Chapter: บทส่งท้าย ตอนจบอันงดงามของนางร้ายกับตัวร้าย! บทส่งท้าย ตอนจบอันงดงามของนางร้ายกับตัวร้าย!สามปีต่อมาหากจะเอ่ยถึงสตรีที่เป็นที่อิจฉาริษยามากที่สุดในเมืองหลวง คงไม่มีผู้ใดไม่รู้จักพระชายาแห่งตำหนักเว่ยอ๋องโอวหยางฉางอัน... สตรีผู้ครั้งหนึ่งเคยถูกดูหมิ่น เหยียดหยาม และตกเป็นหัวข้อซุบซิบนินทาของผู้คน กลับพลิกชะตาจนกลายเป็นหญิงที่เหล่าสตรีทั้งเมืองต่างริษยา นอกจากจะครอบครองหัวใจของเว่ยอ๋องผู้เย็นชาได้แต่เพียงผู้เดียวแล้ว นางยังเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมชื่อดังหลายแห่งที่มีรายได้มหาศาล อีกทั้งยังมีบุตรชายตัวน้อยที่น่ารักน่าชังดั่งก้อนแป้งนึ่งเหนือสิ่งอื่นใด...ตลอดสามปีที่ผ่านมา เว่ยจิ่งหนานไม่เคยรับอนุแม้แต่คนเดียว คำสัญญาที่เคยให้ไว้ เขากลับทำได้จริงทุกถ้อยคำณ ตำหนักชิงเยว่ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยคลุ้งไปทั่วตำหนัก บนโต๊ะอาหารราคาแพงเต็มไปด้วยสำรับเลิศรส ทว่าในยามนี้กลับมีเจ้าก้อนแป้งน้อยคนหนึ่งกำลังทำหน้าตาเคร่งเครียดราวกับกำลังรบพุ่งกับศัตรูตัวฉกาจ“อ้ามมม!”เด็กชายตัวอวบอ้วนแก้มกลมแดงระเรื่อในชุดผ้าไหมสีฟ้ารีบตักโจ๊กเข้าปากอย่างรีบร้อน จนข้าวหกเลอะเต็มแก้มโอวหยางฉางอันถึงกับกุมขมับ“เฉินเฉิน กินช้า ๆ หน่อยสิลูก!”เด็กชายวัยสอง
Dernière mise à jour: 2026-07-27
Chapter: บทที่ 19 จากนางร้ายสู่พระชายาตัวร้าย!บทที่ 19 จากนางร้ายสู่พระชายาตัวร้าย!วันต่อมา ต่อมาอีก และวันต่อ ๆ มาอีก เว่ยจิ่งหนานก็ขยันโผล่หน้ามาช่วยหยิบจับนั่นนี่จนกลายเป็นภาพชินตาของพวกบ่าวไพร่ช่วงแรกพวกเขาต่างพากันกลัวหัวหด แต่พอผ่านไปนานวันเข้า กลับกลายเป็นว่าทุกคนดันเข้ากันได้ดีกับเว่ยจิ่งหนานเสียอย่างนั้นและแน่นอนว่าผลกระทบหลังจากนั้นมันช่างน่าหงุดหงิดซะเหลือเกิน!ตอนนี้พวกบ่าวไพร่แทบจะมองไม่เห็นหัวนางอยู่ในสายตาแล้วด้วยซ้ำ! พอจะเริ่มงานทีก็มีแต่คำว่า ‘ท่านอ๋อง’ ติดปาก จะไปซ่อมประตูตรงนู้นก็ต้องวิ่งไปถามความเห็นท่านอ๋อง จะไปซ่อมหลังคาตรงนี้ก็ต้องรบกวนท่านอ๋องช่วยตัดสินใจ จนโอวหยางฉางอันเริ่มจะแยกไม่ออกแล้วว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้านายของพวกเขา!แต่เอาเถิด...ถ้าไม่ได้เขามาช่วยแบ่งเบาภาระ มีหวังโรงเตี๊ยมคงไม่ได้เปิดในเร็ววันแน่“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อันใดกัน”ครั้นได้ยินเสียงเอ่ยทักจากทางด้านหลัง โอวหยางฉางอันก็เตรียมจะหันหน้าไปหาเขา แต่ทว่าจังหวะนั้นนางก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่เข้ามาโอบกายนางเอาไว้ เมื่อก้มหน้ามองลงไปจึงเห็นว่าเป็นเสื้อคลุมของเว่ยจิ่งหนาน เขาถอดของตัวเองออกมาคลุมให้ พร้อมกับบอกว่า “ระวังเป็นหวัด”“ท่าน...” ด
Dernière mise à jour: 2026-07-27
