นี่คือสิ่งที่ตกตะกอนอยู่ในหัวหลังจากอ่านนิยายเล่มนี้: ความหลากหลายทางศิลปะและวัฒนธรรมถูกปั้นรวมกันอย่างตั้งใจจนกลายเป็นผืนผ้าใบที่มีหลายชั้นของอิทธิพล
ภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบไทยชัดเจนในฉากพิธีกรรมและลวดลายเครื่องแต่งกาย ความละเอียดของลายละเอียดลายพู่กันแบบจีนปรากฏในบรรยายการเขียนอักษรและฉากภูมิทัศน์ ส่วนกลิ่นอายญี่ปุ่นอยู่ในท่าทีนิ่งของตัวละครและการใช้ภาพธรรมชาติแบบ 'The Tale of Genji' ที่ถูกอ้างอิงเป็นโทนของความละเมียดละไม
นอกจากเอเชียแล้ว ยังมีเศษเสี้ยวศิลปะเปอร์เซียในลายพิมพ์ฉากกลางคืนและการใช้สีทองคล้ายภาพมินิเอเจอร์ รวมถึงองค์ประกอบบรรยากาศยุโรปยุคบาโรกที่เห็นได้จากโครงสร้างสถาปัตยกรรม การผสมผสานทำให้แต่ละฉากไม่ใช่สำเนาของที่ใดที่หนึ่งแต่เป็นการนำเอาองค์ประกอบสื่อสารความรู้สึกทางวัฒนธรรมมาร้อยเรียงใหม่อย่างชาญฉลาด ผลลัพธ์คือนิยายที่รู้สึกทั้งเป็นท้องถิ่นและข้ามชาติในเวลาเดียวกัน