Share

บทที่ 4 องค์ชายสาม

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-09-16 11:11:12

สายลมต้นฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านระเบียงจวนอ๋องเก้า กลิ่นดอกเหมยที่เริ่มโรยราแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนของดอกท้อที่กำลังผลิบาน บรรยากาศอันสงบงามหาได้ช่วยให้ซูเยว่หนิงคลายความหนักอึ้งในใจไม่

นับจากคืนที่มือสังหารบุกจวนผ่านมาสามวัน

ตลอดสามวันนั้น เซียวอวี้เฉินแทบไม่ได้อยู่จวน เขาออกจากเรือนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง กลับมาอีกครั้งก็เกือบยามจื่อ ทุกครั้งที่กลับมาจะตรงไปยังห้องหนังสือ ประชุมกับขุนนางคนสนิทและหลี่เฟิงจนดึกดื่น

แต่ถึงจะไม่ค่อยได้พบหน้า นางกลับสัมผัสได้ถึงการดูแลของเขาอยู่ทุกขณะ ทุกเช้าจะมีอาหารร้อนจัดเตรียมไว้ตรงเวลา ทุกครั้งที่ออกจากเรือน จะมีองครักษ์ลับติดตามห่าง ๆ โดยไม่รบกวนนาง แม้กระทั่งยาสมุนไพรสำหรับบำรุงร่างกาย ก็ถูกส่งมาถึงห้องทุกเย็น

ครั้งแรกซูเยว่หนิงคิดจะปฏิเสธ แต่เยี่ยนเอ๋อร์กลับกล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจ

"พระชายา หากพระองค์ไม่รับ บ่าวทั้งเรือนจะถูกลงโทษเจ้าค่ะ"

สุดท้ายนางจึงทำได้เพียงยอมรับ แม้ในใจจะยิ่งสับสนมากขึ้นทุกวัน

เซียวอวี้เฉิน...เหตุใดท่านจึงเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้

...

ยามสายของวันนั้น รถม้าจากวังหลวงแล่นมาหยุดหน้าจวน ขันทีหลวงผู้หนึ่งก้าวลงมาพร้อมราชโองการ

"มีรับสั่งจากฮองเฮา เชิญพระชายาอ๋องเก้าเข้าวังเพื่อร่วมงานชมดอกท้อในวันพรุ่งนี้"

ซูเยว่หนิงรับพระราชโองการด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แต่ภายในกลับเย็นวาบงานชมดอกท้อ...นางจำได้อย่างแม่นยำชาติที่แล้ว งานเลี้ยงครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้องค์ชายสามเข้าใกล้นางอีกครั้ง หลังจากงานเลี้ยง เขาจะจงใจ "บังเอิญ" พบกับนางในสวนหลวง แล้วใช้คำพูดอ่อนโยน หลอกให้นางเชื่อว่าเซียวอวี้เฉินกำลังคิดกบฏ

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซูเยว่หนิงก็แย้มยิ้มบาง ๆครั้งก่อน...นางโง่เขลาแต่ครั้งนี้...คนที่จะตกหลุมพราง จะไม่ใช่นางอีก

รุ่งเช้า...พระราชวังหลวงยังคงโอ่อ่าสง่างามเช่นเดิม

บุปผาหลากสีบานสะพรั่งเต็มสวนหลวง เหล่าพระชายาและคุณหนูจากตระกูลใหญ่ต่างแต่งกายด้วยอาภรณ์งดงาม เดินชมดอกไม้พลางสนทนากันอย่างออกรส

ทันทีที่ซูเยว่หนิงก้าวลงจากรถม้า สายตาหลายคู่ก็หันมามองบางคนยิ้มทักทาย บางคนกระซิบกระซาบ แต่ครั้งนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำดูหมิ่น ข่าวที่อ๋องเก้าสั่งขับแม่นมหลิวออกจากจวนเพราะลบหลู่พระชายา แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงแล้ว

ไม่มีผู้ใดอยากเป็นคนต่อไป

"พระชายาซู" เสียงอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านหลัง

ซูเยว่หนิงหยุดฝีเท้า

เสียงนี้...นางจำได้แม้ผ่านมาสองชาติ นางค่อย ๆ หันกลับไปบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ฉลองพระองค์สีครามอ่อนปักลายมังกรสี่เล็บ ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยน ประดับรอยยิ้มที่ทำให้สตรีมากมายหลงใหล

องค์ชายสาม เซียวจื่อเหิง บุรุษที่นางเคยมอบทั้งหัวใจและเป็นคนที่ผลักนางลงสู่เหวลึกที่สุด เพียงเห็นใบหน้านั้น ความโกรธและความเจ็บปวดในชาติที่แล้วก็พลันปะทุขึ้นในอก แต่ซูเยว่หนิงกลับกดมันไว้ได้อย่างแนบเนียน นางย่อตัวทำความเคารพตามธรรมเนียม

