Compartilhar

Ep35

last update Data de publicação: 2026-05-08 00:31:33

"แล้วกินไรมารึยัง"

"ยัง" ฉันตอบพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธให้กับคำถามพี่รันต์อย่าว่ายังงั้นยังงี้เลยค่ะตั้งแต่ตื่นนอนมามีแค่นมกล่องเดียวเท่านั้นที่ตกถึงท้องของฉัน

"งั้นก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำอาบท่า พี่จะได้ไปบอกป้าอุ่นให้ตั้งโต๊ะรอ"

"โอเคค่าา" ฉันลากเสียงยาวก่อนจะพยักหน้าตอบรับคำของพี่รันต์จากนั้นก็ลุกจากโซฟาเดินมาหยิบกระเป๋าที่คนขับรถยกมาวางไว้ให้ในบ้าน

ฉันเอื้อมมือจะคว้ากระเป๋ามาจับไว้แต่ทว่าจู่ ๆ ก็มีมือปริศนามาชิงคว้ากระเป๋าตัดหน้าฉันเสียก่อน

"กลับมาได้แล้วเหรอแม่ตัวดี" ล่ามเค้นเสียงถามฉันอย่างเหลืออดแววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยโกรธ ฉันไม่รู้ว่าเขามาตั้งแต่ตอนไหนเพราะตอนที่ฉันนั่งอยู่กับพี่รันต์ฉันก็ไม่ได้ยินเสียงรถของล่ามขับเข้ามาหรือแม้แต่ตอนที่ล่ามเดินเข้ามาในบ้านฉันก็ไม่เห็น

เพราะถ้าฉันเห็นฉันคงชิงหนีเขาก่อนแล้วแน่ ๆ ดูสีหน้าและแววตาของล่ามตอนนี้สิมันดูน่ากลัวกว่าครั้งก่อน ๆ เป็นร้อยเท่าพันเท่าแววตาที่มองฉันอย่างจะฆ่าแกงกัน ไหนจะท่าทางที่พร้อมจะกระโจนใส่ฉันตลอดเวลา

และตอนนี้ฉันก็สงสัยมากว่าล่ามรู้ได้ยังไงว่าฉันกลับบ้านวันนี้ มีใครบอกเขาหรือมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่เขาดันมาเจอฉันที่นี่ แต่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นข้อแรกมากกว่ามันต้องมีคนบอกล่ามแน่ ๆ

"หนีกูสนุกไหม"

"เอากระเป๋าฉันคืนมา" ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของล่ามเค้นเสียงบอกเขาให้คืนกระเป๋าฉันมาสักที ล่ามนิ่งเฉยเขาไม่ยอมคืนกระเป๋ามาให้ฉันพอฉันจะยื่นมือไปแย่งเขาก็ลากระเป๋าหนีจนฉันต้องชักสีหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจ

"มึงจะเอากระเป๋าไปทำไม มึงจะหนีกูไปไหนอีกเรยา" ล่ามจ้องหน้าฉันเขม็ง

"ฉันจะไปไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ" ฉันเลิกคิ้วถามเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้ "อย่าสาระแนไปหน่อยเลยล่าม"

กรอด

เสียงกัดฟันกรอดของล่ามดังเล็ดลอดออกมาให้ฉันได้ยิน เส้นเลือดของเขาปูดโปนเนื่องจากพยายามระงับอารมณ์เดือดดาลไม่ให้มันปะทุออกมา

"เอากระเป๋าฉันคืนมาได้แล้ว" ฉันบอกเขาเสียงนิ่งมองสบสายตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ล่ามนิ่งเฉยไม่ยอมส่งกระเป๋ากลับมาให้ฉันก่อนที่เขาจะเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

"อยากได้กระเป๋าคืนหนักใช่ไหม" เขาเลิกคิ้วถามฉัน

"เอากระเป๋าฉันมา" ฉันกดเสียงต่ำบอกเขา

"ได้" สิ้นสุดคำพูดของล่ามกระเป๋าเดินทางของฉันก็ลอยละลิ่วอยู่ในอากาศก่อนที่มันจะตกกระแทกลงกับพื้นในเวลาต่อมา

ตุบ

ฉันเบิกตากว้างมองกระเป๋าเดินทางของฉันที่โดนล่ามโยนทิ้งด้วยความตกใจ เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ร่วมถึงของระลึกต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ บนดอยตั้งใจทำให้ฉันกระจัดกระจายออกมาเกลื่อนพื้นบ้านเต็มไปหมด

