All Chapters of ดาราร้อยเรียง เคียงบุปผารำพัน: Chapter 21 - Chapter 29

29 Chapters

20.2 หลักฐานจากหลานเหลียง

ชุนเถาที่เพิ่งรู้ว่ามีคนอยู่ในห้องก็รีบก้มศีรษะลงกับพื้น เจิงหลิงจึงบอกนางว่าไม่ต้องกลัว แล้วค่อย ๆ ช่วยนางลุกขึ้น“ชุนเถา ท่านพ่อ...ท่านพ่อก่อนสิ้นใจมีสิ่งใดฝากไว้บ้างหรือไม่” นางถามด้วยเสียงสั่นที่หญิงสาวเงยหน้า นัยน์ตาเป็นประกายขึ้นมาก่อนจะรื้นขึ้นใหม่ “คนเก่าแก่ที่ดูแลนายท่านบอกว่า ท่านถามหาคุณหนูทุกวันจนวาระสุดท้าย บอกว่าตนผิดที่เลือกบุรุษคนนั้น และขอให้คุณหนูอย่าโทษตัวเอง”น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลเริ่มต้นใหม่ เจิงหลิงก้มหน้าเงียบ ปล่อยให้บางสิ่งที่แบกไว้มานานค่อย ๆ คลายออกนางไม่ได้กลับหลานเหลียงด้วยตัวเอง ในยามนี้ยังไม่ใช่เวลา แต่เมื่อมองสาวใช้ที่เคยหายไปกลับมายืนอยู่ตรงหน้า มองกระดาษเศษที่เป็นกุญแจดอกสำคัญ และมองคนผู้หนึ่งที่ยืนเงียบ ๆ ที่หน้าประตู นางก็รู้สึกว่า บ้านที่ถูกพรากไป ได้ส่งชิ้นส่วนบางอย่างกลับมาหานางแล้ว“เมื่อข้าไปถึงหลานเหลียง” นางหันมาบอกท่านอ๋องเสียงเบา แต่ชัดเจนหนักแน่นทุกคำพูด “ข้าจะไปในฐานะเจิงหลิงที่ยืนตัวตรง ไม่ใช่คนที่เดินคลานไปขอความเมตตาจากใคร”“ข้าจะรอดูวันนั้น” โม่จิ่งเหว่ยตอบค่ำวันนั้น เมื่อชุนเถาหลับสนิทในห้องข้าง ๆ หลังอาบน้ำอุ่นและกินข้าวต้มจนอิ่มเ
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more

21 หมากของโหย่วอ๋อง

ข่าวร้ายจากชายแดนทางเหนือมาถึงเมืองหลวงในเช้าวันหนึ่งที่หิมะตกหนักที่สุดของปีป้อมปราการจินสุ่ยที่เป็นด่านสำคัญที่สุดของแนวชายแดนถูกทัพเป่ยหรงตีแตก มีทหารที่ตายและบาดเจ็บนับพัน เสบียงที่ควรส่งไปเสริมกำลังกลับมีรายงานว่ามาถึงล่าช้าอีกครั้ง ผู้นำทัพนายใหม่ที่ถูกส่งไปแทนโหย่วอ๋องเมื่อปีก่อนเขียนรายงานขอกำลังเสริมด่วนมาด้วยลายมือที่ยังสั่นด้วยความหวาดกลัวในท้องพระโรง ขุนนางทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันไม่หยุด เสนาบดีกรมคลังหวังเหวินไห่ก้าวออกมาเป็นคนแรก กล่าวเสียงดังฟังชัดว่าให้ส่งกำลังเสริมโดยเร็ว และเสบียงนั้นกรมคลังจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว ปัญหาอยู่ที่การขนส่งของกรมกลาโหมที่ไร้ประสิทธิภาพ“ท่านเสนาบดีหวังกล่าวเช่นนี้ ข้าน้อยมีคำถามหนึ่ง” เสียงของแม่ทัพเก่าแก่ผู้หนึ่งที่เคยรับใช้โหย่วอ๋องดังขึ้นจากท้ายแถว “ปีก่อนที่ศึกสุดท้ายของโหย่วอ๋อง เสบียงก็ล่าช้าเช่นนี้เหมือนกัน แล้วเหตุใดเสบียงล่าช้าเพียงเฉพาะทัพของโหย่วอ๋อง และมาถึงเร็วเป็นพิเศษในทุกทัพที่ท่านเสนาบดีหวังเอ็นดู”ท้องพระโรงเงียบลงทันที ฮ่องเต้ที่ประทับบนบัลลังก์เหลือบพระเนตรมองเสนาบดีหวังที่หน้าซีดลง ก่อนจะตรัสเสียงเรียบ“เรียกโหย่วอ๋องเข้
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more

