Mag-log inจ้าวเสี่ยวเหลียนสาวจากยุคปัจจุบันย้อนเวลาไปอยู่ในร่างเด็กสาวชื่อเดียวกัน ทว่าหน้าตากลับดูไม่ได้เพราะเป็นคนชนบททั้งยังถูกบังคับให้แต่งงานกับน้องชายพ่อเลี้ยงแบบนี้จะไปยอมได้ยังไง ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง!
view more私が行きたい、と言っていた夜景が素敵なレストラン。
高層階にあるこの場所は、窓から見える夜景が有名で。
まるで星を散りばめられたような光景に私の目は釘付けになっていた。
目の前には、どこか緊張した面持ちの婚約者――清水 瞬(しみず しゅん)が座っている。
素敵な時間も、もう終盤。
あとは食後のデザートを残すのみ、となった頃。
緊張した面持ちのまま、瞬が口を開いた。
「心(こころ)」
「どうしたの、瞬?」
瞬が、緊張した面持ちのまま、小さな小箱を取り出した。
私の目は、それを視界に映した瞬間、驚きに目を見開く。
瞬はすぅっと息を吸い込むと、私を真っ直ぐに見つめたまま、言葉を紡ぐ。
髪の毛の隙間からちらりと覗く瞬の耳は、真っ赤に染まっていた。
「加納 心(かのう こころ)さん。俺はこれからもずっと君と一緒にいたい。結婚しよう」
「――瞬っ、嬉しいっ。もちろんよ、よろしくお願いします!」
私達が付き合って、5年。婚約を結んでから、2年。
今日は私達の記念日だった。
そんな記念日に、こうしてレストランでプロポーズを受けるなんて。私の視界は、涙で滲んでいく。
私たちの周りには、いつの間にか沢山のお客さんが集まり、拍手で祝福してくれた。
感動して泣き出す私を瞬が優しく抱きしめ、そっと唇にキスを落としてくれた。
◇
それなのに――。
「心、君の気持ちは十分伝わったよ。俺たち付き合おう」
そう、愛おし気に目を細めて言ってくれたのは、全部嘘だったのだろう。
今、私に向けられている瞬の目は、かつての温かさや優しさ、愛おしさ
なんか微塵も残っていなかった。
ただただ、煩わしそうに瞳が細められ、冷たい視線が注がれている。
「……何だその顔は?嫌そうな顔をするな。麗奈は今、帰国したばかりで大変なんだ」
瞬は、心底煩わしそうに私を一瞥し、すぐに顔を逸らしてしまう。
「何も、言ってないわ……行ってらっしゃい」
「最初から快く送り出しておけばいいものを……面倒な事をするなよ、心」
瞬はふん、と鼻を鳴らして私をひと睨みした後、冷たく背を向けて部屋を出て行ってしまう。
苛立ち混じりに力任せに閉められた扉の音が大きく響く。
私は一人、広い部屋にぽつりと残され、佇んでいた。
今日は、記念日だったのに。
テーブルの上には瞬の好物が沢山用意され、所狭しと並べられていた。
瞬はそれを一口も食べる事はせず、会社から帰るなり急いで麗奈のもとへ行ってしまった。
沢山の料理が並べられたテーブルの向こう、二人で撮った写真が写真立てに飾られ、楽しげに笑っていた。
もう、あの写真の中のように笑う瞬を、私はしばらく見ていない。
ช่วงดึกวันเดียวกันนั้น พ่อจางสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา อยู่กินมานานเกือบสามสิบปี แค่อ้าปากก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร“มีเรื่องอะไรที่ผมไม่รู้หรือเปล่าครับ” พ่อจางกอดภรรยาจากทางด้านหลัง มั่นใจว่าคนข้างๆ ยังไม่นอน“…." มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา“วันนี้เจ้าลูกชายตัวดีมาคุยกับผม เรื่องที่ขอยืดเวลาให้กวงเอ๋อร์อยู่ที่นี่ก่อน ทางผมไม่ติดอะไรนะถ้าคุณจะอยู่กับหลานต่อ”“ฉันจะกลับบ้านค่ะ ถ้าพวกเขาไม่ยอมให้ฉันเอาหลานกลับ ก็ให้พวกเขาเลี้ยงกันเอง ฉันจะไม่ยุ่งแล้ว” แม่จางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ถ้าคุณอยากจะกลับเพราะคิดถึงผมก็แล้วไปเถอะ แต่อย่ากลับเพียงเพราะอยากประชดลูกเลย เสวี่ยอวี้อาจจะไม่เป็นไร แต่อย่าทำให้ลูกสะใภ้ลำบากใจ ได้ยินว่าเธอยินดีที่ให้กวงเอ๋อร์ไปชิงเต่า แต่เจ้าลูกชายตัวดีไม่ยอม” พ่อจางรับหน้าที่เป็นคนกลา
สิงหาคม 1980ครบกำหนดที่จางเหยากวงต้องกลับไปชิงเต่ากับคุณย่าของเขาแล้ว เจ้าอ้วนยังไม่รู้ชะตากรรมว่าต่อไปตัวเองจะต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่ ตอนนี้สองพ่่อลูกกำลังเล่นของเล่นบนเตียงกันอยู่“ผมจำได้ว่าเครื่องบินของกวงเอ๋อร์มีเยอะกว่านี้ไม่ใช่เหรอครับ” สองพ่อลูกชอบเล่นเครื่องบิน ก่อนนอนทุกคืนเขาจะต้องได้เล่นเครื่องบินกับพ่อก่อน แล้วค่อยให้ย่าจางพาไปนอน“ฉันเก็บลงกล่องบางส่วนแล้วละค่ะ” พูดถึงเรื่องนี้ทีไรก็รู้สึกจุกที่ลำคอทุกทีจางเสวี่ยอวี้ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจ ให้ลูกชายเล่นเครื่องบินไปก่อน แล้วหันมาปลอบแม่ของลูกแทน “ถ้าอย่างนั้นไม่สู้เราคุยกับแม่ให้ท่านกลับไปชิงเต่าก่อนดีหรือเปล่าครับ ผมจะจ้างพี่เลี้ยงมาอยู่ประจำ คุณยายท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเกินไป”ตอนนี้แม้ว่าที่บ้านของเขาจะมีแม่บ้าน แต่ทำงานเช้าเย็นก็กลับ หน้าที่เลี้ยงหลานเป็นของยายทวดและคุณย่า เขารู้ดีว่าพวกท
จ้าวเสี่ยวเหลียนยุ่งอยู่กับการเลี้ยงลูกและเรียน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมใส่ใจน้องสาว ตอนนี้หลี่เฟินสอบเข้ามหาวิทยาลัยมณฑลได้แล้ว เดิมทีแม่หลิวอยากให้มาอยู่กับพี่สาว จะช่วยเลี้ยงหลาน แต่เพราะมหาวิทยาลัยกับค่ายทหารอยู่ไกลกันเดินทางลำบาก เสี่ยวเหลียนเลยเลือกให้น้องสาวอยู่หอพักแทน วันหยุดถึงมาหลานสาว“ไอหยา…ตัวหนักกว่าครั้งที่แล้วอีกนะ” น้าสาวยิ้มกว้างเมื่อได้อุ้มหลานชายวัยสี่เดือน ตอนนี้เขาใส่เสื้อผ้าของเด็กหนึ่งขวบไปแล้วเรียบร้อย“เขาห้ามทักว่าเด็กอ้วนเดี๋ยวจะป่วย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ยายหลิวดุหลานสาว“จริงเหรอคะ เสี่ยวกวงของเราไม่อ้วนเลย ออกจะผอมไปด้วยซ้ำ ต้องกินเยอะๆ นะ” พอรู้ว่าหลานชายจะป่วยเพราะคำพูดของตัวเอง น้าสาวก็กลับคำเสียอย่างนั้นเสี่ยวเหลียนได้ยินแล้วก็ส่ายหน้า “เด็กคนหนึ่งจะป่วยก็คงไม่เกี่ยวกับคำพูดหรอก เป็นเพราะสภาพแวดล้อมแล้วก็สิ่งที่เขากินเข้าไปมากกว่า เจ็บป
