Alle Kapitel von ดอกท้อร่วงโรย ดวงใจข้ามิหวนคืน: Kapitel 11 – Kapitel 20

20 Kapitel

บทที่ 11

“อยู่กับข้างั้นหรือ?” จี้จือจิ่งราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องน่าขันอย่างยิ่ง เขาพลันปล่อยข้อมือนาง ก่อนเหวี่ยงนางลงกระแทกพื้น แล้วมองลงมาจากเบื้องบนด้วยสายตาเย็นเยียบ “ตู้หว่านหลิง เจ้าหลอกปั่นหัวข้าราวกับข้าเป็นคนโง่มาตั้งหลายปี ยังไม่พออีกหรือ?”สีหน้าของตู้หว่านหลิงซีดเผือด “พี่จือจิ่ง ท่านพูดเรื่องอะไร ข้าไม่เข้าใจ…”“ไม่เข้าใจงั้นหรือ?” จี้จือจิ่งแค่นหัวเราะ ก่อนหยิบจดหมายลับปึกหนึ่งออกจากอกเสื้อแล้วปาใส่หน้านางอย่างแรง “ถ้าอย่างนั้นก็บอกข้ามา รูปสลักหยกที่ไทเฮาพระราชทานในงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิวันนั้น เจ้าเผลอหยิบผิดจริงหรือ? ข้าสืบมาแล้ว! เจ้าจงใจค้นมันออกมาจากช่องลับที่อยู่ลึกสุดในคลัง แล้วเอาไปวางไว้ตรงจุดที่เด่นสะดุดตาที่สุด! เจ้ารู้อยู่ตั้งนานแล้วว่านั่นเป็นของพระราชทาน แต่ยังจงใจมาร่ำไห้ฟ้องข้า เสี้ยมให้ข้าโยนความผิดนี้ไปให้หร่วนเยวียนรับผิดแทนเจ้า!” แผ่นกระดาษกระจายเกลื่อนพื้น บนนั้นมีทั้งคำให้การของบ่าวไพร่และคำให้การของเถ้าแก่หอเจินเป่า แต่ละข้อบันทึกไว้อย่างชัดเจนตู้หว่านหลิงทรุดนั่งกับพื้น ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง แต่ยังพยายามบ่ายเบี่ยงแก้ตัว “ข้ามิได้...ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว
Mehr lesen

บทที่ 12

จี้จือจิ่งไม่ใส่ใจว่าอาการบาดเจ็บยังไม่หายดี เขารีบจัดแจงเรื่องต่างๆ ในจวนอย่างลวกๆ ก่อนพาจี้เฟิงกับคนสนิทอีกหลายนายเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืน มุ่งหน้าไปยังเจียงหนานตลอดสามวันสามคืน พวกเขาไม่หลับไม่นอนและไม่หยุดพัก เร่งจนม้าฝีเท้าดีล้มตายไปถึงสามตัวเมื่อมาถึงซูโจว เขาอยู่ในสภาพอิดโรย เบ้าตาลึกโหล ริมฝีปากแห้งแตกจนมีเลือดออก มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ยังวาววับจนน่ากลัว ภายในราวกับมีเปลวไฟแห่งความยึดติดอันเกือบถึงขั้นหมกมุ่นลุกโชนอยู่เขาถือภาพเหมือนของหร่วนเยวียนไว้ พบใครก็เข้าไปถาม “เคยเห็นสตรีผู้นี้หรือไม่?”เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชานำข่าวที่แน่ชัดกลับมาได้ในที่สุด จี้จือจิ่งกำลังพิงกำแพงเย็นเฉียบของโรงเตี๊ยม พลางหอบหายใจอยู่“รัฐทายาท สืบพบแล้วขอรับ คุณหนูหร่วน...มาถึงซูโจวเมื่อสิบวันก่อน เวลานี้พักอยู่ที่เรือนทิงจู๋ทางตะวันตกของเมืองขอรับ ที่นั่นคือ...เรือนพักนอกจวนของสกุลเจียง ผู้มั่งคั่งที่สุดแห่งเจียงหนานขอรับ ยิ่งกว่านั้น” ผู้ใต้บังคับบัญชากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “อีกสามวัน สกุลเจียงจะจัดงานมงคลสมรส และเจ้าสาวก็คือ...คุณหนูหร่วนขอรับ”ผู้มั่งคั่งที่สุดแห่งเจียงหนาน สกุลเจียงเจ
Mehr lesen