"ถวายบังคมองค์ชายสาม"

เซียวจื่อเหิงรีบยื่นมือคล้ายจะประคอง

"พระชายาไม่ต้องมากพิธี"

ซูเยว่หนิงก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าวอย่างสุภาพ ทำให้มือของอีกฝ่ายชะงักอยู่กลางอากาศ รอยยิ้มขององค์ชายสามแข็งค้างเพียงชั่วครู่ ก่อนกลับมาอ่อนโยนดังเดิม

"หลายวันมานี้ ข้าเป็นห่วงเจ้ามาก"

"ได้ยินว่าหลังแต่งเข้าจวนอ๋องเก้า เจ้าแทบไม่ได้ออกมาเลย"

"เป็นเพราะ..."

เขาแสร้งเว้นจังหวะ

"...อ๋องเก้าทำให้เจ้าลำบากใจหรือไม่"

หากเป็นชาติที่แล้ว เพียงได้ยินคำถามนี้ ซูเยว่หนิงคงรีบระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกไป แต่วันนี้ นางกลับเพียงยิ้มบาง ๆ

"เหตุใดองค์ชายจึงตรัสเช่นนั้นเพคะ"

เซียวจื่อเหิงหัวเราะเบา ๆ

"ผู้ใดในเมืองหลวงก็รู้ว่าอ๋องเก้าเย็นชา ไม่เคยเห็นผู้ใดอยู่ใกล้เขาแล้วมีความสุข"

"เจ้าเองก็คง..."

"หม่อมฉันมีความสุขดีเพคะ" ซูเยว่หนิงเอ่ยแทรกอย่างนุ่มนวล

ประโยคนั้นทำให้องค์ชายสามชะงัก เขามองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนแย้มยิ้มอีกครั้ง

"เจ้าคงไม่อยากให้ข้าเป็นห่วง"

"แต่ข้ารู้จักน้องเก้ามาตั้งแต่เด็ก"

"เขาเป็นคนทะเยอทะยาน"

"เพื่ออำนาจแล้ว..."

เขาลดเสียงลง

"...ไม่มีสิ่งใดที่เขาทำไม่ได้"

ซูเยว่หนิงก้มหน้าคล้ายกำลังครุ่นคิด

องค์ชายสามเห็นดังนั้น ดวงตาจึงวาบด้วยความพอใจ

เขาคิดว่า...เหยื่อเริ่มลังเลแล้ว แต่สิ่งที่ซูเยว่หนิงกล่าวต่อ กลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อย ๆ จางหาย

"องค์ชายเพคะ"

"หม่อมฉันมีเรื่องสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง"

"เชิญถาม"

นางเงยหน้าขึ้น สบตาเขาตรง ๆ แววตาสงบนิ่งจนน่าประหลาด

"เหตุใดพระองค์จึงทรงทราบดีนัก...ว่าท่านอ๋องทรงเป็นคนเช่นไร"

"ทั้งที่ช่วงหลายปีมานี้ พระองค์กับท่านอ๋องแทบไม่ได้ไปมาหาสู่กันเลย"

เซียวจื่อเหิงนิ่งไป

เพียงชั่วครู่เดียว...แต่ซูเยว่หนิงก็เห็นแววตาที่สั่นไหวของเขาได้อย่างชัดเจน รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าขององค์ชายสามยังคงประดับอยู่เช่นเดิม แต่ดวงตาคู่นั้น...กลับไม่อ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูเยว่หนิงก็เห็นประกายแห่งความระแวดระวังแวบผ่านไป แม้มันจะหายไปอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับนางที่เคยถูกคนผู้นี้หลอกมาทั้งชีวิต ย่อมไม่มีทางมองพลาด

เซียวจื่อเหิงหัวเราะเบา ๆ

"เหตุใดเจ้าจึงถามเช่นนั้น"

ซูเยว่หนิงยกยิ้มอ่อน

"เพราะหม่อมฉันสงสัย"

"พระองค์ตรัสว่าท่านอ๋องทะเยอทะยาน"

"ตรัสว่าทรงเย็นชา"

"ตรัสว่าทรงทำได้ทุกอย่างเพื่ออำนาจ"

นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

"แต่หม่อมฉันเพิ่งแต่งเข้าจวนได้ไม่กี่วัน"

"กลับยังไม่เคยเห็นสิ่งใดดังที่พระองค์ตรัส"

องค์ชายสามยิ้มพลางส่ายหน้า

"คนเราย่อมไม่เผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นตั้งแต่แรก"

