Share

1

Author: Scince
last update Last Updated: 2025-08-01 10:30:05

ความเย็นยะเยือกคือสัมผัสแรก ปลุกเร้าสติที่กำลังจะเลือนหายของจ้าวเสี่ยวเหลียน ให้แทรกซึมผ่านเสื้อที่ทำจากฝ้ายเนื้อบางเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย ปอดของหญิงสาวแสบร้อนจากการสำลักน้ำเข้าไปจนเต็ม เธอพยายามจะกรีดร้อง แต่สิ่งที่ไหลทะลักเข้าไปในลำคอมีเพียงมวลน้ำอันเย็นเฉียบและขุ่นคลั่กของคลองส่งน้ำท้ายหมู่บ้าน

ในห้วงสุดท้ายของสติสัมปชัญญะ ภาพความทรงจำสุดท้ายของเจ้าของร่างเดิมฉายชัดขึ้นมา ใบหน้าที่บ่งบอกว่าผิดหวังของแม่ แววตาตำหนิติเตียนของพ่อเลี้ยง และคำพูดเฉือดเฉือนของอาสามที่บังคับให้หญิงสาวต้องทิ้งความฝันเรื่องการเรียนต่อเพื่อแต่งงานกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอา

ความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่จิตใจที่บอบช้ำของหญิงสาววัย 15 ปีและแล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง

“พ่อหนุ่ม นะ นั่นกำลังจะทำอะไร” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยถามตะกุกตะกัก ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ และพ่อหนุ่มที่ท่านพูดด้วยอยู่ในตอนนี้นั้น ก็คือคนเดียวกับที่สวมบทบาท วีรบุรุษช่วยสาวงาม 

ทันทีที่เห็นว่าคนถูกช่วยเป็นใคร ก็สวมบทบาทนักวิ่งระดับชาติ วิ่งมายังบ้านสองชั้นกลางเก่ากลางใหม่ ถ้าเทียบแล้วก็ถือว่ามีฐานะระดับหนึ่งในเมืองนี้

เนื่องจากว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน และเคยเห็นหน้าเมื่อหลายวันก่อน เลยจำได้ว่าหญิงสาวที่ตกน้ำก็คือลูกสาวของบ้านหลี่ที่ถูกเลี้ยงในชนบท พื้นที่ห่างไกล ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายมาอยู่กับครอบครัวแล้วเรียบร้อย

"แค่ก! แค่ก! แค่ก!"

ร่างที่แน่นิ่งไปแล้วกลับมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรง เธอไอโขลกจนตัวงอในอ้อมกอดของใครคนหนึ่ง สำลักน้ำจำนวนมากออกมาจากปากและจมูก ความรู้สึกเจ็บแสบไปทั่วทั้งอกและลำคอ ทำให้หญิงสาวในร่างใหม่ต้องนิ่วหน้าด้วยความทรมาน เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลา ผมเปียกลู่ไปกับน้ำถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดก็สามารถช่วยชีวิตผู้หญิงร่างบางตรงหน้าได้ เพียงชั่วอึดใจกลับถูกผลักอย่างแรงจากผู้หญิงคนหนึ่ง 

เขามองไปยังร่างบางที่เริ่มรู้สึกตัวก็วางใจ โชคดีที่ช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ยังเด็กอยู่แท้ๆ ตายเร็วไปก็น่าเสียดาย จากนั้นชายหนุ่มก็ลูบที่ริมฝีปากของตัวเอง ความเย็นเยือกจากริมฝีปากอีกคนยังไม่ทันจางหาย แต่ขืนเขาอยู่นานกว่านี้คงไม่ดีกับชื่อเสียงของหล่อน คิดได้แบบนั้นร่างสูงใหญ่ก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไป โดยไม่สนใจฟังคำขอบคุณที่ไม่น่าจะได้ยินจากญาติของอีกฝ่ายเช่นกัน

ภาพแรกที่จ้าวเสี่ยวเหลียนเห็นนั้นพร่าเลือน แต่เสียงที่ได้ยินกลับชัดเจนและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกปนดีใจ

"เสี่ยวเหลียน จ้าวเสี่ยวเหลียน ลูกแม่ฟื้นแล้ว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว"

