LOGIN“แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะลูก” ฉันยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจก่อนจะมองดูเค้กที่ปักเลข1และ9เอาไว้ ใช่ตอนนี้ฉันอายุได้19ปีแล้วตั้งแต่ฉันได้กลายมาเป็นลูกสาวบ้านนี้ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไปมากได้เข้าเรียนโรงเรียนดีๆ ได้มีเพื่อนได้มีสังคมที่ดีทุกอย่างมันดีไปหมดยกเว้นความสัมพันธ์ของฉันกับพี่คริส
เพราะตั้งแต่ที่ฉันย้ายเข้ามาพี่คริสก็บอกต่อหน้าทุกคนทันทีว่าเขาไม่สนใจฉันและไม่ว่าพ่อกับแม่จะหาทางให้เราเข้ากันได้ยังไงก็ไม่เป็นผลฉันเลยตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตโดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับพี่คริส
“โตแล้วนะลูกแม่ขอให้หนูมีแต่ความสุขนะขอบคุณที่หนูได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว” ฉันยิ้มรับคำอวยพรจากแม่ก่อนสบตากับพ่อที่ยิ้มอยู่ข้างๆ
“พ่อก็ขอให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิตนะขอบคุณที่เข้ามาสร้างรอยยิ้มให้กับครอบครัว” ฉันยิ้มรับอีกครั้งพ่อกับแม่มักจะให้พลังบวกกับฉันเสมอและฉันก็สัญญาว่าถ้าเรียนจบแล้วฉันจะเข้าบริษัทและช่วยที่บ้านทำงานเพื่อตอบแทนที่พวกเขาทั้งสองได้ให้ชีวิตใหม่กับฉัน
“ตาคริสอวยพรน้องบ้างสิ” ฉันหุบยิ้มทันทีเมื่อแม่เอ่ยถึงพี่คริสที่นั่งทำหน้าบุญไม่รับอยู่ตรงข้ามฉันก็แน่แหละเพราะว่าเขาโดนแม่ลากลงมาเพียงเพราะให้มาดูฉันเป่าเค้กเท่านั้นฉันยิ้มหยีๆ แบบเกรงใจจะปฏิเสธไปก็รู้อยู่ดีว่าแม่คงไม่ยอมและอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ในอนาคตเลยได้แต่นั่งนิ่งๆ รอฟังอีกฝ่ายพูดแค่นั้น
“เบิร์ดเดย์” น้ำเสียงเรียบๆ เอ่ยออกมาพร้อมกับสายตาที่จ้องมองฉันเขม็งแม้จะรู้สึกผิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเอ่ยขอบคุณและยิ้มกว้างอย่างมีความสุขไปให้
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” ฉันมองร่างสูงที่ตอนนี้กลายเป็นมนุษย์เงินเดือนเรียบร้อยแล้วยอมรับตรงๆ เลยว่าฉันรู้สึกดีเล็กน้อยที่เพื่อนๆ มักจะอิจฉาที่ฉันมีพี่ชายที่หล่อเหลาได้ขนาดนี้ก็นะบางวันก็เป็นพี่คริสที่มารับฉันที่โรงเรียนในช่วงที่พ่อหรือแม่ไม่ว่างซึ่งถ้าวันไหนเขามารับฉันก็ได้แต่พ่นคำขอโทษออกไปที่จริงก็ขอพ่อกับแม่เดินทางกลับบ้านเองแล้วแต่เป็นพ่อกับแม่ที่ไม่ยอมจนต้องไปรบกวนเวลาเรียนของพี่คริสแน่นอนว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้เต็มใจเลยสักนิดเหมือนกัน
