1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง

1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง

last updateHuling Na-update : 2025-12-09
By:  ScinceOngoing
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
6
1 Rating. 1 Rebyu
121Mga Kabanata
4.7Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

จ้าวเสี่ยวเหลียนสาวจากยุคปัจจุบันย้อนเวลาไปอยู่ในร่างเด็กสาวชื่อเดียวกัน ทว่าหน้าตากลับดูไม่ได้เพราะเป็นคนชนบททั้งยังถูกบังคับให้แต่งงานกับน้องชายพ่อเลี้ยงแบบนี้จะไปยอมได้ยังไง ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง!

view more

Kabanata 1

แนะนำ

私が行きたい、と言っていた夜景が素敵なレストラン。

高層階にあるこの場所は、窓から見える夜景が有名で。

まるで星を散りばめられたような光景に私の目は釘付けになっていた。

目の前には、どこか緊張した面持ちの婚約者――清水 瞬(しみず しゅん)が座っている。

素敵な時間も、もう終盤。

あとは食後のデザートを残すのみ、となった頃。

緊張した面持ちのまま、瞬が口を開いた。

「心(こころ)」

「どうしたの、瞬?」

瞬が、緊張した面持ちのまま、小さな小箱を取り出した。

私の目は、それを視界に映した瞬間、驚きに目を見開く。

瞬はすぅっと息を吸い込むと、私を真っ直ぐに見つめたまま、言葉を紡ぐ。

髪の毛の隙間からちらりと覗く瞬の耳は、真っ赤に染まっていた。

「加納 心(かのう こころ)さん。俺はこれからもずっと君と一緒にいたい。結婚しよう」

「――瞬っ、嬉しいっ。もちろんよ、よろしくお願いします!」

私達が付き合って、5年。婚約を結んでから、2年。

今日は私達の記念日だった。

そんな記念日に、こうしてレストランでプロポーズを受けるなんて。私の視界は、涙で滲んでいく。

私たちの周りには、いつの間にか沢山のお客さんが集まり、拍手で祝福してくれた。

感動して泣き出す私を瞬が優しく抱きしめ、そっと唇にキスを落としてくれた。

それなのに――。

「心、君の気持ちは十分伝わったよ。俺たち付き合おう」

そう、愛おし気に目を細めて言ってくれたのは、全部嘘だったのだろう。

今、私に向けられている瞬の目は、かつての温かさや優しさ、愛おしさ

なんか微塵も残っていなかった。

ただただ、煩わしそうに瞳が細められ、冷たい視線が注がれている。

「……何だその顔は?嫌そうな顔をするな。麗奈は今、帰国したばかりで大変なんだ」

瞬は、心底煩わしそうに私を一瞥し、すぐに顔を逸らしてしまう。

「何も、言ってないわ……行ってらっしゃい」

「最初から快く送り出しておけばいいものを……面倒な事をするなよ、心」

瞬はふん、と鼻を鳴らして私をひと睨みした後、冷たく背を向けて部屋を出て行ってしまう。

苛立ち混じりに力任せに閉められた扉の音が大きく響く。

私は一人、広い部屋にぽつりと残され、佇んでいた。

今日は、記念日だったのに。

テーブルの上には瞬の好物が沢山用意され、所狭しと並べられていた。

瞬はそれを一口も食べる事はせず、会社から帰るなり急いで麗奈のもとへ行ってしまった。

沢山の料理が並べられたテーブルの向こう、二人で撮った写真が写真立てに飾られ、楽しげに笑っていた。

もう、あの写真の中のように笑う瞬を、私はしばらく見ていない。

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata

Rebyu

Nattery
Nattery
อัพเดทถึงตอน 120 เนี่ยจบหรือยัง ทำไมข้ามตอนไปดูไม่ได้ จะได้รู้ว่าอวสานหรือยัง
2026-01-08 14:11:25
0
0
121 Kabanata
แนะนำ
