LOGIN“มิราตั้งสติและทำใจดี ๆ ไว้นะลูก พ่อของหนูเขาไปสบายแล้ว” ลุงนายหันมาพูดกับฉันช้า ๆ พลางกุมมือฉันไว้แน่นเหมือนจะสื่อว่าสิ่งที่พูดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
“ละ...ลุงนายหมายความว่ายังไงกันคะ” ฉันมองลุงนายด้วยใบหน้าไม่สู้ดี
“พ่อของหนูถูกยิงโดนจุดสำคัญทำให้หมอไม่สามารถช่วยไว้ได้ทัน เหตุการณ์นั้นหนูก็อยู่ด้วยนะลูกมิรา” ฉันนั่งมองหน้าลุงนายจนกระทั่งความทรงจำเริ่มไหลเข้ามาในสมองของฉัน
“ฮึก! ไม่จริงใช่ไหมคะบอกมิราทีว่ามันไม่จริง” น้ำตารินไหลออกมาเมื่อฉันเริ่มจำได้ทุกอย่าง มันไม่ใช่ความฝันแต่มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นต่างหาก
“...” ลุงนายเองก็คงไม่รู้จะพูดอะไรเพราะสิ่งที่จำเป็นต้องบอกฉันลุงนายก็พูดออกมาหมดแล้ว ลุงนายเองก็เสียใจไม่แพ้ฉันเลยในตอนนี้
“มะ...ไม่จริง มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงมิราแกต้องตื่น ตื่นได้แล้ว!” ฉันเริ่มคุมสติตัวเองไม่อยู่ นี่มันจะต้องเป็นการฝันซ้อนฝันอยู่แน่ ๆ ฉันต้องตื่นสิ ตื่นสักที!
“มิรา!” ลุงนายรีบเข้ามาจับแขนฉันไว้แน่นเมื่อเห็นว่าฉันนั้นเริ่มทำร้ายตัวเอง
“ปล่อยมิรา มิราต้องตื่นตอนนี้มิรากำลังฝันอยู่ ฮือ ๆ” ฉันดีดดิ้นไปมาเพื่อให้ออกจากแรงจับกุมของลุงนาย
“หมอ! พยาบาล! มีใครอยู่ไหมเข้ามาที!” ลุงนายไม่สนใจฉันลุงเขาเอาแต่ตะโกนเรียกพวกหมอพยาบาลเสียงดัง ไม่นานเหล่าหมอพยาบาลก็ตาวิ่งหน้าตั้งเปิดประตูเข้ามา
“กรี๊ด! ปล่อยนะบอกให้ปล่อย!” สิ่งที่ฉันต้องทำคือการตื่นจากฝันร้ายแต่ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เอาแต่บอกให้ฉันตั้งสติ นี่มันฝันนะฉันต้องตื่นสิ
จนในที่สุดสติของฉันก็ดับไปอีกครั้งเมื่อสายตาดันไปเห็นหมอกำลังฉีดอะไรสักอย่างมาทางสายน้ำเกลือ
หลายชั่วโมงผ่านไป
“มิรากินอะไรหน่อยเถอะลูก” เสียงของลุงนายดังขึ้นอีกครั้ง ฉันได้ยินทุกอย่างแต่ฉันไม่มีเรียวแรงกระจิตกะใจทำอะไรทั้งนั้น พ่อฉันท่านจากไปแล้วจริง ๆ แล้วต่อจากนี้ฉันจะอยู่กับใครกัน
“ข่าวใหญ่กันเลยค่ะในตอนนี้ ทางเราได้รับรายงานมาว่าได้มีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นในแวดวงธุรกิจใหญ่ที่ไม่สามารถเอ่ยนามออกมาได้โดยคนที่เป็นผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นถึงเลขาแต่ได้มีการยักยอกข้อมูลของบริษัทไปให้อีกฝ่ายที่เป็นคู่แข่งจนถูกจับได้ เห็นว่าหนีไม่พ้นจึงได้ทำการฆาตกรรมตัวเอ...ติ๊ด!” เสียงทีวีดับลงเมื่อโดนลุงนายกดปิดไป แต่นั้นไม่ได้ทำให้สิ่งที่ฉันได้ยินมาเลื่อนหายไปเลยสักนิด ทำไมข่าวที่รายงานออกมามันถึงได้เหมือนกับ...
