เราเคยอธิบายเรื่องเวลาให้เพื่อนต่างชาติแล้วรู้เลยว่าความสับสนหลักมาจากระบบ 12 ชั่วโมงกับคำว่า 'ทุ่ม' ในภาษาไทย: 'สามทุ่ม' ก็คือ 21:00 หรือ 'nine p.m.' ในภาษาอังกฤษตรง ๆ นั่นแหละ หลายคนที่ไม่คุ้นกับคำว่า 'ทุ่ม' จะได้ยินเป็น 'three o'clock' แล้วสงสัยว่าเป็นเช้าหรือกลางคืน ดังนั้นพอเราแปลให้ชัด ๆ แบบพูดได้ว่า 'The movie starts at nine p.m.' หรือเขียนเป็น '21:00' ก็ช่วยตัดปัญหาได้ทันที
บางครั้งวิธีเล่าแตกต่างกันไปตามบริบท เช่น ในการชวนเพื่อนแบบไม่เป็นทางการ เราชอบพูดว่า 'See you at nine tonight' หรือ 'Let's meet at nine in the evening' เพราะฟังเป็นกันเองและลดความเป็นทางการ ส่วนถ้าเป็นตารางบินหรือรอบรถไฟ จะใช้รูปแบบ 24-hour เช่น 'Departure: 21:00' เพราะชัดเจนและไม่มี AM/PM มาปะปนกัน เรามักเตือนให้ใส่ 'p.m.' หรือคำว่า 'in the evening/at night' ถ้าบอกแค่ 'nine o'clock' โดยเฉพาะกับคนที่ใช้ระบบ 12 ชั่วโมงเท่านั้น
สรุปในทริกง่าย ๆ ที่เราให้เพื่อน: ถ้าต้องการพูดเป็นภาษาอังกฤษให้ชัด ให้ใช้ '9 p.m.' หรือ 'nine in the evening' ถ้าเป็นเอกสารหรือการจองให้ใช้ '21:00' จะปลอดภัยที่สุด เสียงแบบคุยกันก็แค่ 'nine tonight' ก็พอแล้ว ทำให้คนต่างชาติไม่ต้องเดาว่าเป็นตีสามหรือทุ่ม
ฉันมักอธิบายให้เพื่อนเข้าใจง่าย ๆ ว่าแบบที่ใช้บ่อยที่สุดคือ 'nine p.m.' เมื่อเขียนจะเป็น 9:00 PM หรือ 21:00 ในระบบ 24 ชั่วโมง ส่วนการพูดออกเสียงแบบเป็นกันเองคนมักใช้ 'nine o'clock at night' หรือ 'nine in the evening' ถ้าพูดสั้น ๆ ก็เพียงแค่ 'it's nine' แต่บริบทต้องช่วยให้รู้ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน
การใช้จริงจะต่างกัน เช่น ในตารางสายการบินหรือโปรแกรมทีวีผู้คนมักเห็น '21:00' เพราะชัดเจนและไม่สับสน ขณะที่ในการชวนเพื่อนออกไปกินข้าวจะพูดว่า 'Let's meet at nine in the evening' หรือแค่ 'meet at nine' ได้ถ้ารู้บริบทแล้ว อีกอย่างที่ชอบเตือนคือคำว่า 'o'clock' ใช้เฉพาะเวลาตรงชั่วโมง เช่น three o'clock, nine o'clock หากมีนาทีต้องพูดเป็น 'nine fifteen', 'half past nine' เป็นต้น
สรุปคือ หากอยากเขียนให้เป็นทางการใช้ '9 p.m.' หรือ '21:00' แต่ถ้าพูดกับคนใกล้ชิดก็ใช้ 'nine in the evening' หรือ 'nine o'clock at night' ได้เลย — แบบนี้สื่อสารชัดเจนและฟังเป็นธรรมชาติ