22 จุมพิตใต้แสงจันทร์

อีกสามวันก่อนการสอบในพระราชวัง โหย่วอ๋องสั่งให้เตรียมงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในจวน ไม่มีแขกเหรื่อ ไม่มีเสียงดนตรี มีเพียงศาลาชมจันทร์ริมสระบัวที่น้ำเริ่มกลายน้ำแข็งบาง ๆ เตาถ่านสองเตาตั้งอยู่ที่มุมศาลาให้ไออุ่น และบนโต๊ะไม้เล็ก ๆ ตัวหนึ่งมีสุราดอกเหมยที่หมักไว้สามปีตั้งอยู่สองไห พร้อมกับแกล้มที่เจิงหลิงไม่เคยเห็นมาก่อน“เนื้อแพะย่างกับขนมแป้งแบบทหารชายแดน” โม่จิ่งเหว่ยรินสุราให้นางด้วยตัวเอง “คุณหนูหลินกินอาหารเมืองหลวงมาเสียนานแล้ว ลองของที่ข้ากินมาตลอดสิบปีบ้าง”เจิงหลิงลองชิม อาหารนี้มีรสเค็มจัดและกลิ่นควันไฟติดอยู่ปลายลิ้น แต่อร่อยไปอีกแบบเหมือนกัน เมื่อนางเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ว่าอร่อย ก็ได้เห็นท่านอ๋องยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิราวกับตนเป็นคนทำเองกับมือราตรีนั้นดวงจันทร์เต็มดวง แสงสีนวลสาดลงบนผืนหิมะที่ยังไม่ละลายจนทั้งสวนสว่างราวกลางวัน เจิงหลิงยกจอกสุราขึ้นมองแสงจันทร์สะท้อนในน้ำสีอำพัน ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ข้าไม่คิดว่าจะได้มานั่งดื่มสุรากับท่านอ๋องเช่นนี้”“ข้าเองก็ไม่คิด” เขายกจอกชนกับนาง “วันนั้นที่ริมน้ำ ข้าคิดแค่ว่าจะได้ดูคนกระโดดน้ำสักครั้ง”“ท่านอ๋องพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกอยู่เรื่อย
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more

23 อุปสรรคจากเบื้องบน

หนึ่งเดือนหลังคืนที่ศาลาริมสระบัว เป็นหนึ่งเดือนที่เจิงหลิงไม่เคยคิดว่าตนจะมีโอกาสแบบนี้ในชีวิตทุกเช้าจะมีบ่าวนำของหวานที่นางชอบมาวางไว้ข้างหมอนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ทุกค่ำท่านอ๋องจะแวะมานั่งในห้องตำราของนาง แสร้งทำเป็นมาขอดูบัญชีทั้งที่ไม่ได้เปิดดูสักหน้า เขาสอนนางคัดอักษรด้วยลายมือที่เรียบนิ่งแต่ดุดันและแข็งกร้าว นางเองก็สอนเขาดูตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในหน้ากระดาษ เล่นหมากกันจนดึก และเมื่อนางชนะเขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน โม่จิ่งเหว่ยก็เท้าคางมองกระดานตรงเบื้องหน้าอยู่นานสองนานจนนางสงสัยว่าเขาแกล้งแพ้หรือไม่ แต่เขาเพียงยิ้มแล้วบอกว่า “ลูกศิษย์เก่งเกินอาจารย์ ข้าย่อมภูมิใจ”เหยาเล่อคังที่แอบมองอยู่ตรงประตูหลายครั้ง ต้องแสร้งไอเพื่อกลบรอยยิ้มของตัวเอง***การสอบในพระราชวังจบลงแล้ว ผลจะประกาศในอีกเจ็ดวัน การตรวจสอบเส้นทางเสบียงของกรมกลาโหมก็ก้าวหน้าไปทีละชั้นอย่างเงียบ ๆ ทุกอย่างเดินไปอย่างที่วางไว้ เจิงหลิงเกือบจะเชื่อแล้วว่าชีวิตนี้ในที่สุดก็เป็นของนางจริง ๆแต่นั่นก็แค่เกือบ...ในท้องพระโรงเช้าวันหนึ่ง เสนาบดีหวังเหวินไห่ที่รู้สึกถึงตาข่ายที่กำลังรัดเข้ามาใกล้ตัวทุกที ตัดสินใจเลือกวิธีที่เ
last updateLast Updated : 2026-10-22
Read more

