LOGINบทที่ 1
“พะ...พ่อ!!!” ฉันร้องอุทานออกมาพลางมองไปยังร่างแน่นิ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่กลางบ้านต่อให้ไกลมากแค่ไหนฉันก็จำได้อย่างแม่นยำว่าคนที่นอนอยู่ตรงนั้นคือพ่อของฉันเอง
“พ่อคะ ฮือ ๆ พ่อตื่นมาคุยกับมิราก่อนนะคะ” ฉันวิ่งเข้าไปหาพ่อด้วยอาการเสียขวัญและตกใจ จากนั้นก็รีบยกศีรษะของพ่อให้ขึ้นมานอนลงบนตักของฉัน
“หมอ หมอ! โทรหาหมอกันสิ! มัวยืนนิ่งกันทำไมฉันบอกให้โทรหาหมอไง!” ฉันตวาดพูดเสียงดังใส่ทุกคนในบ้านที่เอาแต่ยืนนิ่งร้องไห้ จากนั้นก็หันกลับมามองหน้าพ่อต่อ
“พ่อคะ พ่อตอบมิราหน่อย ฮือ ๆ” ฉันลูบคราบเลือดออกจากหน้าพ่อพลางเช็ดน้ำตาตัวเองที่หยดลงบนหน้าพ่อไปด้วย ตอนนี้ฉันเหมือนกำลังจะเป็นบ้า รู้ทั้งรู้ตรงหน้าว่าพ่อไม่รอดแล้ว
รอยกระสุนเจาะลงที่หน้าผากขนาดนี้แต่ฉันก็ยังคงหลอกตัวเองอยู่ว่าพ่อจะต้องรอด
“มิราลูก!” ฉันเงยหน้าขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย
“ลุงนาย” ฉันเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา
“ละ...ลุงนาย ช่วยพ่อด้วย ฮือ ๆ” ลุงนายรีบวิ่งเข้ามาหาฉันกับพ่อด้วยหน้าตาตื่นตกใจ ฉันคิดว่าป้าแม่บ้านคงโทรตามลุงแกมา ลุงนายเป็นเพื่อนสนิทของพ่อฉันเอง
“มิราลูกหนูไม่ต้องกลัวนะ ลุงพาหมอมาแล้วให้คุณหมอเขาจัดการนะ มิรามาหาลุงมา” ลุงนายเดินเข้ามาพยุงฉันที่ไร้เรี่ยวแรงให้ลุกขึ้นจากนั้นก็มีทีมแพทย์พยาบาลวิ่งเข้ามาในตัวบ้านของฉัน
ไม่นานร่างที่ไร้สติของพ่อฉันก็ถูกนำตัวไป...
โรงพยาบาล
“ลุงนายพะ...พ่อจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ” ฉันนั่งกุมมือลุงนายด้วยใจที่บีบไปหมดตอนนี้ทั้งฉันและลุงนายกำลังนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินของทางโรงพยาบาลอยู่
“พ่อหนูมันเป็นคนแข็งแรงมาก เชื่อลุงสิว่ามันจะต้องไม่เป็นอะไร” ฉันก้มหน้าร้องไห้ไม่หยุดรู้ทั้งรู้ว่าพ่อจะต้องไม่รอดแน่นอนแต่ก็ยังอดที่จะถามไม่ได้จริง ๆ ฉันไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าโดนเข้าไปขนาดนั้นแล้วจะรอด มันไม่มี แต่มันอดไม่ได้จริง ๆ พระเจ้าหลอกฉันหน่อยก็ได้ฉันยอมเป็นคนโง่ถ้านั้นจะทำให้พ่อฉันไม่จากไป
“ฮือ ๆ” ฉันไม่รับรู้แล้วว่าตัวเองนั้นร้องไห้มากี่นาทีกี่ชั่วโมงรู้แต่ว่าทุกนาทีในตอนนี้ที่นั่งรอพ่อมันช่างยาวนานซะเหลือเกินเมื่อไหร่กันนะที่หมอจะออกมาพูดว่าพ่อฉันพ้นขีดอันตรายแล้ว
“มิรา! มิราลูก!” เสียงเรียกของลุงนายค่อย ๆ เบาลงพร้อมกับหน้าตาที่ตื่นตกใจของลุงนายที่มองมายังฉัน ภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับไปก็คือภาพที่นางพยาบาลต่างพากันวิ่งเข้ามาหาฉันหลังจากที่ลุงนายหันไปเหมือนพูดอะไรสักอย่างที่ฉันไม่ได้ยิน
ห้องพักผู้ป่วย
“พ่อ!” ฉันยันตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเองฝันอะไรไม่ดีเข้า ฉันฝันว่าพ่อตัวเองถูกยิงตายกลางบ้านช่างเป็นฝันที่น่ากลัวและไม่ดีสุด ๆ
“มิราหนูเป็นอะไร!” เสียงนี้มันเสียงลุงนายไม่ใช่เหรอ ว่าแต่ทำไมรอบห้องมันถึงได้ไม่คุ้นตาเลยล่ะ