บทที่ 13

จี้จือจิ่งถูกเชิญเข้าไปยังจวนสกุลเจียงจะเรียกว่าเชิญก็ไม่ถูกนัก มิสู้บอกว่าเป็นการคุมตัวเสียมากกว่าภายในห้องโถง เจียงเยี่ยนให้บ่าวรับใช้ถอยออกไป ก่อนจะค่อยๆ ชงชาอย่างไม่รีบร้อน ไอน้ำที่ลอยอบอวลบดบังคิ้วตาอันหล่อเหลาของเขาให้พร่ามัว แต่กลับยิ่งทำให้ดวงตาคู่นั้นที่มองไปยังจี้จือจิ่งดูเย็นชายิ่งขึ้น“รัฐทายาทจี้เดินทางมาไกล ข้าควรทำหน้าที่เจ้าบ้านให้สมควร” เจียงเยี่ยนเลื่อนถ้วยชาไปตรงหน้าเขา น้ำเสียงเรียบเฉย “เพียงแต่ข้าไม่ทราบว่า รัฐทายาทมาตามตอแยภรรยาที่ผ่านพิธีแต่งงานกับข้าแล้ว มีเจตนาใดกัน?”“นางมิใช่ภรรยาของเจ้า!” จี้จือจิ่งใช้สองมือยันโต๊ะเตี้ย หลังมือเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาแดงก่ำ “ระหว่างพวกเราเป็นเพียงความเข้าใจผิดเท่านั้น! ข้ารักนาง ที่ผ่านมาเป็นเพราะข้าเลอะเลือน เป็นเพราะข้าทำตัวโง่เขลา! ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือชดเชยนาง ขอร้องเจ้าล่ะ ให้โอกาสข้าอีกครั้ง...”“รักนางอย่างนั้นหรือ?” เจียงเยี่ยนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “ความรักของรัฐทายาทจี้ ช่างทำให้ข้าผู้แซ่เจียงได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ รักถึงขั้นกรอกนางด้วยยาหงฮวา ทำลายบุตรของพวกท่าน? รักถึงขั้นที่ริมหน้าผา
Mehr lesen

บทที่ 14

สิบสองชั่วยาม ยาวนานราวกับหนึ่งศตวรรษเมื่อคุกเข่าอยู่นานเข้า จี้จือจิ่งก็แทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของขาทั้งสองข้างอีกต่อไป สติของเขาล่องลอยอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็นและความพร่าเลือนไข้สูงเข้าครอบงำเขา เบื้องหน้ามืดดำลงเป็นระยะ เสียงหึ่งๆ ดังอยู่ข้างหูแต่เขากัดฟัน ฝืนประคองตัวเองเอาไว้เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณส่องเข้ามายังห้องโถง เงาร่างของเจียงเยี่ยนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู“ถึงเวลาแล้ว” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจี้จือจิ่งขยับริมฝีปากที่แห้งแตก อยากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับเปล่งเสียงออกมามิได้เขาอยากลุกขึ้นยืน แต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้ความรู้สึก ก่อนจะล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรงเขาดิ้นรน ใช้แขนพยุงร่างขึ้น ก่อนค่อยๆ ขยับไปยังประตูอย่างยากลำบากทีละน้อยเจียงเยี่ยนไม่ได้เข้าไปพยุงเขา เพียงแต่มองดูอย่างเฉยชาจี้จือจิ่งถูกองครักษ์สองคนทั้งลากทั้งพยุง ก่อนจะโยนเข้าไปในห้องหนึ่งของเรือนด้านข้างมีคนกรอกยาให้เขา และเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งสบายให้เขาหลับไปอย่างเลือนราง แต่กลับสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้งท่ามกลางเสียงฆ้องกลองและประทัดที่ดังสนั่นใช่แล้ว วันนี้คือวันพิธีมงคลสมรสของเจียงเยี่ยนกับหร่
Mehr lesen

