Mag-log inบทที่ 8 ใจอ่อน (2)
หยดน้ำตาใส ๆ ของ
บทที่ 12 ฉันจะหย่ากับสามี (2)แต่ด้วยความเคยชิน! หล่อนดันเผลอแนะนำตัวเป็นชื่อของตัวเอง แทนที่จะใช้ชื่อของอันเจียหลัว ('...')“คะ… คะครับ ผมจะไปเรียกเซียงฉีให้เดี๋ยวนี้ แต่คุณผู้หญิงอาจจะต้องรอก่อนนะครับ เพราะตอนนี้เจ้านั่นกำลังฝึกวินัยให้ทหารใหม่อยู่หลังค่าย”ทหารคนที่เป็นเจ้าของเสียงตะกุกตะกักเมื่อครู่ หน้าตาดูไม่เลวเลยทีเดียว แต่เสียอย่าง...ก็ตรงที่เขาดูซื่อบื้อไปหน่อย“เอ่อ...คุณผู้หญิงครับ ยืนนานคงเมื่อย ไม่งั้นเข้ามานั่งข้างในกับพวกผมเถอะครับ”ทหารสองนายที่เหลือ รีบยกถ้วยบะหมี่ลงไปซ่อนใต้โต๊ะ ต่อด้วยปัดมือเช็ดกับชายเสื้อของตัวเองแบบลวก ๆ แล้วค่อยเคลื่อนฝ่ามือขึ้นมาลูบเสยทรงผมเสริมหล่อ ในใจของเขา ไม่สนว่าหล่อนจะเป็นเมียของใคร นาน ๆ ทีได้เจอผู้หญิงสวย ๆ ขอทำหล่อไว้ก่อนน่าจะดีที่สุด
บทที่ 12 ฉันจะหย่ากับสามี (1)“ทำไมล่ะคะ!? ผ่านการแต่งงานแล้วมันทำไม??” סּ͡͡_סּ͡?“เพราะสวนต้าฮวาของฉันมีกฎ ไม่รับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเข้าทำงานน่ะสิ เพราะฉะนั้น… อย่างเธอ... ก็ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์ รับเข้าทำงานไม่ได้เด็ดขาด”พอได้ฟังคำอธิบายจากลุงเจ้าของสวน แทนที่จื่อเถียนจะเข้าใจมากขึ้น แต่คำอธิบายอะไรนั่นกลับทำให้หล่อนงงซ้ำงงซ้อนมากไปกว่าเดิมซะอีก ร่างนี้ก็แค่ผู้หญิงวัย 25 ปี ที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว 1 ครั้งถ้วน นอกเหนือจากนี้ก็ถือว่าประวัติขาวสะอาด'ก็แค่เป็นผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานแล้ว ไม่ได้ไปฆ่าใครตายสักหน่อย ทำไมต้องตัดโอกาสในการทำงานเพราะเรื่องแค่นี้ด้วยล่ะ'ในหัวของจื่อเถียนมีคำถามผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดในฤดูฝน!ด้านเซี่ยหลุนที่เฝ้าสังเกตสีหน
บทที่ 11 เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว (2)ณ สวนต้าฮวาจื่อเถียนเดินถามทางมาเรื่อย ๆ กระทั่งมาหยุดยืนอยู่ที่ซุ้มทางเข้าของสวนต้าฮวา หล่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วเผลออุทานออกมาว่า‘สมแล้วที่เป็นสวนเพาะพันธุ์ดอกไม้ แม้แต่ซุ้มประตูทางเข้า ยังประดับประดาไปด้วยกระถางดอกเบญจมาศนับร้อยกระถาง’“สวัสดีค่ะคุณลุง พอดีว่าฉัน...มาขอพบเจ้าของสวนน่ะค่ะ ช่วยแจ้งเจ้าของสวนให้หน่อยได้ไหมคะ?”จื่อเถียนมองผ่านซุ้มประตูเข้าไป เห็นชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังนั่งเหม่ออยู่ใต้ต้นแปะก๊วย ท่าทางดูมอมแมม เดาว่าน่าจะเป็นหนึ่งในคนงานของที่นี่“ฉันเป็นเจ้าของสวนดอกไม้ต้าฮวา ว่าแต่? มีธุระอะไรงั้นเหรอ?”ชายสูงวัยอ
