Partager

บทที่ 7

“ลูกรู้” หลินไท่มองลูกสาวถามไถ่อย่างสงสัย

“ค่ะ เอาไว้สักวันหนูจะเล่าให้ทุกคนฟัง” หลินซีตอบแบ่งรับแบ่งสู้

“พ่อจะรอวันนั้นนะลูกรัก” หลินไท่เอามือลูบผมบุตรสาวกล่าวอย่างอ่อนโยน

“พี่ด้วย” เด็กหนุ่มสองคนกล่าวออกมาพร้อมกัน

“ขอบคุณค่ะ” เด็กหญิงยิ้มตอบคนทั้งสามกล่าวอย่างซึ้งใจ

“พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่” พ่อเป็นคนกล่าวปิดท้าย หลังจากนั้นสี่คนพ่อลูกก็พากันขึ้นรถเพื่อไปยังหน่วยจัดซื้อของรัฐทันที

เมื่อทั้งสี่คนเดินเข้ามาในหน่วยงานแห่งนี้ก็เห็นเพียงแต่ความเงียบไร้ซึ่งผู้คนทำให้พวกเขาต่างมองหน้ากันไปมาก่อนจะมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง

“สวัสดีสหายไม่ทราบว่าพวกคุณมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า” ชายวัยกลางคนท่าทางใจดีเดินเข้ามาทักทายพวกเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“สวัสดีสหาย คือว่าผมต้องการมาติดต่อซื้ออาคารไม้หน้าโรงเรียนมัธยมแห่งที่หกครับ” หลินไท่เป็นคนกล่าวทักทายชายผู้นั้น

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราเข้าไปนั่งสนทนากันด้านในเถอะครับ” ชายผู้นั้นกล่าวเชื้อเชิญ

หลังจากที่พ่อลูกสามกับเด็ก ๆ เดินตามชายวัยกลางคนผู้นั้นเข้ามาพวกเขาต่างก็ได้แนะนำตัวกัน

“อาคารหลังนั้นตอนนี้ว่างอยู่สองห้องติดกันครับไม่ทราบว่าสหายหลินต้องการทั้งสองห้องเลยหรือไม่” นายหน้านามฮัวไป่เอ่ยถามชายหนุ่มผู้อยู่ในวัยใกล้เคียงกันสีหน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ราคาเท่าไหร่หรือครับหากว่าซื้อทั้งสองห้อง” หลินไท่ถามหลังจากนิ่งไปสักพักคล้ายกำลังชั่งใจ

“หากสหายหลินต้องการทั้งสองห้องผมจะคิดราคาให้พิเศษจากปกติห้องละหนึ่งพันหยวนผมจะคิดให้ในราคาหนึ่งพันแปดร้อยหยวนพร้อมทั้งจะจัดการค่าดำเนินการให้ทั้งหมดด้วย

หลินไท่ค่อนข้างคิดหนักในราคาดังกล่าวเนื่องจากเขายังไม่รู้ว่าตนเองจะดำเนินกิจการเป็นไปดั่งที่ตนหวังเอาไว้หรือไม่

“พ่อคะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหมคะ” หลินซีดึงแขนเสื้อของพ่อก่อนจะกระซิบเสียงเบา

“ได้สิลูก สหายฮัวผมขอตัวสักครู่นะครับ” หลินไท่ตอบลูกสาวก่อนกล่าวกับชายเจ้าของห้องอย่างเกรงใจ

“สหายใช้ห้องนี้ได้ตามสบายเลยครับ ผมจะออกไปรอข้างนอกเอง” ฮัวไป่พูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนและก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องโดยที่หลินไท่ไม่ทันได้ปฏิเสธ

เมื่อสี่คนพ่อลูกอยู่กันตามลำพังแล้ว หลินซีก็กระซิบข้างหูผู้เป็นพ่อเสียงเบาด้วยกลัวว่าเจ้าหน้าที่ของสถานที่แห่งนี้จะมาได้ยินคำพูดของตน

“เรื่องจริงอย่างนั้นหรือลูก” หลินไท่ดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินสิ่งที่บุตรสาวกล่าวว่าในอนาคตอาคารหลังนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากการเวนคืนแม้ว่าจะหลังจากนี้ไปอีกสิบปีก็ตาม

