Compartilhar

Ep33

last update Data de publicação: 2026-05-08 00:30:57

นับเป็นเวลาหลายเดือนที่ฉันออกมาใช้ชีวิตคนเดียวไม่ว่าจะกิน เที่ยว หรือแม้แต่ตอนนอน การเดินทางครั้งนี้ของฉันคนเดียวเหมือนได้เปิดโลกใหม่ได้ทำในสิ่งที่ฉันไม่เคยทำนั่นก็คือการที่ฉันมาเป็นครูอาสาสอนหนังสือเด็ก ๆ อยู่หมู่บ้านบนดอย หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไร้ซึ่งความเจริญก้าวหน้า ไม่มีการพัฒนา ไม่มีสิ่งของอำนวยความสะดวก ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าจะใช้ ไม่มีความช่วยเหลือใด ๆ ไม่ว่าจากหน่วยงานไหนก็ตามผู้คนที่นี่อยู่กันอย่างกันดารต่างจากเมืองหลวงที่ฉันอยู่ริบหรี่

มาอยู่ที่แห่งนี้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง ฉันไม่คิดด้วยซ้ำว่าประเทศของเราจะยังมีคนที่ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างนี้จริง ๆ อีกทั้งยังมีเด็กที่ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาหรือได้รับความรู้อย่างเต็มที่เห็นได้ชัดถึงความเหลื่อมล้ำของประเทศนี้ ลองคิดดูสิถ้าคนกลุ่มนี้ เด็กกลุ่มนี้เขาได้รับโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐมันจะเกิดอะไรขึ้นเราอาจจะมีคนเก่งเพิ่มขึ้น วันหนึ่งเขาอาจจะเรียนจบไปเป็นหมอ เป็นครู หรือไม่ก็ได้ทำงานดี ๆ สิ่งเหล่านี้พวกเราทุกคนควรได้รับมันอย่างเท่าเทียมกันไม่ใช่เหรอ

มองดูเด็กที่นี่ มองดูชาวบ้านพวกนี้ฉันก็ได้แต่แอบเศร้าใจเมื่อไหร่โลกใบนี้มันถึงจะมีความเท่าเทียมกันสักที

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่อย่างหนึ่งเพราะเมื่อฉันบอกเล่าเรื่องราวของคนที่นี่ให้พ่อกับอาคีฟังท่านทั้งสองก็จัดการสั่งลูกน้องให้ขนข้าวของเครื่องใช้มาให้รวมถึงหนังสือหนังหาที่จะสอนเด็ก ๆ ของเล่นเสริมพัฒนาการ ลูกบอลที่ไว้แตะเล่นยามเย็น ห้องเรียนเล็ก ๆ บนดอยสูง รวมถึงพ่อกับอาคียังให้คนมาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และหาอาชีพให้ชาวบ้าน หาครูมาสอนหนังสือเด็ก ๆ แค่เห็นรอยยิ้มที่ปริ่มไปด้วยความสุขความดีใจของทุกคน คนให้แบบฉันก็น้ำตารื้นด้วยความปลื้มปิติเช่นกัน

ต้องขอบคุณอาดาที่ชี้แนะที่แห่งนี้ให้ฉัน ทำให้ฉันได้มาเห็นว่าประเทศของเรายังมีคนที่ด้อยโอกาสและรอคอยโอกาสอยู่อีกเยอะ ทำให้ฉันได้เรียนรู้และเข้าใจคำว่าชีวิตมากขึ้น

มันน่าเสียดายที่ฉันอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้เพราะมันถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว

"พี่ไปก่อนนะเด็ก ๆ แล้วพี่จะกลับมาเยี่ยมพวกเราบ่อย ๆ นะ" ฉันโบกมือลาเด็ก ๆ เก็บซ่อนน้ำตาแห่งความเสียใจเอาไว้บอกกับตัวเองว่าอย่าร้องไห้ออกมาให้เด็ก ๆ พวกนี้เห็นเด็ดขาด

"พี่สัญญานะว่าจะกลับมา" เด็กน้อยคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าฉัน ฉันมองนิ้วเล็ก ๆ ที่ยื่นมาให้พลันระบายยิ้มบาง ๆ ออกมาก่อนจะยื่นนิ้วของตัวเองเกี่ยวก้อยกับเด็กน้อยตรงหน้า

"พี่สัญญา" ฉันให้คำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมองหน้าเด็กพวกนี้ด้วยสีหน้าจริงจัง