“เอ่อ...ทำไมมิราถึงได้มาอยู่ในห้องผู้ป่วยแบบนี้กันละคะ” ฉันมองสำรวจไปทั่วรวมถึงชุดบนตัวที่ใส่อยู่ด้วยทำไมฉันถึงได้ใส่ชุดของโรงพยาบาลกัน
“หนูลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วเหรอลูก” ลุงนายมองฉันด้วยสายตาที่น่าสงสาร ทำไมลุงถึงได้มองฉันแบบนั้นกัน
“เรื่องอะไรกันคะลุงนาย ว่าแต่พ่อของมิราละคะมิราจำได้แค่ว่ามิรากลับบ้านหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลยแถมมิรายังฝันไม่ดีอีกด้วย มิราอยากเจอพ่อค่ะ” ฉันพูดออกไปด้วยสีหน้าจริงจังแต่อีกฝ่ายกลับหันหน้าไปทางอื่น ถ้าฉันมองไม่ผิดดูเหมือนลุงนายกำลังร้องไห้อยู่
“ลุงนายเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันรีบถามลุงนายออกไปเมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนับถือเหมือนพ่ออีกคนกำลังร้องไห้ออกมา ลุงนายไม่เคยร้องไห้ให้ฉันเห็นเลยสิ่งที่ฉันเห็นจากลุงนายมาตลอดคือความเก่งและอดทนของลุงซึ่งต่างจากตอนนี้ลิบลับ มันเลยทำให้ฉันตกใจอยู่ไม่น้อย
“อย่าลืมทำให้พี่ด้วยสิครับ อืมม” พี่เขาเองก็จับแขนฉันให้เอามือไปจับยังส่วนลูกชายของเขาเช่นกันนานหลายนาทีที่เราทำแบบนี้ให้กันจนฉันและเขาปลดปล่อยออกมา“พะ...พี่แดน” ฉันเรียกชื่อพี่เขาที่นั่งอยู่ตรงระหว่างขาของฉัน“จะให้พี่หยุดไหม?” พี่เขาพูดพร้อมกับใช้น้องชายถูส่วนนั้นของฉันอยู่ แล้วแบบนี้จะถามเพื่ออะไรกัน“…” ฉันเงียบแทนและหันหน้าไปมองทางอื่น พอฉันทำแบบนี้พี่เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบาหลังจากที่แกล้งฉันสำเร็จ“ผ่อนคลายไว้นะครับ เจ็บแป๊บเดียว”ปึก!“อื้อ!” ฉันร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวดที่พี่เขากระแทกเข้ามาทีเดียวโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมเขายังมาจูบฉันเอาไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ฉันร้องออกมาเสียงดังจนคนข้างนอกได้ยิน“อืม มิรา ~” พี่เขาเริ่มขยับส่วนตรงนั้นพลางเอ่ยเรียกชื่อฉันไปด้วย“อื้ออ อ๊า ~ บะ...เบาหน่อยพะ...พี่แดน” ฉันพูดออกไปไม่เป็นภาษาเมื่อแรงกระแทกของพี่เขามันรุนแรงมากขึ้นจนฉันต้องใช้มือจับที่ท้องน้อยของตัวเองด้วยความจุก“รัดพี่ขนาดนี้จะให้พี่ทำเบาได้ยังไง!” เราสองคนหอบหายใจเข้าออกอย่างแรงเหมือนกันหลายนาทีที่พี่เขาทำแบบนี้โดยเปลี่ยนท่าทางไปมา มีเพียงแค่เสียงหอบหายใจเสียงเ
“ครับแม่ ถ้าที่นู้นคงที่แล้วเมื่อไหร่ ผมก็จะกลับมาช่วยงานพ่อที่ไทยต่อครับ” ฉันยิ้มให้กับคำพูดของเขา“จริงเหรอลูก!” แม่ของเขาดูดีใจมาก เรื่องนี้ฉันรู้มาจากคุณปู่แล้วว่าพี่แดนเพื่อไปควบคุมคนและไปจัดการเรื่องการรับตำแหน่งนิดหน่อยนอกนั้นเขาก็สามารถไปกลับระหว่างไทยกับรัสเซียไทยถ้าเขาไม่เหนื่อยก่อนนะ“พ่อครับ...” รอบนี้เป็นพ่อของพี่แดนเองที่หันไปเรียกคุณปู่ที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ ฉันรู้ว่าปู่คงดีใจที่ลูกชายตัวเองหันมาเรียกพ่อแบบนั้นแต่แค่ปั้นหน้าเหมือนหลานตัวเองไม่มีผิดและที่พ่อของพี่แดนต้องหันไปหาปู่เพราะคงกำลังอยากรู้ว่าปู่จะปล่อยพี่แดนให้กลับมาได้จริงเหรอ“อะแฮ่ม! เออก็ตามที่มันพูดนั้นแหละ” ฉันได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าออกไป“แม่ทานนี้หน่อยนะครับ” และพี่แดนก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันไม่ได้ขอเอาไว้ นี่คงเป็นการทลายกำแพงที่เขามีแต่ครอบครัวของตัวเอง เขากำลังทำด้วยตัวเองโดยที่ฉันไม่ได้ขอก่อนหน้านั้นฉันขอให้เขาช่วยแสดงออกให้มากกว่านี้หน่อย อย่างน้อยเรียกคำว่าแม่ด้วยใบหน้าที่เต็มใจและหันกลับมาคุยและสนใจท่านบ้างได้ไหม ฉันไม่ได้บังคับว่าพี่แดนจะต้องทำแต่ฉันแค่อยากให้พี่แดนแสดงมันออกมาเท่าที่พี่แดนทำได้ก็
การที่ปู่ของเขาเรียกฉันไปคุยมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะต้องไปจากเขากันเพราะสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจและเศร้าคือเรื่องสมัยเด็กของเขาต่างหากที่ปู่ได้ทำผิดกับพ่อแม่เขาโดยการพรากเขาไปจากพ่อแม่ของตัวเองปู่ของเขาเล่าเรื่องที่ตัวท่านเองทำผิดทั้งหมดให้ฉันฟังเพื่อหวังระบายมันออกมาและปู่ก็อยากทำเพื่อหลานของตัวเองด้วยการที่อยากจะให้ฉันดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันทำได้แต่เมื่อไหร่ถ้าหลานของท่านนอกใจหรือทำให้ฉันเสียใจปู่ก็บอกว่าฉันสามารถฟ้องท่านได้เลย เพราะท่านจะจัดการให้อย่างสาสมแต่ขอแค่ฉันรักหลานของท่านจริง ๆ เพราะเรื่องราววัยเด็กของเขามันช่างแตกต่างจากคนอื่นมากอีกอย่างฉันก็ต้องรับให้ได้ด้วยว่าเขาจะต้องกลับรัสเซียเพื่อไปรับตำแหน่ง มันจะทำให้เวลาของฉันกับพี่แดนมีน้อยลงมาก แต่ปู่ท่านเองก็บอกว่าฉันสามารถไปอยู่ที่นั้นได้ถ้าฉันต้องการเพราะแบบนี้สินะถึงได้ทำให้แม่ของเขามีสีหน้าแบบนั้นและสิ่งที่เขาทำกับแม่แบบห่างเหินเขาไม่ได้ตั้งใจทำ แต่แค่เขาไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวยังไงกับมารดาของตัวเองมากกว่าเพราะตั้งแต่เด็กเขาอยู่กับปู่ที่เลี้ยงเขามาโดยตลอดเลยทำให้ความสัมพันธ์เขากับพ่อแม่ห่างหายไปเหมือนเป็นแค่คนแ
หรือปู่ท่านจะมาคุยกับฉันเรื่องที่ฉันทำกับหลานรักของตัวเองไว้งั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าพี่แดนไปฟ้องปู่เขาอะ“หลานข้าเป็นยังไงในความคิดของแม่หนู” ฉันมองคนตรงหน้าพร้อมกับตั้งคำถามภายในใจว่าคนคนนี้จะมาไม้ไหนทำไมถึงได้ถามแบบนี้ออกมาแถมท่าทีก็เปลี่ยนไปจากข้างนอกเวลาอยู่ต่อหน้าสามคนข้างนอกปู่จะวางมาดน่ากลัวตลอด แต่ตอนนี้กับกำลังทำหน้าตาดีใจพร้อมกับถามฉันเรื่องของพี่แดนออกมา“ว่าไงล่ะเอ๊ะอย่าเงียบสิข้าถาม” ฉันละความคิดออกจากตัวเองที่เอาแต่ตั้งคำถามแล้วหันกลับมาตั้งสติตอบคนตรงหน้าที่เริ่มโมโหออกมาแล้วปู่กับหลานอารมณ์พอกันเลย“พี่เขาก็ขยันทำงานดีค่ะ” ฉันที่ไม่กล้าตอบด้านลบ ๆ ออกไปก็เลยพูดเรื่องดีแทน“แค่นี้? พูดมาสิข้อเสียมันมีอะไรบ้างไอ้เรื่องทำงานข้าเลี้ยงมันมาข้าก็ต้องสั่งสอนเรื่องนี้มาดีอยู่แล้ว” ปู่แกพูดด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ที่ฉันเอาแต่พูดชมหลานของเขาฉันเดาทางไม่ถูกละนะ“ให้หนูพูดข้อเสียเหรอคะ?” ฉันถามย้ำอีกครั้ง นี่เราไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม“ก็เออสิวะ!” ปู่เองก็ตอบออกมาด้วยเสียงที่ดังเหมือนกับกำลังโมโห“ถ้าข้อเสียก็คง...บ้างานไปหน่อยไม่สนใจความรู้สึกคนรอบข้างทำอะไรเกินตัวตลอดอย่างกับตัวเองเป็
