บททั้งหมดของ เมื่อชายาร้ายย้อนกลับมา: บทที่ 1 - บทที่ 10

15

บทที่ 1 วันที่ข้าสิ้นใจ

สายลมเหน็บหนาวพัดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของตำหนักเย็น ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงร่ำไห้ของดวงวิญญาณที่ยังมิอาจไปผุดไปเกิดหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากท้องนภา ปกคลุมพื้นลานหินด้านนอกจนกลายเป็นผืนสีขาวโพลน หากแต่ภายในตำหนักอันทรุดโทรมแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของเลือด ยาสมุนไพร และความตายสตรีผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นเย็นเฉียบชุดสีขาวที่เคยงดงามของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นดินจนแทบมองไม่ออกว่าเดิมทีเคยเป็นผ้าไหมชั้นเลิศ ผมยาวสีดำขลับพันกันยุ่งเหยิง ปอยผมเปียกชื้นแนบติดแก้มที่ซีดเซียว ริมฝีปากแตกจนมีเลือดซึมออกมาเป็นระยะโซ่ตรวนเหล็กหนักถูกล่ามไว้กับข้อเท้าทั้งสองข้าง ทุกครั้งที่ขยับตัวจะเกิดเสียงกระทบกันดัง "เคร้ง..." ก้องไปทั่วห้องอันเงียบงันซูเยว่หนิง...อดีตพระชายาของอ๋องเก้าและในเวลานี้...นักโทษกบฏที่กำลังรอวันประหาร นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยสดใสราวแสงจันทร์กลับหม่นหมองไร้ประกายสามวันแล้ว...สามวันที่นางถูกขังอยู่ในตำหนักเย็นแห่งนี้ สามวันที่นางถูกสอบสวน ถูกทรมาน และถูกบังคับให้รับสารภาพว่าร่วมมือกับอ๋องเก้าวางแผนก่อกบฏ"ยอมรับเสียเถิด!"เสียงตะโกนข
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2 หนังสือหย่า

เสียงลมหายใจของซูเยว่หนิงกระท่อนกระแท่น ราวกับคนที่เพิ่งหลุดพ้นจากฝันร้ายอันยาวนานนางลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วม่านสีแดงสดปักลายหงส์ทองพลิ้วไหวอยู่เหนือศีรษะ กลิ่นกำยานหอมอ่อนลอยคลุ้งไปทั่วห้อง เสียงประทัดและเสียงดนตรีจากด้านนอกดังแว่วมาตามสายลม เป็นเสียงแห่งงานมงคลที่คุ้นหูจนทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบนางรีบยกมือขึ้นแตะแก้มของตนเอง ผิวกายเรียบเนียน ไม่มีรอยฟกช้ำ ไม่มีคราบเลือด ไม่มีร่องรอยของการทรมานในตำหนักเย็น ปลายนิ้วสั่นเทาเลื่อนลงมาที่ลำคอ ก่อนจะกำชายเสื้อสีแดงเข้มไว้แน่น"...ข้ายังมีชีวิตอยู่" น้ำเสียงของนางแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินซูเยว่หนิงรีบก้าวลงจากเตียง ทั้งที่ปลายเท้ายังอ่อนแรง นางเดินโซเซไปยังกระจกทองเหลืองบานใหญ่ซึ่งตั้งอยู่มุมห้อง ภาพสะท้อนที่ปรากฏทำให้นางนิ่งงัน สตรีในกระจกมีใบหน้างดงามดั่งบุปผาแรกแย้ม ดวงตากลมโตยังเต็มไปด้วยความอ่อนเยาว์ ผิวขาวละเอียดราวหยกขาว ริมฝีปากแต้มสีชาดอ่อนตามธรรมเนียมเจ้าสาว ชุดเจ้าสาวสีชาดปักดิ้นทองหรูหราแนบพอดีกับเรือนกาย มงกุฎหงส์ประดับไข่มุกและหยกยังคงอยู่บนศีรษะทั้งหมด...เหมือนเมื่อสองปีก่อนทุกประการ นี่คือคืนแต่งงานของนางกับอ๋องเก้า ซูเยว่ห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3 สามีผู้เปลี่ยนไป