1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง“ปีนี้เสี่ยวเหลียนก็อายุย่าง 16 ปีแล้วสินะคะ” เสียงแหลมของอาสาม หลี่เซียน ซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อเลี้ยงเอ่ยขึ้น ทำเอาทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นงงไปตามๆ กันจ้าวเสี่ยวเหลียน เด็กสาวอายุ 15 ปี อาศัยอยู่กับยายที่ชนบท แต่เพราะหมู่บ้านทางน้ำของพวกเธอถูกอุทกภัยพัดหายไปกับสายน้ำ หลิวซือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ ผู้หญิงที่อายุเพิ่งเข้าเลขสาม ทว่ายังคงความสวยตามแบบฉบับของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือ ยายหลิว เจ้าของผมสีดำขลำแม้ว่าอายุจะล่วงเลยเข้าสู่เลขห้าแล้วก็ตาม ท่านเป็นคนเลี้ยงเสี่ยวเหลียนมาตั้งแต่แบเบาะ ถ้าจะพูดให้ถูกคือตั้งแต่คลอดออกมาเสียด้วยซ้ำ ทันทีที่ทราบข่าวก็รีบบอกให้ทั้งสองคนเร่งเดินทางมาอยู่กับตนและครอบครัวใหม่ยังอีกมณฑลหนึ่งโชคดีที่อยู่ในช่วงปิดภาคเรียนการศึกษา อีกทั้งจ้าวเสี่ยวเหลียนก็เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมต้น จากโรงเรียนมัธยมระดับ 17เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่ย้ายมาอยู่กับผู้เป็นแม่ และถือว่าเป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นหน้าตาของคนในครอบครัวใหม่ที่แม่มอบให้ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่อยากได้เลยก็ตาม“ใช่แล้วล
Magbasa pa
1
ความเย็นยะเยือกคือสัมผัสแรก ปลุกเร้าสติที่กำลังจะเลือนหายของจ้าวเสี่ยวเหลียน ให้แทรกซึมผ่านเสื้อที่ทำจากฝ้ายเนื้อบางเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย ปอดของหญิงสาวแสบร้อนจากการสำลักน้ำเข้าไปจนเต็ม เธอพยายามจะกรีดร้อง แต่สิ่งที่ไหลทะลักเข้าไปในลำคอมีเพียงมวลน้ำอันเย็นเฉียบและขุ่นคลั่กของคลองส่งน้ำท้ายหมู่บ้านในห้วงสุดท้ายของสติสัมปชัญญะ ภาพความทรงจำสุดท้ายของเจ้าของร่างเดิมฉายชัดขึ้นมา ใบหน้าที่บ่งบอกว่าผิดหวังของแม่ แววตาตำหนิติเตียนของพ่อเลี้ยง และคำพูดเฉือดเฉือนของอาสามที่บังคับให้หญิงสาวต้องทิ้งความฝันเรื่องการเรียนต่อเพื่อแต่งงานกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่จิตใจที่บอบช้ำของหญิงสาววัย 15 ปีและแล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง“พ่อหนุ่ม นะ นั่นกำลังจะทำอะไร” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยถามตะกุกตะกัก ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ และพ่อหนุ่มที่ท่านพูดด้วยอยู่ในตอนนี้นั้น ก็คือคนเดียวกับที่สวมบทบาท วีรบุรุษช่วยสาวงาม ทันทีที่เห็นว่าคนถูกช่วยเป็นใคร ก็สวมบทบาทนักวิ่งระดับชาติ วิ่งมายังบ้านสองชั้นกลางเก่ากลางใหม่ ถ้าเทียบแล้วก็ถือว่ามีฐานะระดับหนึ่งในเมืองนี้เนื่องจา
Magbasa pa
2
