Masukคฤหาสน์ตระกูลวิมลเกียรติยศในเช้าวันนี้ดูเงียบเหงาผิดปกติสำหรับไอรีน หญิงสาวซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แม้แสงแดดจะสาดส่องเข้ามาในห้องแต่เธอกลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก ความทรงจำเมื่อคืนยังคงตามหลอกหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับภาพยนตร์สยองขวัญที่ไม่มีวันจบสิ้น
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นทำเอาไอรีนสะดุ้งสุดตัว หัวใจที่อ่อนล้าเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก "ไอรีนลูก ตื่นหรือยังจ๊ะ? วันนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวให้พี่เอกไปส่งนะ" เสียงคุณหญิงรดาดังผ่านบานประตูเข้ามาอย่างอ่อนโยน ไอรีนกลั้นหายใจ น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลเมื่อครู่กลับรื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ค่ะแม่... ไอรีนกำลังจะลุกค่ะ วันนี้ไอรีนขอไปเองนะคะ อยากลองนั่งรถไฟฟ้าดูบ้าง" "เอาอย่างนั้นเหรอ? แต่อย่ากลับดึกนะลูก ช่วงนี้เห็นข่าวมาเฟียมีเรื่องกันบ่อย แม่เป็นห่วง" "ค่ะแม่... ไอรีนจะรีบกลับค่ะ" เมื่อเสียงฝีเท้าของผู้เป็นมารดาเดินห่างออกไป ไอรีนก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ร่างกายที่บอบช้ำเตือนให้รู้ว่าเธอยังคงเจ็บปวดจากสัมผัสที่รุนแรงของชายแปลกหน้าคนนั้น เธอไม่รู้เลยว่าการที่เธอลืมบัตรนักศึกษาไว้ที่โรงแรมจะนำหายนะมาสู่ชีวิตที่เธอพยายามจะรักษามันเอาไว้ ... ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลใหญ่ของคิริน ชายหนุ่มนั่งมองบัตรประจำตัวนักศึกษาใบเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง ดวงตาคมกริบจ้องมองรูปถ่ายของหญิงสาวในบัตรด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาไม่ได้มองเธอเป็นเพียงเหยื่อชั่วคราวอีกต่อไป แต่ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาก็ยังอธิบายไม่ได้กำลังก่อตัวขึ้น "นายครับ... ได้ข้อมูลของเธอมาแล้วครับ ไอรีน วิมลเกียรติยศ เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าของธุรกิจส่งออกรายใหญ่ของประเทศ อยู่ในตระกูลที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวงลูกสาวครับ" ลูกน้องคนสนิทรายงาน คิรินจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ควันสีเทาฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง "หวงนักงั้นเหรอ... ก็น่าสนใจดี" เขาไม่ได้บอกให้น้องชายแฝดของเขาอย่าง 'คิรัน' รับรู้เรื่องนี้ คิรันเป็นคนที่ใจร้อนและรักความสนุกเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าหากน้องชายเขารู้ว่าเขามีของเล่นที่น่าสนใจแบบนี้ คิรันคงไม่ปล่อยให้เขาได้ครอบครองเธอเพียงคนเดียวแน่ๆ คิรินเป็นพี่ชายที่สุขุม แต่เขาก็เป็นนักล่าที่ไม่มีวันปล่อยให้สิ่งที่หมายปองหลุดมือไป "นายจะทำอย่างไรต่อไปครับ จะให้ไปตามหาตัวเธอที่มหาวิทยาลัยเลยไหม?" "ไม่ต้อง... ปล่อยให้เธอใช้ชีวิตปกติไปก่อน" คิรินพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นสาย "ฉันอยากดูว่า... ถ้าดอกไม้ในกรงทองอย่างเธอต้องเจอกับโลกที่โหดร้ายข้างนอก เธอจะต้านทานได้นานแค่ไหน" คิรินรู้ดีว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ เขากำลังเริ่มเล่นเกมที่อันตราย เกมที่จะทำให้ไอรีนไม่มีวันหนีจากเขาไปไหนได้ การมีบัตรนักศึกษาของเธอไว้ในมือก็เท่ากับว่าเขามีกุญแจที่สามารถเข้าไปในโลกของเธอได้ตลอดเวลา ... ทางด้านไอรีน เธอตัดสินใจไปมหาวิทยาลัยด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอหวังเพียงว่าเรื่องราวเมื่อคืนจะเป็นเพียงฝันร้ายที่ผ่านไป แต่ความจริงที่ร่างกายของเธอยังคงปวดร้าวอยู่ มันคอยย้ำเตือนเธอเสมอว่าเธอได้เสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปแล้ว ทันทีที่เธอก้าวเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย สายตาของเพื่อนๆ และรุ่นพี่หลายคนก็จับจ้องมาที่เธอ ไอรีนพยายามหลบสายตา แต่แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็น 'น้ำหวาน' เพื่อนสนิทตัวดีเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าตื่นตระหนกแกล้งทำเป็นห่วงใย "ไอรีน! เมื่อคืนแกหายไปไหนมา? ฉันรอแกตั้งนานจนเกือบจะแจ้งตำรวจอยู่แล้ว รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแค่ไหน!" น้ำหวานโผเข้ากอดไอรีนแน่น ไอรีนตัวแข็งทื่อ เธออยากจะผลักเพื่อนคนนี้ออกไปให้พ้น แต่เธอก็ทำได้เพียงยืนนิ่ง ความรู้สึกผิดที่เธอแอบโกรธน้ำหวานอยู่ในใจตีรวนไปหมด