ฉันช้อนสายตามองตัวต้นเหตุด้วยความโกรธ

โยนกระเป๋าเดียวไม่พอล่ามยังคว้ากระเป๋าอีกสองใบที่วางอยู่ข้าง ๆ ใบแรกโยนออกนอกบ้านไปด้วย"

"มันจะมากไปแล้วนะล่าม"

"อยากจะหนีฉันอีกก็คลานเข่ามาเก็บเสื้อผ้าเธอสิ" ล่ามชี้นิ้วไปที่กองเสื้อผ้าของฉันก่อนจะแสยะยิ้มร้ายกาจออกมา

ฉันละเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ของมันจริง ๆ จากที่หน้าตาดูชั่วช้าอยู่แล้วพอมีรอยยิ้มร้ายกาจประดับหน้าแบบนั้นมันก็ยิ่งทำให้เขาดูเลวเพิ่มขึ้นไปอีก

ฉันมองหน้าล่ามมันอย่างเอือมระอาพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกลับมาแทนที่จะได้พักจากการเดินทางมาเหนื่อย ๆ ฉันกลับต้องมาเจออะไรก็ไม่รู้ พอฉันตั้งท่าจะเดินหนีขึ้นห้องล่ามก็ตามมาคว้าตัวฉันไว้

"อะไรนักหนาล่าม ปล่อย" ฉันพูดด้วยความไม่พอใจกดเสียงต่ำบอกเขาให้ปล่อยฉันสักที แต่แล้วก็ฉันชะงักเมื่อจู่ ๆ ล่ามก็ดึงฉันเข้าไปกอดไว้จนแน่นชนิดที่ว่าฉันไม่สามารถดิ้นหลุดออกจากอ้อมกอดเขาได้ "ปล่อยฉันนะล่ามอย่าทำแบบนี้" ฉันดิ้นขลุกขลักไม่ยอมให้ล่ามกอดฉันดี ๆ

"คิดถึง" ก่อนที่ฉันจะนิ่งงันไปกับคำพูดนี้ของล่าม น้ำเสียงของเขามันแผ่วเบาในยามที่พูดคำนั้นออกมา "คิดถึงมากเลยรู้ไหม ทำไมต้องหนีกันไปด้วย"

"ยังต้องถามอีกเหรอถ้าไม่ใช่เพราะนายมันเลวฉันคงไม่หนีนายไปหรอกล่าม" ตอนที่ได้ยินคำว่าคิดถึงออกจากปากของล่ามหัวใจของฉันเต้นระส่ำจนแทบจะทะลุออกมาด้วยความที่ไม่คิดว่าล่ามจะพูดคำนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันเองก็แอบรู้สึกดีไม่น้อยเลยกับคำพูดนั้นแต่สมองของฉันมันบอกว่าถ้าไม่อยากเจ็บแบบที่ผ่านมาอย่าได้เผลอไผลให้กับคำพูดของผู้ชายคนนี้อีกเด็ดขาด

"ขอโทษ" ล่ามเอ่ยขอโทษฉันพลันกระชับกอดฉันแน่นจนฉันรู้สึกหายใจไม่ออก

"ปล่อยฉันสักทีเถอะล่าม นายกอดฉันแน่นไปแล้วนะฉันหายใจไม่ออก" เมื่อฉันบอกแบบนี้ล่ามเลยยอมที่จะคลายกอดออกให้แต่เขาไม่ยอมผละออกไปจากร่างกายฉัน ล่ามจับใบหน้าฉันล็อกไว้ไม่ให้ฉันเบนหน้าหนีสายตาคมกริบดุจดั่งเหยี่ยวของเขาที่มองมา

"ไม่หนีกันแล้วได้ไหมเรยา ฉันตามหาเธอจนแทบจะเป็นบ้าเลย ฉันไม่ชอบความรู้สึกที่ไม่มีเธออยู่ใกล้ ๆ มันทั้งคิดถึง มันทั้งโหยหาเธอรู้บ้างไหม" ฉันจ้องลึกเข้าไปในแววตาของล่ามซึ่งเขาเองก็สู้สายตาฉันกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "อย่าหนีฉันอีกได้ไหม"

ความรู้สึกของฉันมันหวั่นไหวไปกับสัมผัสและคำพูดของล่ามแต่ทว่าสมองของฉันมันกลับต่อต้านไม่ให้ฉันเชื่อคำพูดของล่ามเด็ดขาด

ก่อนหน้านี้เขายังฟาดงวงฟาดงาใส่ฉันอยู่เลย ไหงตอนนี้เขาถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนขนาดนี้กัน

"เลิกพล่ามสักทีเถอะล่ามฉันไม่อยากฟัง" ฉันใช้แรงทั้งหมดที่มีของตัวเองผลักล่ามออกหากหางตาของฉันเหลือบไปเห็นพี่รันต์ที่ยืนกอดอกมองฉันกับล่ามทะเลาะกันอยู่