หลิวซือและหลี่เจียงเดินออกจากห้องไปแล้ว ทิ้งให้ภายในห้องเล็กที่มีเพียงเตียงไม้กับโต๊ะเก่าๆอีกหนึ่งตัว ไม่มีแม้กระทั่งตู้เสื้อผ้า เพราะภายในห้องมีเสื้อผ้าตากเอาไว้บนเชือกที่ขึงในมุมหนึ่งของห้องเท่านั้น ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า เพราะยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในห้องนี้หญิงชราผมดำเงานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงมุมห้อง ท่านมองมายังหลานสาวด้วยแววตาที่ซับซ้อนยากจะคาดเดา เต็มไปด้วยความเสียใจ ความผิดหวัง แต่ลึกลงไปในนั้น กลับสัมผัสได้ถึงความรักและความห่วงใย"ยาย" เสี่ยวเหลียนเรียกเสียงแผ่ว ในความทรงจำที่ผุดขึ้นมานั้น บอกกับเธอว่าเจ้าของร่างรักยายมากแค่ไหนยายหลิวถอนหายใจยาว เสียงถอนหายใจนั้นราวกับแบกรับความทุกข์มาทั้งชีวิต "อุทกภัยมันพรากบ้าน พรากที่ดินของเราไป แต่ยายไม่เคยคิดเลยว่ามันจะพรากเอาสติปัญญาของหลานไปด้วย การศึกษาคือหนทางเดียวที่จะทำให้คนอย่างเราได้ลืมตาอ้าปาก แต่การตาย...มันไม่ใช่ทางออกเลยสักนิดเดียว ไหนลองพูดมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น"น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากหางตาของเธอโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่ความเศร้าของเธอเอง แต่เป็นความรู้สึกผิดที่ตกค้างอยู่ใน
Magbasa pa
3
จ้าวเสี่ยวเหลียนที่นั่งเงียบอยู่นานก็กระแอมขึ้นมา เป็นการตัดบทสนทนาที่น่าอึดอัดนั้น และแล้วก็ได้ผล เพราะยายหลิวหันกลับมามองหลานสาวที่เป็นดั่งไข่มุกในอุ้งมือของท่าน "กินข้าวก่อนเถอะเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง" ยายหลิวถอนหายใจ สุดท้ายท่านก็ยอมใจอ่อนอีกจนได้หลิวซือได้แต่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย พร้อมทั้งนั่งป้อนข้าวลูกสาวที่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่แรงจะเชือดไก่ ใบหน้าซีดเซียวบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าลูกสาวจมน้ำ แต่คนว่ายน้ำเก่งระดับจังหวัดจะจมน้ำได้ยังไง นกเสียจากว่าลูกสาวจะตั้งใจแล้วเหตุผลอะไรล่ะถึงทำให้ต้องคิดสั้นแบบนั้น แต่พอนึกย้อนไปถึงเรื่องที่ตนสันนิษฐานและเกริ่นไปตั้งแต่ตอนแรกก็แอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เพราะหากเป็นเรื่องจริง ตนคงจะเสียใจมากที่ไม่ได้พูดกับลูกสาวใช้ชัดเจน เพราะต่อให้จะหัวอ่อนและอ่อนแอกับบ้านสามีมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาอย่างแน่นอน แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดก็เถอะบรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียงซดข้าวต้มเบาๆ ของเสี่ยวเหลียนเท่านั้น เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงความสงบก่อนพายุลูกใหญ่จะมาถึง และเธอก็ไม่ต้องรอนานเสียงฝีเท
Magbasa pa
4