“นายครับ!” ฉันยังไม่ทันได้เอ่ยถามลุงนายถึงเรื่องเมื่อกี้เลยก็มีชายใส่สูทสีดำเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา
“มีอะไร!” เสียงลุงนายเข้มขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเปิดเข้ามาแบบไม่มีมารยาท
“นักข่าวมากันเต็มเลยครับนาย” สิ้นเสียงชายชุดดำคนนี้ก็เกิดเสียงโหวกเหวกโวยวายจากด้านนอกดังขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้นกันคะลุงนาย” ฉันอดสงสัยไม่ได้ทั้งเรื่องในข่าวที่รายงานและนักข่าวที่มากันทำไมถึงได้ดูเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้กัน
“ไว้ลุงจะมาอธิบายให้หนูฟังนะมิราแต่ตอนนี้หนูต้องไปกับคนของลุงก่อนเพื่อความปลอดภัยของหนู” ฉันมองลุงนายด้วยความไม่เข้าใจ จะให้ฉันไปไหนได้ยังไงแล้วพ่อล่ะฉันจะทิ้งพ่อไปได้ยังไงกัน
“ไม่ไปค่ะ ลุงนายจะให้มิราทิ้งพ่อไปเหรอคะ มิรายังไม่ได้-”
“เชื่อลุงมิรา! พาออกไปอย่าให้มีคนจับได้เข้าใจไหม!” ลุงนายตะโกนใส่ฉันพร้อมกับหันไปสั่งงานกับชายชุดดำ
“นี่!ปล่อยนะ ลุงนายคะลุงจะมาทำแบบนี้กับมิราไม่ได้นะคะ” ตัวฉันถูกชายชุดดำคนนั้นดึงให้ลุกขึ้นและถูกลากไปยังหน้าประตูห้องโดนมีพยาบาลยืนรออยู่ด้วย พยาบาลคนนี้เห็นทุกอย่างแต่ไม่คิดเข้ามาช่วยเลย
“เชื่อลุงมิราลุงทำเพื่อหนูอยู่ พาออกไปซะ” สิ้นเสียงลุงนายตัวฉันก็ถูกลากไปตามทางลับโดยมีพยาบาลเป็นคนนำทางไป
ภายในรถตู้สีดำ
หลังจากที่พากันเดินออกมาได้เสร็จฉันก็ถูกให้ขึ้นมานั่งในรถตู้ติดฟิล์มสีดำสนิทโดยมีชายชุดดำคนเดิมและพยาบาลหนึ่งคนที่เป็นคนนำทางมาในตอนแรก
“อย่าลืมทำให้พี่ด้วยสิครับ อืมม” พี่เขาเองก็จับแขนฉันให้เอามือไปจับยังส่วนลูกชายของเขาเช่นกันนานหลายนาทีที่เราทำแบบนี้ให้กันจนฉันและเขาปลดปล่อยออกมา“พะ...พี่แดน” ฉันเรียกชื่อพี่เขาที่นั่งอยู่ตรงระหว่างขาของฉัน“จะให้พี่หยุดไหม?” พี่เขาพูดพร้อมกับใช้น้องชายถูส่วนนั้นของฉันอยู่ แล้วแบบนี้จะถามเพื่ออะไรกัน“…” ฉันเงียบแทนและหันหน้าไปมองทางอื่น พอฉันทำแบบนี้พี่เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบาหลังจากที่แกล้งฉันสำเร็จ“ผ่อนคลายไว้นะครับ เจ็บแป๊บเดียว”ปึก!“อื้อ!” ฉันร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวดที่พี่เขากระแทกเข้ามาทีเดียวโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมเขายังมาจูบฉันเอาไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ฉันร้องออกมาเสียงดังจนคนข้างนอกได้ยิน“อืม มิรา ~” พี่เขาเริ่มขยับส่วนตรงนั้นพลางเอ่ยเรียกชื่อฉันไปด้วย“อื้ออ อ๊า ~ บะ...