แสงอรุณแรกของวันสาดลอดผ่านกระดาษหน้าต่างสีขาวบาง ทาบลงบนพื้นไม้ขัดมันภายในห้องหอจนเกิดเป็นลวดลายอ่อนจาง กลิ่นกำยานจากกระถางทองเหลืองยังคงลอยอ้อยอิ่งปะปนกับกลิ่นดอกเหมยที่ถูกสายลมพัดเข้ามาจากสวนด้านนอกซูเยว่หนิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันมองไปยังตั่งไม้ริมหน้าต่างว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย ราวกับบุรุษผู้เป็นเจ้าของไม่เคยนอนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรกภาพเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในความคิดอย่างชัดเจน หนังสือหย่าที่ถูกฉีกต่อหน้าสายตาเย็นชาของเซียวอวี้เฉินและประโยคที่ทำให้หัวใจของนางสั่นสะเทือน "ชาตินี้...เจ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น"ซูเยว่หนิงถอนหายใจเบา ๆ แม้จะย้อนเวลากลับมาแล้ว แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปอย่างที่นางคาดหวัง เดิมทีนางคิดว่า หากยื่นหนังสือหย่าให้อ๋องเก้า เขาคงตอบตกลงโดยง่าย เพราะในชาติที่แล้วเขาแทบไม่เคยฝืนใจนาง ทว่าความจริงกลับตรงกันข้ามบุรุษผู้นั้นไม่เพียงปฏิเสธ หากยังแสดงท่าทีแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"พระชายาเพคะ" เสียงเยี่ยนเอ๋อร์ดังขึ้นจากหน้าประตู"ถึงเวลาชำระพระพักตร์แล้วเจ้าค่ะ""เข้ามาเถิด"ประตูถูกผลักเปิดออก สาวใช้สี่คนเดินเข้ามาพร้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4 องค์ชายสาม

สายลมต้นฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านระเบียงจวนอ๋องเก้า กลิ่นดอกเหมยที่เริ่มโรยราแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนของดอกท้อที่กำลังผลิบาน บรรยากาศอันสงบงามหาได้ช่วยให้ซูเยว่หนิงคลายความหนักอึ้งในใจไม่นับจากคืนที่มือสังหารบุกจวนผ่านมาสามวันตลอดสามวันนั้น เซียวอวี้เฉินแทบไม่ได้อยู่จวน เขาออกจากเรือนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง กลับมาอีกครั้งก็เกือบยามจื่อ ทุกครั้งที่กลับมาจะตรงไปยังห้องหนังสือ ประชุมกับขุนนางคนสนิทและหลี่เฟิงจนดึกดื่นแต่ถึงจะไม่ค่อยได้พบหน้า นางกลับสัมผัสได้ถึงการดูแลของเขาอยู่ทุกขณะ ทุกเช้าจะมีอาหารร้อนจัดเตรียมไว้ตรงเวลา ทุกครั้งที่ออกจากเรือน จะมีองครักษ์ลับติดตามห่าง ๆ โดยไม่รบกวนนาง แม้กระทั่งยาสมุนไพรสำหรับบำรุงร่างกาย ก็ถูกส่งมาถึงห้องทุกเย็นครั้งแรกซูเยว่หนิงคิดจะปฏิเสธ แต่เยี่ยนเอ๋อร์กลับกล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจ"พระชายา หากพระองค์ไม่รับ บ่าวทั้งเรือนจะถูกลงโทษเจ้าค่ะ"สุดท้ายนางจึงทำได้เพียงยอมรับ แม้ในใจจะยิ่งสับสนมากขึ้นทุกวันเซียวอวี้เฉิน...เหตุใดท่านจึงเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้...ยามสายของวันนั้น รถม้าจากวังหลวงแล่นมาหยุดหน้าจวน ขันทีหลวงผู้หนึ่งก้าวลงมาพร้อมราชโองการ"มีรับสั่งจากฮองเฮ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5 ร่องรอยในอดีต