Chapter: บทที่ 18 ตัวร้ายตื้อรักนางร้าย!บทที่ 18 ตัวร้ายตื้อรักนางร้าย!เซี่ยสวีหานถึงกับหน้าถอดสี หยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม ถ้านิสัยของเว่ยอ๋องเป็นไปตามที่ข่าวลือว่าไว้ เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายทำจริงแน่เซี่ยสวีหานรีบโค้งคำนับ“กระหม่อมต้องขออภัยหากทำสิ่งใดให้ท่านโกรธเคือง แต่กระหม่อมเพียงมีเรื่องสำคัญอยากจะถามคุณหนูโอวหยางพ่ะย่ะค่ะ”น้ำเสียงของเขาค่อนข้างตะกุกตะกัก ก่อนจะกลับมายืนหลังตรง พลางมองไปที่โอวหยางฉางอันราวกับกำลังอ้อนวอน เนื่องจากเรื่องที่เขาอยากจะถามไม่ได้มีเท่านี้เว่ยอ๋องมิได้ตอบคำถามในทันที เขาเพียงปรายหางตามองสตรีข้างกายด้วยแววตาที่อ่านยากเรื่องอยากจะถาม? เขาก็ถามไปแล้วหรือ หรือมีเรื่องอื่นอีก?โอวหยางฉางอันครุ่นคิดในใจนางค่อย ๆ แกะมือของเว่ยจิ่งหนานที่โอบเอวนางไว้ออกอย่างสุภาพ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้น“หากมีสิ่งใดจะถามก็ถามมาตรงนี้เถอะ”นางกล่าวเสียงเรียบขณะนำมือขึ้นมากอดอก รอฟังคำถามของเขาเซี่ยสวีหานมีท่าทีอึกอัก เขาเหลือบมองไปที่เว่ยจิ่งหนานสลับมองโอวหยางฉางอันความจริงแล้วเขาอยากรู้ว่าความสัมพันธ์ของนางกับเว่ยอ๋องเป็นอย่างไรกันแน่ เป็นอย่างที่นางเคยกล่าวในห้องทรงพระอักษรต่อหน้าฝ่าบาทหรือไม่ ย
Dernière mise à jour: 2026-07-27
Chapter: บทที่ 17 อ๋องปีศาจประกาศสิทธิ์!บทที่ 17 อ๋องปีศาจประกาศสิทธิ์!งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นยิ่งใหญ่กว่าทุกปีท่านผ่านมา ขุนนางทุกคนต่างก็นั่งประจำตำแหน่งของตนอย่างเป็นระเบียบ โอวหยางฉางอันก็เช่นเดียวกัน นางนั่งอย่างสงบเสงียมทำตัวให้กลมกลืนไปกับบรรยากาศ ไม่อยากเป็นที่สนใจนัก ทว่าในบรรดาตำแหน่งขุนนางทั้งหลาย มันกลับมีตำแหน่งหนึ่งที่ยังคงเว้นว่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งใกล้กับบัลลังก์มังกรมากที่สุด“ที่นั่งนั่นเป็นของใครหรือ ข้าเพิ่งเคยเห็น” ปกติโต๊ะจะถูกจัดเตรียมไว้พอดีกับขุนนาง แต่ในครานี้มันกลับเกินมาหนึ่งที่นั่ง แถมที่นั่งตรงนั้นยังดูหรูหรากว่าของพวกเขาอีก“ข้าก็ไม่มั่นใจเช่นเดียวกัน เห็นว่าน่าจะเป็นท่านอ๋องสักพระองค์”คำซุบซิบนินทาแม้จะเบาเพียงใด ก็ไม่สามารถเล็ดลอดไปจากหูของโอวหยางฉางอันได้ ถ้าให้นางเดา ที่ว่างตรงนั้นน่าจะมีไว้สำหรับเว่ยจิ่งหนาน“ฮ่องเต้เสด็จ!”ทันท่วงทีที่เหล่าผู้คนได้ยินถ้อยคำประกาศเกล้า พวกเขาก็ลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียง ชั่วอึดใจต่อมา ชายผู้ปกครองแผ่นดินก็ย่างกรายเข้ามาในท้องพระโรง วันนี้เขามาในชุดสีเหลืองอร่ามงามตา ลวดลายมังกรทะยานฟ้าถูกปักเย็บมาอย่างประณีตแต่แทนที่ผู้คนจะตกใจกับอัญมณีที่ฝังอยู่บนเนื้อผ้าท
Dernière mise à jour: 2026-07-27
