อีกมุมที่ผมจับได้คือเรื่องของความรับผิดชอบต่อผู้ที่อ่อนแอกว่า กับความเป็นผู้ใหญ่ที่ยังต้องเรียนรู้ บทสรุปมิได้จบด้วยฉากหวือหวา แต่เป็นการยอมรับอย่างหนักแน่นว่าทางเลือกหนึ่งอาจทำให้บางสิ่งสูญเสียไป ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ความอบอุ่นรูปแบบใหม่เกิดขึ้น การลงท้ายแบบเกือบจะเปิดช่องให้คนดูตีความ ทำให้ผมนึกถึงวิธีการเล่าเรื่องใน 'March Comes in Like a Lion' ที่มักใช้ความเงียบและช่วงเวลาเล็กๆ เพื่อถ่ายทอดการเยียวยาใจ ผลลัพธ์คือความรู้สึกว่าตัวละครไม่ได้ถูกนิยามโดยเหตุการณ์ครั้งเดียว แต่โดยชุดการตัดสินใจต่อเนื่องในชีวิตประจำวันที่ต้องรับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ ผมเดินจากตอนจบด้วยความชื่นชมในความกล้าที่ผู้เขียนแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์แบบครอบครัว