Share

2

Penulis: Scince
last update Tanggal publikasi: 2025-08-01 10:30:22

หลิวซือและหลี่เจียงเดินออกจากห้องไปแล้ว ทิ้งให้ภายในห้องเล็กที่มีเพียงเตียงไม้กับโต๊ะเก่าๆอีกหนึ่งตัว ไม่มีแม้กระทั่งตู้เสื้อผ้า เพราะภายในห้องมีเสื้อผ้าตากเอาไว้บนเชือกที่ขึงในมุมหนึ่งของห้องเท่านั้น ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า เพราะยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในห้องนี้

หญิงชราผมดำเงานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงมุมห้อง ท่านมองมายังหลานสาวด้วยแววตาที่ซับซ้อนยากจะคาดเดา เต็มไปด้วยความเสียใจ ความผิดหวัง แต่ลึกลงไปในนั้น กลับสัมผัสได้ถึงความรักและความห่วงใย

"ยาย" เสี่ยวเหลียนเรียกเสียงแผ่ว ในความทรงจำที่ผุดขึ้นมานั้น บอกกับเธอว่าเจ้าของร่างรักยายมากแค่ไหน

ยายหลิวถอนหายใจยาว เสียงถอนหายใจนั้นราวกับแบกรับความทุกข์มาทั้งชีวิต "อุทกภัยมันพรากบ้าน พรากที่ดินของเราไป แต่ยายไม่เคยคิดเลยว่ามันจะพรากเอาสติปัญญาของหลานไปด้วย การศึกษาคือหนทางเดียวที่จะทำให้คนอย่างเราได้ลืมตาอ้าปาก แต่การตาย...มันไม่ใช่ทางออกเลยสักนิดเดียว ไหนลองพูดมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น"

น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากหางตาของเธอโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่ความเศร้าของเธอเอง แต่เป็นความรู้สึกผิดที่ตกค้างอยู่ในร่างนี้ส่งผ่านมาถึงเธอ เด็กสาวคนนี้รักและเคารพยายของเธอมากที่สุด การทำให้ท่านผิดหวังคงเป็นเรื่องที่เจ็บปวดสำหรับเธอยิ่งกว่าการถูกบังคับให้แต่งงานเสียอีก

เธอยื่นมือที่ยังสั่นเทาและเย็นเฉียบไปข้างหน้า พยายามจะสัมผัสมือที่เหี่ยวย่นของอีกฝ่าย

"ยายคะ ฉันขอโทษ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้อีก" แน่นอนว่าเธอไม่มีความคิดที่อยากจะตายเลยสักนิด ต่อให้ชีวิตจะบัดซบแค่ไหน ก็ไม่เคยคิดที่อยากจะจบชีวิตของตัวเองเลยสักครั้ง

ยายหลิวมองลึกลงไปในดวงตาของหลานสาว ท่านสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไป แววตาคู่นี้ไม่ได้มีความสิ้นหวังหรือหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับฉายแววของความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว และสุขุมอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวหลานสาวคนนี้ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา

ท่านขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมืออันอบอุ่นมาจับมือของหลานสาวเอาไว้ ทั้งต้องการส่งมอบความอบอุ่น และบ่งบอกถึงการมีตัวตนของท่าน ว่าตราบใดที่มียายคนนี้อยู่ ใครหน้าไหนก็มารังแกหลานสาวของท่านไม่ได้

"จำคำพูดของแกวันนี้ไว้ให้ดีนะเสี่ยวเหลียน" ยายหลิวพูดเสียงเรียบ แต่หนักแน่น "ถ้าแกลุกขึ้นสู้ ยายคนนี้ก็จะสู้ไปพร้อมกับแก"

คำพูดของท่านเปรียบเสมือนแสงสว่างแรกที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตใหม่ที่มืดมนของเสี่ยวเหลียน อย่างน้อยที่สุดเธอก็ไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง

เธอพยักหน้ารับช้าๆ ความรู้สึกตื้นตันใจก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ในยุคที่จากมาเธอเป็นเพียงเด็กกำพร้า ต้องต่อสู้ดิ้นรนทุกอย่างด้วยตัวเองมาตลอดชีวิต การมีใครสักคนบอกว่าจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างมันเลยเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

‘จ้าวเสี่ยวเหลียน...เธอวางใจได้เลย’ หญิงสาวคิดในใจพลางมองไปยังมือของตัวเองที่ถูกกอบกุมไว้ ‘ชีวิตที่เธอเสียไป...ฉันจะใช้มันอย่างดีที่สุด ฉันจะทำความฝันเรื่องการเรียนต่อของเธอให้เป็นจริง และฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาบงการชีวิตนี้ได้อีกเด็ดขาด’

