All Chapters of แสงจันทร์กระจ่างใส ทว่ามิเคยสาดส่องผู้หวนคืน: Chapter 1 - Chapter 10

17 Chapters

บทที่ 1

ชายหนุ่มสวมเครื่องแบบตำรวจสีเขียวขี้ม้าสุดเนี้ยบ ซึ่งยิ่งขับให้เขาที่หล่อเหลาอยู่แล้วดูองอาจผ่าเผยมากยิ่งขึ้น ทว่าหากมองดูดีๆ จะเห็นไรหนวดเขียวครึ้มตรงปลายคางและเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำในดวงตา เป็นความเหนื่อยล้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า“เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมบอกฉันล่ะ”สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย น้ำเสียงเจือความตำหนิ เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงนั่งยองๆ อย่างเป็นธรรมชาติ เตรียมจะใส่รองเท้าให้เธอทว่าเท้าของหลินชิงเหลียนกลับหดหนี หลบเลี่ยงการสัมผัสจากเขาเมื่อคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ฉินเฟิงก็ขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับแววตาของหลินชิงเหลียนที่ราบเรียบราวกับน้ำนิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก งานของนายสำคัญกว่า”น้ำเสียงของเธอราบเรียบมาก เธอสวมรองเท้าแล้วลุกขึ้นยืนตรง ดึงใบรายงานการออกจากโรงพยาบาลมาถือไว้แล้วเดินออกไปฉินเฟิงมองแผ่นหลังที่ดูซูบผอมลงไปไม่น้อยของเธอ จู่ๆ หัวใจก็ถูกความรู้สึกกระวนกระวายใจบางอย่างเกาะกุมเขารู้สึกแค่เพียงว่า หลินชิงเหลียน... เหมือนจะมีตรงไหนไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเขาเดินตามออกไป มองดูหลินชิงเหลียนจัดการเรื่อ
Read more

บทที่ 2

รถเมล์โยกเยกไปมาจนกระทั่งจอดเทียบป้ายตลอดทาง ฉินเฟิงพยายามจะคุยกับหลินชิงเหลียนหลายครั้ง แต่ก็ถูกเธอพูดแทรกด้วยความเย็นชาตลอดพอถึงบ้าน หลินชิงเหลียนก็เดินตรงดิ่งกลับเข้าห้องไปทันทีมือของฉินเฟิงที่ยื่นออกไปคว้าได้เพียงความว่างเปล่าอีกครั้ง ความหงุดหงิดตีตื้นขึ้นมาในใจ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ บ้าน ทว่าจู่ๆ ก็ต้องชะงักงันตรงมุมห้อง เสื้อผ้าสกปรกที่เขาถอดทิ้งไว้อย่างรีบร้อนตอนออกจากบ้านเมื่อสัปดาห์ก่อนยังคงวางอยู่ที่เดิม แก้วน้ำที่ดื่มแล้ว หรือแม้แต่มีดโกนหนวดที่วางทิ้งไว้ลวกๆ ก็ยังไม่ได้ถูกนำไปล้างทำความสะอาด ในขณะที่ข้าวของทุกชิ้นของหลินชิงเหลียนกลับสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่างแตกต่างกับข้าวของที่วางระเกะระกะของเขาอย่างสิ้นเชิงราวกับว่า… เป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่ขีดเอาไว้อย่างชัดเจนไฟโกรธไร้ที่มาที่ไปโหมกระหน่ำเข้ามา ฉินเฟิงผลักประตูห้องนอนเข้าไป แต่กลับพบว่าบนผนัง รูปงานแต่งที่หลินชิงเหลียนมักจะเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยมไร้ฝุ่นอยู่เสมอ ตอนนี้กลับเหลือเพียงแค่กรอบรูปเปล่าๆหัวใจของฉินเฟิงกระตุกวูบ “รูปแต่งงานล่ะ?”เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาที่ยังคงเย็นชาของหลินชิงเหลียน เขาก็ไม่
Read more