“พ่อคะ เบาเสียงลงหน่อยค่ะ หากมีคนได้ยินเขาจะไม่ขายให้เรานะคะ” หลินซีรีบบอกพ่อพร้อมกับมองซ้ายขวาไปด้วยอย่างระแวดระวัง

“พ่อจะไม่ถามว่าลูกรู้ได้ยังไงก็แล้วกัน เอาไว้ลูกพร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยเล่าออกมานะ ถ้าอย่างนั้นพ่อตัดสินใจซื้อทั้งสองห้องเลย” หลินไท่ผู้เชื่อมั่นในตัวบุตรสาวพูดขึ้นอย่างตัดสินใจดีแล้ว

“พ่อคะ หนูขอบคุณนะคะที่เชื่อหนู” หลินซีสบตาผู้เป็นพ่อกล่าวน้ำตารื้น

“อย่าร้องนะลูก ฮึบไว้พักนี้ลูกเอาแต่ร้องไห้พ่อเห็นแล้วใจคอไม่ดี” หลินไท่รีบห้ามลูกสาวสีหน้าร้อนรน

“หนูไม่ได้ร้องสักหน่อย” หลินซีเอามือปาดน้ำตากล่าวปฏิเสธหน้ามุ่ย

“ไม่ร้องก็ไม่ร้อง เสี่ยวชุนเดินไปตามสหายฮัวเข้ามาที” หลินไท่เอามือโยกหัวเล็กของบุตรสาวก่อนสั่งกับบุตรชายคนโต

หลินชุนลุกออกไปด้านนอกไม่นานเด็กหนุ่มก็เดินเข้ามาพร้อมกับชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของสถานที่

หลังจากที่ฮัวไป่หย่อนก้นลงนั่งเรียบร้อยหลินไท่ก็กล่าวจุดประสงค์ของตน ทำให้ฮั่วไป่ผู้กำลังจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มวางแก้วลงทันทีด้วยความตกใจ

“สหายฮัวก่อนผมตัดสินใจซื้อผมรบกวนสหายช่วยพาผมไปดูห้องทั้งสองก่อนสักครั้งได้หรือไม่”

“เรื่องนี้ไม่มีปัญหาเลยครับ ผมยินดีพาไป ไม่ทราบว่าเราจะไปกันเลยไหม” ฮัวไป่กล่าวอย่างยินดีพลางคิดว่างานนี้เขาคงได้ค่านายหน้าไม่น้อย

“ไปเลยก็ได้ครับ” หลินไท่ไม่ขัดข้อง

ดังนั้นในตอนนี้คนทั้งห้าจึงได้มายืนอยู่หน้าอาคารไม้สองชั้นขนาดยี่สิบห้าตารางเมตร หากรวมสองห้องเข้าด้วยกันก็จะมีเนื้อที่ถึงห้าสิบตารางเมตรก็จัดว่ากว้างอยู่ไม่น้อยทีเดียว

ด้านข้างเป็นร้านขายหนังสือพิมพ์ มีชายแก่ร่างเล็กเป็นผู้ขาย ซึ่งหลินซีคาดเดาว่าเขาน่าจะเป็นเจ้าของร้าน

ส่วนห้องอีกด้านที่อยู่ข้างห้องที่พ่อจะซื้อมีป้ายติดให้คนเช่าเอาไว้ ซึ่งห้องที่เธอให้พ่อซื้อนั้นเป็นห้องตรงกลางสองห้องติดกัน

“เป็นยังไงบ้างครับ สหายหลินถูกใจหรือไม่” ฮัวไป่ถามชายหนุ่มลูกสามออกมาอีกครั้งด้วยใจที่คาดหวังในคำตอบ

“หากผมตกลงซื้อ ไม่ทราบว่าสหายฮัวพอจะลดราคาลงอีกสักหน่อยได้ไหม” หลินไท่ยกยิ้มถามคนตรงหน้า

“เรื่องนี้ผมสามารถลดได้อีกนิดหน่อยนะครับ เพราะหากมากกว่านี้เห็นว่าจะไม่ได้แล้ว” สีหน้าของฮัวไป่แสดงความลำบากใจ