ภายนอกห้อง เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของครอบครัวใหม่ดังแว่วเข้ามา มันเป็นสัญญาณเตือนว่าสันติสุขที่เธอได้รับนั้นเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า

แต่ครั้งนี้เธอไม่กลัว...ไม่เลยแม้แต่น้อย

เพราะชีวิตเก่าของเธอจบสิ้นไปแล้ว และชีวิตใหม่ในร่างของ "จ้าวเสี่ยวเหลียน" เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น การต่อสู้เพื่ออิสรภาพและความฝัน...มันได้เปิดฉากขึ้นแล้ว

ไม่นานหลิวซือผู้เป็นแม่ก็เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วยข้าวต้มร้อนๆและน้ำขิงในมือ ดวงตาของเธอยังคงแดงก่ำจากการร้องไห้

"กินอะไรสักหน่อยนะ" เธอนั่งลงข้างเตียงของลูกสาว น้ำเสียงอ่อนล้าและสั่นเครือ "เรื่องเมื่อวานที่อาสามพูดอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ แม่จะคุยกับพวกเขาเอง"

เสี่ยวเหลียนมองผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของเธอในตอนนี้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ภายในใจของเธอไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองหลิวซือ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนกว่านั้น มันคือความสงสารระคนสมเพช หลิวซือไม่ใช่คนเลวร้าย เธอรักลูก แต่ความรักของเธอมันไม่มากพอที่จะเอาชนะความขลาดกลัวและความต้องการที่จะรักษาชีวิตแต่งงานใหม่ที่ดูเหมือนจะมั่นคงนี้ไว้ได้

สุดท้ายแล้วกลับสงสารร่างเดิม ที่หาทางออกให้ตัวเองเพียงลำพังโดยการจบชีวิต ทั้งที่มีทางเลือกอีกมากมาย และเชื่อว่าหากยายหลิวรู้เรื่อง ยังไงท่านก็ไม่มีวันยอมให้ควาคิดชั่วช้าของอาสามเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

“ตกลงว่ามีเรื่องอะไรกันแน่เหรอ” ยายหลิวที่นั่งนิ่งเอ่ยถามขึ้น

ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ ท่านยังไม่ได้คุยกับลูกสาวเลยสักคำ รู้สึกตกใจที่มีคนวิ่งมาบอกว่าหลานสาวตกน้ำ แต่ก็คิดว่าอาจจะเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น

ทว่าลึกๆแล้วท่านกลับรู้ดีกว่าใคร หลานสาวที่โตมากับแม่น้ำ ใช้ชีวิตในน้ำมากกว่าบนบกจะจมน้ำได้ยังไงถ้าไม่ใช่ความตั้งใจ สมมุติฐานที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นนี้ กลับทำให้ท่านรู้สึกปวดหนึบที่ใจ จุกจนพูดไม่ออก

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่คำพูดไร้สาระของอาสามพวกเขาก็เท่านั้นเอง”

“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ ไอ้คำพูดไร้สาระที่แกว่าน่ะ แม่จะตัดสินเองว่าไร้สาระจริงหรือเปล่า” ยายหลิวถามทันควัน ไม่รอให้ลูกสาวบ่ายเบี่ยง

“แม่ อ่าเพิ่งซักไซ้อะไรฉันตอนนี้เลย มันก็แค่คำพูดของผู้ใหญ่ที่พูดเล่นๆกันเท่านั้น เสี่ยวเหลียนมันเป็นเด็กไม่ทันผู้ใหญ่เลยเก็บเอาไปคิดมาก อย่าลืมสิว่าหลานสาแม่แทบจะนอนในน้ำ มันจะจมน้ำได้ยังไงกันล่ะ” หลิวซือหลบสายตา

“ก็ขอให้มันจริงเหมือนอย่างที่แกพูดก็แล้วกัน ถึงตอนนี้เสี่ยวเหลียนยังไม่พูด แต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่มีธีให้พูด อีกอย่างฉันก็ต้องรู้ดีกว่าใครว่าหลานสาวของฉันว่ายน้ำเก่ง แต่สภาพที่สามีใหม่ของแกแบกมามันคืออาการของคนจมน้ำชัดๆ แล้วหลานสาวที่แกพูดก็คือลูกสาวแท้ๆของแกเอง ถ้าเรื่องแค่นี้แกยังปกป้องพวกเราไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าต่อไปจะอยู่อย่างสงบสุข”