"เจ้าควรระวังตัวไว้"

"เขาอาจกำลังหลอกเจ้าอยู่ก็เป็นได้"

คำพูดประโยคนี้...เหมือนเดิมทุกถ้อยคำซูเยว่หนิงจำได้ดีชาติที่แล้ว เขาก็ใช้คำพูดเช่นนี้ จากนั้นจึงค่อย ๆ ใส่ร้ายเซียวอวี้เฉินทีละเรื่อง สุดท้ายนางก็เชื่อทุกอย่าง ซูเยว่หนิงก้มหน้าลง คล้ายกำลังครุ่นคิด

เซียวจื่อเหิงจึงพูดต่ออย่างใจเย็น

"เยว่หนิง"

นี่เป็นครั้งแรกในชาตินี้ที่เขาเรียกนางด้วยชื่อ

"หากวันหนึ่ง...เจ้าไม่มีที่ไป"

"จงมาหาข้า"

"ข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า"

ประโยคเดิม...แม้แต่น้ำเสียงก็แทบไม่ต่างจากชาติที่แล้วแต่คราวนี้ ซูเยว่หนิงกลับไม่รู้สึกอบอุ่นแม้แต่น้อย กลับกัน...นางรู้สึกหนาวเยือก เพราะรู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงเครื่องมือ นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนถามด้วยรอยยิ้มบาง

"หากท่านอ๋องเป็นคนเลวจริงดังพระองค์ตรัส"

"เหตุใดพระองค์จึงไม่กราบทูลฮ่องเต้"

องค์ชายสามชะงัก

"หรือ..."

ซูเยว่หนิงเอียงศีรษะเล็กน้อย

"พระองค์ไม่มีหลักฐาน"

คำถามนั้นแทงเข้าเป้าราวลูกศร องค์ชายสามยังคงยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"เรื่องเช่นนี้..."

"บางครั้งก็ต้องใช้เวลา"

"อ้อ..." ซูเยว่หนิงพยักหน้า

"เช่นนั้นพระองค์ก็คงยังไม่มีหลักฐาน"

องค์ชายสามหัวเราะเบา ๆ

"เจ้าช่างซักถามเสียจริง"

"หม่อมฉันเพียงอยากเข้าใจ" ซูเยว่หนิงตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ

"เพราะในฐานะพระชายา"

"หม่อมฉันไม่อาจเชื่อคำกล่าวหาต่อสามีของตน โดยปราศจากหลักฐาน"

สิ้นประโยคนั้นบรรยากาศโดยรอบพลันเงียบลง แม้แต่ขุนนางและสตรีที่เดินผ่านไปมา ยังอดเหลือบมองทั้งสองไม่ได้ องค์ชายสามไม่คิดเลยว่า...สตรีที่เคยเชื่อฟังเขาทุกคำ วันนี้กลับใช้เหตุผลโต้แย้งเขาอย่างเป็นระบบเขามองซูเยว่หนิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนยิ้มบาง

"ดูเหมือน...เจ้าเปลี่ยนไปมาก"

ซูเยว่หนิงยิ้มตอบ

"คนเราย่อมเติบโตเพคะ"

คำตอบเรียบง่าย แต่กลับทำให้องค์ชายสามรู้สึกเหมือนกำลังพูดคุยกับคนละคน เขาพยายามเปลี่ยนเรื่อง

"ได้ยินว่าคืนก่อนจวนอ๋องเกิดเหตุวุ่นวาย"

ซูเยว่หนิงกะพริบตา

"ข่าวไปถึงพระองค์เร็วมาก"

องค์ชายสามตอบทันที

"ข่าวในเมืองหลวงแพร่เร็ว"

"จริงหรือเพคะ"

นางยิ้มอ่อน

"แต่เรื่องนั้นเกิดขึ้นภายในจวน"

"องครักษ์จับคนร้ายได้ทั้งหมด"

"ท่านอ๋องยังสั่งปิดข่าว"

"เหตุใดพระองค์จึงทรงทราบ"

คราวนี้...องค์ชายสามนิ่งไปจริง ๆ เพียงเสี้ยวอึดใจ แต่ซูเยว่หนิงเห็นชัดว่าอีกฝ่ายกำลังคิดหาคำตอบ สุดท้ายเขาจึงกล่าวว่า

"ข้าเพียงได้ยินข่าวลือ"

"ข่าวลือหรือ"

ซูเยว่หนิงพยักหน้า

"คงเป็นเช่นนั้น"

แม้นางจะไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ประโยคนั้นกลับทำให้องค์ชายสามรู้สึกเหมือนถูกจับผิด ในใจของเขาเริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมา เหตุใดซูเยว่หนิงจึงถามแต่เรื่องที่ทำให้เขาตอบลำบาก