เสียงร้องไห้ระคนดีใจดังอยู่ข้างหู ร่างของเธอถูกประคองขึ้นกอดไว้แน่นโดยผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าสวยเด่นของหล่อนเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาและเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม 

เสี่ยวเหลียนในร่างใหม่ รู้สึกถึงความแปลกแยกอย่างรุนแรง

‘ใคร ผู้หญิงคนนี้คือใคร แล้วที่นี่คือที่ไหน’ เธอได้แต่พูดคนเดียวในใจ

"คุณ..." ร่างบางอ่อนแรงพยายามจะพูด แต่เสียงที่เล็ดลอดออกมากลับแหบแห้งและแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

"แม่เอง นี่แม่ของแกยังไงล่ะ อย่าทำให้แม่กลัวอย่างนี้อีกนะ" ผู้หญิงคนนั้นแทนตัวเองว่าเป็นแม่ พูดพลางลูบหลังให้เธออย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายทำให้ร่างที่กำลังสั่นเทาเพราะความหนาวค่อยๆ สงบลง

แต่ในวินาทีที่ร่างกายสงบลงนั้นเอง จิตใจของเธอกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุ ความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของเธอหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก มันคือความทรงจำของเด็กสาวที่ชื่อ "จ้าวเสี่ยวเหลียน"

เด็กสาวอายุ 15 ปีบริบูรณ์ เกิดและเติบโตในหมู่บ้านชนบทได้รับการเลี้ยงดูจากยายมาโดยตลอด พ่อแท้ๆ เป็นผีพนันหน้าตาดี ขี้เมา แต่กลับพลัดตกน้ำ เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ส่วนแม่ หลิวซือ วัย 30 ปี ได้หนีจากชีวิตที่เลวร้ายตั้งแต่อายุ 16 ปี มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองอุตสาหกรรมตั้งแต่ลูกสาวลืมตาดูโลก

หลิวซือแต่งงานใหม่กับ หลี่เจียง ชายวัย 32 ปี พนักงานในโรงงานเหล็กกล้า พวกเขามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อ หลี่เฟิน อายุ 12 ปี อาศัยอยู่กับแม่ของหลี่เจียง หรือ ย่าหลี่ อายุ 47 ปี ทำงานในโรงงานทอผ้า

ชีวิตของเสี่ยวเหลียนต้องพลิกผันครั้งใหญ่เมื่อหมู่บ้านของเธอประสบอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ บ้านและที่นาจมหายไปกับสายน้ำ ยายหลิวในวัย 50 ปี จึงต้องพาหลานสาวเพียงคนเดียวเดินทางข้ามมณฑลมาพึ่งใบบุญของลูกสาวและครอบครัวใหม่

การย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ควรจะนำมาซึ่งความอบอุ่น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม

เสี่ยวเหลียนเป็นเด็กเรียนดีและมีความฝันอันยิ่งใหญ่ เธอปรารถนาจะเรียนต่อในระดับมัธยมปลาย เพื่อจะได้มีความรู้และมีงานที่ดี แต่ความฝันนั้นกลับถูกดับลงอย่างเลือดเย็นโดยครอบครัวใหม่ของผู้เป็นแม่

ตัวการของเรื่องคือ อาสาม หลี่เซียน วัย 28 ปี น้องสาวของพ่อเลี้ยงที่แต่งงานย้ายไปอยู่บ้านสามี แต่เพราะอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก มักจะไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ หลายต่อหลายครั้งที่เงินไม่พอใช้ก็มักจะมาหยิบยืมจากย่าหลี่ หล่อนเสนอความคิดที่มีไม่กี่คนเท่าไหร่นักจะคิดเรื่องแบบนี้ได้ นั่นก็คือการให้เสี่ยวเหลียนลาออกจากโรงเรียนเพื่อแต่งงานกับน้องชายคนสุดท้อง หลี่เหว่ย ชายหนุ่มวัย 25 ปีที่ยังไม่ได้แต่งงาน

เหตุผลที่อาสามยกมาอ้างคือความ "เป็นห่วง" น้องชาย กลัวว่าเขาจะหาภรรยาไม่ได้ แต่เหตุผลที่แท้จริงซึ่งเสี่ยวเหลียนบังเอิญไปได้ยินมาคือความลับดำมืดของหลี่เหว่ย