เธอไม่รู้ว่าน้ำหวานเป็นคนวางแผนหรือเปล่า แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐาน เธอจึงต้องเก็บความสงสัยนั้นไว้ก่อน "ฉัน... ฉันหลงทางน่ะน้ำหวาน ขอโทษทีนะที่ไม่ได้บอก" ไอรีนตอบเสียงแผ่ว "ไม่เป็นไรหรอก ดีแล้วที่แกปลอดภัย... เดี๋ยวตอนเย็นไปทานข้าวกันนะ ฉันอยากไถ่โทษที่ดูแลแกไม่ดี" น้ำหวานเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มที่ไอรีนเริ่มไม่แน่ใจว่าเป็นมิตรจริงหรือไม่ "ขอบใจนะ... แต่ไว้วันหลังดีกว่า วันนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี" ไอรีนปฏิเสธก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา เธอรู้สึกเหมือนถูกจับตามองตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปที่ไหน สายตาของเธอมักจะเหลือบไปเห็นรถสีดำสนิทคันหนึ่งจอดอยู่ที่มุมไกลๆ ของมหาวิทยาลัยเสมอ รถที่ดูคุ้นตา... รถที่อาจจะเป็นรถของคนที่เธอพยายามหนี ไอรีนรีบก้มหน้าก้มตาเดินเข้าห้องเรียนโดยไม่สนใจรอบข้าง เธอไม่รู้เลยว่าคิรินไม่ได้มาปรากฏตัวด้วยตัวเอง แต่ลูกน้องของเขากำลังจดจ้องความเคลื่อนไหวของเธออยู่ และข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตของเธอในวันนี้จะถูกส่งตรงถึงมือของคิรินภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า โลกของไอรีนกำลังเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ เธอเป็นเหมือนเหยื่อตัวน้อยที่กำลังจะถูกล่าในกรงขังที่มองไม่เห็น โดยที่มีเพื่อนสนิทผู้ทรยศคอยเป็นคนช่วยต้อนเธอให้เข้าใกล้คมเขี้ยวของมาเฟียร้ายมากขึ้นทุกที "เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก ไอรีน..." คิรินพึมพำกับตัวเองขณะมองภาพจากกล้องวงจรปิดของมหาวิทยาลัยที่ลูกน้องส่งมาให้ บนหน้าจอคือภาพของไอรีนที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทางที่ดูไร้ทางสู้ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวิมลเกียรติยศ ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไม่ได้เป็นความสงบ แต่เป็นความกดดันที่รอวันระเบิดออก หลังจากที่คิรินและคิรันต่างได้รับรู้ถึงความกระหายที่ฝ่ายหนึ่งมีต่อไอรีนอย่างออกนอกหน้าในที่สุด สงครามเย็นระหว่างฝาแฝดก็ถึงจุดแตกหักภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กั้นเสียงได้เป็นอย่างดี คิรินวางแก้วเหล้าสีอำพันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เขามองน้องชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ในขณะที่คิรันเองก็จ้องกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความท้าทาย"แกกำลังจะทำให้ทุกอย่างพัง คิรัน" คิรินเอ่ยเสียงเรียบ "พันธะสัญญาที่พ่อทำไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้แกเอาไปเล่นสนุกจนเสียการควบคุม เธอคือเครื่องบรรณาการที่มีค่าของตระกูล ไม่ใช่ของเล่นส่วนตัวของแกเพียงคนเดียว"คิรันแค่นยิ้มที่มุมปาก "ค่า? พี่พูดคำว่าค่าออกมาได้ยังไง ในเมื่อพี่เองก็ดูเหมือนจะ 'ติดใจ' ในรสสัมผัสของเธอไม่ต่างจากผม ผมเห็นสายตาที่พี่มองเธอตอนที่เธอเผลอ มันไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องสัญญาหรอกนะพี่ชาย... พี่ก็แค่ไม่อยากยอมรับว่าพี่เองก็ต้องการเธอเหมือนกัน"คำพูดแทงใจดำของคิรันทำให้คิรินชะ
ความตึงเครียดภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูตระกูลเวนิสโซ่พุ่งสูงขึ้นราวกับปรอทแตก หลังจากเหตุการณ์ที่คิรินไปปรากฏตัวและข่มขู่ธันวา ไอรีนถูกนำตัวกลับมายังคฤหาสน์ทันทีด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในใจของเธอพายุแห่งความหวาดกลัวกำลังก่อตัวคิรันที่รออยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์มองดูพี่ชายที่พาร่างของไอรีนเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขารู้ดีว่าคิรินกำลังโกรธ... โกรธที่ธันวาเข้ามาแตะต้องสิ่งที่เขามองว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขา"พี่ดูหัวเสียนะ" คิรันเดินเข้ามาประชิดพี่ชาย "แค่ไอ้รุ่นพี่กระจอกนั่นมาแตะตัวไอรีน พี่ถึงกับต้องลงมือเองเลยเหรอ?"คิรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดันร่างไอรีนให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ ไอรีนรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าค่ำคืนนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ร่างสูงของทั้งคิรินและคิรันปิดประตูลงพร้อมกัน เสียงกลอนประตูที่ล็อคแน่นหนาทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ"ไอรีน..." คิรินเริ่มเอ่ยปาก ขณะที่เขาถอดสูทออกอย่างใจเย็น "ความลับของเธอเริ่มสั่นคลอนแล้วนะ ธันวาคนนั้นมันเริ่มรู้มากเกินไป... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ฉันกำลัง 'เล่น' อยู่"