“วันนี้คุณแดนดูมีความสุขจังเลยนะครับ” ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทันได้ฟังเสียงของลุงที่ดูแลสวนของบ้านพูดขึ้นมาพอดี“งั้นเหรอครับ” เขาตอบลุงคนนั้นพร้อมกับยิ้มแล้วหันมามองที่ฉัน เป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน จนฉันถึงกลับหยุดมองหน้าเขาไปนานหลายนาทีเลยตั้งแต่ที่ทำงานกับเขามา เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขายิ้มได้น่ารักแบบนี้ไม่สิฉันต้องอย่าหลงกลไม่รู้เขาจะแกล้งอะไรอีกหรือเปล่า“พี่แดน! ลบออกเลยนะ” ฉันรีบวิ่งตามเขาเข้าไปในบ้านเมื่ออีกฝ่ายวิ่งหนีเข้าไปให้บ้านก่อนฉันแดน Talk“โอ๊ย! หยุดก็ไม่บอก” ระหว่างที่ผมวิ่งหนีมิราเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้มองเลยว่ามีใครกำลังนั่งอยู่ตรงห้องรับแขกบ้าง และเมื่อเห็นว่ามีคนสำคัญนั่งอยู่ผมจึงต้องปรับตัวใหม่อัตโนมัติจนทำให้อีกคนที่วิ่งตามผมเข้ามาต้องมาชนเข้ากับหลังของผมแทน“ไงหลานรักดูมีความสุขจังเลยนะ” ผมปั้นหน้านิ่งแบบที่ชอบทำเมื่อคนตรงหน้าที่นั่งอยู่ตรงกลางโดยมีพ่อและแม่ผมนั่งทำหน้ากังวลกันคนละข้างอยู่จะเป็นปู่ที่เลี้ยงผมมาแต่เด็กปู่มักจะพูดกรอกหูผมตลอดว่าการมีความรักจะทำให้หน้าที่ของเราเสียเหมือนกับพ่อที่หนีไปกับแม่และย่าที่หนีปู่ไปเช่นกันจนปู่ถึงกับเสียการเสียง
“ว่าไง?” เขาถอนจูบออกเพื่อให้ฉันได้พักหายใจหายคอ แล้วเริ่มถามจี้ฉันอีกครั้งเพื่อให้ฉันตอบออกไปว่าตกลงจะยอมทำตามที่เขาบังคับมาไหมคือการตกลงคบกับเขาอย่างที่เขาพูดนั้นแหละ“เรื่องแบบนี้มันก็ต้องคะ...คิดกันก่อนสิคะ” ฉันดันหน้าอกของเขาเอาไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะก้มลงมาจูบอีกครั้งเมื่อฉันตอบไม่ตรงกับที่เขาต้องการสายตาของเขาเอาแต่มองมาที่ริมฝีปากของฉันจนฉันเริ่มขยับตัวไม่ถูกแล้ว“พี่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมิราก็ต้องนั่งให้พี่จูบอยู่แบบนี่เนี่ยแหละจนกว่าพี่จะได้คำตอบที่ต้องการ” เขาพูดอย่างเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็เริ่มรุกรานฉันขณะที่เรายังนั่งอยู่ในรถและในบ้านที่มีพ่อแม่ของเขาอยู่“ดะ...เดี๋ย- อื้อ” คำพูดของฉันถูกอีกคนกลืนกินไปเมื่อเขาประกับจูบลงมาอีกครั้ง ต่อให้ฉันใช้แรงดันเอาไว้อยู่ที่ตามแต่สุดท้ายแรงผู้ชาย ฉันก็ไม่สามารถสู้ได้“หรือมิราจะบอกว่าไม่ได้รักพี่?” เขาหยุดจูบแล้วเอ่ยถามฉัน“ใช่ค่ะ! มิราไม่ได้คิดกับพี่แบบนั้นเพราะงั้นปล่อยมิราได้แล้ว” เพื่อจบเรื่องนี้ฉันจึงต้องตอบโกหกออกไปพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นแทน“หึ ใบหน้าที่แดงเสียงเต้นของหัวใจและสุดท้ายสายตาที่ใช้มองพี่ เพียงแค่นี้ก็เป็นหลัก