"เดินทางปลอดภัยนะคะ"

"เดินทางปลอดภัยนะครับ"

"แล้วเจอกันนะเด็ก ๆ " โบกมือลาหันหลังเดินออกมาทั้งน้ำตา สัญญาเลยว่าฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้งแน่นอน

การเดินทางกลับกรุงเทพของฉันครั้งนี้ฉันไม่ได้ขับรถกลับเองค่ะแต่เป็นคนของพ่อที่ขับรถมารับ เมื่อพาตัวเองเข้ามาอยู่ในรถฉันก็หยิบโทรศัพท์ที่ฉันปิดตายตั้งแต่วันที่โดนต่อบอกเลิกออกมาเปิดใช้งานอีกครั้ง

ย้อนกลับไปสองเดือนก่อนหน้านั้นหลังจากที่ต่อเดินทางกลับไปทำงานได้เพียงหนึ่งเดือนเขาก็ส่งข้อความมาตัดความสัมพันธ์กับฉัน เขาให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ฉันรอและไม่อยากให้ฉันรู้สึกแย่ที่เขาไม่ค่อยมีเวลาให้ เขาบอกให้เราต่างคนต่างไป กลับไปใช้ชีวิตในแบบที่ตัวฉันและเขาต้องการดีกว่า เขาบอกกับฉันว่าพอเขาได้อยู่กับตัวเองมันก็ทำให้เขาคิดได้ว่าฉันกับเขาควรเป็นเพื่อนกันมากกว่า มากกว่าที่จะเป็นแฟนกัน โดนผู้ชายคนเดิมเทถึงสองครั้งความรู้สึกของฉันมันก็เฟลเอาการเหมือนกันค่ะแต่ฉันก็น้อมรับในการตัดสินใจของต่อและคิดว่าก็ดีแล้วเหมือนกันที่เขาซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองไม่ใช่ก็บอกว่าไม่ใช่ ไม่ใช่ยื้อคบกันต่อไปให้เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย อาจจะมีเศร้าบ้าง เสียใจบ้างแต่ฉันก็ไม่ได้ร้องไห้กับเรื่องนี้บางทีฉันจะอาจจะชินกับความรู้สึกพวกนี้แล้วก็ได้ ความรู้สึกที่เจอแต่ความผิดหวังตลอดมา

เมื่อเปิดโทรศัพท์ได้ทั้งข้อความเบอร์ที่โทรมาหรือแม้แต่ข้อความไลน์ก็เด้งแจ้งเตือนเข้ามาไม่หยุดจนโทรศัพท์ค้างฉันถึงกับต้องรีเครื่องใหม่อีกรอบ และข้อความส่วนใหญ่ก็จะเป็นของล่ามและเพื่อน ๆ ของฉัน

ฉันเมินข้อความล่ามเปิดอ่านข้อความของเพื่อนที่ส่งเข้ามาส่วนใหญ่เป็นการสอบถามมากกว่า ว่าฉันอยู่ไหนกับใครฉันเพียงแค่อ่านแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ข้อความของล่ามฉันก็ไว้แบบนั้นไม่อยากเปิดอ่านไม่อยากจะสนใจเพราะรู้ว่ายังไงข้อความของเขาก็ไม่พ้นถ้อยคำร้ายกาจและสารพัดคำขู่ให้ฉันกลับไปแน่นอน

ฉันเปิดเฟซบุ๊กที่ไม่ได้เล่นนานดูความเคลื่อนไหวแต่แล้วฉันก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเป็นปมด้วยความสงสัยกับรูปภาพของเหมยอิงที่เธอลงแล้วมันก็เด้งมาหน้าฟีดเฟซบุ๊กฉัน รูปที่เธอลงก็เป็นรูปภาพเธอที่ถ่ายหน้ากระจกดูเหมือนจะไม่มีอะไรแปลกไปแต่ลักษณะห้องนี่สิทำไมมันคลับคล้ายคลับคลาเหมือนฉันเคยเห็นที่ไหน มันเป็นสถานที่คุ้นตาที่ฉันเคยไปแต่ทว่านึกยังไงฉันก็นึกไม่ออก มันไม่ใช่ห้องของโรงแรม มันไม่ใช่ห้องที่คอนโดล่ามแต่มันเหมือนห้องของ.......เอิ่มมม

