข่า” นางกล่าว “ข้าต้องการถามเจ้าเพียงไม่กี่คำถาม” ขันทีเงยหน้าขึ้นอย่างหวาดกลัว ดวงตาแดงกร่ำไปด้วยรอยน้ำตา “หากกระหม่อมตอบแล้ว ครอบครัวของกระหม่อมจะปลอดภัยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” “อ๋องเจ็ดกำลังส่งคนไปรับพวกเขา เจ้าอย่าได้เป็นกังวล” เขาเบิกตากว้าง “จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ?” “แต่ก่อนที่คนของเราจะไปถึง เจ้ายังต้องมีชีวิตอยู่” ขันทีตัวสั่น เซี่ยเยว่หลันมองเขาอย่างจริงจัง “ดังนั้นอย่าพูดสิ่งที่เจ้าคิดว่าข้าต้องการฟัง จงพูดเฉพาะสิ่งที่เจ้าเห็นและได้ยินด้วยตนเอง นั่นถึงจะช่วยชีวิตเจ้าได้” ขันทีเม้มริมฝีปาก หลี่เซวียนยืนอยู่ด้านหลังนาง ไม่กล่าวสิ่งใด “วันนั้น ใครเป็นคนสั่งให้เจ้ากล่าวว่า หลินเจาหรงเป็นผู้สั่งเบิกเงิน?” ขันทีหลับตาลง “กระหม่อมไม่เคยเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นพ่ะย่ะค่ะ” “แต่เจ้าได้ยินเสียง” “พ่ะย่ะค่ะ” “เป็นบุรุษหรือสตรีกัน?” “เป็นบุรุษพ่ะย่ะค่ะ” “มาจากตำหนักใด?” ขันทีนิ่งไป
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More

บทที่ 106 ข้าไม่รู้ไม่เห็น

"หม่อมฉันเกรงว่า หากอ๋องเจ็ดไปส่งด้วยตนเอง จะยิ่งทำให้ฮ่องเต้คลางแคลงใจเรื่องของหม่อมฉัน"หลี่เซวียนมองนางอยู่ครู่หนึ่งราวกับเข้าใจคำกล่าวของนางดี ก่อนกล่าวขึ้น “เช่นนั้นข้าจะให้คนคุ้มกันเจ้ากลับตำหนัก” “ไม่จำเป็นต้องรบกวนท่านอ๋องเพคะ” “จำเป็น” เขาตอบเสียงเรียบ “ยามนี้มืดแล้ว หากเจ้ากลับไปเพียงลำพังจะยิ่งดูน่าสงสัย แล้วระหว่างทางหากมีผู้ใดกล่าวหาว่าเจ้าหลบหนีหรือจงใจหลีกเลี่ยงฝ่าบาท เจ้าจะอธิบายอย่างไร?” เซี่ยเยว่หลันนิ่งไป หลี่เซวียนกำลังช่วยนางอย่างแนบเนียนที่สุด เขาไม่จำเป็นต้องไปส่งนางด้วยตนเอง เพียงให้คนของเขาคุ้มกันและยืนยันเส้นทางการเดินทาง ก็เพียงพอจะสร้างข้ออ้างให้นางได้แล้ว “เช่นนั้นข้าต้องรบกวนท่านอ๋องเพคะ” หลี่เซวียนหันไปสั่งองครักษ์ “จัดคนคุ้มกันกุ้ยเฟยกลับตำหนักชิงอวิ๋น ให้เดินทางตามเส้นทางหลัก อย่าแวะที่ใดระหว่างทาง และจงจำเวลาออกจากจวนให้ชัดเจน” “พ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยเยว่หลันหันกลับไปมองขันทีตัวจริงที่อยู่ด้านใน “ส่วนเขา…” “ข้าจะจัดการเอง” หลี่เซวียนกล่าวทันที
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More

