LOGIN“มีงานด่วนนะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ น้องสาวน้องเขยเหนื่อยหรือเปล่าการเดินทางค่อนข้างไกล” ชุนตอบคำถามหลานสาวก่อนหันไปถามน้องสาวและน้องเขยอย่างเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยค่ะ พวกเราไม่ได้นั่งอยู่ข้างนอก” ซูเหมยสำรวจพี่ชายในขณะตอบเมื่อเห็นว่าเขาสุขสบายดีเธอก็วางใจ“เด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะพี่” ซูเหมยถามถึงลูกชา
หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเร
“ครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างมุ่งมั่น“ส่วนของที่อยู่ในซองนี้ พี่จะเก็บรักษาเอาไว้ให้ก่อน เมื่อไหร่ที่นายเติบโตพี่จะมอบมันให้อย่าบอกแม่ของนายล่ะ” มู่หลงเฉินกล่าวกำชับน้องชายพร้อมกับเก็บสิ่งที่อยู่ในซองลงในลิ้นชักตามเดิม“ผมเข้าใจครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างเชื่อฟังในจดหมายของคุณปู่ได้ระบุไว้ทั้งหมดอย่างล
“ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หล
ทำให้เจ้าหน้าที่ สามสี่คนต้องตกใจตื่น พวกเขามองกันเหลอหลาว่าใครที่มาเรียก แต่ทว่าก็ไม่เห็นตัวคนจึงทำให้พวกเขาพากันขนลุกซู่พร้อมทั้งคิดเหมือนกันว่าพวกเขาน่าจะเจอดีเข้าแล้วและก่อนที่พวกเขาคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ พวกเขาก็เห็นรถของมู่หลงเฉินที่จอดอยู่หน้าประตูโรงพยาบาลทำให้พวกเขารีบออกมาดู และก็ต้องขนต
“ซินซินขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่ลำบาก” หญิงสาวกอดชายหนุ่มพร้อมพูดจาออดอ้อนอย่างอ่อนหวาน“พี่เข้าใจน้องครับ” ชายหนุ่มเอามือลูบผมภรรยากล่าวตามจริง แม้ว่าในบ้างครั้งเขาจะรู้สึกเหนื่อยก็ตาม แต่หลังจากคิดได้ว่าการที่ภรรยากำลังอุ้มท้องบุตรของตนนั้นลำบากกว่าเขาตั้งหลายเท่าก็ทำให้เขากลับรู้สึกสงสารหญิงสาวเป็นอย
เมื่อทั้งสองคนกับหนึ่งภูตเข้าไปถึงที่หมายแล้วก็มองเห็นต้นไม้ภูตที่เริ่มจะทิ้งใบของตนลงจนตอนนี้ใบบนต้นเหลืออยู่ไม่มากเท่าไหร่นัก เธอและจิวจิวก็ได้ยินเสียงร่ำไห้ออกมาจากต้นไม้ต้นนี้เช่นเดียวกัน มันเป็นเสียงที่มีแต่ความเศร้าและเจ็บปวด “โอ๋ ๆ คุณปู่ต้นไม้ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ ซินซินกับจิวจิวมาช่วยแล้ว ไ
เมื่อซินซินออกมาจากห้องครัวก็เห็นอาเขยนั่งอยู่ในห้องโถงและกำลังคุยกับพ่อของตนอยู่ เธอก็แปลกใจเล็กน้อยและก็ใช้ขาสั้น ๆ ของตนเดินเข้ามาหาพ่อและอาเขยทันที “สวัสดีค่ะคุณอา” ซินน้อยพยายามพูดให้ช้าลงพร้อมกับที่ตัวเองก็เดินไปเกาะเข่าพ่อของตนแล้วก็ส่งสายตาให้พ่ออุ้มตนเองขึ้นมานั่งบนตัก ผู้เป็นพ่อก็ไม่ทำให้
เมื่อทุกคนได้รู้กันหมดแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้มานั่งปรึกษากันว่าควรจะทำอย่างไร “เราไปปล่อยข่าวลือกันดีไหมลูกแต่เราต้องทำอย่างแนบ เนียนโดยอาศัยกันบอกปากต่อปากว่าจะมีพายุหิมะเกิดขึ้น แล้วเราก็นำสิ่งของที่จำเป็นมาขายในตลาดที่ถูกลงเล็กน้อย ถ้าขายถูกมากเกินไปเราอาจจะเป็นที่สงสัยได้” จินเป่าพูดขึ้นมาใน
จางหยางที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าได้ทำตัวแตกตื่นจนเกินไป เมื่อเห็นทุกคนมองมาแต่ทางเขาเป็นตาเดียวเขาก็ได้แต่ยิ้มเขิน ๆ ออกมา “แล้วตอนนี้ท้องได้กี่เดือนแล้วลูก หนูไปหาหมอมาบ้างหรือเปล่า” แม่ถามฮัวเหมยขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง “ได้สามเดือนกว่าหนูไปหามาแล้วค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หลานชายของแม่สบาย