“ตาคริสนี้จริงๆ เล้ย!” แม่เอ่ยบ่นตามหลังถ้าถามว่าพี่คริสเกลียดฉันมั้ยฉันก็บอกได้ไม่เต็มปากนะว่าเกลียดรึเปล่าเพราะบางทีพี่คริสเขาก็จะมีมุมอ่อนโยนบ้างอย่างเช่นเขารู้ว่าฉันไม่ค่อยชอบทานผักเขาก็จะดันจานผักไปไว้ใกล้ตัวเขาแทนและดันจานเนื้อๆ ส่งมาให้ฉันหรือเป็นตอนที่ฉันเครียดกับการสอบเข้ามหาลัยมากๆ ก็เป็นพี่คริสที่ชอบชื้อของหวานที่ฉันชอบกลับมาบ้านหลังเลิกงานทุกครั้งและมักจะบอกให้ฉันเอาไปแบ่งๆ กับพี่แม่บ้านกินมันเป็นการกระทำเงียบๆ ที่ถ้าไม่สังเกตจริงๆ ก็จะไม่รู้เลยอะไรประมาณนั้น
Rrrrr
“เรย์ขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ” ฉันค่อยๆ ลุกออกไปอย่างระมัดระวังก่อนจะกดรับสาย
“ฮัลโหลค่ะ”
(แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะเรย์) น้ำเสียงอบอุ่นของปลายสายทำฉันยิ้มออกมา
“ขอบคุณนะคะที่แทน” ฉันเอ่ยขึ้นยิ้มๆ พี่แทนหรือแทนคุณเป็นเพื่อนสนิทของพี่คริสที่เราได้เจอกันตอนฉันมาอยู่บ้านได้เกือบเดือนหลังจากแนะนำตัวไปพี่แทนคุณก็ใจดีกับฉันมากเวลามาบ้านทีไรก็ชอบซื้อขนมมาฝากฉันตลอดเขามักจะพูดให้กำลังใจฉันในเรื่องเรียนและเรื่องส่วนตัวหรือแม้กระทั่งบางครั้งก็อาสามารับฉันที่โรงเรียนเพื่อพาไปทำ กิจกรรมต่างๆ ที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนทำให้ฉันค่อนข้างที่จะสนิทกับพี่แทนคุณมากกว่าพี่ชายอย่างพี่คริสเสียอีก
(ไว้พี่พาไปเลี้ยงย้อนหลังนะ)
“ได้ค่ะ ตั้งใจทำงานนะคะ” >.<
(ครับมีความสุขมากๆ นะ) สิ้นสุดประโยคสายก็ถูกตัดไปพอดีสงสัยคงแอบมาโทรตอนเวลาทำงานแน่ๆ
“คุยกับแฟนหรอ?” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงปริศนาที่จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาก่อนจะรีบหันไปดูและก็เจอกับชายร่างสูงที่ส่วนสูงพอๆ กับพี่คริสเขาคือเพื่อนสนิทอีกคนของพี่คริสที่มักจะมาคุยงานกันอยู่เสมอใบหน้าของเขาจัดได้ว่าหล่อมากแต่ถ้ารู้นิสัยจริงๆ แล้วทั้งตัวก็มีดีแค่หน้าตาเท่านั้นแหละ
“แล้วพี่จะมายุ่งอะไรด้วยหรอคะ?” ฉันเอ่ยถามออกไปด้วยความไม่ชอบใจเพราะฉันไม่เคยชอบผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย!คือไม่ชอบเลยเรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่มีนิสัยที่ฉันเกลียดอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะพูดจาไม่ดีพูดไม่ให้เกียรติคนอื่นหรือแม้กระทั่งสายตาที่มักจะมองมาที่ฉันอย่างหื่นกามนั่น
“แหมๆ ปากร้ายขึ้นเยอะเลยนะน้องสาว” ร่างสูงเอยขึ้นอย่างยียวนก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉันซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่อยู่นิ่งๆ หรอกเลยตัดสินใจที่จะเดินหนีแต่ก็โดนร่างสูงคว้าแขนเอาไว้ก่อนจะดันฉันกำแพงบ้านอย่างแรง