Chapter: บทที่ 16 เมื่อดอกบัวขาวถูกกระชากหน้ากาก!บทที่ 16 เมื่อดอกบัวขาวถูกกระชากหน้ากาก!เพียงแค่คืนเดียว ข่าวกลุ่มอันธพาลที่บุกมาทำลายโรงเตี๊ยมถูกจัดการลงแล้วแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดคือผู้ว่าจ้างที่อยู่เบื้องหลังการทำลายในครั้งนี้ว่ากันว่านางคือ ‘คุณหนูเเซ่โม่’ คนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสตรีอันดับหนึ่งของเมืองหลวง...ณ เรือนของโม่เหลียนเพล้ง!“กรี๊ดดด ใคร! ใครมันเป็นคนปล่อยข่าวนี้!”ข่าวพัดโหมกระพือมาถึงหูโม่เหลียนอย่างรวดเร็ว นางกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกวาดแจกันมูลค่าหลายร้อยตำลึง ของรักของหวงที่เซี่ยสวีหานเป็นคนซื้อให้ตกลงพื้นจนแตกกระจาย แต่แค่นี้มันก็ไม่สามารถลดความร้อนรุ่มอยู่ในอกได้นางตรงดิ่งไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง สายตาพิโรธปราดมองเครื่องประทินโฉมราคาแพงที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ นางไม่รอช้ารีบคว้าสิ่งที่ขวางหน้าเอามาขว้างลงพื้นทันทีเพล้ง!“คุณหนูพอเถอะเจ้าค่ะ”“กรี๊ดดด ออกไป! ข้าบอกให้ออกไป!”ตุบ!หนิงเอ๋อร์พยายามเข้าไปห้าม แต่ก็ถูกโม่เหลียนคว้าหวีขว้างใส่หน้าอย่างแรงหนิงเอ๋อร์เจ็บจนอยากจะร้องไห้ ทว่าด้วยตำแหน่งของนางที่เป็นถึงบ่าวรับใช้ข้างกาย จึงไม่สามารถปล่อยให้คุณหนูอยู่ตามลำพ
Dernière mise à jour: 2026-07-27
Chapter: บทที่ 15 ตัวร้ายตกหลุมรักนางร้ายเสียแล้วบทที่ 15 ตัวร้ายตกหลุมรักนางร้ายเสียแล้วตอนนี้เข้าสู่ยามซวีแล้ว โรงหมอในเมืองหลวงต่างปิดกันหมด ทำให้นางไม่มีทางเลือกอื่น“เอ่อ...เช่นนั้นกลับจวนหม่อมฉันก่อนดีหรือไม่เพคะ ที่นั่นมีหมอประจำตระกูลอยู่ หรือไม่ท่านอ๋องจะกลับไปที่วังหลวง ให้หมอหลวงจัดการบาดแผลให้ บาดแผลนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ไม่รู้ว่าฝีมือของหมอในจวนจะดีเท่าในวังหลวงหรือไม่ ยังดีที่ในตอนนี้ห้ามเลือดให้หยุดไหลได้แล้ว ถ้ากลับวังหลวงคงใช้เวลาประมาณหนึ่งเค่อ แต่ถ้ากลับจวนตระกูลโอวหยางคงหนึ่งก้านธูป”“เจ้าใช้ข้าเสียคุ้มขนาดนี้ แต่ไม่คิดจะรับผิดชอบกันเลยงั้นหรือ ไม่คิดว่าคุณหนูโอวหยางจะ...”“ก็ได้เพคะ กลับจวนหม่อมฉันก็ได้!”.....ณ จวนตระกูลโอวหยางทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ประตูจวน โอวหยางฉางอันก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติของบ่าวรับใช้ โดยเฉพาะพ่อบ้านถังกับเสี่ยวถิงถิงที่ยืนรอต้อนรับนางอยู่หน้าตระตูทางเข้า พวกเขาเอาแต่จ้องมองนางสลับเว่ยจิ่งหนานด้วยสีหน้าอ่านยาก“มีอะไรงั้นหรือ” โอวหยางฉางอันเลิกคิ้วถาม“คือว่า...มีแขกมาขอพบ เขารออยู่ด้านในแล้วขอรับ” พ่อบ้านถังตอบอย่างกระอักกระอ่วน“ใครมาในยามนี้กัน” ลำพังแค่รับมือกับเว่ยจิ่
Dernière mise à jour: 2026-07-27
Chapter: บทที่ 20 : มารปรากฏ ณ หมู่บ้านเฮยซาน