“ไม่ทราบว่าได้อีกสักเท่าไหร่หรือครับ” หลินไท่รีบถามออกมาทันที

“ได้อีกร้อยหยวนก็แล้วกันครับ” ฮัวไป่กัดฟันตอบเนื่องจากราคานี้ก็ทำให้ส่วนแบ่งของเขาลดลงไปไม่น้อยทีเดียว

“ก็เหลือ 1700 หยวนสินะครับ ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับไปทำสัญญากันเถอะ” หลินไท่รีบกล่าวออกมาอย่างใจร้อนด้วยกลัวว่าชายผู้เป็นนายหน้าจะเปลี่ยนใจ

“ได้ครับ” ฮัวไป่ยังคงยิ้มออกมาแม้ในใจอยากจะกรีดร้องก็ตาม

หลังจากจัดการเรื่องซื้อขายอาคารเสร็จสิ้น สี่คนพ่อลูกก็พากันมายังร้านอาหารรัฐเพื่อกินอาหารกลางวัน

หลินซีกวาดตามองสำรวจร้านอาหารจนทั่วอย่างสนใจ ก่อนที่เธอจะชี้ชวนพ่อให้ไปนั่งอยู่โต๊ะริมหน้าต่าง

“พ่อคะ พวกเราไปซื้อเนื้อหมูก่อนกลับบ้านด้วยนะคะ” เด็กหญิงกล่าวหลังจากนั่งลงบนเก้าอี้เรียบร้อย

“ได้สิลูก” หลินไท่ยิ้มตอบรับแม้ว่าเนื้อหมูจะราคาไม่ถูกเลยก็ตาม

“เราไปซื้อที่โรงฆ่าสัตว์เลยเถอะค่ะ จะได้ราคาถูกหน่อย” เด็กหญิงกล่าวออกมาอีกครั้งเนื่องจากเธออยากได้เครื่องในของมันด้วย ซึ่งตอนนี้ราคาเครื่องในค่อนข้างมีราคาถูก

“ลูกจะทนกลิ่นของมันได้หรือครับ” ผู้เป็นพ่อถามออกมาด้วยความเป็นห่วงซึ่งลูกชายทั้งสองต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้

“ไหวค่ะ” เด็กหญิงตอบรับสั้น ๆ ก่อนที่ทุกคนจะเงียบเสียงลงเมื่ออาหารที่สั่งไปได้มีพนักงานยกมาให้แล้ว

หลินซีจ้องมองอาหารด้านหน้าแล้วก็เห็นตัวเลขรวมถึงเครื่องปรุงที่อยู่ในจานอาหารแต่ละอย่าง พร้อมทั้งยังมีดาวอยู่เหนืออาหารด้วย ซึ่งอาหารเหล่านี้อยู่ที่สองดาวเหมือนกันทุกจานจากเต็มสิบดาว

เด็กหญิงเบิกตากว้างมองอาหารด้วยความแปลกใจพลางคิดขึ้นว่า ‘นี่ตาของเราเป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้มีสิ่งแปลกประหลาดแบบนี้เกิดขึ้นอีก’

“น้องสาว หากน้องหิวก็กินเถอะ” หลินชิวบอกน้องผู้ที่มองอาหารไม่วางตา

“อะ! อ๋อค่ะ” หลินซีเงยหน้ามองผู้เป็นพี่ก่อนจะหยิบตะเกียบคีบเกี๊ยวน้ำเข้าปาก

‘ตัวแป้งใช้ได้ แต่ไส้น้อยไปหน่อย น้ำซุปก็จืดสนิท’ เด็กหญิงติสิ่งที่ตัวเองกินในใจ

จากนั้นเธอก็นำตะเกียบไปคีบหมูตุ๋นก่อนที่เด็กหญิงจะทำหน้ามุ่ยและไม่กินอาหารจานนี้อีก

สุดท้ายเด็กหญิงก็กินเพียงเกี๊ยวอย่างเดียว หลังจากคนทั้งสี่กินอาหารกันจนหมด ส่วนใหญ่พ่อกับพี่ทั้งสองเป็นคนกิน พวกเขาก็เดินทางไปยังโรงฆ่าสัตว์ตามที่เด็กหญิงต้องการ