บทที่ 3

มีดของชายคนนั้นจ่อเข้าที่คอของหลินชิงเหลียนในฉับพลันปืนของฉินเฟิงเล็งไปที่หัวของชายคนนั้น แววตาแฝงความเย็นชาและเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!”ชายคนนั้นหัวเราะร่าอย่างกำเริบเสิบสาน พอออกแรงที่มือ เลือดสดๆ ก็ไหลรินไปตามลำคอขาวผ่องของหลินชิงเหลียน “ฉินเฟิง แน่จริงแกก็ยิงฉันให้ตายตอนนี้เลยสิ! ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็จะลากคนไปลงนรกด้วย! ฉันจะให้แกได้ลิ้มรสความเจ็บปวดของคำว่าบ้านแตกสาแหรกขาดบ้าง!”หลินชิงเหลียนเจ็บจนหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นเฉียบไหลหยดไปตามพวงแก้ม แต่เธอกลับกัดฟันหลุบตาลง ไม่ยอมเผยสีหน้าอ่อนแอออกมาให้เห็นแม้แต่น้อยฉินเฟิงแววตาดุดันเยียบเย็น “ปล่อยคนซะ แกมีเงื่อนไขอะไรก็เสนอมาได้เลย”“พวกแกวางปืนลงก่อน จากนั้นก็…”ชายคนนั้นหัวเราะอย่างเหิมเกริมและชั่วร้าย “ฉันจะให้แก ฉินเฟิง คุกเข่าอ้อนวอนฉัน!”ฉินเฟิงเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วที่กำปืนเกร็งแน่นขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ค่อยๆ ลดมือลง เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ตกลง”ขนตาของหลินชิงเหลียนสั่นระริก เธอช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อเห็นเพียงเขายอมโยนปืนทิ้งลงบนพื้นอย่างว่าง่าย จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าสอง
Read more

บทที่ 4

หัวใจของหลินชิงเหลียนคล้ายถูกเข็มทิ่มแทงไปหนึ่งทีสวี่เซี่ยงหลานซ่อนมือไว้ข้างหลัง “ไม่เป็นไรหรอกค่ะอาจารย์ พี่สะใภ้กำลังโมโหอยู่นี่คะ ฉันหนังหนาเนื้อหยาบ ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ”“อธิบายมา!” ฉินเฟิงมองหลินชิงเหลียนด้วยแววตาที่กดข่มไฟโกรธเอาไว้เขาถึงกับไม่ยอมเอ่ยปากถามเธอสักคำ ก็หลงเชื่อคำพูดลอยๆ ของสวี่เซี่ยงหลานไปแล้ว และปักใจเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเธอหลินชิงเหลียนจ้องหน้าเขาเขม็ง “ฉินเฟิง ถ้านายบอกว่า วันที่เกิดน้ำท่วม สวี่เซี่ยงหลานไม่ได้เป็นตะคริวเลยสักนิด หรือแม้กระทั่งปืนที่เธอยิงเมื่อวาน เธอก็จงใจยิงให้พลาด นายจะเชื่อไหมล่ะ?”“หลินชิงเหลียน” ฉินเฟิงกำหมัดแน่น “เธอจะแต่งเรื่องทั้งที ก็หัดแต่งให้มันดูเนียนกว่านี้หน่อยได้ไหม!”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ฉันรู้ว่าเธอโกรธฉันเรื่องของเสี่ยวหม่านมาตลอด แต่นี่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เธอมาพาลใส่ ใส่ร้าย และทำร้ายคนอื่นนะ!”เขาไม่เชื่อเธอหลินชิงเหลียนมองดูผู้ชายตรงหน้าที่คอยปกป้องสวี่เซี่ยงหลานไว้ข้างหลังอย่างแน่นหนา จู่ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกินเธอไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขา จึงตัดสินใจหลับตาลง ไม่มองหน้าเขาอีก
Read more