24 ทางเลือกของเจิงหลิง

คืนนั้นเจิงหลิงแทบไม่ได้นอนเลยทั้งคืน นางนั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือในห้องของตนด้วยแสงตะเกียงดวงเดียว มองม้วนกระดาษที่ยังว่างเปล่าอยู่ตรงหน้า แล้วนึกถึงวันแต่งงานครั้งแรกของตนที่หลานเหลียงวันนั้นมีเสียงประทัด มีผ้าสีแดง และมีสตรีที่หัวใจเต้นแรงด้วยความยินดีที่ไร้เดียงสา นางเชื่อทุกคำที่ชายผู้นั้นสัญญา ว่าจะรักษา จะปกป้อง จะอยู่ข้างกันจนแก่เฒ่า และนางก็ได้เรียนรู้ด้วยเลือดและน้ำตาว่าคำสัญญาของบุรุษนั้นเปราะบางเพียงไรโม่จิ่งเหว่ยไม่ใช่ซูซือเจ๋อ นางรู้ดี เขาไม่ใช่คนที่ทิ้งใครเพื่อประโยชน์ของตน แต่ความจริงที่เจ็บปวดกว่าคือ แม้เขาจะรักนางเพียงใด แม้ว่าเขาเป็นเพียงอ๋องผู้หนึ่งที่ถูกสั่งให้ปลดเกราะ แต่ชาติกำเนิดก็สูงส่งเกินกว่าที่นางจะอาจเอื้อมอยู่วันยังค่ำนางกำลังจะต้องเลือกว่าจะเป็นอนุภรรยาที่ยืนอยู่ข้างหลังพระชายาเอกที่ฮ่องเต้เลือก ซึ่งนางไม่มีวันยอม ไม่ใช่เพราะนางหยิ่งทะนง แต่เพราะนางเคยเป็นสตรีที่ถูกกดลงต่ำจนไม่เหลือแม้แต่ความเป็นมนุษย์ หรือไม่ก็ต้องเป็นหอกที่ชี้ไปยังหัวใจของเขา ให้ศัตรูมีข้ออ้างว่าเถ้าแก่เนี้ยแซ่หลินผู้นี้คือเหตุผลที่ทำให้อ๋องขัดราชโองการถ้าเขายอมรับ นางเจ็บ ถ้าเข
last updateLast Updated : 2026-10-24
Read more