สายฝนต้นฤดูใบไม้ผลิโปรยลงมาตั้งแต่ยามเฉิน เม็ดฝนละเอียดตกกระทบชายคาเรือนดังแผ่วเบา กลิ่นดินชุ่มน้ำลอยคลุ้งไปทั่วจวนอ๋องเก้า บรรยากาศเงียบสงบจนแทบได้ยินเสียงน้ำหยดจากปลายใบไผ่ซูเยว่หนิงนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มือเรียวจับถ้วยชาร้อนเอาไว้หลวม ๆ แต่สายตากลับทอดมองออกไปไกลโดยไร้จุดหมายหลายวันที่ผ่านมา เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นเร็วจนแทบไม่มีเวลาให้ตั้งหลัก เซียวอวี้เฉินเปลี่ยนไป องค์ชายสามเริ่มระแวงและที่สำคัญที่สุด...ความสงสัยในใจของนางกลับเพิ่มขึ้นทุกวันเหตุใดเซียวอวี้เฉินจึงรู้เรื่องมือสังหารล่วงหน้า เหตุใดเขาจึงพูดคำว่า "ชาตินี้"เหตุใดเขาจึงเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อนางโดยสิ้นเชิงหรือว่า...เขาเองก็ย้อนเวลากลับมาความคิดนี้ผุดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ซูเยว่หนิงยังไม่กล้าสรุป เพราะหากเป็นความจริง...แสดงว่าเขาต้องจดจำทุกสิ่งที่นางเคยทำไว้ได้ทั้งหมด รวมถึงการทรยศในชาติที่แล้วเพียงคิดถึงเรื่องนั้น หัวใจของนางก็เจ็บแปลบ"พระชายาเพคะ"เยี่ยนเอ๋อร์เดินเข้ามาพร้อมร่มกระดาษในมือ"วันนี้ฝนตกหนัก หากพระชายาจะออกไปหอหนังสือ บ่าวเตรียมร่มไว้แล้วเจ้าค่ะ"ซูเยว่หนิงเงยหน้าขึ้น"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไปหอหนังสื
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6 งานเลี้ยงดอกเหมย

สายลมปลายฤดูหนาวพัดโชยผ่านสวนดอกเหมยภายในจวนอ๋องเก้า กลีบดอกสีขาวอมชมพูปลิวละล่องไปตามแรงลม ก่อนตกลงบนผืนน้ำในสระอย่างแผ่วเบาซูเยว่หนิงนั่งอยู่ใต้ศาลาริมสระ มือเรียวจับถ้วยชาร้อนเอาไว้หลวม ๆ แต่สายตากลับทอดมองไปยังต้นเหมยที่กำลังผลิดอกอย่างเหม่อลอยผ่านมาหลายวันแล้วนับจากวันที่นางค้นพบเอกสารในหอหนังสือยิ่งรู้ความจริง...หัวใจของนางก็ยิ่งหนักอึ้ง ทุกครั้งที่พบเซียวอวี้เฉิน นางมักนึกถึงฎีกาเหล่านั้น นึกถึงรายงานที่บันทึกว่าเขาเคยช่วยบิดา ช่วยพี่ชาย และช่วยตระกูลซูมาโดยตลอด แต่เขาไม่เคยพูดถึงมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว"พระชายา"เยี่ยนเอ๋อร์รีบเดินเข้ามาพร้อมกล่องไม้ลงรักสีแดงในมือ"ราชโองการจากวังหลวงเพคะ"ซูเยว่หนิงค่อย ๆ รับม้วนผ้าไหมสีทองมาเปิดอ่าน เพียงเห็นข้อความบรรทัดแรก ดวงตาของนางก็พลันแข็งค้าง"ฮองเฮาทรงจัดงานเลี้ยงชมดอกเหมย เชิญพระชายาอ๋องทุกพระองค์และบุตรีตระกูลขุนนางเข้าร่วม..."ปลายนิ้วของนางค่อย ๆ กำผ้าไหมแน่นงานเลี้ยงดอกเหมย...ในที่สุดก็มาถึง ชาติที่แล้ว งานเลี้ยงครั้งนี้คือฝันร้ายที่นางไม่มีวันลืม ฮองเฮาทรงพระราชทานชาถ้วยหนึ่งแก่นางด้วยพระองค์เอง ไม่นานหลังจากนั้น ฮองเฮากลับ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7 หัวใจที่หวั่นไหว