มันเหมือนห้องของพี่รันต์ยังไงยังงั้นเลย

ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่ ๆ ลักษณะห้องหรือแม้แต่เตียงนอนสีห้องโต๊ะข้างเตียงนั่นมันห้องพี่ชายฉันชัด ๆ แต่.....เหมยอิงจะไปอยู่ห้องพี่ชายฉันได้ยังไงกันมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้มันอาจจะไม่ใช่แบบที่ฉันคิด

เหมยอิงเป็นแฟนของล่ามจะไปอยู่ที่ห้องของพี่รันต์ได้ยังไงกัน ฉันอาจจะคิดมากไปห้องที่เธอถ่ายอาจจะเป็นห้องของเธอเองก็ได้

ห้องของเธอที่ดันคล้ายกับห้องที่คอนโดพี่ชายฉันทุกอย่าง

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ3

    กลับจากฮันนีมูนก็กลับมาลุยงานกันต่อ เวลาพักผ่อนนี่มันผ่านไปเร็วจริง ๆ เลยเนอะแตกต่างจากเวลาทำงานที่เวลามันผ่านไปอย่างเชื่องช้านึกว่าเต่าคลานยังไงยังงั้น การไปฮันนีมูนของฉันกับล่ามเป็นอะไรที่ดีมาก หื้มมจะเรียกว่าเราไปฮันนีมูนกันได้ไหมน้าในเมื่อความเป็นจริงเราไปปั้มเบบี้กันมามากกว่า บรรยากาศที่นั่นน่ะดีมาก ๆ สถานที่ก็เป็นใจ อาหารก็อร่อย ฉันอยากลาพักร้อนสักเก้าเดือนและถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากลาพักร้อนเร็ว ๆ นี้มันซะเลย พอกลับมาทำงานเวลาที่ฉันกับล่ามจะเจอกันก็ดูเหมือนจะน้อยลงไปทุกวันเพราะล่ามน่ะมีงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะมากต่างจากฉันที่ยังมีพ่อกับพี่รันต์คอยทำเองทุกอย่าง ฉันแค่ช่วยในส่วนที่เล็กน้อยน้อยมาก แต่ล่ามน่ะต้องรับผิดชอบเองคนเดียวทั้งหมด และที่บอกว่าเราเจอกันน้อยลงทุกวันน่ะเป็นเพราะว่าล่ามน่ะเลิกงานดึกมากบางครั้งเขากลับมาบ้านฉันก็หลับไปแล้ว ตื่นเช้ามาก็เจอกันแค่แป๊บ ๆ แต่ต่อให้ฉันกับเขาจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันล่ามน่ะก็ไม่มีเรื่องผู้หญิงเข้ามาทำให้ฉันปวดหัวเลยค่ะเอ๊ะหรือว่าฉันจับไม่ได้กันแน่น้า และเนื่องจากเวลาที่ไม่ค่อยตรงกันวันนี้ล่ามเลยอาสามารับไปฉันกินข้าวเที่ยงเพราะวันนี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ2

    แต่งงานกันมาจะครบหนึ่งปีแต่ฉันกับล่ามยังไม่เคยไปฮันนีมูนตามประสาคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกันเลยสักครั้งด้วยภาระหน้าที่การงานที่ฉันกับเขาต้องดูแลกันมันเพิ่มมากขึ้น ด้วยความที่ล่ามเป็นลูกคนเดียวและตอนนี้อาคีก็ได้ให้ล่ามเป็นคนดูแลงานในบริษัทเองทั้งหมดโดยมีอาคีคอยหนุนหลังอยู่ห่าง ๆ นั่นแปลว่าจากที่เคยรับผิดชอบชีวิตพนักงานแค่ครึ่งหนึ่งตอนนี้ล่ามกลายเป็นที่พึ่งพึงของพนักงานทั้งหมด มองดูเขาในตอนนี้กับเขาในตอนนั้นก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองอยู่เหมือนกันว่าคนอย่างล่ามจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ จากที่เขาเคยดูจริงจังกับงานตอนนี้เขาดูจริงมากขึ้นเป็นร้อยเท่า จากเป็นคนใจร้อนก็ดูใจเย็นลงจนน่าเหลือเชื่อ เขาคิดก่อนพูดอยู่เสมอและฟังเหตุผลของคนอื่นมากขึ้น เวลานี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ฉันที่แต่งตัวเสร็จก่อนล่ามก็ออกมาทำมื้อเช้ารอเขาเมื่อทำเสร็จฉันก็ยกมื้อเช้ามาวางไว้ให้ล่ามก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อีกฝั่งหยิบไอแพดคู่ใจขึ้นมาตรวจงาน ฟอด นั่งตรวจงานเพลิน ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากเรียวกดจูบหนัก ๆ ที่แก้มนวลของฉัน "ชื่นใจจัง" ไม่ว่าเปล่าล่ามยังฉีกยิ้มร่าก่อนจะยื่นแก้มเข้าหาให้ฉันหอม