25 คุกเข่าท้าทายสวรรค์

โม่จิ่งเหว่ยกลับถึงจวนในตอนที่ท้องฟ้าเพิ่งเริ่มเป็นสีเทาจางเขาไปกรมกลาโหมตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อตรวจบัญชีเสบียงที่ค้างอยู่ ตั้งใจจะกลับมากินข้าวเช้ากับนางเหมือนทุกวัน แต่เมื่อก้าวเข้าสู่เรือนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่มีกลิ่นน้ำชาอุ่น ไม่มีเสียงพลิกหน้ากระดาษ เสี่ยวหลันยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตูห้องตำรา ใบหน้าซีดเผือด“ท่านอ๋อง คุณหนู...”เขาไม่ฟังต่อ ผลักประตูเข้าไป บนกระดานหมากที่ค้างตาเดินอยู่ มีจดหมายหนึ่งฉบับถูกทับด้วยแผ่นหยกสีขาวนวลเขายืนมองมันอยู่นานก่อนจะหยิบขึ้นมาอ่าน มือที่เคยจับดาบไม่สั่นแม้ในสนามรบกลับสั่นจนแทบจะถือกระดาษเอาไว้ไม่อยู่เสียงบางอย่างแตกกระจายดังสนั่น เขาไม่รู้ตัวว่ากวาดกระดานหมากทั้งกระดานลงพื้นไปแล้ว หมากขาวดำกลิ้งกระจายไปทั่วห้อง“ท่านอ๋อง!” เหยาเล่อคังวิ่งเข้ามา “คุณหนูออกจากจวนทางประตูสวนด้านหลังก่อนฟ้าสาง ลงเรือของตระกูลหลินไปทางใต้ขอรับ คนของข้าน้อยตามไปแล้ว ภายในสามวันจะรู้แน่ว่าคุณหนูพักอยู่ที่ใด”“ข้าจะไปเอง” โม่จิ่งเหว่ยหันไปหยิบเสื้อคลุม แต่ก้าวไปได้สองก้าวก็ชะงัก เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอยู่ ก่อนจะหยิบแผ่นหยกขึ้นกำไว้ในมือแล้วสอดเข้าแขนเสื้อ “
last updateLast Updated : 2026-10-25
Read more

26 ใจที่ยอมศิโรราบ

ข่าวนั้นมาถึงเมืองริมทะเลสาบในบ่ายวันที่สี่ ผ่านปากพ่อค้าที่เพิ่งเดินทางมาจากเมืองหลวงชุนเถาเป็นคนได้ยินก่อนที่ตลาด นางจึงวิ่งกลับมาทั้งที่ตะกร้าผักหล่นเกลื่อนทาง ใบหน้าซีดขาว “คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ! ท่านอ๋อง...ท่านอ๋องคุกเข่าอยู่หน้าท้องพระโรงมาสามวันสามคืนแล้ว ตากฝนอยู่ท่ามกลางพายุ ไม่ยอมลุก!”ถ้วยชาในมือเจิงหลิงหลุดร่วงลงพื้นแตกกระจาย นางไม่ได้ก้มลงเก็บ ไม่ได้แม้แต่รู้สึกว่าน้ำชาร้อนกระเซ็นเปื้อนปลายเท้า“เขาพูดว่าอะไร”“เขาพูดต่อหน้าขุนนางทั้งหมดว่าชาตินี้มีชายาเพียงคนเดียว...คือคุณหนูหลินเจ้าค่ะ”เจิงหลิงไม่เหลือเวลาจะคิดอะไรอีก นางคว้าเสื้อคลุมที่แขวนอยู่ข้างประตู ร่มกระดาษน้ำมันคันเก่าที่วางอยู่ในมุมระเบียง แล้ววิ่งออกจากบ้านโดยไม่ได้บอกกล่าวใคร***เหยาเล่อคังที่ตามหาตัวนางพบก่อนฟ้ามืด เขาดักรออยู่ที่ท่าเรือพร้อมม้าเร็วสามตัว หน้าตามอมแมมเพราะเดินทางโดยไม่หลับไม่นอน เขาไม่ต้องอธิบายอะไร เจิงหลิงเห็นเข้าก็รู้ทันทีว่าท่านอ๋องไม่ได้ให้เขามาตาม แต่เขามาเอง“ท่านอ๋องสั่งห้ามข้าน้อยมาตามหาคุณหนู” เขาพูดเสียงเครียด “แต่ข้าน้อยไม่อาจเห็นท่านอ๋องตายเพราะความดื้อของตนเองได้ หากเราเปลี่ย
last updateLast Updated : 2026-10-26
Read more

