Masuk“แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะลูก” ฉันยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจก่อนจะมองดูเค้กที่ปักเลข1และ9เอาไว้ ใช่ตอนนี้ฉันอายุได้19ปีแล้วตั้งแต่ฉันได้กลายมาเป็นลูกสาวบ้านนี้ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไปมากได้เข้าเรียนโรงเรียนดีๆ ได้มีเพื่อนได้มีสังคมที่ดีทุกอย่างมันดีไปหมดยกเว้นความสัมพันธ์ของฉันกับพี่คริส
เพราะตั้งแต่ที่ฉันย้ายเข้ามาพี่คริสก็บอกต่อหน้าทุกคนทันทีว่าเขาไม่สนใจฉันและไม่ว่าพ่อกับแม่จะหาทางให้เราเข้ากันได้ยังไงก็ไม่เป็นผลฉันเลยตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตโดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับพี่คริส
“โตแล้วนะลูกแม่ขอให้หนูมีแต่ความสุขนะขอบคุณที่หนูได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว” ฉันยิ้มรับคำอวยพรจากแม่ก่อนสบตากับพ่อที่ยิ้มอยู่ข้างๆ
“พ่อก็ขอให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิตนะขอบคุณที่เข้ามาสร้างรอยยิ้มให้กับครอบครัว” ฉันยิ้มรับอีกครั้งพ่อกับแม่มักจะให้พลังบวกกับฉันเสมอและฉันก็สัญญาว่าถ้าเรียนจบแล้วฉันจะเข้าบริษัทและช่วยที่บ้านทำงานเพื่อตอบแทนที่พวกเขาทั้งสองได้ให้ชีวิตใหม่กับฉัน
“ตาคริสอวยพรน้องบ้างสิ” ฉันหุบยิ้มทันทีเมื่อแม่เอ่ยถึงพี่คริสที่นั่งทำหน้าบุญไม่รับอยู่ตรงข้ามฉันก็แน่แหละเพราะว่าเขาโดนแม่ลากลงมาเพียงเพราะให้มาดูฉันเป่าเค้กเท่านั้นฉันยิ้มหยีๆ แบบเกรงใจจะปฏิเสธไปก็รู้อยู่ดีว่าแม่คงไม่ยอมและอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ในอนาคตเลยได้แต่นั่งนิ่งๆ รอฟังอีกฝ่ายพูดแค่นั้น
“เบิร์ดเดย์” น้ำเสียงเรียบๆ เอ่ยออกมาพร้อมกับสายตาที่จ้องมองฉันเขม็งแม้จะรู้สึกผิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเอ่ยขอบคุณและยิ้มกว้างอย่างมีความสุขไปให้
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” ฉันมองร่างสูงที่ตอนนี้กลายเป็นมนุษย์เงินเดือนเรียบร้อยแล้วยอมรับตรงๆ เลยว่าฉันรู้สึกดีเล็กน้อยที่เพื่อนๆ มักจะอิจฉาที่ฉันมีพี่ชายที่หล่อเหลาได้ขนาดนี้ก็นะบางวันก็เป็นพี่คริสที่มารับฉันที่โรงเรียนในช่วงที่พ่อหรือแม่ไม่ว่างซึ่งถ้าวันไหนเขามารับฉันก็ได้แต่พ่นคำขอโทษออกไปที่จริงก็ขอพ่อกับแม่เดินทางกลับบ้านเองแล้วแต่เป็นพ่อกับแม่ที่ไม่ยอมจนต้องไปรบกวนเวลาเรียนของพี่คริสแน่นอนว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้เต็มใจเลยสักนิดเหมือนกัน