เขาไม่ได้มีความสนใจในผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย การแต่งงานครั้งนี้จึงเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อรักษาหน้าตาและชื่อเสียงของบ้านหลี่ ในยุคสมัยนี้เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สังคมยอมรับไม่ได้และน่าอับอายอย่างที่สุด

เมื่อทุกเส้นทางถูกปิดตาย ไร้ซึ่งคนที่จะยืนหยัดเคียงข้าง ความฝันทั้งชีวิตพังทลายลงต่อหน้าต่อตา จ้าวเสี่ยวเหลียนจึงเลือกที่จะยุติความทุกข์ทรมานทั้งหมดด้วยการกระโดดลงสู่สายน้ำที่เย็นเยียบ และนั่นคือจุดที่เปิดทางให้วิญญาณจากศตวรรษที่ 21 เข้ามาสวมร่างแทน

"แค่ก แค่ก..." หญิงสาวไอออกมาอีกสองสามครั้ง ก่อนจะค่อยๆ หายใจได้เป็นปกติมากขึ้น

"เป็นยังไงบ้างเสี่ยวเหลียน ยังเจ็บตรงไหนไหม" เสียงทุ้มห้าวแต่แฝงไว้ด้วยความกังวลดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของเตียง 

เธอหันไปมองพบชายร่างกำยำ ผิวคล้ำแดดเพราะทำงานหนัก เสื้อผ้าเปียกเหมือนกับเธอไม่มีผิด เขาน่าจะเป็นคนลงไปช่วยเธอขึ้นมา...ซึ่งก็คือพ่อเลี้ยงของเจ้าของร่าง

เธอส่ายหน้าเบาๆ พยายามปรับตัวและสวมบทบาทให้แนบเนียนที่สุด "ไม่...ไม่เป็นไรแล้วค่ะ พ่อ"

คำว่า พ่อ หลุดออกจากปากไปอย่างตะกุกตะกักและฝืนใจ แต่ดูเหมือนหลี่เจียงจะไม่ได้สังเกต เขาแค่พยักหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่กลับมาแข็งกระด้างตามเดิม "ฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว ต่อไปอย่าทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้อีก เข้าใจหรือเปล่า มีอะไรทำไมไม่พูดไม่จา ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนกันไปหมด"

‘เดือดร้อน? ห่วงว่าฉันจะตาย หรือห่วงว่าตัวเองจะเดือดร้อนกันแน่’ เสี่ยวเหลียนคิดในใจ แต่ภายนอกทำเพียงก้มหน้านิ่งเงียบ

"คุณก็อย่าเพิ่งดุลูกเลยค่ะ แกเพิ่งจะฟื้นนะ" หลิวซือรีบปรามสามี ก่อนจะหันมาจัดผ้าห่มให้ลูกสาว "นอนพักก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะไปต้มน้ำขิงร้อนๆ มาให้ดื่มจะได้อุ่นขึ้น"

จ้าวเสี่ยวเหลียนไม่ได้พูดอะไร เพราะเธอกำลังปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่นี่ ทั้งยังงงไม่หายว่ามาโผลี่ที่นี่ได้ยังไง ไม่ใช่ว่าตัวเองนอนหลับอยู่บนเตียงนอนนุ่มในห้องหรอกเหรอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   120

    ช่วงดึกวันเดียวกันนั้น พ่อจางสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา อยู่กินมานานเกือบสามสิบปี แค่อ้าปากก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร“มีเรื่องอะไรที่ผมไม่รู้หรือเปล่าครับ” พ่อจางกอดภรรยาจากทางด้านหลัง มั่นใจว่าคนข้างๆ ยังไม่นอน“…." มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา“วันนี้เจ้าลูกชายตัวดีมาคุยกับผม เรื่องที่ขอยืดเวลาให้กวงเอ๋อร์อยู่ที่นี่ก่อน ทางผมไม่ติดอะไรนะถ้าคุณจะอยู่กับหลานต่อ”“ฉันจะกลับบ้านค่ะ ถ้าพวกเขาไม่ยอมให้ฉันเอาหลานกลับ ก็ให้พวกเขาเลี้ยงกันเอง ฉันจะไม่ยุ่งแล้ว” แม่จางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ถ้าคุณอยากจะกลับเพราะคิดถึงผมก็แล้วไปเถอะ แต่อย่ากลับเพียงเพราะอยากประชดลูกเลย เสวี่ยอวี้อาจจะไม่เป็นไร แต่อย่าทำให้ลูกสะใภ้ลำบากใจ ได้ยินว่าเธอยินดีที่ให้กวงเอ๋อร์ไปชิงเต่า แต่เจ้าลูกชายตัวดีไม่ยอม” พ่อจางรับหน้าที่เป็นคนกลา