ยายหลิวพูดเสียงเรียบทว่าใบหน้าของท่านกลับไม่เป็นแบบนั้น เพราะมันทั้งจริงจังและขึงขัง จนทำเอาคนฟังถึงกับขนลุกกับคำพูดตามประสาคนอาบน้ำร้อนมาก่อน

“แม่อ่ะ ชอบมองพวกเขาในแง่ลบอยู่เรื่อย ฉันก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไรๆ ลืมไปแล้วเหรอว่าหลี่เจียงเป็นคนบอกให้ฉันไปรับแม่กับเสี่ยวเหลียนมาอยู่ด้วย เขาทำขนาดนี้แล้วทำไมพวกเราจะอยู่กันไม่สงบสุข แม่น่ะคิดมาก แล้วก็อคติมากเกินไปต่างหากล่ะ”

หลิวซือกลัวแม่สามีก็จริง แต่กับแม่ของตัวเองเธอกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด เพราะเธอเป็นลูกคนเดียว ยายหลิวรักและตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ เลี้ยงและดูแลมาอย่างดีเท่าที่แม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งจะทำได้ เพราะสามีของท่านก็จากไปเพราะน้ำเหมือนกัน

การที่หลิวซือแต่งงานกับพ่อของจ้าวเสี่ยวเหลียน ก็เพราะตอนนั้นเธอยังเด็ก ลุ่มหลงในความหล่อของเขา ดื้อรั้นจะแต่งให้ได้ ถึงขั้นแต่งผู้ชายเข้าบ้าน แต่รสชาติหลังแต่งงานทำให้เธอฉุกคิดได้ และไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับสามีที่ไม่มีอนาคต สุดท้ายตัดสินใจทิ้งลูกและสามีมาทำตามความฝัน นั่นคือการชุบตัวเองว่าเป็นคนในเมือง จนกระทั่งได้มาพบกับหลี่เจียง คนที่ทำให้ความฝันเป็นจริง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   120

    ช่วงดึกวันเดียวกันนั้น พ่อจางสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา อยู่กินมานานเกือบสามสิบปี แค่อ้าปากก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร“มีเรื่องอะไรที่ผมไม่รู้หรือเปล่าครับ” พ่อจางกอดภรรยาจากทางด้านหลัง มั่นใจว่าคนข้างๆ ยังไม่นอน“…." มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา“วันนี้เจ้าลูกชายตัวดีมาคุยกับผม เรื่องที่ขอยืดเวลาให้กวงเอ๋อร์อยู่ที่นี่ก่อน ทางผมไม่ติดอะไรนะถ้าคุณจะอยู่กับหลานต่อ”“ฉันจะกลับบ้านค่ะ ถ้าพวกเขาไม่ยอมให้ฉันเอาหลานกลับ ก็ให้พวกเขาเลี้ยงกันเอง ฉันจะไม่ยุ่งแล้ว” แม่จางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ถ้าคุณอยากจะกลับเพราะคิดถึงผมก็แล้วไปเถอะ แต่อย่ากลับเพียงเพราะอยากประชดลูกเลย เสวี่ยอวี้อาจจะไม่เป็นไร แต่อย่าทำให้ลูกสะใภ้ลำบากใจ ได้ยินว่าเธอยินดีที่ให้กวงเอ๋อร์ไปชิงเต่า แต่เจ้าลูกชายตัวดีไม่ยอม” พ่อจางรับหน้าที่เป็นคนกลา

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   119

    สิงหาคม 1980ครบกำหนดที่จางเหยากวงต้องกลับไปชิงเต่ากับคุณย่าของเขาแล้ว เจ้าอ้วนยังไม่รู้ชะตากรรมว่าต่อไปตัวเองจะต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่ ตอนนี้สองพ่่อลูกกำลังเล่นของเล่นบนเตียงกันอยู่“ผมจำได้ว่าเครื่องบินของกวงเอ๋อร์มีเยอะกว่านี้ไม่ใช่เหรอครับ” สองพ่อลูกชอบเล่นเครื่องบิน ก่อนนอนทุกคืนเขาจะต้องได้เล่นเครื่องบินกับพ่อก่อน แล้วค่อยให้ย่าจางพาไปนอน“ฉันเก็บลงกล่องบางส่วนแล้วละค่ะ” พูดถึงเรื่องนี้ทีไรก็รู้สึกจุกที่ลำคอทุกทีจางเสวี่ยอวี้ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจ ให้ลูกชายเล่นเครื่องบินไปก่อน แล้วหันมาปลอบแม่ของลูกแทน “ถ้าอย่างนั้นไม่สู้เราคุยกับแม่ให้ท่านกลับไปชิงเต่าก่อนดีหรือเปล่าครับ ผมจะจ้างพี่เลี้ยงมาอยู่ประจำ คุณยายท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเกินไป”ตอนนี้แม้ว่าที่บ้านของเขาจะมีแม่บ้าน แต่ทำงานเช้าเย็นก็กลับ หน้าที่เลี้ยงหลานเป็นของยายทวดและคุณย่า เขารู้ดีว่าพวกท