27 ประกาศผลสอบขุนนาง

โม่จิ่งเหว่ยไข้ขึ้นสูงอยู่หลายวัน เจิงหลิงนั่งเฝ้าข้างเตียงอยู่ตลอด นางคอยป้อนยา เช็ดตัว เปลี่ยนผ้าชุบน้ำเย็นบนหน้าผาก และปฏิเสธทุกครั้งที่ใครบอกให้นางไปพัก ท่านอ๋องที่ไม่รู้สึกตัวเอาแต่พึมพำชื่อนางเป็นระยะ จนเหยาเล่อคังที่ยืนอยู่หน้าประตูต้องทำเป็นหูหนวก และเสี่ยวหลันต้องแอบเอาแขนเสื้อซับน้ำตาปนยิ้มในเมืองหลวง เรื่องที่โหย่วอ๋องคุกเข่าตากฝนเพื่อคุณหนูหลินถูกพูดถึงไปทั่วทุกมุมเมือง บ้างว่าเป็นความรักอันยิ่งใหญ่ บ้างว่าเป็นความบ้า บ้างว่าสตรีผู้นั้นคงมีเสน่ห์ร้ายกาจนัก แต่คำว่าร้ายพวกนั้นก็ไม่อาจเล็ดรอดเข้าไปในจวนโหย่วอ๋องทว่ากลับมีคนผู้หนึ่งที่ได้ยินเรื่องเดียวกัน แล้วตีความไปเป็นอื่น...***ผลการสอบในพระราชวังประกาศในเช้าวันที่ท่านอ๋องเริ่มลุกจากเตียงได้ซูซือเจ๋อยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนหน้ากำแพงประกาศผล เขาหาชื่อตัวเองอยู่นานกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้อยู่แถวบน ๆ แต่ปรากฏอยู่ท้ายประกาศ พร้อมตำแหน่งที่ระบุไว้อย่างเรียบง่ายว่า ‘ผู้ช่วยเสมียนพิธีแห่งกรมพิธีการ ขุนนางขั้นเจ็ด’ขั้นเจ็ด ขั้นต่ำสุดของระบบขุนนางต้าเฉิน“ข้อสอบที่ซื้อมาก็ช่วยได้แค่รอบก่อน” เขากัดฟันพูดกับตัวเองเบา ๆ ในใจ รอบสุด
last updateLast Updated : 2026-10-27
Read more

28 งานเลี้ยงแห่งหายนะ

จวนที่ซูซือเจ๋อเช่าไว้สว่างไสวด้วยโคมสีแดงนับร้อยดวง ที่ประดับประดาตั้งแต่ประตูใหญ่ไปจนถึงห้องโถงหลัก ม้านั่งตัวยาวปูผ้าไหมสีทองเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างทางเดิน และเสียงดนตรีดังไปไกลถึงถนนหน้าจวน ช่างลำพองเหลือใคร และเพราะไม่มีใครชี้นำว่าควรทำตัวเช่นไร ความพยองนี้จึงเหมือนไร้ขอบเขตมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีคนไม่น้อยอยากเห็นเรื่องน่าขันของขุนนางใหม่ ที่ไม่ได้มีขุนนางใหญ่หนุนหลัง แต่กลับอวดอ้างตนราวกับเป็นทายาทของจวนเสนาบดีแขกผู้มีเกียรติทยอยกันเข้ามา ขุนนางระดับกลางหลายคนที่มาเพราะรู้มาว่าโหย่วอ๋องจะมาร่วมงานด้วย บัดนี้โหย่วอ๋องกลับมามีอำนาจในราชสำนัก หลายคนอยากพูดคุยหารือกับเขา ไหนจะพ่อค้าผ้าไหมสองสามราย ผู้ที่ตั้งใจมาดูว่าบัณฑิตหนุ่มที่เพิ่งล้มสกุลเฉินนั้นจะเป็นเช่นไร และมาเพราะคุณหนูหลินอีกทั้งขุนนางจากสำนักตรวจการผู้หนึ่งที่ได้รับเทียบเชิญจึงมาร่วมความครึกครื้นนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นซูซือเจ๋อสวมชุดขุนนางขั้นเจ็ดสีเขียว ยืนต้อนรับแขกที่ประตูห้องโถงด้วยรอยยิ้มที่ฝึกหน้ากระจกมาหลายวัน ข้างกายเขาคือฮูหยินผู้เฒ่าซูในชุดผ้าไหมสีม่วงแดงปักลายดอกโบตั๋นขนาดใหญ่ ประดับด้วยปิ่นทองคำที่ไม่รู้ว่
last updateLast Updated : 2026-10-28
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status