บทที่ 15

หร่วนเยวียนกำมีดสั้นเย็นเยียบนั้นไว้ มือของนางมั่นคงไม่สั่นไหวหลังผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดง นางนิ่งเงียบ มองบุรุษตรงหน้าซึ่งกำลังคลุ้มคลั่งจากนั้น นางค่อยๆ ชักมือของตนกลับมาทีละน้อยด้วยความเชื่องช้าอย่างยิ่งมีดสั้นตกลงบนพื้น พร้อมเสียง “เคร้ง” หนึ่งครั้งท่ามกลางสายตาสิ้นหวังของจี้จือจิ่ง นางยกมือขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวของตนออกภายใต้มงกุฎหงส์ เครื่องประทินโฉมประณีตงดงาม คิ้วตาราวภาพวาด ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งที่ก่อตัวมานับพันปี ไร้ซึ่งความอบอุ่นแม้แต่น้อย“จี้จือจิ่ง” นางเอ่ยขึ้น เสียงไม่ดังนัก ทว่ากลับชัดเจนจนก้องกังวานไปทั่วทุกมุมของโถงพิธี “ท่านจำได้หรือไม่ ตอนที่ข้าคุกเข่าลง ร้องไห้อ้อนวอนขอให้ท่านอย่าทำลายบุตรในครรภ์ ท่านพูดอะไรกับข้า?”จี้จือจิ่งแข็งค้างไป ภาพเหล่านั้นที่เขาจงใจลืมเลือน พลันหลั่งไหลขึ้นมาในใจอย่างไม่อาจควบคุมได้…ใบหน้าซีดขาวของนาง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มือที่สั่นเทาของนางซึ่งกำชายเสื้อเขาไว้...หร่วนเยวียนมองสีหน้าที่ซีดเผือดลงในชั่วพริบตาของเขา นางยิ้มออกมาเบาๆ ทว่าน้ำตากลับไหลรินผ่านแก้ม ลบเลือนชาดบนพวงแก้มจนจา
Mehr lesen

บทที่ 16

ราตรีดำดิ่งลึก เทียนแดงลุกโชติช่วงจี้จือจิ่งถูกโยนออกจากจวนสกุลเจียง ร่างทรุดลงนั่งอยู่ตรงมุมถนนอันเย็นเยียบและสกปรกเขาได้ยินเสียงครึกครื้นที่ดังแว่วมาจากที่ไกลออกไป เป็นเสียงของเหล่าแขกเหรื่อที่กำลังหยอกล้อกันในคืนเข้าหอเขานึกภาพออกว่า ภายในห้องที่ติดอักษร “囍” เต็มไปหมดนั้น เทียนแดงกำลังสั่นไหว อาเยวียนของเขาสวมชุดเจ้าสาวที่เขาเคยใฝ่ฝันถึงครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับกำลังเผยรอยยิ้มให้บุรุษอีกคนเขาถึงกับได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่คล้ายมีคล้ายไม่มี เป็นเสียงหัวเราะกระซิบกระซาบระหว่างคนรักกัน และเสียงครางที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น ซึ่งทำให้หัวใจแทบแตกสลายทุกเสียงที่เล็ดลอดเข้ามา ล้วนเหมือนเข็มอาบพิษจำนวนมากมาย แทงเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าในส่วนที่อ่อนโยนที่สุดของหัวใจเขา ความเจ็บปวดทำให้เขาขดตัวลง ราวกับสุนัขป่าที่ถูกทอดทิ้งและใกล้สิ้นใจเขาขยับริมฝีปากอยู่หลายครั้ง อยากร้องไห้ แต่กลับไม่อาจเปล่งเสียงใดออกมาได้มีเพียงของเหลวร้อนระอุเท่านั้น ที่หลั่งทะลักออกมาจากเบ้าตาอันแห้งผากเขารู้แล้วว่า ตนเองได้สูญเสียนางไปอย่างสิ้นเชิงสูญเสียไป ตลอดกาลฤดูใบไม้ผลิของซูโจวมาถึงเร็ว ดอกท้อที่ว
Mehr lesen