“มันเจ็บนะคะพี่ดีแลน!” ฉันเอ่ยออกไปด้วยความโมโหเขาเป็นใครทำไมต้องมายุ่งย่ามกับฉันนักหนาก็ไม่รู้ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างสนุกก่อนจะค่อยๆ ใช้จมูกโด่งๆ ของเขาไล้ไปมาบริเวณหน้าของฉันซึ่งฉันก็พยายามจะขัดขืนแล้วแต่ก็สู้แรงอีกฝ่ายไม่ไหวจะให้ร้องตะโกนก็ไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นฉันในสภาพแบบนี้
“อึกปล่อยนะคะ” ฉันดีดดิ้นอย่างแรงเมื่อปลายจมูกของอีกฝ่ายเริ่มลงมายังซอกคอของฉันก่อนที่เขาดูดเนื้อตรงคอฉันเบาๆ และใช้ฟันขบมันอย่างแรง
“อึกเจ็บ!” ด้วยความเจ็บฉันเลยใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกทันทีก่อนจะกุมไปที่คอที่ยังคงชุ่มไปด้วยน้ำลายของอีกฝ่าย
“หวานดีจัง” พี่ดีแลนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเช็ดมุมปากของตัวเล็กน้อยการกระทำของเขาทำให้ฉันค่อยๆ ร้องไห้ออกมาเพราะนี่มันต่างอะไรกับการโดนล่วงเกินเลยสักนิด
“ทำอะไรกัน” ฉันตกใจเมื่อได้ยินเสียงของพี่คริสดังขึ้นมาก่อนจะรีบปาดน้ำตาออกทันทีพี่คริสเดินเข้ามาหาฉันเขาจ้องมาที่ฉันก่อนจะมองไปที่เพื่อนของเขาที่เพียงยืนเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ร้องไห้?” พี่คริสเอ่ยถามฉันพร้อมกับมองสลับไปที่พี่ดีแลน
“ปะเปล่าค่ะเรย์ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างลนๆ โดยที่มือก็กำคอไว้เพราะฉันรู้ว่ามันต้องมีรอยแน่ๆ ก่อนจะรีบเดินหนีทั้งคู่และรีบขึ้นห้องไปทันทีเมื่อถึงห้องสิ่งแรกที่ฉันทำคือการตรงที่กระจกก่อนจะเอียงคอและก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ พี่ดีแลนทิ้งรอยแดงจ้ำใหญ่ไว้บนคอของฉันฉันใช้มือถูรอยนั้นอย่างรังเกียจฉันทนมาตลอดหลายปีกับสายตาหื่นกามของอีกฝ่ายและพอเริ่มรู้ตัวก็จจะเริ่มไม่เข้าไปใกล้หรือใส่ชุดที่ปกปิดร่างกายให้ได้มากที่สุด
แต่เหมือนมันจะไม่เป็นผลเลยสักนิดเมื่อยิ่งหลบหน้าพี่ดีแลนก็ยิ่งสนุกยิ่งคอยตามแกล้งฉันไปทั่วฉันไม่รู้จริงๆ ว่าในหัวสมองของเขาคิดอะไรอยู่จะเรียกว่าแกล้งเพราะชอบฉันก็ไม่ใช่เพราะเขาก็ไม่ได้มีท่าทีจะชอบฉันเลยแม้แต่น้อยแต่เขาเพียงแค่สนุกกับการแกล้งฉันแค่นั้น
ฉันถูจนมันเป็นรอยแดงขนาดใหญ่กลบรอยแดงเล็กๆ ของพี่ดีแลนน้ำตาของฉันไหลออกมาด้วยความแสบร้อนก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปขัดตัวทุกซอกทุกมุมที่ผู้ชายคนนั้นจับร่างกายของฉัน ฉันรังเกียจและไม่ชอบขี้หน้าพี่ดีแลนที่สุด
โอ้ยยสงสารยัยยหนูเรย์พี่ดีแลนคะทำตัวดีๆ หน่อยสิคะเดี๋ยวเถอะนะ E-Book มาแล้วนะเธอออ ลดราคา7วันเท่านั้น!เดือนหน้าไม่ลดนะคะไม่รีบตุนไว้แล้วจะเสียใจจจ