บทที่ 107 แววตาของคนที่ผิดหวังอีกครั้ง

รถม้าของเซี่ยเยว่หลันกลับมาถึงตำหนักชิงอวิ๋นก่อนขบวนเสด็จของฮ่องเต้เพียงไม่นาน เมื่อม่านรถม้าถูกเปิดออก นางก้าวลงมาอย่างสงบนิ่ง สีหน้าไม่ต่างจากยามออกจากตำหนักไปก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย ชิงหลัวเดินตามอยู่ด้านหลัง ส่วนองครักษ์ของหลี่เซวียนค้อมกายส่งนางถึงหน้าประตูตำหนัก ก่อนทยอยถอยออกไปตามคำสั่งที่ได้รับ “ขอบคุณพวกท่านมาก” เซี่ยเยว่หลันกล่าวเสียงเรียบ “เดินทางกลับอย่างระมัดระวังเถิด” องครักษ์ค้อมกายอีกครั้ง ก่อนแยกย้ายกันออกจากบริเวณตำหนักชิงอวิ๋นไปทีละคนชิงหลัวเหลือบมองตามแผ่นหลังของพวกเขา จนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดหยุดอยู่ใกล้ๆ จึงก้มเสียงถาม “เหนียงเหนียง พวกเขาจะกลับถึงจวนอ๋องอย่างปลอดภัยหรือไม่เพคะ?” “คนของอ๋องเจ็ดย่อมรู้ว่าควรทำอย่างไร” เซี่ยเยว่หลันตอบ พลางก้าวผ่านประตูตำหนัก “สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ คือทำให้ทุกคนเชื่อว่าเราเพิ่งกลับมาถึง” “เพคะ” เซี่ยเยว่หลันไม่กล่าวสิ่งใดอีก นางเดินเข้าไปในห้องโถงด้านใน ถอดเสื้อคลุมออกให้ชิงหลัวรับไปเก็บ ก่อนนั่งลงตรงโต๊ะหนังสือ บนโต๊ะมีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ นางหยิบม
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More

บทที่ 108 อำนาจที่ใกล้ดับลง

น้ำเสียงของนางไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย ทว่าทุกถ้อยคำและแววตากลับหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางความเงียบ หลี่จิ้งเหยียนนิ่งงัน แววพระเนตรที่เคยเย็นเยียบไหววูบเพียงชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวดังเดิม พระองค์ทรงมองสตรีตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อว่า นางจะกล้าเอ่ยถึงอดีตในเวลานี้ อดีตที่พระองค์พยายามฝังไว้ใต้ราชบัลลังก์ อดีตที่ครั้งหนึ่ง เซี่ยเยว่หลันเคยเป็นคนที่พระองค์รักและวางพระทัยมากที่สุด “เจ้ากำลังกล่าวหาว่าข้าไม่เชื่อใจเจ้าแล้วอย่างนั้นหรือ?” “หม่อมฉันไม่จำเป็นต้องกล่าวหาหรอกเพคะ” เซี่ยเยว่หลันยกยิ้มบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย “เพราะหม่อมฉันเห็นมันชัดกับตาตั้งแต่วันที่พระองค์ลงโทษหม่อมฉันด้วยเรื่องของซูไฉเหรินแล้ว เพียงแค่หม่อมฉันกำลังสงสัยว่า คนผู้หนึ่งจะเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ” “เซี่ยเยว่หลัน!” เสียงตวาดของฮ่องเต้ดังสะท้อนอยู่ภายในห้องโถง เปลวเทียนบนเชิงเทียนสั่นไหว เงาของทั้งสองทอดยาวบนพื้นหินขัด ทว่าผู้ที่ถูกเรียกชื่อกลับยังคงนั่งอยู่ที่เดิม นางเพียงก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่ได้หวาดกลัว ไม่ได้รีบร้อ
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More

บทที่ 109 พระราชทานตำแหน่งเฟย

หลี่จิ้งเหยียนพลันหรี่พระเนตร สีพระพักตร์ที่เดิมก็มืดครึ้มอยู่แล้วเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ความเงียบในห้องโถงหนักอึ้งจนแม้แต่เปลวเทียนยังดูคล้ายสั่นไหวไปตามแรงกดดัน “เจ้ากำลังหมายความว่าอย่างไร” “หม่อมฉันหมายความตามที่พูดเพคะ” “เซี่ยเยว่หลัน!” เสียงเรียกชื่อของนางดังขึ้นอย่างไม่เหลือความอ่อนโยนแม้แต่น้อย หากเป็นเมื่อก่อน เพียงได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้ นางคงรีบลุกขึ้นคุกเข่า อธิบายทุกอย่างด้วยความหวาดหวั่น กลัวว่าพระองค์จะทรงเข้าใจผิด กลัวว่าความสัมพันธ์ที่เคยมีจะพังทลายลงเพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำ แต่ในเวลานี้ เซี่ยเยว่หลันเพียงวางหนังสือในมือลงอย่างช้าๆ นางไม่ได้หลบสายพระเนตร ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวและไม่ได้คิดจะเอ่ยคำแก้ตัวแม้แต่คำเดียว ท่าทีเช่นนั้นยิ่งทำให้หลี่จิ้งเหยียนเดือดดาล “เจ้าคิดว่าตนเองเป็นกุ้ยเฟยแล้วจะพูดจาเช่นไรก็ได้หรือ? หรือเจ้าคิดว่ามีอ๋องเจ็ดคอยหนุนหลังอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องเห็นข้าอยู่ในสายตาอีกแล้ว?” แววตาของเซี่ยเยว่หลันไหววูบเพียงเล็กน้อย ในที่สุดพระองค์ก็วกกลับมาที่เรื่องเดิม ไม่ว่าพวกเขาจะพูดถึงคดีเงินกอง
last updateDernière mise à jour : 2026-09-13
Read More
Dernier
1
...
910111213
...
22
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status