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ1

    หลังจากที่ฉันกลับมาคืนดีกับล่าม เรียกว่าคืนดีได้ใช่ไหมคะ ทุกคนจะไม่หมั่นไส้เบะปากใส่ฉันใช่ไหมฮ่าฮ่า ก็ตามนั่นแหละค่าเพราะหลังจากที่ฉันคืนดีกับล่ามได้ไม่นาน แม่ของฉันที่รอคอยเวลานี้มานานก็ไม่รอช้าที่จะจับฉันกับล่ามแต่งงานกันเหตุผลง่าย ๆ ที่แม่ฉันรีบขนาดนั้นก็เพราะว่าท่านกลัวฉันเปลี่ยนใจและที่สำคัญไปกว่านั้นเริ่มมีคนเอาเรื่องของฉันกับล่ามไปนินทาในทางเสีย ๆ หาย ๆ แม่ฉันก็เลยจัดการจัดงานแต่งให้ฉันกับล่ามสยบขี้ปากชาวบ้านซะเลยโดยที่ไม่มีใครเอ่ยคัดค้านใด ๆ ทุกคนต่างพากันพร้อมใจเห็นด้วยกับแม่ฉันทุกคน และคนที่ดูดีใจออกนอกหน้ากว่าใครเห็นทีว่าก็น่าจะไม่พ้นล่ามอยู่ดีรายนั้นน่ะดีใจยิ่งกว่าอะไรเสียอีก หลังจากจบงานแต่งงานของเราฉันกับล่ามก็ตัดสินใจย้ายออกจากบ้านมาอยู่คอนโดด้วยกันสองคนตามลำพังเนื่องจากทั้งฉันและเขาต่างคนต่างต้องการความเป็นส่วนตัวเราเลยลงความเห็นร่วมกันว่าออกมาซื้อคอนโดใหม่อยู่ด้วยกันสองคนดีกว่า และที่ฉันกับล่ามตัดสินใจซื้อคอนโดใหม่แทนบ้านใหม่นั่นก็เพราะว่าเราต่างก็มีบ้านที่หลังใหญ่อยู่แล้วไม่รู้ว่าจะซื้อบ้านใหม่ให้เปลืองตังค์เพิ่มไปทำไมเพราะยังไงในอนาคตเราก็ต่างต้องย้ายกลับไปอยู่บ

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep45 end

    ฉันบอกแล้วว่าคนไงว่าคนอย่างล่ามไม่มีทางลดตัวลงมาทำอะไรแบบที่ฉันขอไปแน่ ๆ เพราะนี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วฉันยังไม่เห็นว่าเขาจะมาขมาแบบที่ฉันขอไปเลยทั้งที่ฉันกับเขาเราเจอหน้ากันทุกวัน ทั้งที่เขามาตามง้อฉันอยู่ตลอดแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะทำแบบนั้นมีแต่คำขอโทษ ขอโอกาสที่เขาพูดกรอกหูฉันทุกวันจนฉันหลอนคำพูดพวกนั้นไปเสียแล้ว วันนี้ฉันมาทำงานที่บริษัทกับพี่รันต์หลังจากที่ล่ามรักษาตัวจนหายดีเขาก็กลับมาทำงานของเขา พี่รันต์ก็กลับมาทำงานของตัวเอง และพี่รันต์บอกกับฉันว่าวันนี้เพื่อนของเขาจะเข้ามาคุยงานเลยอยากให้ฉันเข้าร่วมรับฟังและเรียนรู้งานจากตรงนี้ด้วย ดังนั้นในตอนนี้ฉันเลยต้องมานั่งอยู่ในห้องทำงานของพี่รันต์ ด้านหน้าของฉันมีเพื่อนพี่รันต์กับเหมยอิงนั่งอยู่ ฟังไม่ผิดค่ะเหมยจริง ๆ ในขณะที่คนอื่นเขาคุยงานกันเหมยอิงเธอก็นั่งกินมะม่วงอย่างหน้าตาเฉยโดยที่สายตาของเธอก็เอาแต่จ้องหน้าฉันไม่วางตา คราแรกที่เดินเข้ามาแล้วเห็นเธอนั่งอยู่ยอมรับว่าฉันตกใจมาก ๆ และฉันก็ต้องตกใจเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าเธอท้อง "งั้นเดียวแกนั่งคุยกับเหมยอิงไปก่อนนะพี่จะพาไอ้เทียนไปพบพ่อ" เมื่อคุยงานกันอย่างลงตัวพี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep44