ก่อนหน้านี้...นางไม่เคยเป็นเช่นนี้ ยามนั้นเอง ขันทีหลวงก็เดินเข้ามาประกาศเสียงดัง

"งานเลี้ยงกำลังจะเริ่ม"

"เชิญพระชายาและพระองค์ทุกพระองค์เสด็จไปยังศาลาริมสระ"

องค์ชายสามจำต้องยุติบทสนทนา เขามองซูเยว่หนิงอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด

"เยว่หนิง"

"หวังว่า...เราจะได้สนทนากันอีก"

ซูเยว่หนิงย่อตัวทำความเคารพ

"หม่อมฉันยินดีเสมอเพคะ"

แต่ในใจของนางกลับกล่าวอีกอย่าง "ครั้งนี้...ผู้ที่ถูกหลอก จะไม่ใช่ข้าอีกแล้ว"

องค์ชายสามหมุนกายเดินจากไป รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหายแทนที่ด้วยสีหน้าครุ่นคิดเขาเหลือบมองคนสนิทที่เดินตามอยู่ด้านหลัง ก่อนเอ่ยเสียงเบา

"ไปสืบมา"

"ช่วงหลายวันที่ผ่านมา..."

"ในจวนอ๋องเก้าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง"

"โดยเฉพาะพระชายา"

"ข้าต้องการรู้ทุกอย่าง"

คนสนิทค้อมศีรษะ "ขอรับ"

องค์ชายสามหันกลับไปมองซูเยว่หนิงเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของเขาฉายแววสงสัยอย่างปิดไม่มิด

"สตรีผู้นี้...เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อใดกัน"

งานเลี้ยงชมดอกท้อเริ่มขึ้นอย่างครึกครื้น

เสียงพิณบรรเลงแผ่วเบาเคล้ากับเสียงหัวเราะของเหล่าพระชายาและคุณหนูจากตระกูลใหญ่ ศาลาริมสระถูกประดับด้วยผ้าแพรสีชมพูอ่อน ดอกท้อที่กำลังผลิบานปลิวร่วงลงบนผิวน้ำเป็นระยะ งดงามราวภาพวาด

ซูเยว่หนิงนั่งอยู่ในตำแหน่งของพระชายาอ๋องเก้า นางรับถ้วยชาจากสาวใช้ พลางกวาดตามองไปรอบศาลาอย่างเงียบ ๆ ชาติที่แล้ว...นางมัวแต่เฝ้ามององค์ชายสาม จนไม่เคยสังเกตผู้คนรอบตัวเลยแต่ครั้งนี้ ทุกอย่างต่างออกไป นางเห็นสายตาของขุนนางแต่ละฝ่ายเห็นการแบ่งกลุ่มสนทนา เห็นแม้กระทั่งองครักษ์ที่ยืนรักษาการณ์อยู่ตามจุดต่าง ๆ

ดูเหมือนเมื่อรู้อนาคตแล้ว นางจะเริ่มมองเห็นสิ่งที่เคยมองข้าม

"พระชายาซู" เสียงหวานดังขึ้นจากด้านข้าง พระชายาขององค์ชายห้าประทับยิ้มอยู่ไม่ไกล

"ได้ยินว่าท่านอ๋องเก้าทรงโปรดพระชายามาก"

ซูเยว่หนิงยิ้มตอบเพียงบางเบา "พระชายาตรัสเกินไปแล้ว"

"เกินหรือ" อีกฝ่ายหัวเราะ

"ข่าวในเมืองหลวงลือกันทั่วว่าทรงขับแม่นมหลิวออกจากจวนเพราะนางพูดจาไม่เหมาะสมกับพระชายา"

"แม้แต่คนในวังยังตกใจ"

ซูเยว่หนิงเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

ระหว่างนั้น นางรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมาจากอีกฟากของศาลา

องค์ชายสาม...แม้กำลังสนทนากับเหล่าขุนนาง แต่สายตาของเขากลับละจากนางแทบไม่ได้ เขาคงกำลังพยายามหาคำตอบว่าเหตุใดนางจึงเปลี่ยนไปทว่า...ผู้ที่กำลังมององค์ชายสามอยู่ หาใช่ซูเยว่หนิงเพียงคนเดียวไม่ ภายใต้ร่มเงาของต้นท้อใหญ่ด้านนอกศาลาร่างสูงในอาภรณ์สีดำยืนสงบนิ่งอยู่