“ตาคริสนี้จริงๆ เล้ย!” แม่เอ่ยบ่นตามหลังถ้าถามว่าพี่คริสเกลียดฉันมั้ยฉันก็บอกได้ไม่เต็มปากนะว่าเกลียดรึเปล่าเพราะบางทีพี่คริสเขาก็จะมีมุมอ่อนโยนบ้างอย่างเช่นเขารู้ว่าฉันไม่ค่อยชอบทานผักเขาก็จะดันจานผักไปไว้ใกล้ตัวเขาแทนและดันจานเนื้อๆ ส่งมาให้ฉันหรือเป็นตอนที่ฉันเครียดกับการสอบเข้ามหาลัยมากๆ ก็เป็นพี่คริสที่ชอบชื้อของหวานที่ฉันชอบกลับมาบ้านหลังเลิกงานทุกครั้งและมักจะบอกให้ฉันเอาไปแบ่งๆ กับพี่แม่บ้านกินมันเป็นการกระทำเงียบๆ ที่ถ้าไม่สังเกตจริงๆ ก็จะไม่รู้เลยอะไรประมาณนั้น
Rrrrr
“เรย์ขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ” ฉันค่อยๆ ลุกออกไปอย่างระมัดระวังก่อนจะกดรับสาย
“ฮัลโหลค่ะ”
(แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะเรย์) น้ำเสียงอบอุ่นของปลายสายทำฉันยิ้มออกมา
“ขอบคุณนะคะที่แทน” ฉันเอ่ยขึ้นยิ้มๆ พี่แทนหรือแทนคุณเป็นเพื่อนสนิทของพี่คริสที่เราได้เจอกันตอนฉันมาอยู่บ้านได้เกือบเดือนหลังจากแนะนำตัวไปพี่แทนคุณก็ใจดีกับฉันมากเวลามาบ้านทีไรก็ชอบซื้อขนมมาฝากฉันตลอดเขามักจะพูดให้กำลังใจฉันในเรื่องเรียนและเรื่องส่วนตัวหรือแม้กระทั่งบางครั้งก็อาสามารับฉันที่โรงเรียนเพื่อพาไปทำ กิจกรรมต่างๆ ที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนทำให้ฉันค่อนข้างที่จะสนิทกับพี่แทนคุณมากกว่าพี่ชายอย่างพี่คริสเสียอีก
(ไว้พี่พาไปเลี้ยงย้อนหลังนะ)
“ได้ค่ะ ตั้งใจทำงานนะคะ” >.<
(ครับมีความสุขมากๆ นะ) สิ้นสุดประโยคสายก็ถูกตัดไปพอดีสงสัยคงแอบมาโทรตอนเวลาทำงานแน่ๆ
“คุยกับแฟนหรอ?” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงปริศนาที่จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาก่อนจะรีบหันไปดูและก็เจอกับชายร่างสูงที่ส่วนสูงพอๆ กับพี่คริสเขาคือเพื่อนสนิทอีกคนของพี่คริสที่มักจะมาคุยงานกันอยู่เสมอใบหน้าของเขาจัดได้ว่าหล่อมากแต่ถ้ารู้นิสัยจริงๆ แล้วทั้งตัวก็มีดีแค่หน้าตาเท่านั้นแหละ
“แล้วพี่จะมายุ่งอะไรด้วยหรอคะ?” ฉันเอ่ยถามออกไปด้วยความไม่ชอบใจเพราะฉันไม่เคยชอบผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย!คือไม่ชอบเลยเรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่มีนิสัยที่ฉันเกลียดอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะพูดจาไม่ดีพูดไม่ให้เกียรติคนอื่นหรือแม้กระทั่งสายตาที่มักจะมองมาที่ฉันอย่างหื่นกามนั่น