"คุณ...คุณป้าพูดเรื่องอะไรคะ ฉันแค่เป็นห่วงอนาคตของเด็กที่กำพร้าพ่อคนหนึ่งก็เท่านั้น อย่าลืมสิคะว่าเด็กคนนี้พี่ชายฉันเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ ฉันเองก็รักเหมือนหลานสาวแท้ๆคนหนึ่ง"เธอไม่ได้มานั่งสนใจหรอกว่าพี่ชายจะสนใจไยดีลูกเลี้ยงของตัวเองหรือเปล่า เพราะถ้าจะพูดไปแล้ว เธอแต่งงานก่อนพี่ชายเสียด้วยซ้ำ “เลี้ยงงั้นเหรอ” ยายหลิวแสยะยิ้มแล้วพูดต่อว่า "ข้าวเม็ดไหนที่ที่เอามาป้อน ไม่ใช่ว่ามีแต่ยายแก่คนนี้เหรอที่หาเลี้ยงตัวคนเดียวมาตลอด" สายตาของท่านจ้องมองไปที่ลูกสาวเพียงคนเดียวที่เอาแต่เก่งกับคนในครอบครัว แต่กับคนอื่นกลับหงอเป็นไก่ หรือว่าแท้จริงแล้วท่านได้สูญเสียลูกสาวให้กับบ้านอื่นไปแล้ว“เป็นห่วงอย่างนั้นเหรอ” ยายหลิวหัวเราะในลำคอเสียงเย็น "ที่ชาวบ้านเขานินทากันมันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ มีคนสติดีที่ไหนเขาทำเรื่องผิดศีลธรรมแบบนี้กัน ให้หลานแต่งกับอาตัวเอง ไม่รู้สึกว่ามันน่าขยะแขยงสักนิดบ้างเหรอ""แล้วยังไงล่ะ มันไม่ผิดกฎหมายนี่คะ อีกอย่างเจ้าสี่ก็เป็นคนดี ในบรรดาพี่น้องเรา เขาหน้าที่การงานดีที่สุด เป็นถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีชามข้าวเหล็กในมือ ต่อไปยังไงก็ไม่มีทางลำบากมีแต่จะก้าวหน้า" หลี่เซียนเถ
Magbasa pa
5
ย่าหลี่เหมือนจะตั้งสติได้ เป็นตาร้ายดียังไง ท่านก็ไม่มีวันยอมรับว่าลูกชายเป็นพวกนั้น ทั้งยังไม่มีวันยอมให้ใครมาพูดถึงลูกชายที่อนาคตกำลังไปได้สวยในทางไม่ดีด้วย "แม่เสี่ยวเฟิง นี่คือวิธีที่คนบ้านหลิวตอบแทนพวกเราอย่างนั้นเหรอ มาอยู่แค่ไม่กี่วันก็ใส่ร้ายลูกชายฉัน หล่อนสั่งสอนลูกสาวให้ปฏิบัติกับผู้มีพระคุณแบบนี้เหรอ" ประโยคสุดท้ายท่านหันไปตวาดใส่ลูกสะใภ้ที่ยืนตัวลีบอยู่มุมห้องเพราะลูกชายแต่งงานกับลูกสะใภ้คนนี้มาตั้งแต่ที่หล่อนหนีซมซานมายังเมืองแห่งนี้ ในตอนแรกก็โกหกว่าเป็นหญิงสาวยังไม่แต่งงาน แต่เพราะอาบน้ำร้อนมาก่อนจึงมองออก ทำให้ต้องสารภาพว่าเคยแต่งงานทั้งยังมีลูกติด แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้หอบลูกมาเป็นภาระเพิ่มแต่เพราะลูกชายรักผู้หญิงคนนี้มาก ท่านเลยขัดไม่ได้ แต่นับตั้งแต่นั้นมา หลิวซือก็อยู่ในโอวาท ภายใต้ความกดขี่จากคนบ้านหลี่มาโดยตลอด อาศัยเพียงความรักของสามีที่มีให้กับถึงอยู่รอดได้ไปวันๆหลี่เจียงผู้เป็นเสาหลักของบ้านขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมคายที่คล้ำแดดจากการทำงานหนักในโรงงานเหล็กกล้าตอนนี้แดงก่ำไปด้วยความโกรธระคนอับอายเขาไม่ได้สนใจว่าใครถูกใครผิด สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงอย่างเดียวคือความส
Magbasa pa
6