เบาหน่อยพะ...พี่แดน” ฉันพูดออกไปไม่เป็นภาษาเมื่อแรงกระแทกของพี่เขามันรุนแรงมากขึ้นจนฉันต้องใช้มือจับที่ท้องน้อยของตัวเองด้วยความจุก“รัดพี่ขนาดนี้จะให้พี่ทำเบาได้ยังไง!” เราสองคนหอบหายใจเข้าออกอย่างแรงเหมือนกันหลายนาทีที่พี่เขาทำแบบนี้โดยเปลี่ยนท่าทางไปมา มีเพียงแค่เสียงหอบหายใจเสียงเ
“ครับแม่ ถ้าที่นู้นคงที่แล้วเมื่อไหร่ ผมก็จะกลับมาช่วยงานพ่อที่ไทยต่อครับ” ฉันยิ้มให้กับคำพูดของเขา“จริงเหรอลูก!” แม่ของเขาดูดีใจมาก เรื่องนี้ฉันรู้มาจากคุณปู่แล้วว่าพี่แดนเพื่อไปควบคุมคนและไปจัดการเรื่องการรับตำแหน่งนิดหน่อยนอกนั้นเขาก็สามารถไปกลับระหว่างไทยกับรัสเซียไทยถ้าเขาไม่เหนื่อยก่อนนะ“พ่อครับ...” รอบนี้เป็นพ่อของพี่แดนเองที่หันไปเรียกคุณปู่ที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ ฉันรู้ว่าปู่คงดีใจที่ลูกชายตัวเองหันมาเรียกพ่อแบบนั้นแต่แค่ปั้นหน้าเหมือนหลานตัวเองไม่มีผิดและที่พ่อของพี่แดนต้องหันไปหาปู่เพราะคงกำลังอยากรู้ว่าปู่จะปล่อยพี่แดนให้กลับมาได้จริงเหรอ“อะแฮ่ม! เออก็ตามที่มันพูดนั้นแหละ” ฉันได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าออกไป“แม่ทานนี้หน่อยนะครับ” และพี่แดนก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันไม่ได้ขอเอาไว้ นี่คงเป็นการทลายกำแพงที่เขามีแต่ครอบครัวของตัวเอง เขากำลังทำด้วยตัวเองโดยที่ฉันไม่ได้ขอก่อนหน้านั้นฉันขอให้เขาช่วยแสดงออกให้มากกว่านี้หน่อย อย่างน้อยเรียกคำว่าแม่ด้วยใบหน้าที่เต็มใจและหันกลับมาคุยและสนใจท่านบ้างได้ไหม ฉันไม่ได้บังคับว่าพี่แดนจะต้องทำแต่ฉันแค่อยากให้พี่แดนแสดงมันออกมาเท่าที่พี่แดนทำได้ก็
การที่ปู่ของเขาเรียกฉันไปคุยมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะต้องไปจากเขากันเพราะสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจและเศร้าคือเรื่องสมัยเด็กของเขาต่างหากที่ปู่ได้ทำผิดกับพ่อแม่เขาโดยการพรากเขาไปจากพ่อแม่ของตัวเองปู่ของเขาเล่าเรื่องที่ตัวท่านเองทำผิดทั้งหมดให้ฉันฟังเพื่อหวังระบายมันออกมาและปู่ก็อยากทำเพื่อหลานของตัวเองด้วยการที่อยากจะให้ฉันดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันทำได้แต่เมื่อไหร่ถ้าหลานของท่านนอกใจหรือทำให้ฉันเสียใจปู่ก็บอกว่าฉันสามารถฟ้องท่านได้เลย