บทที่ 11 เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว (1)เช้าวันรุ่งขึ้น…จื่อเถียนรู้สึกปวดน่วมไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าหล่อนปวดตัวเพราะรอยฟกช้ำดำเขียวพวกนี้ หรือเป็นเพราะหล่อนนอนบนพื้นแข็ง ๆ ทั้งคืนกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร ก็ช่างหัวมันเถอะ สิ่งที่สำคัญกว่า คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่างหากเพราะฉะนั้นสิ่งแรกในเช้าวันใหม่ที่จื่อเถียนควรทำ คือทำใจให้โปร่งโล่งสบาย แล้วเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนตัวตนของตัวเองซะ เพราะนับจากนี้เป็นต้นไป โลกใบนี้จะไม่มีหญิงสาวผู้อ่อนแออย่างอันเจียหลัวอีก จะมีก็แต่หญิงสาวสุดแกร่งอย่างลู่จื่อเถียนเท่านั้นการเช่าห้องพักรายวันถือเป็นอะไรที่ค่อนข้างสิ้นเปลือง จื่อเถียนจึงไม่คิดอยู่ห้องเช่ารายวันไปตลอด และต่อให้หล่อนจะจนตรอกขนาดไหน หล่อนก็ไม่คิดที่จะหันกลับไปพึ่งพาบ้านตระกูลอันเด็ดขาด แม้หล่อนไม่เคยคลุกคลีกับครอบครัวของอันเจียหลัวมาก่อน แต่ถ้าอิงจากความทรงจำที่หนาแน่นในโสตสำนึกของร่างนี้ หล่อนก็ฉลาดพอ ที่จะเข้า
บทที่ 10 ความทรงจำส่วนที่เหลือ (2)ไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงของหล่อนไปพูดอะไรกับคนตระกูลหมิง คุณนายหลี่ถึงได้ยอมรับอันเจียหลัวให้แต่งเข้าไปเป็นลูกสะใภ้ หนำซ้ำยังจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ ให้หล่อนกับลูกชายคนโตอีกต่างหาก เสียอย่างเดียวก็ตรงที่แขกในงานมีแค่สมาชิกของสองตระกูล ไร้เงาของคนในหมู่บ้าน ดังนั้นสักขีพยานจึงมีแค่คนของตระกูลอันและตระกูลหมิงเท่านั้น นับดูแล้ว... แขกในงานมีทั้งหมดห้าคนถ้วนใช่!!! มีแค่ห้าคนถ้วนกับสัตว์ปีกอีกหนึ่งตัวเท่านั้น (¬_¬)พอฤกษ์งามยามดีมาถึง เจ้าบ่าวกลับไม่ปรากฏตัว จะมีก็แต่ไก่แก่ตัวหนึ่งที่ถูกยัดไว้ในซุ้มตะกร้า แล้วแม่สามีก็พูดขึ้นมาว่า…“เจ้าฉีติดภารกิจของกองทัพ กลับมาแต่งงานไม่ทัน ถ้ายังอยากแต่งเข้าบ้านตระกูลหมิง หล่อนก็จินตนาการเอาเองแล้วกัน ว่าไก่ตัวนั้นคือเจ้าบ่าว”ด้วยความที่หมิงเซียงฉีเป็นค
บทที่ 10 ความทรงจำส่วนที่เหลือ (1)จื่อเถียนฟุบตัวลงแล้วนอนหงายราบไปกับพื้น หล่อนทำอะไรไม่ได้เลยยกเว้นแต่กะพริบตาปริบ ๆ มองฝ้าเพดานสีขาวไปพลาง ๆ ขณะเดียวกันนั้นในหัวของหล่อนก็ฉายความทรงจำส่วนที่เหลือของอันเจียหลัวขึ้นมาจนหมดจด นี่ทำให้จื่อเถียนได้รู้ว่า…หนึ่งปีก่อน…ที่อันเจียหลัวยอมแต่งงานกับลูกชายคนโตของตระกูลหมิง ก็เพราะครอบครัวของหล่อนติดหนี้หลี่เว่ยหราน ตอนนั้นแม่บุญธรรมของเจียหลัวป่วยหนัก ต้องการเงินมารักษาตัว ลำพังเจียหลัวปลูกผักขาย แน่นอนว่ามันไม่พอสำหรับค่ารักษาที่แพงหูฉี่เพื่อแม่บุญธรรมแล้ว เจียหลัวไม่ลังเลที่จะทุบกระปุกเงินเก็บของตัวเอง แล้วนำเงินเหล่านั้นไปจ่ายค่ารักษาตัวให้แม่บุญธรรม โดยที่ตัวหล่อนเองไม่เคยเก็บเอามาคิดเล็กคิดน้อยเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ทว่าเงินเก็บที่น้อยนิดนั่นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับค่ารักษาอยู่ดี สุดท้ายแล้วพ่อเลี้ยงของหล่อนก