เซียวอวี้เฉิน

วันนี้เขามิได้นั่งร่วมวงงานเลี้ยง เพราะกำลังสนทนาเรื่องราชการกับเสนาบดีฝ่ายกลาโหม แต่ตั้งแต่มาถึง เขากลับเหลือบมองมาทางศาลาหลายครั้งและทุกครั้ง...สายตาของเขาจะหยุดอยู่ที่คนสองคนเสมอซูเยว่หนิงกับองค์ชายสาม

หลี่เฟิงเดินเข้ามายืนด้านหลังผู้เป็นนาย ก่อนกล่าวเสียงเบา

"ท่านอ๋อง"

"เมื่อครู่องค์ชายสามสนทนากับพระชายาอยู่เป็นเวลานาน"

เซียวอวี้เฉินไม่ตอบ เขายังคงทอดสายตามองไปยังศาลา

หลี่เฟิงลังเลเล็กน้อย

"กระหม่อมจะส่งคนไปกันพระชายาออกมาหรือไม่"

"ไม่จำเป็น"

คำตอบนั้นสั้น กระชับ และหนักแน่น

หลี่เฟิงชะงัก ในชาติที่แล้ว...ทุกครั้งที่องค์ชายสามเข้าใกล้พระชายา ผู้เป็นนายของเขามักเลือกเดินหนี เพราะรู้ว่าพระชายาไม่พอพระทัยหากเขาเข้าไปแทรก แต่วันนี้...เหตุใดจึงปล่อยไว้

เซียวอวี้เฉินมองซูเยว่หนิงเงียบ ๆ เขาเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้น เห็นองค์ชายสามใช้คำพูดเดิมเห็นซูเยว่หนิงย้อนถามทีละประโยคเห็นสีหน้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปของอีกฝ่ายและเห็นชัดเจน...ว่านางไม่ใช่ซูเยว่หนิงคนเดิมอีกแล้ว ความทรงจำในชาติที่แล้วผุดขึ้นในใจ วันเดียวกันนี้ สถานที่เดียวกันนี้

ซูเยว่หนิงเคยยืนยิ้มให้องค์ชายสาม จากนั้นจึงกลับมาทะเลาะกับเขาที่จวนกล่าวหาว่าเขาคิดกบฏกล่าวหาว่าเขาอยากชิงบัลลังก์

คืนนั้น...เป็นครั้งแรกที่หัวใจของเขาแตกสลาย แต่วันนี้ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปซูเยว่หนิงไม่ได้เชื่อองค์ชายสามกลับเป็นฝ่ายทำให้อีกคนตอบคำถามไม่ได้เสียเอง

เมื่อนึกถึงภาพนั้น...มุมปากของเซียวอวี้เฉินก็ค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นเพียงรอยยิ้มบาง ๆแทบมองไม่เห็นทแต่สำหรับหลี่เฟิงที่ติดตามเขามาหลายปีกลับทำให้ถึงกับเบิกตากว้าง เขา...ยิ้มตั้งแต่ติดตามรับใช้มา หลี่เฟิงแทบนับครั้งที่ผู้เป็นนายยิ้มได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียว

แต่วันนี้...เขาเห็นชัดเจนรอยยิ้มนั้นไม่ได้เกิดจากชัยชนะทางการเมือง ไม่ได้เกิดจากการปราบศัตรูหากเกิดจากสตรีผู้หนึ่ง หลี่เฟิงแสร้งกระแอมเบา ๆ

"ดูเหมือนพระชายาจะรับมือได้ดี"

เซียวอวี้เฉินละสายตาจากศาลา

ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ "นางทำได้ดีกว่าที่ข้าคิด"

แม้คำพูดจะเรียบเฉย แต่แววตากลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

หลี่เฟิงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อย...คราวนี้โชคชะตาก็เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว

ขณะเดียวกัน ซูเยว่หนิงซึ่งกำลังลุกออกจากศาลาเพื่อกลับรถม้า ก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังมองตนอยู่ นางหันไปตามสัญชาตญาณ สายตาของนางสบเข้ากับเซียวอวี้เฉินพอดี บุรุษผู้นั้นยืนอยู่ใต้ต้นท้อสายลมพัดกลีบดอกไม้ปลิวผ่านร่างของเขาและในวินาทีนั้นเอง...ซูเยว่หนิงก็เห็นรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าของเขาแม้จะเพียงชั่วพริบตาแต่นางแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด หัวใจของนางเต้นแรงอย่างประหลาด

ในชาติที่แล้ว...เซียวอวี้เฉินไม่เคยยิ้มให้นางไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากยิ้มแต่เพราะ...นางไม่เคยเปิดโอกาสให้เขายิ้มเลย เมื่อรู้ตัวว่าถูกมองอยู่ เซียวอวี้เฉินก็กลับมามีสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม ราวกับรอยยิ้มเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