บทที่ 17

วันนี้เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีฟ้าครามดุจท้องนภาหลังฝน ยิ่งขับให้ใบหน้าดูหล่อเหลาสง่างาม เรือนกายสูงสง่าผึ่งผายเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้าวเข้าไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ก่อนเข้าขวางหร่วนเยวียนไว้ด้านหลัง แล้วกวาดสายตาเย็นเฉียบไปยังจี้จือจิ่งที่อยู่บนพื้น“รัฐทายาทจี้” เจียงเยี่ยนเอ่ยเสียงไม่ดังนัก ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงแรงกดดันที่ไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง “กลางวันแสกๆ ยังตามพัวพันสตรีที่มีสามีแล้วไม่เลิก นี่หรือคือการอบรมสั่งสอนของจวนเจิ้นเป่ยโหวของท่าน? หรือว่าที่ถูกโบยในเมืองหลวง ยังไม่มากพออีก?”จี้จือจิ่งทำราวกับมิได้ยินคำพูดของเจียงเยี่ยน เพียงจ้องหร่วนเยวียนไม่ละสายตา ราวกับว่าในโลกนี้เหลือเพียงนางผู้เดียว“อาเยวียน...” เขาเรียกนางอีกครั้ง น้ำเสียงแตกพร่าจู่ๆ หร่วนเยวียนก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางจึงยกมือดึงปิ่นเล่มหนึ่งออกจากเรือนผมมันคือปิ่นรูปผีเสื้อที่เก่ามากเล่มหนึ่ง ปีกผีเสื้อที่ถักพันด้วยเส้นทองหม่นมัวไร้ประกายไปนานแล้ว กระทั่งบิดเบี้ยวเสียรูปไปบ้างรูม่านตาของจี้จือจิ่งหดวูบ…ปิ่นเล่มนั้นเป็นของที่เขาซื้อให้นางอย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อครั้งกลับมาจากเจียงหนานในปี
Mehr lesen

บทที่ 18

เขาก้าวไปข้างหน้าอีกสองก้าว เข้าใกล้ขอบหน้าผามากขึ้นแววตาของเจียงเยี่ยนพลันนิ่งขึง เขาดึงหร่วนเยวียนให้ถอยหลังมาเล็กน้อยแต่จี้จือจิ่งกลับราวกับไม่รับรู้ เขาหันกลับมามองหร่วนเยวียน บนใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มประหลาดบางๆ ที่เจือแววคล้ายได้หลุดพ้น“อาเยวียน ตอนนั้นข้าเลือกตู้หว่านหลิง ข้าติดค้างชีวิตเจ้าไว้” เสียงของเขาแผ่วเบา ถูกสายลมพัดกระจายไป “ตอนนี้ ข้าจะคืนชีวิตข้าให้เจ้า ดีหรือไม่?”ยังไม่ทันสิ้นคำ ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของทุกคน เขากลับกระโจนลงไปในเหวลึกที่ปกคลุมด้วยหมอกจริงๆ!“จี้จือจิ่ง!” เจียงเยี่ยนพลันหน้าเปลี่ยนสี เขาตวาดลั่น พลางยื่นมือออกไปคว้าตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับคว้าได้เพียงเศษชายเสื้อที่ขาดวิ่นเหล่าองครักษ์ร้องออกมาด้วยความตกใจพลางกรูกันเข้าไป ทว่าริมหน้าผากลับว่างเปล่าไร้ผู้คน เหลือเพียงสายลมภูเขาที่พัดหวีดหวิวร่างของหร่วนเยวียนไหววูบเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ใบหน้าซีดลงนิดหนึ่ง นิ้วมือเผลอกำแขนเสื้อของเจียงเยี่ยนแน่นโดยไม่รู้ตัวเจียงเยี่ยนโอบหร่วนเยวียนเข้าสู่อ้อมแขนทันที พลางบดบังสายตาของนางไว้ ก่อนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ลงไปตามหา! หากยังมีชีวิต
Mehr lesen