จ้าวเสี่ยวเหลียนอยู่โรงพยาบาล 3 วัน ถ้าเป็นคนอื่นคงออกตั้งแต่สองวันแรก แต่เพราะเป็นภรรยาของท่านนายพล เขาอยากมั่นใจก่อนว่าภรรยาและลูกปลอดภัย พ่อจางกับแม่จางมาถึงวันที่เสี่ยวเหลียนออกจากโรงพยาบาลพอดี จางเสวี่ยอวี้ตั้งชื่อลูกชายา จางเหยากวง“ไอหยา…เพิ่งคุยกันไม่กี่วันก่อนแท้ๆ หลานย่าก็รีบออกมาเสียแล้ว ไม่รอย่าเลย” ตอนนี้คุณแม่จางกำลังอุ้มหลายชายตัวอ้วนของท่านอยู่รีบอะไรกันละคะ ความจริงต้องออกตั้นแต่ช่วงต้นเดือนเสียด้วยซ้ำ อีกสองสัปดาห์ก้จะเปิดเทอมแล้ว ม่านม่านจะพักฟื้นทันหรือเปล่า" แม่หลิวมองหน้าลูกสาวที่กำลังอยู่เดือนด้วยความเป็นห่วง“นั่นสิ แล้วเรื่องอยู่เดือนจะทำยังไง” แม่จางถาม“สัปดาห์แรกน่าจะยังไม่มีอะไรหรอกค่ะ ยังไม่ต้องไปก็ได้ แต่หลังจากนั้นยังไงก็ต้องไปเพราะขึ้นปีสามแล้ว เนื้อหาเฉพาะมากขึ้น”“ไม่สู้ให้แม่พากวงเอ๋อร์กลับชิงเต่า พวกลูกจะไ
ทั้งที่เป็นข่าวดีของทั้งสองคน แต่สถานการณ์หลายวันที่ผ่านมากลับสวนทาง สองสามีภรรยาต่างเงียบใส่กัน จนกระทั่งเพื่อนของทั้งสองฝ่ายสังเกตได้“เหล่าจาง ข่าวเรื่องน้องสะใภ้ท้องดังไปทั่วทั้งค่ายทหาร ทุกคนต่างแสดงความ
ตั้งแต่กลับจากฉลองปีใหม่กับครอบครัว เสี่ยวเหลียนรู้สึกว่าตัวเองง่วงนอนบ่อย นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ หญิงสาวทึกทักไปเองว่าตัวเองคงจะอ่านหนังสือและใช้ความจำมากเกินไป แต่สิ่งที่ทำฉุดนึกขึ้นได้ก็คือ“เสี่ยวเหลียน ฉันขอ
กลับบ้านมาครั้งนี้ ข่าวที่ทำให้ใจหายก็คงจะหนีไม่พ้นการจากไปของย่าซ่ง ทั้งที่อายุไม่เยอะ แต่เพราะโรครุมเร้า อีกทั้งยังเลือกที่จะรักษาแบบดั้งเดิมไม่ยอมไปหาหมอ ทำให้ท่านจากไปก่อนวัยอันควร“น่าสงสารนะคะ แล้วนี่ซ่
ตุลาคม 1979ทุกปีช่วงวันชาติจางเสวี่ยอวี้จะพาภรรยากลับซูโจวไปเยี่ยมยายหลิว และปีนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่พิเศษเพิ่มเข้ามาคือมีแม่หลิวไปด้วย ท่านเดินทางมาถึงบ้านพักของลูกเขยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว






Rebyu