บทที่ 5

วันรุ่งขึ้น หลินชิงเหลียนอาศัยช่วงพักกลางวัน ไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อเตรียมนำไปใช้ที่มอสโกเดินดูของไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ เธอก็พบว่าฉินเฟิงกำลังยืนเป็นเพื่อนสวี่เซี่ยงหลานอยู่ในโซนเสื้อผ้าสตรี สวี่เซี่ยงหลานลองสวมชุดกระโปรงสีแดงสดใส โดยมีฉินเฟิงมองดูด้วยสายตาชื่นชมเธอดึงสายตากลับมาเตรียมจะเดินหนี แต่สวี่เซี่ยงหลานกลับตาไวหันมาเห็นเธอเข้าเสียก่อน “พี่สะใภ้!”ฉินเฟิงหันมามองตามเสียง แววตาวูบไหวด้วยความประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ยังรีบก้าวเดินเข้ามา แล้วดึงตัวเธอเข้าไปหาสวี่เซี่ยงหลานหมุนตัวโชว์ต่อหน้าหลินชิงเหลียน แววตาเต็มไปด้วยความท้าทายและมุ่งร้าย “ชุดสีแดงที่พี่เฟิงเลือกให้ฉัน สวยไหมคะ?”ฉินเฟิงรีบอ้าปากอธิบาย “ชิงเหลียน คือชุดนี้มัน…”“ไม่ต้องอธิบายหรอก” หลินชิงเหลียนพูดแทรกเขา “ฉันไม่ได้สนใจ ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ”เธอหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงของหักร้าวดังมาจากเหนือศีรษะหลินชิงเหลียนเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นคานไม้เก่าๆ บนเพดานหลุดร่วงลงมา และกำลังพุ่งหล่นลงมาตรงจุดที่พวกเขาสามคนยืนอยู่อย่างจัง!“ระวัง!”ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คนรอ
Read more

บทที่ 6

หลินชิงเหลียนขมวดคิ้ว “เธอกำลังพูดเรื่องอะไร?”สวี่เซี่ยงหลานพุ่งพรวดเข้ามา รอยฝ่ามือบนใบหน้าแดงเถือก ใต้ตายังมีคราบน้ำตาเกาะอยู่ “พี่สะใภ้ ทำไมพี่ถึงต้องฉวยโอกาสตอนที่อาจารย์ไปเข้าห้องน้ำเผาเอกสารทิ้งด้วย พี่รู้ไหมว่าเพื่อคดีนี้ ขนาดตอนที่อาจารย์นอนอยู่โรงพยาบาลก็ยังไม่ได้พักผ่อนเลย เอาแต่ตามหาเบาะแสมาตลอด”“ในแฟ้มคดีมีภาพสเกตช์ของคนร้ายอยู่ พี่รู้ไหมว่ามันเป็นเบาะแสที่สำคัญมากขนาดไหน!”“ฉันไม่ได้ทำ” หลินชิงเหลียนแววตาเย็นเยียบ “สวี่เซี่ยงหลาน ฉันอยู่ในห้องตลอดไม่ได้ออกไปไหนเลย เธอกำลังใส่ร้ายฉัน…”“นี่เธอจะบอกว่าเซี่ยงหลานเผาแฟ้มคดีเองเพื่อใส่ร้ายเธองั้นหรอ?”ฉินเฟิงน้ำเสียงเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เธอรู้บ้างไหมว่าเซี่ยงหลานทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายให้คดีนี้ไปมากแค่ไหน เธออดหลับอดนอนอยู่ที่สถานีติดต่อกันตั้งหลายวัน ก็เพื่อที่จะลากตัวคนร้ายออกมาให้ได้เร็วๆ!”“หลินชิงเหลียน ฉันรู้ว่าเธอเก็บเอาเรื่องของเซี่ยงหลานมาคิดเล็กคิดน้อยตลอด แถมยังโทษฉันเรื่องเสี่ยวหม่านมาตลอดด้วย แต่เธอไม่ควรเอาความปลอดภัยของสังคมมาล้อเล่นนะ!”หลินชิงเหลียนสะท้านไปทั้งร่าง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา แวว
Read more