“แหมๆ ปากร้ายขึ้นเยอะเลยนะน้องสาว” ร่างสูงเอยขึ้นอย่างยียวนก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉันซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่อยู่นิ่งๆ หรอกเลยตัดสินใจที่จะเดินหนีแต่ก็โดนร่างสูงคว้าแขนเอาไว้ก่อนจะดันฉันกำแพงบ้านอย่างแรง
“มันเจ็บนะคะพี่ดีแลน!” ฉันเอ่ยออกไปด้วยความโมโหเขาเป็นใครทำไมต้องมายุ่งย่ามกับฉันนักหนาก็ไม่รู้ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างสนุกก่อนจะค่อยๆ ใช้จมูกโด่งๆ ของเขาไล้ไปมาบริเวณหน้าของฉันซึ่งฉันก็พยายามจะขัดขืนแล้วแต่ก็สู้แรงอีกฝ่ายไม่ไหวจะให้ร้องตะโกนก็ไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นฉันในสภาพแบบนี้
“อึกปล่อยนะคะ” ฉันดีดดิ้นอย่างแรงเมื่อปลายจมูกของอีกฝ่ายเริ่มลงมายังซอกคอของฉันก่อนที่เขาดูดเนื้อตรงคอฉันเบาๆ และใช้ฟันขบมันอย่างแรง
“อึกเจ็บ!” ด้วยความเจ็บฉันเลยใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกทันทีก่อนจะกุมไปที่คอที่ยังคงชุ่มไปด้วยน้ำลายของอีกฝ่าย
“หวานดีจัง” พี่ดีแลนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเช็ดมุมปากของตัวเล็กน้อยการกระทำของเขาทำให้ฉันค่อยๆ ร้องไห้ออกมาเพราะนี่มันต่างอะไรกับการโดนล่วงเกินเลยสักนิด
“ทำอะไรกัน” ฉันตกใจเมื่อได้ยินเสียงของพี่คริสดังขึ้นมาก่อนจะรีบปาดน้ำตาออกทันทีพี่คริสเดินเข้ามาหาฉันเขาจ้องมาที่ฉันก่อนจะมองไปที่เพื่อนของเขาที่เพียงยืนเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ร้องไห้?” พี่คริสเอ่ยถามฉันพร้อมกับมองสลับไปที่พี่ดีแลน
“ปะเปล่าค่ะเรย์ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างลนๆ โดยที่มือก็กำคอไว้เพราะฉันรู้ว่ามันต้องมีรอยแน่ๆ ก่อนจะรีบเดินหนีทั้งคู่และรีบขึ้นห้องไปทันทีเมื่อถึงห้องสิ่งแรกที่ฉันทำคือการตรงที่กระจกก่อนจะเอียงคอและก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ พี่ดีแลนทิ้งรอยแดงจ้ำใหญ่ไว้บนคอของฉันฉันใช้มือถูรอยนั้นอย่างรังเกียจฉันทนมาตลอดหลายปีกับสายตาหื่นกามของอีกฝ่ายและพอเริ่มรู้ตัวก็จจะเริ่มไม่เข้าไปใกล้หรือใส่ชุดที่ปกปิดร่างกายให้ได้มากที่สุด
แต่เหมือนมันจะไม่เป็นผลเลยสักนิดเมื่อยิ่งหลบหน้าพี่ดีแลนก็ยิ่งสนุกยิ่งคอยตามแกล้งฉันไปทั่วฉันไม่รู้จริงๆ ว่าในหัวสมองของเขาคิดอะไรอยู่จะเรียกว่าแกล้งเพราะชอบฉันก็ไม่ใช่เพราะเขาก็ไม่ได้มีท่าทีจะชอบฉันเลยแม้แต่น้อยแต่เขาเพียงแค่สนุกกับการแกล้งฉันแค่นั้น
ฉันถูจนมันเป็นรอยแดงขนาดใหญ่กลบรอยแดงเล็กๆ ของพี่ดีแลนน้ำตาของฉันไหลออกมาด้วยความแสบร้อนก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปขัดตัวทุกซอกทุกมุมที่ผู้ชายคนนั้นจับร่างกายของฉัน ฉันรังเกียจและไม่ชอบขี้หน้าพี่ดีแลนที่สุด
โอ้ยยสงสารยัยยหนูเรย์พี่ดีแลนคะทำตัวดีๆ หน่อยสิคะเดี๋ยวเถอะนะ E-Book มาแล้วนะเธอออ ลดราคา7วันเท่านั้น!เดือนหน้าไม่ลดนะคะไม่รีบตุนไว้แล้วจะเสียใจจจ
ในที่สุดเราทั้ง4คนก็มาถึงบ้านบอกตามตรงว่าฉันเกร็งมากก็เพราะพี่แทนคุณเอาแต่จับมือเอาแต่ซบไหล่ฉันไม่พักโชคดีที่พี่ดีแลนมัวแต่สนใจโทรศัพท์เลยไม่เห็นเพราะถ้าเห็นคงล้อพูดไม่หยุดแน่ส่วนพี่คริสบางครั้งเราสองคนก็เผลอสบตากันบ้างแต่พอสบตาด้วยทีไรขนฉันก็ลลุกซู่ตลอดประหนึ่งโดนสามีจับได้ว่าแอบมีกิ๊ก“ไปโว้ยคืนนี้ดื่มฉลองให้กับคุณคริสที่กำลังจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนเว้ยเห้ย” คำพูดของพี่ดีแลนทำฉันชะงักเล็กน้อยฉันมองพี่คริสที่พึ่งออกมาจากรถเขายังคงสงบนิ่ง“เมียหรอคะ?” ฉันเอ่ยถามพี่ดีแลนอย่างไม่เข้าใจพี่ดีแลนหหันกลับมาทำตาโตก่อนจะหัวเราะออกมา“เอ้านี่น้องสาวมึงยังไม่รู้หรอว่ามึงจะหมั้นกับเมย่าอ่ะ” พี่ดีแลนหันไปถามพี่คริส ‘เมย่า’ งั้นหรอนั่นคือชื่อของผู้หญิงที่เป็นลูกเจ้าของโรงพยาบาลนี่หน่าทั้งสองคงไปกันได้ดีสินะพี่คริสมองฉันนิ่งๆ เขาไม่ได้พูดอะไรพวกเราเลยเดินเข้าบ้าน“เรย์ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ” ฉันเอ่ยบอกกับทุกคนก่อนจะเดินขึ้นห้องไปในหัวสมองยังคงนึกถึงเรื่องของพี่คริสที่กำลังจะหมั้นแต่เมื่อไม่นานมานี้เราก็พึ่งมีเซ็ก
“พะพอได้แล้วค่ะ” ฉันเอ่ยบอกก่อนจะดันใบหน้าหล่อของพี่แทนคุณให้ออกจากกลางอกฉันพึ่งรู้ตัวแหละว่าจริงๆ แล้วเสื้อยืดคอมันก็กว้างอย่างที่เขาเคยพูดจริงๆ พพี่แทนคุณเงยหน้ามองฉันเราสองคนสบตากันความเงียบเข้าปกคลุมและเป็นฉันที่เบนสายตาหนีแต่ก็โดนอีกฝ่ายจับใบหน้าให้หันมาก่อนจะจูบฉันอย่างแผ่วเบา“อื้มมมม~” ฉันร้องครางออกมาเมื่อจากจูบที่นุ่มนวลกลายเป็นจูบที่ดุดันลิ้นของพี่แทนคุณถูกสอดเข้ามาในปากของฉันเราสองคนต่างใช้ลิ้นพันกันอย่างโหยหามือหนาค่อยๆ บีบเค้นที่สะโพกของฉันและฉันก็รับรู้ได้ถึงความตื่นตัวของพี่แทนคุณแฮ่ก แฮ่กในที่สุดร่างสูงก็ปล่อยให้ฉันได้หายใจหลังจากจูบที่หนักหน่วงฉันเกยคางไปบนไหล่หนาก่อนจะฝุบหน้าลงด้วยความหอบโดยมีมือของพี่แทนคุณของลูบหลังฉันเบาๆ รวมถึงขยับตัวฉันให้ใกล้ชิดเขามากขึ้นอีกเอาจริงๆ นี่มันจะรวมร่างกันอยู่แล้วนะ!ก๊อก ก๊อก ก๊อก“ขออนุญาตเข้าไปนะครับ”“อย่าเข้ามา!” พี่แทนคุณตะโกนเสียงดังซึ่งฉันเองก็ตกใจไม่แพ้เลยรีบกุรีกุจ้อจะลงจากตักแต่ร่างสูงก็รั้งฉันไว้แบบเดิมฉันหันไปมองประตูท
