LOGINเหมือนเป็นบ่วงของสรวงสวรรค์ที่วางแผนให้ จันทร์ดารา ต้องถูกจับตัวมาเรียกค่าไถ่ และแทนที่จะส่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย กลับส่งนายทหารร่างสูงซึ่งใจร้อนและปากเสียแบบสุดๆ มาช่วยเธอ แต่เพราะความปากเสียของเขาบวกกับความเป็นคนไม่ยอมใครของเธอ ทำให้ต้องฟาดฟันกันด้วยริมฝีปาก และปลุกเร้าอารมณ์ด้วยกายา กว่าจะพากันหนีรอดจากโจรเรียกค่าไถ่ เธอก็ต้องเสียทั้งตัวและใจให้กับเขา คนที่สวรรค์ส่งให้มาเป็นคู่กับเธอ คราแรกที่ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยลูกสาวท่านนายพล ซึ่งถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ พันตรีสุริยะ ก็กระฟัดกระเฟียดไม่อยากไป ด้วยเหตุที่ว่าทำไมไม่ให้คู่หมั้นของเธอไปช่วย แต่พอมาเจอหญิงสาวสะพรั่งร่างอรชรอวบอิ่มทั้งบนและล่าง แต่มีฝีปากจัดจ้านไม่สมกับดวงหน้างดงาม เขาจึงต้องสั่งสอนให้เธอรู้สำนึกว่าอย่ามาทำกำแหงกับคนที่มาช่วยเธออย่างเขา เพราะเขาจะไม่แค่ใช้ฝีปากฟาดฟันให้เธอเจ็บปวดเท่านั้น แต่เขาจะมัดกายและใจของเธอให้ติดแน่นกับเขาชั่วกาลนาน
View More“เชิญค่ะ ตามสบาย” “ไม่ทราบว่าเป็นพนักงานใหม่เหรอครับ ผมไม่เคยเห็นหน้า แต่เอ...ไม่ยังรู้ว่าเขารับคนท้องเข้าทำงานด้วย” จันทร์ดาราเกือบหัวเราะ นี่เธอดูเหมือนเป็นพนักงานของที่นี่งั้นเหรอ งั้นก็ฟอร์มทำเป็นพนักงานต่อไปดีกว่า อยากรู้นักว่าผู้ชายตรงหน้าจะมาไม้ไหน “ค่ะ ดิฉันโชคดีค่ะ ที่เอส.เอส.เค.รับเข้าทำงาน ทั้งๆ ที่ท้องแก่” “อ๋อ...ที่บริษัทนี้มีสวัสดิการดีมากเลยครับ สงสัยจะไม่เลือกว่าท้องไม่ท้อง แต่คงเลือกที่ความสามารถมากกว่า” “นั่นสิคะ ดิฉันเองก็ยังงงๆ ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ แล้วทำงานในตำแหน่งอะไร” “ผมชื่อวิสุทธิ์ วิชยะชัยเจริญ ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายคิวซีครับ แล้วคุณล่ะชื่ออะไร ทำงานแผนกไหน” จันทร์ดารานิ่งคิดชั่วครู่ จะบอกเขาดีไหมนะว่าเธอเป็นใคร หรือจะปล่อยให้เขาไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอ ‘อืม...พี่ยะก็เคยหลอกเรานี่นา อยากรู้จังว่าความรู้สึกหลอกใครบางคนได้นั้น มันเป็นยังไง’ “ดิฉันจันทร์ดารา จักราพิมุขค่ะ ทำงานอยู่...แผนก...เอ่อ...เลขานุการค่ะ” “ห๊า...เลขานุการเหรอ
หัวใจของเธอกลั่นกรองความรู้สึกแล้วส่งไปให้ปลายลิ้นและเรียวปาก ซึ่งกำลังมอบความสุขให้คนรักอย่างตั้งใจ ปลายลิ้นสะบัดกวัดไกวประสานงานกับเรียวนิ้วทั้งห้า ร่างกำยำไหวยะเยือกตัวสั่นสะเทิ้ม มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ที่รักจ๋า พี่...จะขาดใจ...อยู่แล้ว...คนดี” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงขาดห้วง ความสุขกำลังทะยานจนใกล้จะถึงขีดสุด จันทร์ดาราลุกขึ้นนั่งหันหลังบนตักกว้าง ครอบครองแก่นกายที่กำลังสะท้านเจียนขาดใจรอมร่อ เธอเท้ามือยันที่เท้าแขนแล้วเริ่มห่มสะโพกผายขึ้นลง “จำไว้นะคะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ราหูก็ต้องอยู่คู่กับพระจันทร์” ร่างสองร่างขยับสอดคล้องกันบนรถวีลแชร์ ความคับแคบหาได้เป็นอุปสรรค ความรักที่บรรจงมอบให้แก่กันและกันจนรุ่มร้อน ไฟรับโอบล้อมรอบกายของทั้งคู่ จนห้องน้ำนั้นร้อนระอุ เสียงครวญครางไม่เป็นประสาดังสอดประสานกัน เหมือนกับดวงใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน กว่าที่ทั้งคู่จะลงมาจากห้องหอเวลาก็ผ่านไปอีกสองชั่วโมง หม่อมหลวงสุริยะ แสงสุรียกานต์ต้องทำกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลต่ออีกสองเดือน กว่าที่เ