บทที่ 20 : มารปรากฏ ณ หมู่บ้านเฮยซาน ตั้งแต่วันแรกที่ลู่ชิงอีและเซียวจิ้งเหอมาถึงหมู่บ้านเฮยซาน หัวหน้าหมู่บ้านที่รู้ว่าพวกเขาเป็นผู้ฝึกตนจากสำนัก รับภารกิจปราบมาร ก็รีบจัดที่พักให้ทันที บ้านไม้หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านจึงกลายเป็นที่พักของทั้งสองผู้ฝึกตนส่วนมากไม่ใส่ใจเรื่องชายหญิงมากนัก ยิ่งระดับพลังสูงขึ้น ความต้องการทางกิเลสก็มักเลือนหายไป ดังนั้นการพักอยู่ในบ้านหลังเดียวกันจึงไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไรตลอดสามวันที่ผ่านมา ลู่ชิงอีใช้เวลาออกไปเก็บสมุนไพรในป่ารอบหมู่บ้านอยู่เสมอ เซียวจิ้งเหอเองก็มักเดินไปด้วย ส่วนใหญ่เขาจะเดินนำอยู่เงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดอะไรในป่าแถบนี้สมุนไพรวิญญาณปรากฏอยู่ไม่น้อย ทำให้ลู่ชิงอีเก็บเกี่ยวได้ไม่น้อยเช่นกัน วันนี้ก็เช่นเดียวกันระหว่างทางเดินกลับหมู่บ้าน ลู่ชิงอีสังเกตเห็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ขึ้นอยู่ตามพื้นดินจำนวนมาก บริเวณกลีบใสราวหิมะ นางจำไม่ได้ว่ามันเรียกว่าดอกอะไร ความทรงจำจากตำราบางเล่มที่เคยอ่านผ่านตา ดอกไม้ชนิดนี้มักถูกกล่าวถึงว่าเป็นสัญลักษณ์ของ ควา
Dernière mise à jour: 2026-08-15
Chapter: บทที่ 19 : ตัวร้ายคือดาวนำโชคของข้า! บทที่ 19 : ตัวร้ายคือดาวนำโชคของข้า! สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ลู่ชิงอีมาอยู่ที่หมู่บ้านเฮยซาน นางก็ยังไม่พบร่องรอยของมาร ตามที่ชาวบ้านบอกเล่า พวกมันมักปรากฏตัวเฉพาะยามค่ำคืน เพราะฉะนั้นในช่วงเวลากลางวัน นางจึงใช้เวลาเข้าไปในป่าลึกเก็บสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อนำกลับไปให้มู่อวี้ฝึกหลอมยาเพียงสามวัน สมุนไพรที่นางเก็บได้กลับมากมายเกินคาด ไม่ว่าจะเป็นรากโลหิตมังกร ดอกสุริยาราตรี หรือผลจิตวิญญาณหยกเขียว ล้วนเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับสูงทั้งสิ้น! หากนำไปแลกหินวิญญาณ อย่างต่ำก็มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหมื่นหินวิญญาณระดับกลาง เรียกได้ว่าเพียงสมุนไพรไม่กี่ต้นนี้ ก็ทำให้ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกลายเป็นเศรษฐีระดับกลางของแคว้นได้แล้ว!ลู่ชิงอีเริ่มรู้สึกประหลาดใจ หรือเป็นเพราะมากับศิษย์พี่ผู้นี้กันแน่ ตั้งแต่เข้าป่ามา สมุนไพรหายากแทบทุกชนิดล้วนปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างง่ายดาย ราวกับโชคชะตาพาให้พวกเขามาพบเจอ จนบางครั้งนางยังอดคิดไม่ได้ว่า หากเขาเป็นตัวร้ายจริง เหตุใดจึงกลายเป็นดาวนำโชคของนางไปเสียได้ทันใดนั้นสายตาของลู่ชิงอีก็ส
Dernière mise à jour: 2026-08-15