“พี่แทนทางนี้ค่ะ” ฉันโบกมือให้ร่างสูงที่มีใบหน้าสุภาพพี่แทนคุณอยู่ในชุดสูททำงานสีน้ำเงินเข้มยิ่งทำให้สีผผิวขาวของเขาเด่นชัดทั้งกริยาท่าทางที่สุขุมทำให้ฉันนึกถึงพวกเจ้าชายในการ์ตูนสมัยเด็กๆ“ทำไมใส่เสื้อคอกว้างจังครับ” พี่แทนคุณเอ่ยบอกก่อนจะถอดเสื้อสูทมาคลุมไหล่ของฉันทั้งสองข้างการกระทำของเขาเรียกสายตานับหลายสิบคู่ให้จับจ้องมาที่ฉันคนเดียวจะว่าไปก็แอบเขินเหมือนกันนะเนี่ย“ก็เสื้อยืดปกตินะคะ” ฉันเอ่ยบอกมันก็แค่เสื้อยืดผ้านิ่มๆ ที่แม้คอจะกว้างกว่าเสื้อยืดธรรมดาทั่วไปไปบ้างก็แต่ไม่ได้โป๊มากอะไร“ยังจะเถียงอีก”“อ๊ะพี่แทน” ฉันร้องออกมาเบาๆ เมื่อโดนร่างสูงบีบแก้มเล็กน้อยฉันยู่ปากใส่อย่างงอนๆ แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของเขาฉันก็หายงอนทันทีพี่แทนคุณเป็นผู้ชายที่ยิ้มสวยมากทุก อย่างบนร่างกายเขามันสวยสะอาดดูดีไปหมดเห็นแล้วฉันนี่เป็นขี้ไก่ได้เลยแหละ“หิวรึเปล่าโทษทีนะพอดีงานพี่ยุ่งนิดหน่อย” พี่แทนบอกด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดฉันเลยรีบปฏิเสธทันทีเพราะมานั่งรอก็ไม่ได้มานั่งรอเฉยๆ ก็พี่เขาดันเล่นสั่งกับ
2วันต่อมาฉันนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างที่อยู่บนห้องของตัวเองพร้อมกับข้อความของพี่แทนคุณที่แชททิ้งไว้หลังจากวันที่มากินเหล้าด้วยกันพี่แทนคุณก็มีบินด่วนไปดูงานที่ต่างประเทศและคงอีกหลายอาทิตย์กว่าจะกลับททั้งๆ ที่คิดไว้ว่าจะคบเป็นเรื่องเป็นราวไปก็ต้องชะงักไว้ก่อนแต่ฉันดีใจมากนะที่พี่แทนคุณรับฉันได้และยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงก๊อก ก๊อก ก๊อก“คุณหนูเรย์คะคุณท่านให้ลงมาตามไปทานอาหารคค่ะ”“ค่ะเดี๋ยวเรย์ลงไป” ฉันเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับมองรถที่คุ้นตากำลังขับเข้ามาในบ้านวันนี้เป็นวันที่พ่อแม่เชิญเมย่ามาทานอาหารด้วยกันเดี๋ยวก็คงจะพูดคุยเรื่องหมั้นกันแหละมั้งเห้อไม่อยากลงไปเลยฉันรู้สึกผิดที่ต้องมองหน้าเธอคนนั้นจริงๆแต่สุดท้ายฉันก็จำเป็นต้องลงไปทักทายฉันมองภาพที่ทั้งสองควงแขนกันเข้ามาในบ้านโดยมีพ่อกับแม่ฉันยืนต้อนรับด้วยรอยยิ้มเธอคนนั้นทั้งสูงและขาวการแต่งกายก็ดูเรียบร้อยหน้าตาก็น่ารักเหมือนลูกคุณหนูที่เห็นกันอยู่ตามสังคมชั้นสูงเหมาะกับพี่คริสจัง“เรย์เดินมาทักทายพี่เมย่าสิ” แม่กวักมือเรียกฉันเข้าไปใกล้ฉันระบา