เสียงล้อรถม้าบดผ่านถนนหินภายในพระราชวังดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอหลังงานเลี้ยงดอกเหมยสิ้นสุดลง ขบวนรถม้าของจวนอ๋องเก้าก็เคลื่อนออกจากประตูวังหลวงท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ค่อย ๆ อ่อนลงภายในรถม้าเงียบสงัด ซูเยว่หนิงนั่งอยู่ฝั่งหนึ่ง มือเรียววางทับกันบนตักอย่างสำรวม แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับยังเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ชิงหลัวเสียชีวิตต่อหน้าทุกคน แผนการของฮองเฮาถูกทำลายและเซียวอวี้เฉิน...ก็เดินเข้ามาคลุมเสื้อให้ต่อหน้าผู้คนโดยไม่สนใจสายตาใคร เมื่อคิดถึงภาพนั้น ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว"กำลังคิดสิ่งใดอยู่"เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากอีกฝั่งของรถม้า ซูเยว่หนิงเงยหน้าขึ้น เซียวอวี้เฉินกำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับเพียงเอ่ยถามลอย ๆ มิได้คาดหวังคำตอบ นางยิ้มบาง"หม่อมฉันกำลังคิดถึงเรื่องในงานเลี้ยงเพคะ""กลัวหรือ"นางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ"หากเป็นเมื่อก่อน...หม่อมฉันคงกลัว"นางหยุดหายใจเล็กน้อย"แต่วันนี้...มีท่านอยู่"คำพูดหลุดออกไปเองโดยไม่ทันคิด ทันทีที่รู้ตัว ซูเยว่หนิงก็รีบหลุบตาลง บรรยากาศภายในรถม้าเงียบลงอีกครั้ง เซียวอวี้เฉินไม่ได้ตอบแต่แววตาที่เ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8 คืนแห่งการเปิดใจ

สายฝนโปรยปรายลงมาตลอดทั้งคืนละอองฝนกระทบกระเบื้องหลังคาเกิดเป็นเสียงแผ่วเบา ดวงไฟจากโคมแดงที่แขวนอยู่หน้าชายคาแกว่งไกวไปตามแรงลม สาดแสงสลัวลอดเข้ามาภายในห้องบรรทมของเซียวอวี้เฉินบาดแผลจากลูกธนูได้รับการรักษาแล้ว หมอหลวงยืนยันว่าไม่มีพิษตกค้าง เหลือเพียงการเสียเลือดมากกว่าปกติ จึงจำเป็นต้องพักฟื้นหลายวันทั่วทั้งจวนอ๋องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงองครักษ์ลับผลัดเวรเดินตรวจตราอยู่ด้านนอก เพราะเหตุลอบสังหารเมื่อช่วงบ่ายทำให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังขึ้นหลายเท่าซูเยว่หนิงนั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง บนโต๊ะไม้ข้างกายมีชามยาสมุนไพรที่ยังอุ่นอยู่ ผ้าสะอาด กรรไกร และขวดยาเรียงไว้เป็นระเบียบ นางทอดสายตามองบุรุษที่กำลังหลับอยู่ ใบหน้าคมคายซึ่งมักสงบนิ่งเสมอ บัดนี้กลับดูอ่อนแรงกว่าทุกครั้ง สีหน้าของเขาผ่อนคลายลงเมื่อหลับสนิท ไม่มีเกราะป้องกัน ไม่มีสายตาเย็นชา ไม่มีฐานะอ๋องผู้เกรียงไกรเหลือเพียงชายคนหนึ่ง...ที่เหนื่อยล้าจากการแบกรับทุกสิ่งไว้เพียงลำพังซูเยว่หนิงยกมือขึ้นอย่างลังเล ปลายนิ้วค่อย ๆ แตะปอยผมที่ตกลงมาบังหน้าผากของเขา ก่อนปัดมันออกอย่างแผ่วเบา"เหตุใด..." นางพึมพำกับตัวเอง"...ท่านถึงยอมทำ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9 แผนกบฏ