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   119

    สิงหาคม 1980ครบกำหนดที่จางเหยากวงต้องกลับไปชิงเต่ากับคุณย่าของเขาแล้ว เจ้าอ้วนยังไม่รู้ชะตากรรมว่าต่อไปตัวเองจะต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่ ตอนนี้สองพ่่อลูกกำลังเล่นของเล่นบนเตียงกันอยู่“ผมจำได้ว่าเครื่องบินของกวงเอ๋อร์มีเยอะกว่านี้ไม่ใช่เหรอครับ” สองพ่อลูกชอบเล่นเครื่องบิน ก่อนนอนทุกคืนเขาจะต้องได้เล่นเครื่องบินกับพ่อก่อน แล้วค่อยให้ย่าจางพาไปนอน“ฉันเก็บลงกล่องบางส่วนแล้วละค่ะ” พูดถึงเรื่องนี้ทีไรก็รู้สึกจุกที่ลำคอทุกทีจางเสวี่ยอวี้ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจ ให้ลูกชายเล่นเครื่องบินไปก่อน แล้วหันมาปลอบแม่ของลูกแทน “ถ้าอย่างนั้นไม่สู้เราคุยกับแม่ให้ท่านกลับไปชิงเต่าก่อนดีหรือเปล่าครับ ผมจะจ้างพี่เลี้ยงมาอยู่ประจำ คุณยายท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเกินไป”ตอนนี้แม้ว่าที่บ้านของเขาจะมีแม่บ้าน แต่ทำงานเช้าเย็นก็กลับ หน้าที่เลี้ยงหลานเป็นของยายทวดและคุณย่า เขารู้ดีว่าพวกท

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   118

    จ้าวเสี่ยวเหลียนยุ่งอยู่กับการเลี้ยงลูกและเรียน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมใส่ใจน้องสาว ตอนนี้หลี่เฟินสอบเข้ามหาวิทยาลัยมณฑลได้แล้ว เดิมทีแม่หลิวอยากให้มาอยู่กับพี่สาว จะช่วยเลี้ยงหลาน แต่เพราะมหาวิทยาลัยกับค่ายทหารอยู่ไกลกันเดินทางลำบาก เสี่ยวเหลียนเลยเลือกให้น้องสาวอยู่หอพักแทน วันหยุดถึงมาหลานสาว“ไอหยา…ตัวหนักกว่าครั้งที่แล้วอีกนะ” น้าสาวยิ้มกว้างเมื่อได้อุ้มหลานชายวัยสี่เดือน ตอนนี้เขาใส่เสื้อผ้าของเด็กหนึ่งขวบไปแล้วเรียบร้อย“เขาห้ามทักว่าเด็กอ้วนเดี๋ยวจะป่วย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ยายหลิวดุหลานสาว“จริงเหรอคะ เสี่ยวกวงของเราไม่อ้วนเลย ออกจะผอมไปด้วยซ้ำ ต้องกินเยอะๆ นะ” พอรู้ว่าหลานชายจะป่วยเพราะคำพูดของตัวเอง น้าสาวก็กลับคำเสียอย่างนั้นเสี่ยวเหลียนได้ยินแล้วก็ส่ายหน้า “เด็กคนหนึ่งจะป่วยก็คงไม่เกี่ยวกับคำพูดหรอก เป็นเพราะสภาพแวดล้อมแล้วก็สิ่งที่เขากินเข้าไปมากกว่า เจ็บป