บทที่ 7

หลินชิงเหลียนดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง เธอกัดมือของผู้ชายคนที่ปิดปากเธอไว้เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ แต่เสียงร้องนั้นกลับถูกกลืนหายไปท่ามกลางสายฝนชายคนนั้นทาบทับลงบนร่างของเธอ อุดปากเธอไว้ แล้วใช้เชือกมัดเธอเอาไว้เขากระชากฉีกเสื้อผ้าของเธออย่างบ้าคลั่ง ข้างมือยังมีเครื่องมืออย่างมีดและขวานวางอยู่น้ำฝนสาดกระหน่ำใส่ดวงตาของหลินชิงเหลียนอย่างหนักหน่วง เธอพยายามลืมตามองผู้ชายที่มีแววตากระหายเลือดตรงหน้าอย่างยากลำบาก ในใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวังเธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะถูกย่ำยี และหลังจากนั้นก็ต้องตายแต่เธอไม่ยินยอม เธอเพิ่งจะตัดสินใจก้าวออกมาจากชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลว เธอกำลังเตรียมตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอไม่ยอมตายไปแบบนี้หรอกนะหลินชิงเหลียนดิ้นรนอย่างสุดชีวิต ชายคนนั้นกดร่างเธอเอาไว้ ฝ่ามือและหมัดกระหน่ำฟาดลงบนตัวเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างโหดเหี้ยมมุมปากของหลินชิงเหลียนมีเลือดรินไหล เธอมองดูผู้ชายคนนั้นถอดกางเกงออกด้วยความสิ้นหวัง…และในตอนนั้นเอง เสียงปืนก็ดังขึ้นจากที่ไกลๆการกระทำของชายคนนั้นชะงักไป วินาทีต่อมา ในแววตาของเขาก็วูบผ่านความเหี้ยมโหด เขาคว้าขวานขึ้นมาแล้วสับลงบนหัวของห
Read more

บทที่ 8

ในห้องประชุมของสถานีตำรวจ ฉินเฟิงและเพื่อนร่วมงานที่ร่วมไขคดีในครั้งนี้ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน กำลังรับมอบรางวัลและให้สัมภาษณ์ไมโครโฟนของนักข่าวถูกยื่นไปตรงหน้าของฉินเฟิง “ผู้กองฉินคะ การที่สามารถจับกุมคนร้ายในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องได้รวดเร็วขนาดนี้ ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรอยากจะกล่าวบ้างไหมคะ?”ฉินเฟิงเงียบไปหลายวินาที “ที่สามารถจับกุมคนร้ายได้เร็วขนาดนี้ในครั้งนี้ นอกจากจะต้องขอบคุณความทุ่มเทและหยาดเหงื่อแรงกายของทีมงานแล้ว ยังต้องขอขอบคุณภรรยาของผมเป็นพิเศษด้วยครับ เป็นเพราะเธอยอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตราย ถึงได้ช่วยป้องกันไม่ให้มีเหยื่อรายต่อไปเกิดขึ้น”ตอนที่พูดประโยคนี้ โทรศัพท์ในห้องทำงานของฉินเฟิงก็ดังขึ้นหลายรอบ แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นพอพิธีมอบรางวัลจบลง ฉินเฟิงก็ถือเหรียญรางวัลแล้วก้าวยาวๆ เดินออกไปข้างนอกทันทีสวี่เซี่ยงหลานดึงแขนเสื้อของเขาเอาไว้ “อาจารย์คะ ครั้งนี้ไขคดีใหญ่ได้ขนาดนี้ พวกเราไปจัดงานเลี้ยงฉลองให้ชื่นใจกันหน่อยดีไหมคะ!”เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ในทีมก็ส่งเสียงเชียร์สนับสนุน ทุกคนล้วนหน้าตาเบิกบานไปด้วยความภาคภูมิใจแต่ฉินเฟิงกลับขมวดคิ้ว ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภ
Read more