เสียงกรีดร้องของหมูที่กำลังจะถูกเชือดแผดเสียงดังจนเสียดแทงใจของผู้ที่ได้ยินทำให้หลินซีถึงกับสะดุ้งตกใจ

“สหายต้องการอะไร” เสียงห้าวของชายวัยกลางคนรูปร่างใหญ่เอ่ยถามหลินไท่ออกมาอย่างแปลกใจที่เห็นคนทั้งสามกล้ามาถึงโรงเชือด

“ผมต้องการมาซื้อเนื้อหมูครับ เสี่ยวซีหนูต้องการส่วนไหนหรือลูก” หลินไท่ตอบคำชายคนนั้นก่อนจะหันมาถามบุตรสาว

“ส่วนเนื้อสามชั้นและก็ต้องการเครื่องในหมู รวมถึงไส้ของมันด้วยค่ะ” เด็กหญิงตอบออกไปทันที

“เนื้อสามชั้นต้องการกี่ชั่ง ส่วนเครื่องในวันนี้เราฆ่าหมูไปสามตัวจะเอาหมดไหมคิดราคาไม่กี่หยวนเอง” ชายผู้นั้นตอบพลางมองหน้าของเด็กหญิงอย่างแปลกใจ

“เอาเนื้อหมูสามชั่ง เครื่องในทั้งหมดเลยค่ะ ขอเศษเนื้อหมูติดมันด้วยอีกห้าชั่ง” หลินซีตอบในสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไป

หลินไท่จ่ายเงินไปตามที่ลูกสาวต้องการ โดยผู้เป็นพ่อก็ไม่คิดถามอะไรให้มากความเพราะเชื่อว่าลูกสาวย่อมต้องมีเหตุผลของตน

หลังจากคนทั้งสี่ได้สิ่งของที่ต้องการมาแล้วพวกเขาก็พากันขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านของตน

“พ่อคะ ขอบคุณนะคะ” หลินซีสบตาผู้เป็นพ่อกล่าวออกมาอย่างซาบซึ้งที่ผู้เป็นพ่อไม่ถามอะไรให้เธอลำบากใจ

“ไม่เป็นไรลูก ขอแค่ลูกมีความสุขก็พอ” หลินไท่กล่าวขึ้นในขณะที่มือบังคับพวงมาลัยรถเพื่อพาลูกทั้งสามกลับบ้าน
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 114

    ภายในสนามเด็กเล่นประจำชุมชนของหมู่บ้านได้มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าอยู่บนชิงช้า เขาไม่ได้แกว่งไกวเก้าอี้เหมือนเด็กอีกสองสามคนที่เล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน จู่ ๆ ด้านหน้าของเด็กชายก็ถูกเด็กวัยเดียวกันห้อมล้อมถึงสามคน หนึ่งในนั้นกำลังกระชากแขนของเขาเพื่อให้ลงจากเก้าอี

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 113

    หญิงสาวตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมกับคุณย่าผู้อายุมากแต่ยังคงแข็งแรง “ย่าหาคู่ดูตัวมาให้หลานเลือกตั้งหลายคน หลานไม่รู้สึกถูกใจใครบ้างเลยเหรอ ลองดูคนสุดท้ายก่อนดีไหม หากหลานไม่พอใจย่าจะไม่หาให้อีกแล้ว” ผู้เป็นย่าบอกกับหลานสาวอย่างอ่อนใจ “ฉันไปตามนัดก็ได้ค่ะ แต่ย่าต้องอย่า

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 112

    “เอาไว้ฉันจะลองคิดดูอีกที ตอนนี้ได้เวลาที่พวกเธอจะต้องเตรียมตัวแล้ว ไม่อย่างนั้นสามีของคุณ ๆ ทั้งหลายอาจจะมากล่าวโทษฉันที่รั้งตัวเจ้าสาวแสนสวยให้อยู่ตรงนี้” ซุนเหมียวตอบแบ่งรับแบ่งสู้ในขณะเดียวกันก็กล่าวล้อเลียนสหายไปด้วย เสียงเพลงบรรเลงทำนองแว่วหวานดังขึ้น จากนั้นพิธีการต่าง ๆ ก็ดำเนินไ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 111