“อึกทะทำอะไรเนี่ยพี่ดีแลน!” ฉันพลักหัวพี่ดีแลนที่กำลังเลียชิมน้องสาวของฉันไม่หยุดลิ้นของเขาสอดแทรกเข้ามาพร้อมกับดูดกลืนน้ำหวานเหมือนคนขาดน้ำฉันได้แต่กลั้นเสียงกลางเพราะโดนเจ้าตัวลากมาแอบทำอย่างไม่เต็มใจทั้งๆ ที่มีกฏว่าถ้าจะมีอะไรกันต้องพร้อมกันสามคนเท่านั้นก็ที่ตั้งกฏนี้มาเพราะต่างคนก็ต่างหวงฉันไงล่ะกลัวว่าฉันจะมอบความรักให้ไม่เท่ากันแพล่บ จ๊วบ“ขอแปปนึงนะเรย์” ร่างสูงเอ่ยบอกก่อนจะยืดตัวขึ้นพร้อมกับชักรูดแก่นกายและดันมันเข้ามาทันทีสวบบ!“อื้อออ~”“ชู่ววเบาๆ เดี๋ยวพวกมันได้ยินพี่ตายแน่” ฉันได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับเอามือปิดปากร่างสูงอุ้มฉันในท่าอุ้มแตงก่อนจะขยับเข้าออกโดยที่ฉันได้แต่กลัวว่าพี่คริสไม่ก็พี่แทนคุณจะมาเห็นแต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดีวันต่อมา“เรย์ไปห้องน้ำกับพี่แปปสิ”“คะ?” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจก่อนจะมองพี่คริสที่มองซ้ายมองขวาและเห็นว่าทั้งพี่ดีแลนและพี่แทนคุณกำลังวุ่นกับการทำอาหารเย็นอยู่ฉันเลยเดินไปอย่างเชื่อฟังเพราะคิดว่ามีอะไรเสีย
2ปีต่อมา“ขอเชิญบ่าวสาวขึ้นสู่พิธีเลยครับ” ประตูบานใหญ่ตรงหน้าของฉันเปิดออกพร้อมกับแสงสว่างและแดดอ่อนจากท้องฟ้าสีใสฉันยิ้มและเงยหน้าสบตากับชายรูปงามที่อยู่ข้างๆ พี่แทนคุณในชุดเจ้าบ่าวสีขาวสะอาดตาวันนี้เขาดูหล่อจนน่าเอ็นดูส่วนฉันซึ่งอยู่ในชุดเดรสเรียบๆ สีขาวพร้อมดอกลิลลี่นมือเราสองคนต่างส่งยิ้มให้แก่กันและและจับมือพากันก้าวเดินไปข้างหน้า“วู้ววววววว~”ฉันมองไปยังรอบๆ ที่เป็นชายทะเลน้ำสีฟ้าครามกับลมเย็นๆ ของเช้าวันใหม่ทำฉันรู้สึกสดชื่นกลีบดอกไม้ที่โปรยมาโดยพ่อกับแม่ฉันมองไปที่พวกท่านที่ส่งยิ้มให้ฉันและรู้สึกขอบคุณเสมอที่ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตามพวกท่านก็ยังคงคอยรักและซัพพอร์ตฉันอยู่เรื่อยมาก่อนจะสบเข้ากับสายตาของพี่คริสที่อยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินซึ่งมันดูเข้ากับเขาอย่างน่าประหลาดเขาส่งยิ้มให้ฉันโดยที่บนแขนเขากำลังอุ้มเด็กหญิงวัยใสที่มีหน้าเหมือนฉันกับพี่แทนคุณอย่างละครึ่ง“ลิลลี่ทักทายแม่เร็ว” ฉันยิ้มขำเมื่อพี่คริสจับมือลิลลี่ที่เป็นชื่อของลูกสาวฉันไว้ก่อนจะโบกไปมาเด็กตัวน้อยยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างน่าเอ็นดูก่อนจะเดินมาสบตากับผ