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   118

    จ้าวเสี่ยวเหลียนยุ่งอยู่กับการเลี้ยงลูกและเรียน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมใส่ใจน้องสาว ตอนนี้หลี่เฟินสอบเข้ามหาวิทยาลัยมณฑลได้แล้ว เดิมทีแม่หลิวอยากให้มาอยู่กับพี่สาว จะช่วยเลี้ยงหลาน แต่เพราะมหาวิทยาลัยกับค่ายทหารอยู่ไกลกันเดินทางลำบาก เสี่ยวเหลียนเลยเลือกให้น้องสาวอยู่หอพักแทน วันหยุดถึงมาหลานสาว“ไอหยา…ตัวหนักกว่าครั้งที่แล้วอีกนะ” น้าสาวยิ้มกว้างเมื่อได้อุ้มหลานชายวัยสี่เดือน ตอนนี้เขาใส่เสื้อผ้าของเด็กหนึ่งขวบไปแล้วเรียบร้อย“เขาห้ามทักว่าเด็กอ้วนเดี๋ยวจะป่วย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ยายหลิวดุหลานสาว“จริงเหรอคะ เสี่ยวกวงของเราไม่อ้วนเลย ออกจะผอมไปด้วยซ้ำ ต้องกินเยอะๆ นะ” พอรู้ว่าหลานชายจะป่วยเพราะคำพูดของตัวเอง น้าสาวก็กลับคำเสียอย่างนั้นเสี่ยวเหลียนได้ยินแล้วก็ส่ายหน้า “เด็กคนหนึ่งจะป่วยก็คงไม่เกี่ยวกับคำพูดหรอก เป็นเพราะสภาพแวดล้อมแล้วก็สิ่งที่เขากินเข้าไปมากกว่า เจ็บป

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   117

    จ้าวเสี่ยวเหลียนอยู่โรงพยาบาล 3 วัน ถ้าเป็นคนอื่นคงออกตั้งแต่สองวันแรก แต่เพราะเป็นภรรยาของท่านนายพล เขาอยากมั่นใจก่อนว่าภรรยาและลูกปลอดภัย พ่อจางกับแม่จางมาถึงวันที่เสี่ยวเหลียนออกจากโรงพยาบาลพอดี จางเสวี่ยอวี้ตั้งชื่อลูกชายา จางเหยากวง“ไอหยา…เพิ่งคุยกันไม่กี่วันก่อนแท้ๆ หลานย่าก็รีบออกมาเสียแล้ว ไม่รอย่าเลย” ตอนนี้คุณแม่จางกำลังอุ้มหลายชายตัวอ้วนของท่านอยู่รีบอะไรกันละคะ ความจริงต้องออกตั้นแต่ช่วงต้นเดือนเสียด้วยซ้ำ อีกสองสัปดาห์ก้จะเปิดเทอมแล้ว ม่านม่านจะพักฟื้นทันหรือเปล่า" แม่หลิวมองหน้าลูกสาวที่กำลังอยู่เดือนด้วยความเป็นห่วง“นั่นสิ แล้วเรื่องอยู่เดือนจะทำยังไง” แม่จางถาม“สัปดาห์แรกน่าจะยังไม่มีอะไรหรอกค่ะ ยังไม่ต้องไปก็ได้ แต่หลังจากนั้นยังไงก็ต้องไปเพราะขึ้นปีสามแล้ว เนื้อหาเฉพาะมากขึ้น”“ไม่สู้ให้แม่พากวงเอ๋อร์กลับชิงเต่า พวกลูกจะไ