บทที่ 9

จากนั้น ฉินเฟิงก็ถอดหมวกตำรวจออก แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงโค้งงอลงเล็กน้อยชายหนุ่มค่อยๆ ก้มศีรษะที่เคยเชิดสูงมาตลอดลง ฝังดวงตาทั้งสองข้างลงในฝ่ามือ ของเหลวอุ่นๆ ร่วงหล่นลงบนฝ่ามือหลินชิงเหลียน หย่ากับเขาแล้วเธอไม่เอาเขาแล้วเธอ วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้วความตระหนักรู้นี้ราวกับแมลงมีพิษที่ชอนไชไปทุกอณู กัดกินหัวใจของเขาอย่างบ้าคลั่ง นำมาซึ่งความเจ็บปวดที่แสนสาหัสและต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนเขาลุกพรวดขึ้นมาอีกครั้ง คว้าหมวกตำรวจมาสวม แล้วก้าวเดินออกไปอย่างหนักแน่นฉินเฟิงขับรถมาที่สำนักงานเขต และได้รับใบหย่ามาเขามองเจ้าหน้าที่ตรงหน้า เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “สหายครับ สหายหลินมาทำเรื่องขอหย่าตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ แล้วตอนนั้น... สภาพของเธอเป็นยังไงบ้างครับ?”เจ้าหน้าที่นึกย้อนไปครู่หนึ่ง “ฉันค่อนข้างประทับใจสหายหลินเลยค่ะ เธอมาเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ตอนนั้นเธอใส่ชุดสีดำ ที่แขนติดดอกไม้สีขาว ตาบวมเป่งเพราะร้องไห้ น่าจะ... มีญาติเสียชีวิตน่ะค่ะ”ฉินเฟิงนึกถึงวันฝังศพของเสี่ยวหม่านขึ้นมาทันที วันนั้นเธอสวมชุดสีดำ ติดดอกไม้สีขาว เอาแต่ร้องไห้อยู่หน้าป้ายวิญญาณของเสี่ยวหม่าน น้ำตาไหลรินไ
Read more

บทที่ 10

“วิ้ง” เสียงดังขึ้นในหัว สมองของฉินเฟิงขาวโพลนไปหมดเขามองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ “คุณบอกว่า เธอไปไหนนะครับ?”หัวหน้าเจียงยังคงไร้ซึ่งสีหน้าใดๆ “มอสโก ชิงเหลียนเป็นคนยื่นเรื่องขอไปเอง”เธอชะงักไปครู่หนึ่ง มองดูสภาพจิตใจที่แตกสลายของฉินเฟิง รอยยิ้มมุมปากเย็นชา “ผู้กองฉิน ตอนที่ชิงเหลียนยื่นเรื่อง ท่าทีของเธอเด็ดเดี่ยวมาก เธอบอกว่าไม่อยากอยู่ที่สถานที่ที่เต็มไปด้วยความเสียใจแห่งนี้อีกแล้ว ฉันคิดว่า เธอคงไม่อยากเห็นหน้าคุณแล้วล่ะ”ไม่อยากเห็นหน้าเขา!คำพูดสั้นๆ ไม่กี่คำ ราวกับมีดสั้นอาบน้ำแข็ง ที่แทงทะลุเข้ากลางอกของฉินเฟิงอย่างจัง เจ็บปวดจนแม้แต่ลมหายใจก็ยังสั่นสะท้าน“ผู้กองฉิน กลับไปเถอะค่ะ”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก้าวเข้ามา ฉินเฟิงหน้าซีดเผือด หันหลังเดินจากไปเขานั่งอยู่ในรถ มือสั่นเทาขณะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบมวนหนึ่งมองดูประตูใหญ่ของหน่วยศิลปากร ภาพการเดตครั้งแรกของพวกเขาสองคนหลังจากการดูตัวก็สว่างวาบขึ้นมาในหัววันนั้น เขาขอลาหยุด พากันไปดูหนัง แล้วก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐ ไปซื้อของที่ร้านสหกรณ์ สุดท้ายเขาก็ขับรถมาส่งเธอที่หน่วยศิลปากรตอนที่ลงจากรถ จู่ๆ เธอก็
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status