'ไม่คิดจะเข้ามาช่วยน้องหน่อยหรือไงไอ้พี่บ้า' ฉันก่นด่าพี่รันต์ในใจยืนนิ่งทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนไปได้ถ้าเกิดว่าล่ามมันลากฉันไปทำมิดีมิร้ายขึ้นมาจะทำยังไง

"เราลองมาคบกันไหมเรยา" ฉันขมวดคิ้วมองล่ามที่พูดประโยคเมื่อกี้ออกมา รู้สึกตกใจไม่น้อยเหมือนกันที่เขาเอ่ยคำนั้นออกมา ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนที่เอ่ยปากขอฉันคบทั้งที่เขาเป็นคนปฏิเสธความรู้สึกของฉันตลอดมา

ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงตอบตกลงอย่างไม่ลังเลแล้วล่ะ และต่อให้วันนี้ฉันยังมีความรู้สึกให้เขาอยู่แต่เรื่องราวระหว่างเราที่ผ่านมามันทำให้ความคิดฉันเปลี่ยนไปแล้ว

ต่อให้ยังรักเขาอยู่ ต่อให้วันนี้เราจะรู้สึกเหมือนกัน

แต่ทว่าความสัมพันธ์ของเราก็ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่ดี

"ขอโทษนะล่าม ตอนนี้ฉันไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นกับนายอีกแล้ว"

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ3

    กลับจากฮันนีมูนก็กลับมาลุยงานกันต่อ เวลาพักผ่อนนี่มันผ่านไปเร็วจริง ๆ เลยเนอะแตกต่างจากเวลาทำงานที่เวลามันผ่านไปอย่างเชื่องช้านึกว่าเต่าคลานยังไงยังงั้น การไปฮันนีมูนของฉันกับล่ามเป็นอะไรที่ดีมาก หื้มมจะเรียกว่าเราไปฮันนีมูนกันได้ไหมน้าในเมื่อความเป็นจริงเราไปปั้มเบบี้กันมามากกว่า บรรยากาศที่นั่นน่ะดีมาก ๆ สถานที่ก็เป็นใจ อาหารก็อร่อย ฉันอยากลาพักร้อนสักเก้าเดือนและถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากลาพักร้อนเร็ว ๆ นี้มันซะเลย พอกลับมาทำงานเวลาที่ฉันกับล่ามจะเจอกันก็ดูเหมือนจะน้อยลงไปทุกวันเพราะล่ามน่ะมีงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะมากต่างจากฉันที่ยังมีพ่อกับพี่รันต์คอยทำเองทุกอย่าง ฉันแค่ช่วยในส่วนที่เล็กน้อยน้อยมาก แต่ล่ามน่ะต้องรับผิดชอบเองคนเดียวทั้งหมด และที่บอกว่าเราเจอกันน้อยลงทุกวันน่ะเป็นเพราะว่าล่ามน่ะเลิกงานดึกมากบางครั้งเขากลับมาบ้านฉันก็หลับไปแล้ว ตื่นเช้ามาก็เจอกันแค่แป๊บ ๆ แต่ต่อให้ฉันกับเขาจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันล่ามน่ะก็ไม่มีเรื่องผู้หญิงเข้ามาทำให้ฉันปวดหัวเลยค่ะเอ๊ะหรือว่าฉันจับไม่ได้กันแน่น้า และเนื่องจากเวลาที่ไม่ค่อยตรงกันวันนี้ล่ามเลยอาสามารับไปฉันกินข้าวเที่ยงเพราะวันนี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ2