บทที่ 19

หนึ่งปีต่อมาภายในกระโจมที่สกปรกและทรุดโทรมที่สุดแห่งค่ายทหารซีซาน ตู้หว่านหลิงขดตัวอยู่ตรงมุมหนึ่ง ทั่วร่างเต็มไปด้วยคราบโสโครกและร่องรอยบาดแผลแววตาของนางเลื่อนลอยไร้ประกาย ปากยังคงพึมพำซ้ำไปซ้ำมา “พี่จือจิ่ง...ช่วยข้าด้วย...พี่จือจิ่ง...พวกมันจะสังหารข้าแล้ว...”เหล่าสตรีที่อยู่ข้างๆ พากันหัวเราะเยาะ“ยังฝันอยู่อีกหรือ? พี่จือจิ่งของเจ้าน่ะ ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ไม่เหลียวแลมาตั้งนานแล้ว!”“ได้ยินว่าเขาเสียสติไปแล้ว กอดเสื้อผ้าเก่าๆ ชิ้นหนึ่งกระโดดลงสระบัว พอช่วยขึ้นมาได้ก็ดูโง่งมเลอะเลือนไปเสียแล้ว ผู้ใดจะยังจำเจ้าได้อีกเล่า?”ตู้หว่านหลิงราวกับไม่ได้ยิน ยังคงพึมพำอยู่เช่นเดิม แววตาว่างเปล่ามองแสงจากฟ้าเพียงเล็กน้อยที่ลอดลงมาจากรูโหว่บนหลังคากระโจมบางครั้งก็มีทหารเดินเข้ามาทั้งที่เมามาย ลากนางขึ้นแล้วพาตัวออกไปนางไม่ดิ้นรนอีกต่อไป ราวกับตุ๊กตาชำรุดตัวหนึ่งเมืองหลวง จวนเจิ้นเป่ยโหวความคึกคักในวันวานที่ผู้คนเคยเข้าออกไม่ขาดสายหายไปนานแล้ว ป้ายถูกฝุ่นจับ ประตูชาดเงียบเหงาร้างผู้คนณ เรือนเล็กที่อยู่ในส่วนเปลี่ยวที่สุดของจวน ประตูลานปิดสนิทจี้จือจิ่งนั่งอยู่บนรถเข็น ขากางเกง
Mehr lesen

บทที่ 20

มีทั้งภาพนางขณะอ่านหนังสือริมหน้าต่าง ขณะชมดอกไม้อยู่ในลานเรือน ขณะง่วนอยู่ในครัว กระทั่งยังมี...ภาพนางในมุมด้านข้างเมื่อครั้งอยู่ในเมืองหลวง นั่งอยู่ในรถม้าด้วยสีหน้าเหงาหงอยลายเส้นละเอียดอ่อน แฝงไว้ด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งที่มุมขวาล่างของภาพทุกภาพ ล้วนมีวันที่กำกับไว้ภาพที่วาดไว้แรกสุด กลับเป็นภาพในปีที่นางเข้าพิธีปักปิ่น ณ งานเทศกาลโคมไฟในเมืองหลวง เป็นชั่วขณะที่นางทายปริศนาโคมไฟข้อหนึ่งถูก แล้วคลี่ยิ้มออกมาตอนนั้น นางยังไม่รู้จักเจียงเยี่ยนนางประคองภาพเหล่านั้นไว้ในมือ นั่งเหม่อนิ่งอยู่ในห้องหนังสือเป็นเวลานานเมื่อเจียงเยี่ยนกลับมาในตอนค่ำ นางถามเขาว่า “เหตุใดท่านจึง...ดีกับข้าถึงเพียงนี้?”เจียงเยี่ยนมองขอบตาที่แดงเรื่อของนาง ก็เข้าใจในทันทีว่านางเห็นอะไรมาเขามิได้พูดถึงความรักที่เฝ้าเก็บซ่อนไว้อย่างระมัดระวังตลอดหลายปีนั้น มิได้พูดถึงความหม่นเศร้าเมื่อได้ยินข่าวว่านางออกเรือน มิได้พูดถึงความโกรธและความเจ็บปวดใจเมื่อล่วงรู้ถึงสภาพที่นางต้องเผชิญอยู่ในจวนโหว และยิ่งมิได้พูดถึงความบ้าคลั่งในยามที่นางตกหน้าผาแล้วหายตัวไป เมื่อเขาแทบค้นไปทั่วทั้งภูเขาเขาเพียงยื่นมือออ
Mehr lesen
ZURÜCK
12
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status