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   117

    จ้าวเสี่ยวเหลียนอยู่โรงพยาบาล 3 วัน ถ้าเป็นคนอื่นคงออกตั้งแต่สองวันแรก แต่เพราะเป็นภรรยาของท่านนายพล เขาอยากมั่นใจก่อนว่าภรรยาและลูกปลอดภัย พ่อจางกับแม่จางมาถึงวันที่เสี่ยวเหลียนออกจากโรงพยาบาลพอดี จางเสวี่ยอวี้ตั้งชื่อลูกชายา จางเหยากวง“ไอหยา…เพิ่งคุยกันไม่กี่วันก่อนแท้ๆ หลานย่าก็รีบออกมาเสียแล้ว ไม่รอย่าเลย” ตอนนี้คุณแม่จางกำลังอุ้มหลายชายตัวอ้วนของท่านอยู่รีบอะไรกันละคะ ความจริงต้องออกตั้นแต่ช่วงต้นเดือนเสียด้วยซ้ำ อีกสองสัปดาห์ก้จะเปิดเทอมแล้ว ม่านม่านจะพักฟื้นทันหรือเปล่า" แม่หลิวมองหน้าลูกสาวที่กำลังอยู่เดือนด้วยความเป็นห่วง“นั่นสิ แล้วเรื่องอยู่เดือนจะทำยังไง” แม่จางถาม“สัปดาห์แรกน่าจะยังไม่มีอะไรหรอกค่ะ ยังไม่ต้องไปก็ได้ แต่หลังจากนั้นยังไงก็ต้องไปเพราะขึ้นปีสามแล้ว เนื้อหาเฉพาะมากขึ้น”“ไม่สู้ให้แม่พากวงเอ๋อร์กลับชิงเต่า พวกลูกจะไ

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   116

    จางเสวี่ยอวี้ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาเห็นของเหลวกำลังไหลออกมาจากร่างกายของภรรยา ก่อนหน้านี้เธอมีอาการเจ็บท้องอยู่หลายครั้ง แต่พอเกิดขึ้นจริงเขากลับทำอะไรไม่ถูก“จางเสวี่ยอวี้ เอาของที่เตรียมไว้ไปใส่รถเร็วเข้า” ในจิตสำนึกของเธอแล้ว ตัวเองอายุเท่ากันกับสามี พอน้ำคร่ำแตก อาการเจ็บท้องคลอดของเธอก็ถี่ขึ้น จนเหงื่อท่วมตัวว่าที่คุณพ่อมือใหม่สะดุ้งกับคำสั่งของภรรยา “ได้” เขารีบเดินไปหิ้วกระเป๋าที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้นานแล้วขึ้นรถ ไม่นานก็กลับเข้ามาอุ้มภรรยาไปโรงพยาบาล“ไม่ต้องกลัวนะ ทำใจให้สบาย” ยายหลิวจับมือปลอบใจหลานสาวตลอดทาง โชคดีที่บ้านพักกับโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลกันมาก ใช้เวลาเดินทางแค่ 5 นาทีก็มาถึงโรงพยาบาลตอนนี้เสี่ยวเหลียนถูกเข็นไปยังห้องคลอด จางเสวี่ยอวี้เดินไปตามหวังหว่านอินที่ห้องตรวจด้วยตัวเอง ทำเอาคนไข้แตกตื่นไปตามๆ กัน“นายใจเย็นๆ ก่อน ตอนนี้เธอ

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   115

    กุมภาพันธ์ 1980ปิดเทอมฤดูหนาวเสี่ยวเหลียนไม่ได้กลับชิงเต่า เพราะจางเสวี่ยอวี้ไม่อยากให้เธอต้องเดินทางไกลช่วงที่หิมะตกหนัก“เข้าใจแล้วค่ะ วางแล้วนะคะ”“ใครโทรมาครับ” จางเสวี่ยอวี้เดินเข้ามาโอบเอวของภรรยา มือหนาลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมานิดๆ ของภรรยา“แม่น่ะค่ะ โทรมากำชับ บอกว่าปิดเทอมนี้ไม่ต้องกลับบ้าน” เธอยิ้มตอบสามี รู้สึกดีทุกครั้งที่เขาลูบท้องลูกของพวกเธอ“ผมทำเรื่องขอย้ายไปอยู่บ้านเป็นหลังแล้ว คิดว่าสะดวกกว่าอยู่บนอาคาร”“ทำไมละคะ” เธอคิดว่าอยู่บนอาคารก็สะดวกดี ฤดูหนาวไม่ต้องคอยมากวาดหิมะบนหลังคา ติดแค่พื้นที่แคบไปสักหน่อยก็เท่านั้น“อยู่บ้านเป็นหลังดีกว่า อีกหน่อยคุณยายก็ต้องมาช่วยดูแลคุณ ท่านจะได้ไม่อึดอัดที่อยู่แต่บนอาคารอย่างเดียว”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status