    แต่งงานกันมาจะครบหนึ่งปีแต่ฉันกับล่ามยังไม่เคยไปฮันนีมูนตามประสาคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกันเลยสักครั้งด้วยภาระหน้าที่การงานที่ฉันกับเขาต้องดูแลกันมันเพิ่มมากขึ้น ด้วยความที่ล่ามเป็นลูกคนเดียวและตอนนี้อาคีก็ได้ให้ล่ามเป็นคนดูแลงานในบริษัทเองทั้งหมดโดยมีอาคีคอยหนุนหลังอยู่ห่าง ๆ นั่นแปลว่าจากที่เคยรับผิดชอบชีวิตพนักงานแค่ครึ่งหนึ่งตอนนี้ล่ามกลายเป็นที่พึ่งพึงของพนักงานทั้งหมด มองดูเขาในตอนนี้กับเขาในตอนนั้นก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองอยู่เหมือนกันว่าคนอย่างล่ามจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ จากที่เขาเคยดูจริงจังกับงานตอนนี้เขาดูจริงมากขึ้นเป็นร้อยเท่า จากเป็นคนใจร้อนก็ดูใจเย็นลงจนน่าเหลือเชื่อ เขาคิดก่อนพูดอยู่เสมอและฟังเหตุผลของคนอื่นมากขึ้น เวลานี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ฉันที่แต่งตัวเสร็จก่อนล่ามก็ออกมาทำมื้อเช้ารอเขาเมื่อทำเสร็จฉันก็ยกมื้อเช้ามาวางไว้ให้ล่ามก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อีกฝั่งหยิบไอแพดคู่ใจขึ้นมาตรวจงาน ฟอด นั่งตรวจงานเพลิน ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากเรียวกดจูบหนัก ๆ ที่แก้มนวลของฉัน "ชื่นใจจัง" ไม่ว่าเปล่าล่ามยังฉีกยิ้มร่าก่อนจะยื่นแก้มเข้าหาให้ฉันหอม

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ1

    หลังจากที่ฉันกลับมาคืนดีกับล่าม เรียกว่าคืนดีได้ใช่ไหมคะ ทุกคนจะไม่หมั่นไส้เบะปากใส่ฉันใช่ไหมฮ่าฮ่า ก็ตามนั่นแหละค่าเพราะหลังจากที่ฉันคืนดีกับล่ามได้ไม่นาน แม่ของฉันที่รอคอยเวลานี้มานานก็ไม่รอช้าที่จะจับฉันกับล่ามแต่งงานกันเหตุผลง่าย ๆ ที่แม่ฉันรีบขนาดนั้นก็เพราะว่าท่านกลัวฉันเปลี่ยนใจและที่สำคัญไปกว่านั้นเริ่มมีคนเอาเรื่องของฉันกับล่ามไปนินทาในทางเสีย ๆ หาย ๆ แม่ฉันก็เลยจัดการจัดงานแต่งให้ฉันกับล่ามสยบขี้ปากชาวบ้านซะเลยโดยที่ไม่มีใครเอ่ยคัดค้านใด ๆ ทุกคนต่างพากันพร้อมใจเห็นด้วยกับแม่ฉันทุกคน และคนที่ดูดีใจออกนอกหน้ากว่าใครเห็นทีว่าก็น่าจะไม่พ้นล่ามอยู่ดีรายนั้นน่ะดีใจยิ่งกว่าอะไรเสียอีก หลังจากจบงานแต่งงานของเราฉันกับล่ามก็ตัดสินใจย้ายออกจากบ้านมาอยู่คอนโดด้วยกันสองคนตามลำพังเนื่องจากทั้งฉันและเขาต่างคนต่างต้องการความเป็นส่วนตัวเราเลยลงความเห็นร่วมกันว่าออกมาซื้อคอนโดใหม่อยู่ด้วยกันสองคนดีกว่า และที่ฉันกับล่ามตัดสินใจซื้อคอนโดใหม่แทนบ้านใหม่นั่นก็เพราะว่าเราต่างก็มีบ้านที่หลังใหญ่อยู่แล้วไม่รู้ว่าจะซื้อบ้านใหม่ให้เปลืองตังค์เพิ่มไปทำไมเพราะยังไงในอนาคตเราก็ต่างต้องย้ายกลับไปอยู่บ

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep45 end

    ฉันบอกแล้วว่าคนไงว่าคนอย่างล่ามไม่มีทางลดตัวลงมาทำอะไรแบบที่ฉันขอไปแน่ ๆ เพราะนี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วฉันยังไม่เห็นว่าเขาจะมาขมาแบบที่ฉันขอไปเลยทั้งที่ฉันกับเขาเราเจอหน้ากันทุกวัน ทั้งที่เขามาตามง้อฉันอยู่ตลอดแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะทำแบบนั้นมีแต่คำขอโทษ ขอโอกาสที่เขาพูดกรอกหูฉันทุกวันจนฉันหลอนคำพูดพวกนั้นไปเสียแล้ว วันนี้ฉันมาทำงานที่บริษัทกับพี่รันต์หลังจากที่ล่ามรักษาตัวจนหายดีเขาก็กลับมาทำงานของเขา พี่รันต์ก็กลับมาทำงานของตัวเอง และพี่รันต์บอกกับฉันว่าวันนี้เพื่อนของเขาจะเข้ามาคุยงานเลยอยากให้ฉันเข้าร่วมรับฟังและเรียนรู้งานจากตรงนี้ด้วย ดังนั้นในตอนนี้ฉันเลยต้องมานั่งอยู่ในห้องทำงานของพี่รันต์ ด้านหน้าของฉันมีเพื่อนพี่รันต์กับเหมยอิงนั่งอยู่ ฟังไม่ผิดค่ะเหมยจริง ๆ ในขณะที่คนอื่นเขาคุยงานกันเหมยอิงเธอก็นั่งกินมะม่วงอย่างหน้าตาเฉยโดยที่สายตาของเธอก็เอาแต่จ้องหน้าฉันไม่วางตา คราแรกที่เดินเข้ามาแล้วเห็นเธอนั่งอยู่ยอมรับว่าฉันตกใจมาก ๆ และฉันก็ต้องตกใจเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าเธอท้อง "งั้นเดียวแกนั่งคุยกับเหมยอิงไปก่อนนะพี่จะพาไอ้เทียนไปพบพ่อ" เมื่อคุยงานกันอย่างลงตัวพี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep44