เพราะท่านจะจัดการให้อย่างสาสมแต่ขอแค่ฉันรักหลานของท่านจริง ๆ เพราะเรื่องราววัยเด็กของเขามันช่างแตกต่างจากคนอื่นมากอีกอย่างฉันก็ต้องรับให้ได้ด้วยว่าเขาจะต้องกลับรัสเซียเพื่อไปรับตำแหน่ง มันจะทำให้เวลาของฉันกับพี่แดนมีน้อยลงมาก แต่ปู่ท่านเองก็บอกว่าฉันสามารถไปอยู่ที่นั้นได้ถ้าฉันต้องการเพราะแบบนี้สินะถึงได้ทำให้แม่ของเขามีสีหน้าแบบนั้นและสิ่งที่เขาทำกับแม่แบบห่างเหินเขาไม่ได้ตั้งใจทำ แต่แค่เขาไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวยังไงกับมารดาของตัวเองมากกว่าเพราะตั้งแต่เด็กเขาอยู่กับปู่ที่เลี้ยงเขามาโดยตลอดเลยทำให้ความสัมพันธ์เขากับพ่อแม่ห่างหายไปเหมือนเป็นแค่คนแ
หรือปู่ท่านจะมาคุยกับฉันเรื่องที่ฉันทำกับหลานรักของตัวเองไว้งั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าพี่แดนไปฟ้องปู่เขาอะ“หลานข้าเป็นยังไงในความคิดของแม่หนู” ฉันมองคนตรงหน้าพร้อมกับตั้งคำถามภายในใจว่าคนคนนี้จะมาไม้ไหนทำไมถึงได้ถามแบบนี้ออกมาแถมท่าทีก็เปลี่ยนไปจากข้างนอกเวลาอยู่ต่อหน้าสามคนข้างนอกปู่จะวางมาดน่ากลัวตลอด แต่ตอนนี้กับกำลังทำหน้าตาดีใจพร้อมกับถามฉันเรื่องของพี่แดนออกมา“ว่าไงล่ะเอ๊ะอย่าเงียบสิข้าถาม” ฉันละความคิดออกจากตัวเองที่เอาแต่ตั้งคำถามแล้วหันกลับมาตั้งสติตอบคนตรงหน้าที่เริ่มโมโหออกมาแล้วปู่กับหลานอารมณ์พอกันเลย“พี่เขาก็ขยันทำงานดีค่ะ” ฉันที่ไม่กล้าตอบด้านลบ ๆ ออกไปก็เลยพูดเรื่องดีแทน“แค่นี้? พูดมาสิข้อเสียมันมีอะไรบ้างไอ้เรื่องทำงานข้าเลี้ยงมันมาข้าก็ต้องสั่งสอนเรื่องนี้มาดีอยู่แล้ว” ปู่แกพูดด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ที่ฉันเอาแต่พูดชมหลานของเขาฉันเดาทางไม่ถูกละนะ“ให้หนูพูดข้อเสียเหรอคะ?” ฉันถามย้ำอีกครั้ง นี่เราไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม“ก็เออสิวะ!” ปู่เองก็ตอบออกมาด้วยเสียงที่ดังเหมือนกับกำลังโมโห“ถ้าข้อเสียก็คง...บ้างานไปหน่อยไม่สนใจความรู้สึกคนรอบข้างทำอะไรเกินตัวตลอดอย่างกับตัวเองเป็