Chapter: บทที่ 18 : อัจฉริยะหมื่นปีบทที่ 18 : อัจฉริยะหมื่นปีณ ยอดเขาหลักของสำนัก สายลมจากป่าในภูเขาพัดผ่านช้า ๆ กลีบดอกไม้สีขาวลอยคลอเคลียยอดเขาราวกับทะเลหมอก หญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่ริมระเบียงศาลา ชุดศิษย์สีเเดงปักเย็บลวดลายด้วยสีดำพลิ้วไหวตามแรงลม นางคือ ลู่ชิงหว่าน ที่ตอนนี้กลายเป็นศิษย์เอกของเจ้าสำนักไปเเล้ว นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อเเปดปีก่อนผ่านพ้นไป โทษกักบริเวณทั้งสองหนึ่งปีก็สิ้นสุดลงนานแล้ว หลังจากนั้น พวกเขาต่างฝึกฝนอย่างหนักตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากกล่าวถึงผู้ที่ก้าวหน้าเร็วที่สุดในสำนัก ย่อมต้องเป็นลู่ชิงหว่านในช่วงเจ็ดปีมานี้ นางเกือบจะเดินไปตามเส้นเรื่องเดิมของนิยายทุกประการ การผจญภัย การพบเจอของวิเศษ การสะสมโอกาสวาสนา ทุกอย่างควรจะเป็นเช่นนั้นทว่า… เส้นเรื่องกลับเปลี่ยนไป!ของวิเศษหลายอย่างที่ควรปรากฏกลับไม่ปรากฏ ราวกับมีใครบางคนกำลังแก้ไขเรื่องราวอยู่เบื้องหลังสุดท้าย ของวิเศษที่นางได้รับจริง ๆ กลับมีเพียงชิ้นเดียวกำไลจวี้หลิงเก้าฟ้า!ของวิเศษโบราณที่สามารถดูดซับพลังปราณฟ้าดินได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อสวมใส่มัน ร่างกายของผู้ใช้ราวกับกำลังฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา เเละด้วยความช่วยเหลือของมัน ลู่ชิงหว่านจึงสามารถ
Dernière mise à jour: 2026-08-14
Chapter: บทที่ 17 : ภารกิจปราบมาร บทที่ 17 : ภารกิจปราบมาร ภายในหอภารกิจของสำนักผู้คนเดินเข้าออกไม่ขาดสาย กลางโถงมี กระดานภารกิจขนาดใหญ่ ติดกระดาษภารกิจเรียงรายเป็นระเบียบ แต่ละแผ่นบันทึกรายละเอียดของภารกิจต่าง ๆ เอาไว้มากมาย ลู่ชิงอียืนวิเคราะห์ภารกิจเหล่านั้นอย่างเงียบๆ ตอนนี้นางจะมีพลังถึง ราชันยุทธเก้าดาว แต่ก็ไม่คิดเปิดเผยเรื่องนี้ออกไปอย่างโจ่งแจ้ง ศัตรูที่แท้จริงของตระกูลนางยังไม่ปรากฏตัว การเปิดเผยพลังย่อมไม่ใช่เรื่องดีหลานเสวี่ยได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาบางอย่างให้นางก่อนหน้านี้ ทำให้นางสามารถปิดบังกลิ่นอายพลังของตนเองไว้ คนภายนอกจึงสัมผัสได้เพียงระดับหลอมวิญญาณเก้าดาวเท่านั้น เว้นแต่จะเป็นผู้ที่มีพลังเทียบเท่าหรือสูงกว่านาง จึงจะมองทะลุการปกปิดนี้ได้ สายตาของนางกวาดมองกระดาษภารกิจไปทีละแผ่น สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกแปลกใจคือ ภารกิจส่วนใหญ่ในช่วงนี้กลับเป็น ภารกิจปราบมารทั้งสิ้น ซึ่งตามปกติแล้ว ภารกิจประเภทนี้ไม่ควรปรากฏอยู่ด้วยซ้ำ หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ลู่ชิงอีก็ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งลงมา คือภารกิจปราบมารที่ หมู่บ้านเฮยซาน หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กันดาร ห่างไกลจากเมืองใหญ่ระยะเวลาทำภารกิจ : เจ็ดวัน
Dernière mise à jour: 2026-08-14