ฉันมองแหวนเพชรเม็ดงามที่เต็มไปด้วยเลือดของผู้ชายที่ฉันรักพลันน้ำตาก็ไหลลงมาอีกครั้งฉันเงยหน้ามองไปยังห้องผ่าตัดตอนนี้ทั้งหมอและพยาบาลต่างวิ่งกันให้วุ่นเพื่อหาเลือดมาใช้ในการผ่าตัด“ไม่เป็นไรนะเรย์คิดถึงลูกเอาไว้” พี่ดีแลนเอ่ยบอกฉันอย่างอ่อนโยนมือหนาของเขาโอบกอดฉันไว้ทั้งสองมือตอนนี้บอกได้เลยว่าหัวใจของฉันมันว้าวุ่นมากภาพของพี่แทนคุณที่หมดสติและเต็มไปด้วยเลือดยังคงติดตาฉันไม่หาย“ลูกไปให้หมอตรวจหน่อยเร็ว” แม่ของฉันเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงแต่ฉันได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธฉันอยากจะอยู่ข้างๆ พี่แทนคุณรอฟังคำตอบว่าเขาปลอดภัยแล้วฉันถึงจะได้โล่งใจฉันรู้ว่าพ่อกับแม่ก็เป็นห่วงฉันมากเหมือนกันแต่นาทีนี้คนเดียวที่ฉันคิดถึงมีแต่พี่แทนคุณเท่านั้น“นั่นสิเรย์ไปให้หมอทำแผลก่อนดีไหม” พี่ดีแลนเอ่ยบอกก่อนจะยกข้อศอกฉันที่ถลอกเล็กน้อย“เรย์จะอยู่ข้างๆ พี่แทนคุณค่ะ” ฉันเอ่ยตอบออกไปพ่อกับแม่ได้แต่ถอนหายใจกับพฤติกรรมดื้อด้านของฉันไม่นานห้องผ่าตัดก็เปิดขึ้นพร้อมกับคุณหมอที่เดินออกมาฉันจึงรีบพุ่งไปหาทันทีโดยมีพี่ดีแลนประคองข้างกาย&ldqu
“เรย์ท้องค่ะ"“ห๊ะ/ห๊ะ/ครับ!?” ทั้งสามต่างเบิกตาโตด้วยความตกใจทันทีก่อนที่พี่แทนคุณจะเป็นคนแรกที่เข้ามาหาฉันด้วยความรวดเร็วพร้อมกับยิ้มกว้างให้ฉันด้วยความดีใจฉันบอกแล้วว่าเขาต้องดีใจมากแน่ๆ ที่รู้ว่าฉันท้อง“จริงหรอเรย์เรย์ท้องจริงๆ หรอครับ” ใบหน้าหล่อเอ่ยขึ้นพร้อมกับคุกเข่าเอาหัวแนบกับท้องของฉันอย่างตื่นเต้นฉันหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะลูบผมพี่แทนคุณอย่างอ่อนโยน“ค่ะ” ฉันตอบกลับยิ้มๆ พี่แทนคุณเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะสวมกอดฉันอย่างแน่น“ยินดีด้วยนะเรย์” พี่ดีแลนเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“ดีใจด้วยนะพ่อกับแม่คงดีใจน่าดู” ตามมาด้วยพี่คริสที่เอ่ยพร้อมระบายยิ้มบางแต่เป็นฉันที่พึ่งฉุกคิดมาได้ว่าต้องบอกพ่อกับแม่เรื่องท้องอีกเหมือนพี่แทนคุณจะรู้ว่าฉันเป็นกังวลเขาจึงเอามือฉันไปกุมไว้พร้อมกับตบเบาๆ เป็นการปลอบ“ไม่เป็นไรนะเรย์พี่พร้อมรับผิดชอบทุกอย่างพ่อกับแม่ของเรย์ต้องเข้าใจอย่างแน่นอน” ฉันระบายยิ้มออกมาแต่ก็ยังเป็นกังวลอยู่ดีเพราะฉันอายุพึ่งจะ20ต้นๆ เองเท่านั้นและความฝันที่อยาจะตอบแทนบุ
เช้าวันต่อมาRrrrr“อื้อออ” ฉันควานหามือถืออย่างงัวเงียมันไม่ได้ดังจนเสียงดังแต่มันมาสั่นอยู่ข้างๆ ตัวฉันแทนจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมาฉันค่อยๆ หรี่ตามองเจ้าของหมายเลขที่ถูกเขียนไว้ว่าคริสเฉยๆ และนี่คงไม่ใช่มือถือของฉันอย่างแน่นอนแต่คงเป็นของพี่ดีแลนแหละเพราะฉันจำมือถือของพี่แทนคุณได้ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นท่ามกลางอ้อมกอดของหนุ่มๆ ทั้งสองคนก่อนจะกดรับ“ฮัลโหลค่ะ” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างงัวเงียก่อนจะค่อยๆ ลุกจากเตียงเบาๆ เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของทั้งสองและเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อดื่มน้ำ(เรย์หรอ?) ปลายสายเอ่ยถาม“ค่ะพี่ดีแลนหลับอยู่” ฉันเอ่ยบอกปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา(เรย์เดินไปห้องน้ำแปปสิ) ฉันชะงักเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยินแต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายเพราะอยากรู้ว่าจะมีอะไรอยู่ใน
ฉันตื่นมาในตอนเช้าพร้อมกับร่างกายที่ระบมไปทุกส่วนกลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างกายที่คุ้นเคยทำให้ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาและพบว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ภายใต้อ้อมกอดของพี่แทนคุณที่กำลังหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเพราะหลับอยู่“อึกก” ฉันร้องออกมาเมื่อพอขยับร่างกายเล็กน้อยความปวดร้าวก็เข้ามาแทนที่ทันทีและนั่นทำให้พี่แทนคุณตื่นขึ้นก่อนจะลูบผมฉันเบาๆ“ตื่นแล้วหรอครับ” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยถามฉันก่อนที่จูบลงบนหน้าผากกว้างของฉันเบาๆ“เรย์เจ็บ” ฉันเอ่ยออกมาก่อนจะแบะปากคว่ำพี่แทนคุณรีบลุกขึ้นก่อนจะจ้องมองฉันใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเขาค่อยๆ ประคองฉันขึ้นก่อนจะมานั่งช้อนฉันทางด้านหลังให้ฉันเป็นคนพิงเขาแทนฉันมองไปรอบๆ ห้องที่เงียบสงัดทั้งพี่คริสและพี่ดีแลนคงออกไปแล้วอย่างแน่นอนแกร้ก“ตื่นแล้วหรอเรย์:) ”‘พี่ซื้อขนมมาให้ครับ:) ” ฉันมองทั้งพี่คริสและพี่ดีแลนที่เอ่ยทักทานฉันด้วยรอยยิ้มก่อนจะวางถุงมากมายลงบนโต๊ะอาหารก่อนจะเดินมาหาฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพวกเขาดูมีความสุขกันจังเนอะจุ้บ จุ้บ“อื้อออ~” ฉันเอี้ยวใบหน้าหลบการจูบการหอมแก้มของทั้งสองแต่ทั
“ทำแบบนี้พ่อกับแม่เป็นห่วงนะลูก” ฉันมองหน้าพ่อกับแม่ที่เต็มไปด้วยสีหน้ากังวลตอนนี้ฉันอาการดีขึ้นมากแล้วเพราะได้พี่ดีแลนคอยช่วยเหลือหมอบอกว่าฉันเป็นไข้หวัดใหญ่ไอตัวฉันก็ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะป่วยหนักขนาดสลบไปสองวันเต็มๆ และวันนี้ก็เป็นวันที่สามที่ฉันได้ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับบุคคลมากมายที่ราย
1อาทิตย์ต่อมา(พี่จะรีบกลับไปหานะครับ)“บอกแต่ประโยคเดิมๆ แต่ก็ไม่เคยกลับมาหาเลยนะคะ” ฉันเอ่ยบอกกับคนปลายสายที่ตอนนี้เราวิดีโอคอลคุยกันอยู่พี่แทนคุณทำหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อยเพราะที่จริงต้องกลับมาไทยแล้วแต่ก็ดันเกิดปัญหาใหญ่ที่อื่นต่อยังไม่ทันจะก้าวกลับมาไทยก็ต้องบินไปที่อื่นอีกแล้ว(พี่ขอโทษนะพี่จะรี