“วันนี้คุณแดนดูมีความสุขจังเลยนะครับ” ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทันได้ฟังเสียงของลุงที่ดูแลสวนของบ้านพูดขึ้นมาพอดี“งั้นเหรอครับ” เขาตอบลุงคนนั้นพร้อมกับยิ้มแล้วหันมามองที่ฉัน เป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน จนฉันถึงกลับหยุดมองหน้าเขาไปนานหลายนาทีเลยตั้งแต่ที่ทำงานกับเขามา เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขายิ้มได้น่ารักแบบนี้ไม่สิฉันต้องอย่าหลงกลไม่รู้เขาจะแกล้งอะไรอีกหรือเปล่า“พี่แดน! ลบออกเลยนะ” ฉันรีบวิ่งตามเขาเข้าไปในบ้านเมื่ออีกฝ่ายวิ่งหนีเข้าไปให้บ้านก่อนฉันแดน Talk“โอ๊ย! หยุดก็ไม่บอก” ระหว่างที่ผมวิ่งหนีมิราเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้มองเลยว่ามีใครกำลังนั่งอยู่ตรงห้องรับแขกบ้าง และเมื่อเห็นว่ามีคนสำคัญนั่งอยู่ผมจึงต้องปรับตัวใหม่อัตโนมัติจนทำให้อีกคนที่วิ่งตามผมเข้ามาต้องมาชนเข้ากับหลังของผมแทน“ไงหลานรักดูมีความสุขจังเลยนะ” ผมปั้นหน้านิ่งแบบที่ชอบทำเมื่อคนตรงหน้าที่นั่งอยู่ตรงกลางโดยมีพ่อและแม่ผมนั่งทำหน้ากังวลกันคนละข้างอยู่จะเป็นปู่ที่เลี้ยงผมมาแต่เด็กปู่มักจะพูดกรอกหูผมตลอดว่าการมีความรักจะทำให้หน้าที่ของเราเสียเหมือนกับพ่อที่หนีไปกับแม่และย่าที่หนีปู่ไปเช่นกันจนปู่ถึงกับเสียการเสียง
“ว่าไง?” เขาถอนจูบออกเพื่อให้ฉันได้พักหายใจหายคอ แล้วเริ่มถามจี้ฉันอีกครั้งเพื่อให้ฉันตอบออกไปว่าตกลงจะยอมทำตามที่เขาบังคับมาไหมคือการตกลงคบกับเขาอย่างที่เขาพูดนั้นแหละ“เรื่องแบบนี้มันก็ต้องคะ...คิดกันก่อนสิคะ” ฉันดันหน้าอกของเขาเอาไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะก้มลงมาจูบอีกครั้งเมื่อฉันตอบไม่ตรงกับที่เขาต้องการสายตาของเขาเอาแต่มองมาที่ริมฝีปากของฉันจนฉันเริ่มขยับตัวไม่ถูกแล้ว“พี่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมิราก็ต้องนั่งให้พี่จูบอยู่แบบนี่เนี่ยแหละจนกว่าพี่จะได้คำตอบที่ต้องการ” เขาพูดอย่างเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็เริ่มรุกรานฉันขณะที่เรายังนั่งอยู่ในรถและในบ้านที่มีพ่อแม่ของเขาอยู่“ดะ...เดี๋ย- อื้อ” คำพูดของฉันถูกอีกคนกลืนกินไปเมื่อเขาประกับจูบลงมาอีกครั้ง ต่อให้ฉันใช้แรงดันเอาไว้อยู่ที่ตามแต่สุดท้ายแรงผู้ชาย ฉันก็ไม่สามารถสู้ได้“หรือมิราจะบอกว่าไม่ได้รักพี่?” เขาหยุดจูบแล้วเอ่ยถามฉัน“ใช่ค่ะ! มิราไม่ได้คิดกับพี่แบบนั้นเพราะงั้นปล่อยมิราได้แล้ว” เพื่อจบเรื่องนี้ฉันจึงต้องตอบโกหกออกไปพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นแทน“หึ ใบหน้าที่แดงเสียงเต้นของหัวใจและสุดท้ายสายตาที่ใช้มองพี่ เพียงแค่นี้ก็เป็นหลัก