    คำตอบของหลินซีนำพาให้ลู่หยางรู้สึกดีใจแทนสหายของตนเป็นอย่างมาก “เราไปบอกเขากันครับ” ลู่หยางจับมือหญิงคนรักเพื่อให้เดินเข้าไปด้วยกัน อู๋ท่งหันมาตามเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง ลู่หยางจึงได้ปล่อยมือจากหลินซีกวักมือให้เขาเดินเข้ามาหา “ใครมาเหรอคะ” ฟางเซียนเอ่ยถามเสียงอ่อนห

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 110

    ความโกลาหลได้เกิดขึ้นภายในห้องอีกครั้ง หลินชิวรีบวิ่งย้อนกลับออกไปเพื่อตามหมอ หลินชุนรีบเดินกลับไปโทรบอกทางบ้าน ส่วนลู่หยางไม่สนใจสภาพของตนอีก เขารีบสาวเท้าเดินมาข้างเตียงอย่างรวดเร็ว ฟู่ซินอี๋เองก็เดินมายืนอีกฝั่งเช่นเดียวกัน หลินซีฉีกยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มทั้งสองคนก่อนจะมาหยุ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 109

    แม้ใจจะห่วงเพื่อนทว่าแพทย์ที่มาด้วยกันนั้นมีเฉพาะทาง ที่เก่งกว่าเธอหลายคน แต่สำหรับลู่หยางมีเธอเพียงเท่านั้น ‘เซียนเซียนฉันผิดต่อเธอแล้ว หากช่วยเขาให้ปลอดภัยได้ฉันยินดีให้เธอลงโทษ’ชะตาของคนก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เหรอ เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเพียงเท่านั้น หากตัดสินใจเลือกคนที่รั

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 94

    เสียงฝีเท้าหยุดอยู่หน้าห้องพร้อมกับเงาร่างผอมบางที่มองเห็นจากด้านใน ทำให้เจียงโจวกับชายอันธพาลอีกสามคนต่างลูบปากของมันด้วยท่าทางอันน่าเกลียด “ยาสลบพร้อมไหม” เจียงโจวถามกับหนึ่งในคนที่พามา “พร้อม รับรองหล่อนไม่รู้สึกตัวจนเช้าอีกวันแน่” ชายอีกคนหัวเราะคิกคักให้กับคำพูดของเพื่อน

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 93

    “จริงอย่างที่น้องว่าป้องกันเอาไว้ก่อนย่อมดีกว่า พวกเราอยู่ที่แจ้งพวกมันอยู่ที่ลับ” หลินชุนพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย ในระหว่างที่หลินซีพูดเรื่องที่ตัวเองอ้างว่าเป็นเพียงความฝันออกมา ทั้งลู่หยาง ฟู่ซินอี๋ อู๋ท่ง ต่างก็ไม่มีใครไม่เชื่อพวกเขาต่างพากันมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าเรื่องเหล่านี้ย่อมต้องเคยเ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 92

    หลังจากลู่หยางรับคำเสียงดัง คนภายในห้องก็ยังคงพูดคุยกันต่อเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของเด็กสาวทั้งห้า แม้ว่าพวกมันจะระบุเป้าหมายมาแล้วก็ตาม ทว่าอะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น “นี่ก็เย็นมากแล้ว รบกวนพวกนายไปส่งสาว ๆ ด้วยก็แล้วกัน” พ่อหวังกล่าวออกมาหลังมองนาฬิกาบนข้อมือ

  • 1989 เปลียนรัก (ยัย) ตัวร้าย   บทที่ 90

    หลังจากลู่หยางวางหูโทรศัพท์ลงเรียบร้อย เขาก็เดินไปบอกเรื่องนี้กับสหายอีกสามคน หลินชุนกำหมัดแน่น กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แววตาเต็มไปด้วยไอสังหารแทบอยากจะฆ่าคนผู้นั้นให้ตายคามือ “นายใจเย็นลงหน่อยเถอะ เรื่องนี้เราคงต้องรายงานเพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกสาวท่านผู้นั้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status