แต่เพียงเท่านั้น...ก็เพียงพอจะทำให้หัวใจของซูเยว่หนิงอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด นางยกยิ้มบางโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบหลุบตาลง

ไม่ไกลนัก...องค์ชายสามหันกลับมาเห็นภาพนั้นพอดีเขามองรอยยิ้มที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างคนทั้งสอง ดวงตาค่อย ๆ หรี่ลง มือที่กำถ้วยสุราแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกไม่สบายใจแผ่ซ่านในอก

เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่า...ซูเยว่หนิงไม่ได้เปลี่ยนเพราะการแต่งงาน แต่มีบางอย่าง...ที่เขายังไม่รู้ และบางอย่างนั้น...กำลังทำให้หมากตัวสำคัญของเขา หลุดออกจากการควบคุมทีละน้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อชายาร้ายย้อนกลับมา   บทที่ 15 : ชาตินี้ไม่มีวันปล่อยเจ้า

    ฤดูใบไม้ผลิผ่านพ้นเข้าสู่ต้นฤดูร้อนเวลาล่วงเลยจากเหตุการณ์กบฏในพระราชวังมาหลายเดือนแล้วเมืองหลวงที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือดและเสียงดาบปะทะกัน บัดนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ผู้คนเดินขวักไขว่ตามท้องถนน ร้านค้าต่างเปิดกิจการตามปกติ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วไปทั่วตรอกซอกซอย ราวกับเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมดเป็นเพียงฝันร้ายที่ผ่านพ้นไปภายในท้องพระโรง เสียงประกาศพระราชโองการดังกังวานฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งเซียวอวี้เฉินขึ้นดำรงตำแหน่งรัชทายาท เนื่องด้วยความชอบในการปราบกบฏ รักษาราชบัลลังก์ และปกป้องแผ่นดินจากหายนะครั้งใหญ่เหล่าขุนนางพร้อมใจกันคุกเข่าลง"ถวายพระพรองค์รัชทายาท!"เซียวอวี้เฉินรับพระราชโองการด้วยท่าทีสงบนิ่งเช่นเดิมแม้ตำแหน่งจะเปลี่ยนไป แต่ในสายตาของผู้คน เขายังคงเป็นแม่ทัพผู้ซื่อตรง เป็นบุรุษที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อบ้านเมืองส่วนซูเยว่หนิง...หลังเปิดโปงแผนกบฏและช่วยรักษาราชวงศ์เอาไว้ ชื่อเสียงของนางก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงสตรีที่ครั้งหนึ่งเคยถูกผู้คนมองว่าเป็นพระชายาผู้อ่อนแอ บัดนี้กลับได้รับการยกย่องว่าเป็นสตรีผู้เปี่ยมด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญบุตรสาวของขุนนางหลายตระกูล

  • เมื่อชายาร้ายย้อนกลับมา   บทที่ 14 ศึกชิงบัลลังก์

    รุ่งอรุณวันพิธีบวงสรวงมาถึงพร้อมกับความเงียบอันผิดปกติท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกปกคลุมด้วยเมฆสีหม่น ราวกับแม้แต่ธรรมชาติก็รับรู้ว่ากำลังจะเกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ภายในพระราชวัง ขันที นางกำนัล และขุนนางต่างเร่งเตรียมพิธีตามพระราชโองการของฮองเฮาไม่มีผู้ใดรู้ว่า...ภายใต้ความสง่างามของราชพิธี กำลังมีแผนกบฏซ่อนอยู่ภายในจวนอ๋องเก้า เซียวอวี้เฉินสวมชุดแม่ทัพเต็มยศ เกราะเหล็กสีดำขลับสะท้อนแสงอรุณ รอยแผลจากการลอบสังหารครั้งก่อนยังไม่หายสนิท แต่แววตาของเขากลับแน่วแน่ยิ่งกว่าเดิมซูเยว่หนิงเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า นางช่วยจัดปกเสื้อเกราะให้เขาอย่างเงียบ ๆปลายนิ้วเรียวลูบผ่านรอยแผลที่ยังซ่อนอยู่ใต้ผ้า"ยังเจ็บอยู่หรือไม่"เซียวอวี้เฉินยิ้มบาง"ไม่แล้ว"นางส่ายหน้า"ท่านโกหกไม่เก่ง"เขาหัวเราะเบา ๆ"ต่อให้เจ็บ...วันนี้ข้าก็ต้องไป"ซูเยว่หนิงสูดลมหายใจลึก ก่อนเงยหน้าสบตาเขา"กลับมาหาข้า" น้ำเสียงนั้นเรียบง่ายแต่หนักแน่นกว่าคำสาบานใดเซียวอวี้เฉินยกมือแตะแก้มนางอย่างอ่อนโยน"ข้าสัญญา"ทันใดนั้น หลี่เฟิงก็รีบเดินเข้ามา"ท่านอ๋อง...ทุกคนประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว แม่ทัพหลัวเริ่มเคลื่อนกำลั