ร่างหนาโหมสะโพกถาโถมเต็มกำลัง เหมือนเครื่องยนต์ที่เร่งเครื่องเร็วเต็มสปีด เท่าที่พละกำลังทั้งหมดจะเอื้ออำนวย ไฟรักไม่เคยมอดดับตราบใดที่ลมหายใจแห่งรักยังคงดำเนินอยู่ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หัวใจสองดวงก็ยังคงเชื่อมต่อกันอย่างโหยหา สุริยะคำรามลั่นเมื่อถึงวินาทีสุดท้าย หยาดรักชโลมอยู่ภายในความคับแน่น และชายหนุ่มก็ตั้งใจแล้วว่าจะต้องได้ลูกหัวปีท้ายปีให้ได้ เขาอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกตัวน้อยวิ่งเล่นกันเต็มบ้าน เวลาไปไหนมาไหนทีเขาก็จะอุ้มลูกหนึ่งคน จูงหนึ่งคน และให้แม่เขาจูงอีกคนหนึ่ง เท่านั้นแหละครอบครัวที่สุริยะต้องการ “โอย...นี่ขนาดยังบาดเจ็บอยู่ พี่ยะยังมีแรงขนาดนี้เลยเหรอคะ” เสียงหวานของคนในอ้อมกอดสั่นพร่า แต่ดวงตาไหววับล้อเล่นกับแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านม่านลูกไม้โปร่งบาง เธอกับเขายังไม่ได้ลุกขึ้นจากเตียงตั้งแต่ส่งตัวเข้าหอ ป่านนี้คนข้างล่างคงชะเง้อชะแง้รอคอยแล้ว “เรี่ยวแรงพี่ยังคงเหมือนม้าศึกไม่เปลี่ยนหรอกที่รัก ว่าแต่...เราจะต่อกันอีกรอบหนึ่งดีไหม” “ไม่ดีค่ะ ชิ...เห็นหน้าจันทร์เจ้าก็คิดเป็นแต่เรื่องเดียว ลุ
ชายหนุ่มหันไปจูบแก้มเนียนนุ่มหนักๆ แล้วทำท่าจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ความรักและความห่วงหาอาทรในยามที่รู้ว่าคนรักกำลังจะมีลูก แต่คนเป็นพ่อกลับทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนแหม็บอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล แล้วยังครุ่นคิดไปต่างๆ นานา ว่าอาจจะเดินไม่ได้เหมือนปกติ ทำให้เขาอยากลองใจหญิงสาวเล็กๆ น้อยๆ ว่าถ้าเขากลายเป็นคนพิการทั้งหน้าตาและร่างกาย เมียรักจะรับเขาได้ไหมและจะยังรักเขาเหมือนเดิมรึเปล่า “จันทร์เจ้ารังเกียจคนพิการอย่างพี่รึเปล่า” หญิงสาวไม่ตอบ เวลานี้เธออยากใช้ภาษากายบอกเขา ว่าเธอรักและคิดถึงเขามากแค่ไหน คำว่ารังเกียจตัดทิ้งไปได้เลย ไม่ว่าสุริยะจะกลับมาด้วยร่างกายที่ครบ 32 หรือไม่ เธอก็ยังรักเขาไม่เสื่อมคลาย มือบางปลดกระดุมเสื้อสูทสีขาวเช่นเดียวกับชุดเจ้าสาวของเธอจนหมดแถว และช่วยถอดออกจากร่างหนา ไม่สนใจดวงตาคมกริบซึ่งมองใบหน้างดงามของคนตั้งอกตั้งใจปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเขาออก มองการกระทำอันแสนน่ารักซึ่งทำให้ด้วยความเต็มใจ “ที่รัก...ไม่อยากรู้บ้างเหรอว่าพี่ไปเจอกับอะไรมาบ้าง” “อยากรู้ค่ะ แต่อยากรู้เรื่องอื่นก่อน”
“หรือว่า...ไม่นะ พี่ยะ ไม่ พี่ยะต้องไม่ตาย พี่ยะ!!! นายราหู ตื่นสิ พระจันทร์จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีทั้งดวงอาทิตย์และราหูนะ ตื่นสินายราหู ไม่นะ ไม่!!!!” “จันทร์เจ้า เป็นอะไรลูก” ร่างบางทะลึ่งพรวดขึ้นจากที่นอน ดวงตาเบิกกว้างกวาดไปทั่วห้องพักฟื้น พอรู้ว่าตัวเองฝันไปก็ย
ระบิลไม่แน่ใจว่าหม่อมสิฐิราได้พูดอะไรกับนางพรรณี ในตอนที่เขาและคนรักไม่อยู่ เขายังไม่ปักใจเชื่อว่านางพรรณีจะเปลี่ยนใจคืนสินสอดกว่าครึ่งให้พิริตา เพราะไม่อยากได้ขึ้นมากะทันหัน แต่เป็นเพราะอะไรนั้นเขาไม่รู้ รู้แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของนางพรรณีเป็นผลดีต่อทุกคน “คุณแม่เก
นางพรรณีมองเงินและทองตาโตเท่าไข่ห่าน มือหนารวบของสองสิ่งมารวมกัน เงินมากมายขนาดนี้เกิดมาก็เพิ่งจับต้องมันคราวนี้ มือของเธอสั่นสะท้านด้วยความดีใจ“ต้องการงานแต่งงานแบบไหนคะ”“เรื่องนั้นก็แล้วแต่ยัยพริ้งเถอะ จะทำอะไรก็ทำกันไป ฉันได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว”หม่อมสิฐิรามองนางพรรณีอย่างสมเพช เธอปรายตามองพิ
พิริตารู้สึกคุ้นกับเสียงของหม่อมสิฐิรา แต่เธอก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินและได้ฟังเสียงนี้มาจากไหน แล้วปัดความคิดวางแก้วน้ำเย็นเฉียบให้แขกหนุ่ม เธอเดินกลับเข้าไปเตรียมน้ำมาเพิ่มให้แขกสูงศักดิ์ “คนนี้ใช่มั้ยหนูพริ้ง คนที่ผู้กองระบิลรัก” คำถามซึ่งๆ หน้า เรียกจุดแดงระเรื