รุ่งเช้าหลังคืนแห่งสายฝน จวนอ๋องเก้ากลับมาคึกคักอีกครั้งแม้บาดแผลของเซียวอวี้เฉินยังไม่หายดี แต่เขาก็ลุกขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่ออ่านฎีกาและรายงานจากชายแดนตามปกติภายในห้องหนังสือ กลิ่นหมึกจีนและกระดาษเก่าลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ หลี่เฟิงคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะไม้สีเข้ม ก่อนวางม้วนรายงานลับลงตรงหน้าเจ้านาย"ท่านอ๋อง""คนที่จับได้เมื่อคืนก่อนเสียชีวิตแล้วขอรับ"เซียวอวี้เฉินหยุดมือที่กำลังคลี่ฎีกา"สาเหตุ""กัดยาพิษซ่อนในฟันเช่นเดียวกับชิงหลัว"ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ นี่เป็นครั้งที่สองภายในเวลาไม่กี่วัน พยานสำคัญตายก่อนเปิดปาก ยิ่งทำให้ชัดเจนว่ามีคนอยู่เบื้องหลังที่เตรียมการไว้รัดกุม"ท่านอ๋อง" หลี่เฟิงกล่าวต่อ"คนของเราพบว่าช่วงเดือนที่ผ่านมา มีการลำเลียงอาวุธออกจากคลังหลวงหลายครั้ง""แต่เอกสารทุกอย่างถูกแก้ไขจนตรวจสอบต้นทางไม่ได้"เซียวอวี้เฉินขมวดคิ้วเรื่องนี้...เร็วกว่าในชาติที่แล้ว แสดงว่าศัตรูเริ่มเร่งแผนการแล้วขณะเดียวกัน ด้านนอกห้องหนังสือ ซูเยว่หนิงยืนอยู่ใต้ชายคาพร้อมถาดยาในมือ นางตั้งใจจะนำยามาให้เขา แต่เมื่อได้ยินบทสนทนาภายใน ฝีเท้ากลับชะงักลงการลำเลียงอาวุธ...ประโยคนี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10 คนที่รู้อนาคต

สายหมอกยามเช้าปกคลุมทั่วทั้งจวนอ๋องเก้าเสียงนกร้องดังแว่วมาจากสวนด้านนอก ขณะที่ภายในห้องหนังสือยังคงมีแสงตะเกียงส่องสว่าง แม้ฟ้าจะเริ่มสางแล้วก็ตามเซียวอวี้เฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้เช่นทุกวัน เบื้องหน้าเขาคือฎีกาหลายสิบฉบับ รายงานจากหัวเมือง และจดหมายลับจากสายสืบที่เพิ่งถูกส่งมาถึงเมื่อคืน บาดแผลจากลูกธนูเริ่มสมานตัวแล้วแต่ซูเยว่หนิงยังคงบังคับให้เขาเปลี่ยนยาและดื่มยาต้มตรงเวลาทุกวัน"ท่านอ๋อง" เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ถูกเปิดออกเบา ๆซูเยว่หนิงถือถาดอาหารเช้าเดินเข้ามา"ถึงเวลารับประทานแล้ว"เซียวอวี้เฉินละสายตาจากเอกสาร ก่อนมองนางด้วยรอยยิ้มจาง ๆ"เจ้าทำเองอีกแล้วหรือ""เพคะ"นางวางถ้วยโจ๊กลงบนโต๊ะ"หมอหลวงกำชับว่าท่านยังเสียเลือดมาก""หากไม่ดูแลให้ดี...""ข้ารู้"เขาพูดแทรกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"หากข้าไม่ยอมกินยา""พระชายาจะโกรธ"ซูเยว่หนิงหลุดหัวเราะเบา ๆ"ท่านก็รู้ตัวนี่เพคะ"ภาพตรงหน้าทำให้หลี่เฟิงซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาต้องหยุดฝีเท้าหลายเดือนก่อน...ต่อให้เขาฝันก็คงไม่เชื่อว่าจะได้เห็นภาพพระชายายืนยิ้มอยู่ข้างโต๊ะของท่านอ๋องเช่นนี้เขารีบวางรายงานลับลงแล้วค้อมศีรษะ"ท่านอ๋อง"
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status