  • เมื่อชายาร้ายย้อนกลับมา   บทที่ 13 คืนก่อนพายุ

    แสงอรุณของวันใหม่สาดผ่านยอดต้นเหมยภายในจวนอ๋องเก้าแม้สายลมต้นฤดูใบไม้ผลิจะเริ่มพัดพาความอบอุ่นกลับคืนมา แต่บรรยากาศภายในจวนกลับหนักอึ้งกว่าที่เคยตั้งแต่เซียวอวี้เฉินและซูเยว่หนิงเปิดเผยความลับของการย้อนเวลากันและกัน ทั้งสองก็แทบไม่ได้มีเวลาพักผ่อนอีกเลย เพราะพวกเขาต่างรู้ดี...เวลาที่เหลืออยู่ก่อนองค์ชายสามลงมือก่อกบฏกำลังลดน้อยลงทุกวันภายในห้องหนังสือ แผนที่เมืองหลวงถูกคลี่จนเต็มโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ รายงานจากสายสืบกองแล้วกองเล่าตราประทับของหัวเมืองต่าง ๆ วางเรียงอยู่ด้านข้าง เซียวอวี้เฉินยืนพิงโต๊ะ ใช้นิ้วลากไปตามเส้นทางลำเลียงเสบียงบนแผนที่"หากทุกอย่างเป็นไปเหมือนชาติที่แล้ว"เขาเอ่ยเสียงเรียบ"อีกไม่เกินหนึ่งเดือน องค์ชายสามจะเริ่มเคลื่อนกำลังพล"ซูเยว่หนิงพยักหน้า นางจำได้แม่นยำ คืนก่อนเกิดกบฏ ทหารที่ซ่อนอยู่ในเขาฉางอวิ๋นจะเคลื่อนเข้าประชิดเมืองหลวงพร้อมกันจากสามทิศขณะเดียวกัน ฮองเฮาจะใช้ข้ออ้างจัดพิธีบวงสรวงบรรพชนในพระราชวัง ทำให้กำลังองครักษ์ส่วนหนึ่งถูกโยกไปดูแลพิธีเมืองหลวงจึงอ่อนแอลงโดยไม่รู้ตัว"ครั้งนี้เราจะไม่ปล่อยให้เกิดเช่นนั้น" ซูเยว่หนิงกล่าวหนักแน่นเซียวอวี้เฉินมองนาง

  • เมื่อชายาร้ายย้อนกลับมา   บทที่ 12 ความลับของสองชาติ Nc

    แสงอรุณยามเช้าสาดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาอย่างแผ่วเบาภายในห้องบรรทมของจวนอ๋องเก้า กลิ่นยาสมุนไพรยังคงอบอวลไม่จางหาย เปลวเทียนที่ถูกจุดไว้ตลอดทั้งคืนเหลือเพียงไส้เทียนสั้น ๆ กำลังริบหรี่ลงซูเยว่หนิงยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง ตลอดคืนที่ผ่านมา นางแทบไม่ได้นอนแม้แต่น้อย ดวงตาคู่งามแดงระเรื่อจากการร้องไห้ แต่สายตาที่มองบุรุษบนเตียงกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนปลายนิ้วของนางยังคงจับมือของเซียวอวี้เฉินเอาไว้หลวม ๆ ราวกับเพียงปล่อยมือ...เขาจะหายไปอีกครั้ง ไม่นานนัก...ขนตาของบุรุษบนเตียงก็ขยับเล็กน้อยซูเยว่หนิงชะงัก หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก"ท่านอ๋อง..." นางเรียกเสียงแผ่วเปลือกตาของเซียวอวี้เฉินค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆแสงเช้ายามแรกสะท้อนอยู่ในดวงตาคมที่ยังอ่อนล้า เขาใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะปรับสายตาได้ และสิ่งแรกที่เห็น...คือสตรีที่กำลังจับมือของเขาไว้แน่น"เยว่หนิง..." เสียงของเขาแหบพร่าซูเยว่หนิงยิ้มทั้งน้ำตา"ในที่สุดท่านก็ฟื้น"นางรีบลุกขึ้น"ข้าจะไปตามหมอหลวง"แต่ยังไม่ทันก้าวออกไป ข้อมือของนางกลับถูกมือใหญ่จับไว้เบา ๆ"ไม่ต้อง"เซียวอวี้เฉินส่ายหน้า"ข้าอยากคุยกับ