Chapter: บทที่ 16.1 : ศิษย์พี่ใหญ่กลับมาแล้ว!บทที่ 16.1 : ศิษย์พี่ใหญ่กลับมาแล้ว!ซูหนิงจ้องมองภาพเบื้องหน้าตาค้าง เมื่อเห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาไม่ใช่ว่านางจำไม่ได้ แต่เพราะศิษย์พี่ใหญ่เปลี่ยนไปมาก นางพึมพำเบา ๆ อย่างเหม่อลอย “ศิษย์พี่… บรรลุเซียนหรือเจ้าคะ…” ศิษย์พี่ใหญ่ในเวลานี้งดงามจนแทบจะละสายตาไปไม่ได้ นางดูราวคนละคนกับเมื่อแปดปีก่อน มู่เฉินและมู่อวี้ก็ยังยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อได้สติทั้งสามคนก็รีบวิ่งเข้าไปหานาง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอย่างวุ่นวายลู่ชิงอีตอบบางส่วน นางไม่ได้เปิดเผยความจริงทั้งหมด เพียงบอกว่าตนปิดด่านกักตนฝึกบำเพ็ญมาตลอดหลายปี เมื่อพวกเขาถามว่านางอยู่ระดับใด นางก็เลือกตอบตามความจริงเพราะอย่างไรเสีย ทั้งสามคนก็เป็นคนที่นางไว้ใจที่สุดในชีวิตแล้ว ทันทีที่ได้ยินคำตอบ ทั้งสามคนก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน มู่เฉินเผลอหลุดปากถามออกมา“ศิษย์พี่ใหญ่ทำได้อย่างไรกัน” เมื่อคิดได้ว่าเอ่ยถามความลับของผู้อื่นออกมา “ขอโทษด้วยศิษย์พี่ใหญ่ข้าไม่ควรถาม… ยินดีด้วยนะขอรับ”“ไม่ใช่ความลับอะไรหรอก” นางตอบว่าเพียงโชคดีเล็กน้อย ระหว่างการกักตนบังเอิญพบวาสนาบางอย่าง จึงได้ของวิเศษช่วยเหลือ ทำให้การฝึกฝนราบรื่นขึ้น คำพูดนั้นฟังดูเหม
Dernière mise à jour: 2026-08-13
Chapter: บทที่ 16 : ศิษย์พี่ใหญ่กลับมาแล้ว!บทที่ 16 : ศิษย์พี่ใหญ่กลับมาแล้ว!ภายในห้องนั้นมีร่างอสูรขนาดมหึมาขดตัวอยู่ ลำตัวยาวเหยียดราว สิบห้าจั้ง ขดซ้อนกันหลายชั้นจนเต็มทั้งห้อง เกล็ดสีดำทอประกายเย็นเยียบราวกับท้องนภายามราตรี ศีรษะของมันยกสูงขึ้น ดวงตาเรียวยาวกำลังจับจ้องมาทางนางไม่วางลู่ชิงอีอึ้งงัน ชื่อหนึ่งกลับผุดขึ้นในความคิด "อสรพิษเกล็ดนภา" สัตว์อสูรระดับสูง มักอาศัยอยู่ในป่าลึกทางตอนเหนือของแผ่นดินใหญ่ ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งและดุร้ายยิ่งนัก แต่ในแคว้นไท่หยางแห่งนี้ นางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีอสรพิษเกล็ดนภาอาศัยอยู่ด้วยขณะที่ยังคงตกตะลึงอยู่นั้น อสรพิษตัวมหึมาเคลื่อนไหวอย่างกระตือรือร้น มันเลื้อยขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้ศีรษะใหญ่โตถูแก้มนางอย่างออดอ้อน ทั่วทั้งห้องแทบจะไม่มีที่ให้ขยับตัวอยู่แล้ว“พี่สาวคนงาม...” เสียงเล็กๆ สดใสของเด็กหญิงพลันดังขึ้นข้างหูลู่ชิงอีเหลือบสายตาไปยังมุมห้องที่วางไข่เอาไว้เมื่อหลายปีก่อนนางนิ่งเงียบไป เเล้วค่อย ๆ เข้าใจ ที่แท้… มันก็คือ เจ้าไข่ใบน่าเกลียดนั่นเอง! อาจเป็นเพราะตอนฟักออกมามันเห็นนางเป็นคนแรก จึงทำให้เกิดความผูกพันกับนางลู่ชิงอีถอนหายใจเบา ๆ พยายามตั้งสติ แม้จะบอกตนเองว่าปัจ
Dernière mise à jour: 2026-08-13