“ตั้งใจเรียนนะลูกตอนเย็นพี่คริสเขามารับ”“อ่า..ค่ะสวัสดีค่ะแม่” ฉันยกมือไหว้แม้ก่อนจะลงรถเพราะรู้ดีว่าต่อให้บอกว่าจะกลับบ้านเองยังไงแม่ก็ไม่มีทางยอมหรือฉันจะทักไลน์ไปบอกพี่คริสดีเพราะช่วงนี้ฉันเห็นพี่เขาทำงานหนักมากบางวันก็กลับบ้านเกือบสี่ทุ่มห้าทุ่มตลอดฉันเองก็อายุ20กว่าแล้วไม่อยากจะเป็นภาระใครเลยจริงๆเรวาลิน : พี่คริสวันนี้หนูกลับบ้านเองได้นะคะพี่ไม่ต้องมารับหรอกฉันกดส่งข้อความไปก่อนจะปิดหน้าจอแต่ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงไลน์ก็ดังขึ้นฉันจึงรีบเปิดอ่านทันทีคริส : ไม่ต้องเดี๋ยวไปรับฉันถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะกดส่งสติกเกอร์OKไปพอขึ้นว่าอ่านแล้วฉันจึงปิดหน้าจอและเดินเข้าตึกคณะซึ่งเป็นปีสุดท้ายแล้วที่ฉันเรียนเทอมหน้าก็ไปฝึกงานแล้วก็จบสิ้นสักทีแน่นอนว่าฉันยื่นสมัครเข้าบริษัทบ้านตัวเองอ๊ะๆ แต่ไม่ได้ใช้เส้นสายแต่อย่างใดนะเพราะฉันไม่เคยบอกที่บ้านเลยว่าจะไปฝึกงานที่ไหนฉันลองยื่นไปก่อนแน่นอนว่า นามสกุลฉันก็ใช้ของแม่ที่บ้านเด็กกำพร้าไม่ได้เปลี่ยนมาเป็นของที่บ้านแต่อย่างใดเพราะฉะนั้นก็ไม่มีใครรู้แน่ๆ ว่าฉันเป็นใครแถมยื่นไปตอนนี้ก็ผ่านแล้วด้วยRrrrr“ฮัลโหลค่ะพี่แแทน”(ทำอะไรอยู่ครับ)“กำล
ก๊อก ก๊อก ก๊อกฉันที่นั่งทำรายงานอยู่ก็ลุกขึ้นทันทีหลังจากได้ยินเสียงประตูอันแผ่วเบาแน่นอนว่าฉันรู้ได้ทันทีว่าเสียงเคาะนี้เป็นของใครเพราะเจ้าตัวได้ไลน์มาบอกก่อนหน้านี้แล้วว่าต้องการให้ฉันช่วย“กลิ่นเหล้าแรงจัง” ทันทีที่เปิดประตูออกไปสิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นเหล้าเข้มๆ ที่ออกมาจากตัวของพี่คริสใบหน้าหล่ออยู่ในอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่ฉันจะค่อยๆ ดึงร่างสูงเข้ามาในห้องและล็อคประตูทันทีแกร้กเสียงหัวเข็มขัดดังขึ้นฉันหยิบหนังยางที่ใส่อยู่บริเวณข้อมือขึ้นมามัดผมให้เรียบร้อยมองร่างสูงที่สติเหลือน้อยค่อยๆ ถอดกางเกงออกพร้อมกับชั้นในสีดำเผยให้เห็นความแข็งแกร่งอันใหญ่โตที่กำลังโด่ชี้หน้าฉัน“มาเร็ว” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโหยหาเอ่ยเรียกฉันพี่คริสนั่งลงปลายเตียงฉันค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เขาก่อนจะนั่งคุกเข่าตอนนี้ใบหน้าของฉันอยู่ในระดับเดียวกับตัวตน ของอีกฝ่ายพี่คริสค่อยๆ ใช้มือชัดรูกแก่นกายอย่างช้าๆ ส่วนอีกมีอก็ค่อยๆ กดหัวของฉันลง“อื้มมม..” ยามที่ริมฝีปากของฉันครอบครองตัวตนของพี่คริสร่างสูงก็ร้องครางออกมาทันทีฉันค่อยๆ ใช้ปากโลมเลียมันอย่างช้าๆ เพื่อทำให้เขาผ่อนคลายก่อนจะเริ่มรุกหนักมากข