  • เมื่อชายาร้ายย้อนกลับมา   บทที่ 11 ศึกลอบสังหาร

    สามวันผ่านไปนับจากคืนที่ซูเยว่หนิงเปิดโปงความสงสัยของตนแม้เซียวอวี้เฉินจะยังไม่ยอมรับว่าเขารู้อนาคตเช่นเดียวกับนาง แต่ระหว่างทั้งสองกลับไม่มีความอึดอัดเกิดขึ้นอีกตรงกันข้าม...ความไว้เนื้อเชื่อใจกลับเพิ่มขึ้นทุกวันภายในห้องหนังสือของจวนอ๋องเก้า แผนที่และรายงานลับถูกวางเรียงเต็มโต๊ะไม้เช่นเคยหลี่เฟิงเพิ่งนำข่าวใหม่มารายงาน"ท่านอ๋อง""คนขององค์ชายสามเริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วขอรับ"เซียวอวี้เฉินวางพู่กันลง"ว่ามา""ช่วงหลายวันมานี้ มีคนแปลกหน้าปะปนเข้ามาในเมืองหลวงมากกว่าปกติ""ส่วนใหญ่ปลอมตัวเป็นพ่อค้า คนแบกหาม และคณะละครเร่"ซูเยว่หนิงที่นั่งตรวจบัญชีอยู่เงยหน้าขึ้นทันที ภาพหนึ่งแล่นผ่านความทรงจำชาติที่แล้ว...ก่อนองค์ชายสามเริ่มก่อกบฏ เขาเคยส่งนักฆ่าฝีมือดีเข้ามาในเมืองโดยปลอมตัวเช่นนี้ เวลานั้นไม่มีผู้ใดเอะใจกระทั่งขุนนางฝ่ายตรงข้ามหลายคนทยอยเสียชีวิตอย่างลึกลับนางรีบหันไปหาเซียวอวี้เฉิน"ต้องเพิ่มการตรวจตรา"เขาพยักหน้า"ข้าคิดเช่นเดียวกัน"หลี่เฟิงกำลังจะถอยออกไป แต่เสียงของเยี่ยนเอ๋อร์ก็ดังขึ้นจากหน้าประตู"พระชายา""ผ้าไหมที่พระองค์ทรงสั่งตัดชุดมาถึงแล้วเจ้าค่ะ"ซูเยว่หนิงเพิ่ง

  • เมื่อชายาร้ายย้อนกลับมา   บทที่ 10 คนที่รู้อนาคต

    สายหมอกยามเช้าปกคลุมทั่วทั้งจวนอ๋องเก้าเสียงนกร้องดังแว่วมาจากสวนด้านนอก ขณะที่ภายในห้องหนังสือยังคงมีแสงตะเกียงส่องสว่าง แม้ฟ้าจะเริ่มสางแล้วก็ตามเซียวอวี้เฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้เช่นทุกวัน เบื้องหน้าเขาคือฎีกาหลายสิบฉบับ รายงานจากหัวเมือง และจดหมายลับจากสายสืบที่เพิ่งถูกส่งมาถึงเมื่อคืน บาดแผลจากลูกธนูเริ่มสมานตัวแล้วแต่ซูเยว่หนิงยังคงบังคับให้เขาเปลี่ยนยาและดื่มยาต้มตรงเวลาทุกวัน"ท่านอ๋อง" เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ถูกเปิดออกเบา ๆซูเยว่หนิงถือถาดอาหารเช้าเดินเข้ามา"ถึงเวลารับประทานแล้ว"เซียวอวี้เฉินละสายตาจากเอกสาร ก่อนมองนางด้วยรอยยิ้มจาง ๆ"เจ้าทำเองอีกแล้วหรือ""เพคะ"นางวางถ้วยโจ๊กลงบนโต๊ะ"หมอหลวงกำชับว่าท่านยังเสียเลือดมาก""หากไม่ดูแลให้ดี...""ข้ารู้"เขาพูดแทรกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"หากข้าไม่ยอมกินยา""พระชายาจะโกรธ"ซูเยว่หนิงหลุดหัวเราะเบา ๆ"ท่านก็รู้ตัวนี่เพคะ"ภาพตรงหน้าทำให้หลี่เฟิงซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาต้องหยุดฝีเท้าหลายเดือนก่อน...ต่อให้เขาฝันก็คงไม่เชื่อว่าจะได้เห็นภาพพระชายายืนยิ้มอยู่ข้างโต๊ะของท่านอ๋องเช่นนี้เขารีบวางรายงานลับลงแล้วค้อมศีรษะ"ท่านอ๋อง"

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status