    "ฉันไม่ได้โกรธ" ฉันบอกออกไปเสียงเรียบ ล่ามที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะเลือนหายเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของฉัน "แต่ฉันเกลียดนายต่างหาก" "........" เขานิ่งลงไปเลยเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้นก่อนที่เขาจะระบายยิ้มฝืด ๆ ออกมา เมื่อเห็นว่าล่ามนิ่งฉันเองก็นิ่งตามเขาไปด้วยเหมือนกันระหว่างที่นั่งมองหน้ากันอยู่นั้นฉันอดไม่ได้ที่จะเบนสายตามองสำรวจร่างกายของล่ามว่าเขายังเป็นอะไรตรงไหนไหมแต่พอเห็นว่าร่างกายของเขาตอนนี้กลับมาเป็นปกติทุกอย่าง "เฮ้อ" ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ "เป็นห่วงฉันเหรอ" ฉันชะงักกับคำถามนี้ของล่าม ฉันแสร้งชักสีหน้าใส่ล่ามกลบเกลื่อนอาการเล่อล่าของตัวเองที่เผลอไปแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงจนโดนเขาจับได้ "ใครมันจะไปเป็นห่วงนาย คนอย่างนายตายซะได้ก็ดี" ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่อรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป หน้าล่ามเองก็สลดไปเลยเหมือนกันเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้น "ขะ ขอ" "เธอเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ" ฉันที่กำลังจะเอ่ยขอโทษล่ามก็ต้องชะงักเมื่อล่ามเขาพูดสวนขึ้นมา ล่ามถามฉันน้ำเสียงแผ่วเบาสีหน้าเขามันดูเจื่อนลงไปมากจนฉันสัมผัสได

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep43

    หลายวันแล้วที่ฉันเอาแค่หมกตัวยุ่งอยู่แต่กับการทำงาน ในระหว่างที่ล่ามพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลพ่อของฉันก็เลยให้พี่รันต์เข้าไปช่วยงานอาคีชั่วคราวเพราะว่าตอนนี้งานที่บริษัทอาคีค่อนข้างยุ่งเนื่องจากมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องทำร่วมกับบริษัทของพ่อฉันและเพื่อนคนอื่น ๆ ซึ่งในส่วนนี้อาคีได้มอบหมายให้ล่ามรับหน้าที่ดูแลแต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันเลยทำให้แผนงานต่าง ๆ ที่วางไว้ชะงักลงไป ทั้งพ่อ อาคี และคนอื่น ๆ เลยร่วมกันหาลือว่าระหว่างที่ล่ามพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลก็ให้พี่รันต์ดูแลงานแทนไปก่อน "ล่ามออกจากโรงพยาบาลแล้วนะลูกไม่ไปเยี่ยมเขาหน่อยหรือไง ตอนเขาอยู่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเขาจะใจจืดใจดำลกับล่ามมันไปถึงไหนกัน" ฉันเงยหน้าจากหน้าจอแมคบุ๊คขึ้นมามองแม่ที่นั่งปอกผลไม้อยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉัน หลังจากที่ฉันทะเลาะกับแม่เรื่องฉันกับล่ามเมื่อครานั้นตอนนี้ฉันกับแม่ก็กลับมาคุยกันปกติ กลับมารักกันเหมือนเดิมแต่ก็จะมีบ้างบางครั้งที่แม่บ่นฉันเรื่องของล่ามเสมอ ท่านมักบอกว่าฉันมันใจจืดใจดำขนาดล่ามนอนเจ็บปางตายฉันก็ไม่คิดจะไปเหลียวแลเขาสักนิดซึ่งฉันก็ไม่คิดจะตอบโต้อะไรปล่อยให้แม่พูดไปคนเดียวเพราะต่อให้แม่

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status