15 หยวน!ตัวเลขนี้ทำให้ทุกคนในห้องตาเบิกกว้าง โดยเฉพาะหลี่เจียง เงินเดือนกรรมกรระดับเดียวกับเขาในโรงงานได้เพียงเดือนละสามสิบหยวนเท่านั้น ค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารการกินของคนสองคนในหนึ่งเดือน หากอยู่อย่างประหยัด สิบห้าหยวนถือว่าเหลือเฟือทีเดียว แต่ทำไมภรรยาถึงไม่บอกเรื่องนี้กับเขาหลงเข้าใจผิดมาตลอดว่าแม่ยายไม่มีเงิน เป็นแค่คนชนบทคนหนึ่ง จะเอาเงินมากมายมาจากไหน ทั้งบ้านยังหายไปกับน้ำ จะบอกว่าเป็นเงินขายบ้านก็คงจะโกหก อีกอย่าง ถ้าบอกว่าภรรยาแอบส่งเงินกลับบ้านก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเงินของทุกคนต้องส่งเข้ากองกลาง เพื่อให้แม่ของเขาเป็นคนจัดสรร แสดงว่าเงินก้อนโตนั้นคือเงินของแม่ยายจริงๆย่าหลี่และหลี่เจียงหันขวับไปมองหลิวซือเป็นตาเดียว สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยคำถาม หลิวซือยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง ใบหน้าซีดเผือดราวกับไม่มีเลือดฝาดแม้แต่น้อย หลบสายตาทุกคน พยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำนนยายหลิวไม่สนใจปฏิกิริยาของใคร ท่านกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง แต่ไหนแต่ไรเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรี ถ้าหลานไม่อยากมาอยู่กับแม่ มีหรือที่ท่านจะยอมลดศักดิ์ศรีมาอาศัยคนอื่น ถึงอย่างนั้นทันทีที่มาถึงก็จ่ายเงินสำหรับพั
Magbasa pa
7
ช่วงเย็น เสียงจอแจจากเพื่อนบ้านที่เริ่มทยอยกลับจากทำงานและเตรียมอาหารเย็นค่อยๆ จางหายไป แต่สำหรับบ้านหลี่ บรรยากาศกลับหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่ถ่วงอยู่หลังจากพายุอารมณ์ระลอกใหญ่ผ่านพ้นไป หลิวซือก็ถูกหลี่เจียงเรียกเข้าไปในห้องนอนของพวกเขาสองคน ประตูไม้ถูกปิดลงเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงทะเลาะทุ่มเถียงกันอย่างรุนแรงที่ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ แม้จะจับใจความไม่ได้ทั้งหมด แต่เสี่ยวเหลียนก็พอจะเดาได้ว่าแม่ของเธอกำลังถูกซักฟอกอย่างหนักเรื่องที่รับเงินจากยายหลิวโดยไม่บอกกล่าวครอบครัวของสามียายหลิวนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ใบหน้าของท่านเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่แววตาที่ทอดมองไปยังบานประตูที่ปิดสนิทนั้นกลับฉายแววเจ็บปวดและห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ท่านย่อมรู้ดีว่าลูกสาวของท่านกำลังเผชิญกับอะไรอยู่เบื้องหลังบานประตูนั้นเสี่ยวเหลียนเดินไปนั่งลงข้างๆยายเธอยื่นมือไปกอบกุมมือที่เหี่ยวย่นแต่แข็งแรงของท่านไว้ เป็นการปลอบโยนโดยไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ‘นี่สินะครอบครัว’ เธอคิดในใจอย่างขมขื่น ‘ความผูกพันที่ซับซ้อนและเปราะบางยิ่งกว่าใยแมงมุม ชัยชนะของคนหนึ่งอาจหมายถึงความพ่ายแพ้ของอีกคนหนึ่งเสมอ’เวลาผ่านไปน