    "ฉันไม่ได้โกรธ" ฉันบอกออกไปเสียงเรียบ ล่ามที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะเลือนหายเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของฉัน "แต่ฉันเกลียดนายต่างหาก" "........" เขานิ่งลงไปเลยเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้นก่อนที่เขาจะระบายยิ้มฝืด ๆ ออกมา เมื่อเห็นว่าล่ามนิ่งฉันเองก็นิ่งตามเขาไปด้วยเหมือนกันระหว่างที่นั่งมองหน้ากันอยู่นั้นฉันอดไม่ได้ที่จะเบนสายตามองสำรวจร่างกายของล่ามว่าเขายังเป็นอะไรตรงไหนไหมแต่พอเห็นว่าร่างกายของเขาตอนนี้กลับมาเป็นปกติทุกอย่าง "เฮ้อ" ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ "เป็นห่วงฉันเหรอ" ฉันชะงักกับคำถามนี้ของล่าม ฉันแสร้งชักสีหน้าใส่ล่ามกลบเกลื่อนอาการเล่อล่าของตัวเองที่เผลอไปแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงจนโดนเขาจับได้ "ใครมันจะไปเป็นห่วงนาย คนอย่างนายตายซะได้ก็ดี" ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่อรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป หน้าล่ามเองก็สลดไปเลยเหมือนกันเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้น "ขะ ขอ" "เธอเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ" ฉันที่กำลังจะเอ่ยขอโทษล่ามก็ต้องชะงักเมื่อล่ามเขาพูดสวนขึ้นมา ล่ามถามฉันน้ำเสียงแผ่วเบาสีหน้าเขามันดูเจื่อนลงไปมากจนฉันสัมผัสได

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep43

    หลายวันแล้วที่ฉันเอาแค่หมกตัวยุ่งอยู่แต่กับการทำงาน ในระหว่างที่ล่ามพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลพ่อของฉันก็เลยให้พี่รันต์เข้าไปช่วยงานอาคีชั่วคราวเพราะว่าตอนนี้งานที่บริษัทอาคีค่อนข้างยุ่งเนื่องจากมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องทำร่วมกับบริษัทของพ่อฉันและเพื่อนคนอื่น ๆ ซึ่งในส่วนนี้อาคีได้มอบหมายให้ล่ามรับหน้าที่ดูแลแต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันเลยทำให้แผนงานต่าง ๆ ที่วางไว้ชะงักลงไป ทั้งพ่อ อาคี และคนอื่น ๆ เลยร่วมกันหาลือว่าระหว่างที่ล่ามพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลก็ให้พี่รันต์ดูแลงานแทนไปก่อน "ล่ามออกจากโรงพยาบาลแล้วนะลูกไม่ไปเยี่ยมเขาหน่อยหรือไง ตอนเขาอยู่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเขาจะใจจืดใจดำลกับล่ามมันไปถึงไหนกัน" ฉันเงยหน้าจากหน้าจอแมคบุ๊คขึ้นมามองแม่ที่นั่งปอกผลไม้อยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉัน หลังจากที่ฉันทะเลาะกับแม่เรื่องฉันกับล่ามเมื่อครานั้นตอนนี้ฉันกับแม่ก็กลับมาคุยกันปกติ กลับมารักกันเหมือนเดิมแต่ก็จะมีบ้างบางครั้งที่แม่บ่นฉันเรื่องของล่ามเสมอ ท่านมักบอกว่าฉันมันใจจืดใจดำขนาดล่ามนอนเจ็บปางตายฉันก็ไม่คิดจะไปเหลียวแลเขาสักนิดซึ่งฉันก็ไม่คิดจะตอบโต้อะไรปล่อยให้แม่พูดไปคนเดียวเพราะต่อให้แม่

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status