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   116

    จางเสวี่ยอวี้ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาเห็นของเหลวกำลังไหลออกมาจากร่างกายของภรรยา ก่อนหน้านี้เธอมีอาการเจ็บท้องอยู่หลายครั้ง แต่พอเกิดขึ้นจริงเขากลับทำอะไรไม่ถูก“จางเสวี่ยอวี้ เอาของที่เตรียมไว้ไปใส่รถเร็วเข้า” ในจิตสำนึกของเธอแล้ว ตัวเองอายุเท่ากันกับสามี พอน้ำคร่ำแตก อาการเจ็บท้องคลอดของเธอก็ถี่ขึ้น จนเหงื่อท่วมตัวว่าที่คุณพ่อมือใหม่สะดุ้งกับคำสั่งของภรรยา “ได้” เขารีบเดินไปหิ้วกระเป๋าที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้นานแล้วขึ้นรถ ไม่นานก็กลับเข้ามาอุ้มภรรยาไปโรงพยาบาล“ไม่ต้องกลัวนะ ทำใจให้สบาย” ยายหลิวจับมือปลอบใจหลานสาวตลอดทาง โชคดีที่บ้านพักกับโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลกันมาก ใช้เวลาเดินทางแค่ 5 นาทีก็มาถึงโรงพยาบาลตอนนี้เสี่ยวเหลียนถูกเข็นไปยังห้องคลอด จางเสวี่ยอวี้เดินไปตามหวังหว่านอินที่ห้องตรวจด้วยตัวเอง ทำเอาคนไข้แตกตื่นไปตามๆ กัน“นายใจเย็นๆ ก่อน ตอนนี้เธอ

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   115

    กุมภาพันธ์ 1980ปิดเทอมฤดูหนาวเสี่ยวเหลียนไม่ได้กลับชิงเต่า เพราะจางเสวี่ยอวี้ไม่อยากให้เธอต้องเดินทางไกลช่วงที่หิมะตกหนัก“เข้าใจแล้วค่ะ วางแล้วนะคะ”“ใครโทรมาครับ” จางเสวี่ยอวี้เดินเข้ามาโอบเอวของภรรยา มือหนาลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมานิดๆ ของภรรยา“แม่น่ะค่ะ โทรมากำชับ บอกว่าปิดเทอมนี้ไม่ต้องกลับบ้าน” เธอยิ้มตอบสามี รู้สึกดีทุกครั้งที่เขาลูบท้องลูกของพวกเธอ“ผมทำเรื่องขอย้ายไปอยู่บ้านเป็นหลังแล้ว คิดว่าสะดวกกว่าอยู่บนอาคาร”“ทำไมละคะ” เธอคิดว่าอยู่บนอาคารก็สะดวกดี ฤดูหนาวไม่ต้องคอยมากวาดหิมะบนหลังคา ติดแค่พื้นที่แคบไปสักหน่อยก็เท่านั้น“อยู่บ้านเป็นหลังดีกว่า อีกหน่อยคุณยายก็ต้องมาช่วยดูแลคุณ ท่านจะได้ไม่อึดอัดที่อยู่แต่บนอาคารอย่างเดียว”

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   104

    หลี่เจียงได้ยินแบบนั้นก็ชะงัก ถ้าเป็นหลิวซื่อพูดคำนี้เขาย่อมไม่รู้สึกอะไร เพราะถึงยังไงก็เชื่อว่าอีกฝ่ายไม่มีทางกล้าแจ้งตำรวจ แต่กับลูกเลี้ยงคนนี้ไม่แน่“ที่มาวันนี้ฉันไม่ได้อยากมีเรื่อง แต่อยากจะถามแม่ของแกว

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   103

    ทางด้านบ้านหลี่กลับเรียกว่าเป็นช่วงขาขึ้น เนื่องจากว่าร้านผักดองของแม่หลิวปิดลงไปแล้ว ลูกค้าเก่าของร้านต่างก็แห่มาซื้อที่ร้าน เนื่องจากราคาถูกและรสชาติที่แทบจะไม่ต่างกันเท่าไหร่“ตกลงเรื่องแกกับสะใภ้ใหญ่นี่ยั

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   102

    25 มกราคม 1979วันนี้สอบปลายภาควันสุดท้าย จางเสวี่ยอวี้มาส่งภรรยาแล้วก็ถือโอกาสเดินสำรวจร้านค้าใกล้มหาวิทยาลัยไปด้วย แม้ว่าคดีจะไม่คืบหน้า แต่เขาเองก็ไม่ลดละ ต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้แต

  • 1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   101

    ทางด้านจางเสวี่ยอวี้เองก็มีเรื่องที่ต้องจัดการ นั่นก็คือแม่ของปาหลาน เขาไม่ต้องไปตามหาท่านให้เหนื่อย เพราะท่านมาขอพบเขาด้วยตัวเอง“ท่านครับ แม่บ้านมาขอพบครับ” เลขาหน้าห้องเข้ามารายงาน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status