Magbasa pa
8
"ยาย" เสี่ยวเหลียนเองก็คาดไม่ถึงกับการตัดสินใจครั้งนี้เช่นกัน เธออยากออกไปจากบ้านหลี่น่ะใช่ แต่ไม่อยากกลับบ้านที่ชนบท ที่นี่สังคมดีกว่าเห็นๆ ยายหลิวไม่สนใจใครทั้งนั้น ท่านจ้องมองเข้าไปในห้องนอน ตรึงสายตาไว้ที่ลูกสาวของตัวเอง "ซือเอ๋อร์ แม่เข้าใจดีว่าแกกำลังลำบากใจแค่ไหน การที่แม่กับหลานมาอยู่ที่นี่ คงทำให้แกต้องลำบากไม่น้อย ต่อไปนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้วล่ะ"ท่านหันมาทางหลานสาว "เสี่ยวเหลียน ลุกไหวหรือเปล่า"แต่พอมมาคิดอีกทีก็ยิ้มย่องในใจ ดวงตาเป็นประกาย เพราะนี่คือความคิดหลังจากนี้ของเธอ กำลังคิดหนักอยู่พอดีว่าจะหาทางออกจากบ้านหลี่ได้ยังไงโดยที่ยายหลิวจะยอมพยักหน้าเห็นด้วย รอให้ได้ก้าวขาออกจากบ้านหลี่ก่อนเรื่องอื่นแล้วค่อยว่ากันเถอะสำหรับเธอแล้วคิดว่ายังไงผู้เป็นแม่ก็ไม่มีทางพยักหน้าตอบตกลงเห็นด้วยกับความคิดนี้ และเชื่อว่าพ่อเลี้ยงเองก็รักแม่ของเธอมากพอที่จะไม่เข่นฆ่า บางทีการแยกบ้านอยู่อาจจะเป็นทางออกของเรื่องทั้งหมด และยังคงรักษาสถานะครอบครัวเอาไว้ แม้ว่าจะอ่อนบางยิ่งกว่าใยแมงมุมแล้วก็ตาม"เมืองนี้มันใหญ่เกินไปสำหรับเราสองยายหลานจริงๆนั่นแหละ สู้กลับบ้านอยู่บ้านของเราไม่ได้"
Magbasa pa
9
คืนนั้นหลังจากที่หลับใหลไปเพราะความเหนื่อย กอปรกับเหมือนว่าจะมีไข้ จ้าวเสี่ยวเหลียนได้ค้นพบสิ่งหนึ่ง ซึ่งก็คือ ปานสีแดงเล็กตรงข้อมือข้างซ้าย แต่พอแตะดูกลับพบว่ามันคือมิติภายในเป็นเหมือนห้องสี่เหลี่ยมขนาด 30 ตารางวา แต่ข้างในนั้นกลับไม่มีอะไรเลย ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยอ่านนิยายเกี่ยวกับมิติหรือระบบ แรกๆ ก็รู้สึกว่ามันออกจะเหนือธรรมชาติไปสักหน่อย แต่ถ้าหากคนทั้งคนสามารถย้อนเวลากลับมาได้ แล้วทำไมกับแค่มิติจะเป็นไปไม่ได้หญิงสาวลองทำตามนิยาย เพราะถ้าเป็นมิติเหมือนในนิยายจริงๆ จะต้องเอาของเข้าไปในนั้นและสามารถเอาออกมาได้คิดได้แบบนั้นเธอเลยหยิบเอาหวีไม้เก่าๆ ขึ้นมา จากนั้นก็เอามาแตะที่ตรงปานเล็กๆ ที่ข้อมือข้างซ้าย ทันใดนั้นพบว่าหวีไม้ที่ตอนแรกอยู่ในมือ มันกลับหายเข้าไปในมิติแล้วเรียบร้อย“เยี่ยม” หญิงสาวเผลอพูดออกมาเบาๆ“อือ เสี่ยวเหลียน เป็นอะไรหรือเปล่า” ยายหลิวที่นอนอยู่ข้างๆ งัวเงียขึ้นมาถามท่านเป็นคนรู้สึกตัวเร็ว แล้วยิ่งหลานสาวไม่สบายอยู่แบบนี้ทำให้ข่มตาหลับได้ไม่เต็มตาเท่าไหร่ พอได้ยินเสียงขยับตัวของหลานสาวเลยรู้สึกตัวตื่นตัวต้นเรื่องกลับนอนหลับตานิ่ง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้ยายเ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status