เราเคยสงสัยว่าต้นกำเนิดของเทียน่าในนวนิยายต้นฉบับถูกวางไว้เพื่อให้เธอเป็นทั้งผลจากประวัติศาสตร์ครอบครัวและการบอกเล่าเชิงตำนานพร้อมกัน ในหน้าต้น ๆ ของเรื่องผู้เขียนเปิดเผยเบาะแสเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเกี่ยวกับบ้านเกิด เหตุการณ์ปากเปล่าที่คนท้องถิ่นเล่ากัน และสายเลือดที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ทำให้ภาพรวมเหมือนการประกอบจิ๊กซอว์มากกว่าการเล่าแบบตรงไปตรงมา
โครงสร้างแบบนี้ทำให้เธอไม่ได้มี "จุดกำเนิดเดียว" แต่เป็นผลรวมของการเลี้ยงดู สถานที่ และตำนานท้องถิ่น ส่วนลักษณะสำคัญอย่างพลังหรือแรงดึงดูดของเธอมักถูกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ธรรมชาติ เช่น แสงหรือดอกไม้ ซึ่งสะท้อนธีมของเรื่องที่เน้นการคืนความสมดุลให้โลก เลยดูเหมือนว่าเทียน่าจะเกิดจากการปะทะกันของสองโลก: โลกสังคมปกติและโลกของตำนานท้องถิ่น
อ่านแล้วรู้สึกว่าองค์ประกอบหลายอย่างในเรื่องยังยืมวิธีเล่าแบบเทพนิยายคลาสสิกเพื่อให้ผู้อ่านเชื่อมโยงง่าย เหมือนที่เราเคยเห็นการแต่งเติมตัวละครในงานอย่าง 'The Princess and the Frog' ที่เอา
ตำนานพื้นบ้านมาเป็นฐาน แต่ในกรณีของเทียน่า นวนิยายให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของชุมชนและการส่งต่อความเชื่อ ทำให้ต้นกำเนิดของเธอเป็นทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องของคนหมู่มาก ซึ่งจบด้วยภาพของเธอที่ยืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างอดีตกับอนาคต