ความรู้สึกเสพติดที่ไอรีนได้รับจากสัมผัสของพี่น้องฝาแฝดในห้องพักอาจารย์เมื่อวันก่อน ยังคงหลอกหลอนเธอราวกับเงาตามตัว หลังจากที่คิรินและคิรันแยกย้ายกันไปหลังจากเสร็จสิ้นกิจกามที่ไร้ความปรานี พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับส่งเธอกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไอรีนเดินเข้ามาในบริเวณคณะบริหารธุรกิจด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความเจ็บปวดจากการถูกกระทำอย่างหนักหน่วง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็เริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามทางเดินเพื่อจะเข้าเรียนวิชาถัดไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังยืนพิงกำแพงรอเธออยู่... 'ธันวา' รุ่นพี่ปีสี่ที่สนิทสนมและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่เข้าเรียน"ไอรีน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าตาไม่ดีเลยนะ" ธันวาทักทายด้วยความเป็นห่วง เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับสำรวจใบหน้าที่ซีดเซียวของไอรีนอย่างใกล้ชิดไอรีนพยายามปั้นยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ธันวา แค
บรรยากาศภายในห้องพักอาจารย์ที่คับแคบกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุและไร้ทางออก ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์จากชายสองคนโหมกระหน่ำเข้าใส่ คิรินที่เคยมั่นคงและนิ่งเฉย บัดนี้กลับเผยด้านที่น่าสะพรึงกลัวและกดดัน ส่วนคิรันก็เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุณ ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับคำปฏิเสธ ไม่มีช่องว่างให้เธอได้ร้องขอความเมตตา คิรินกดร่างบางให้จมลงกับโซฟารับแขกตัวยาว สัมผัสของเขาในวันนี้ต่างจากทุกครั้ง มันเต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่านและเร่งเร้า ราวกับต้องการตอกย้ำให้คิรันเห็นว่าเขาก็สามารถรุนแรงได้ไม่แพ้กัน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องบรรณาการที่นิ่งเฉยได้งั้นเหรอ?" คิรินกระซิบเสียงเย็นข้างใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มลำคอระหงของเธอจนเกิดรอยจ้ำแดง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ทิ้งให้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้สายตาที่กระหายของแฝดทั้งสอง คิรันไม่ปล่อยให้พี่ชายได้ครอบครองพื้นที่นาน เขาแทรกตัวเข้ามาประชิด ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่สั่นสะท้านของไอรีน สัมผัสของเขาคือความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกขุม
ภายในห้องพักอาจารย์ที่เงียบเชียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศ ไอรีนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง สายตาของคิรันที่จ้องมองมานั้นราวกับจะแผดเผาเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ให้มอดไหม้ไปเสียตรงนั้น เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปิดประตูห้องลงอย่างช้าๆ เสียงกลอนประตูดัง กริ๊ก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่เต็มไปด้วยความอันตรายอีกครั้ง"เธอกล้าหาญกว่าที่ฉันคิดนะ... ที่กล้าเดินเข้ามาหาถึงถิ่นแบบนี้" คิรันเอ่ยเสียงต่ำพลางสาวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่าทางการเดินของเขามีความมั่นใจอย่างผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้นไอรีนเม้มริมฝีปากแน่น เธอพยายามจะทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าข้างในใจจะสั่นไหวจนแทบคุมไม่อยู่ "ฉันแค่... อยากจะมาบอกว่า อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้ให้กับเกมของคุณง่ายๆ"คิรันหยุดลงตรงหน้าเธอ แววตาที่ดุดันของเขาเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจที่ลึกล้ำ เขายกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยแรงบีบที่สื่อถึงการครอบครอง "เกมงั้นเหรอ? สำหรับเธออาจจะเป็นเกม แต่สำหรับฉัน... มันคือการตามล่าสิ่งที่ฉันหมายตาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเธอ"เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับเธอ ไอรีนห
ความเงียบสงัดที่เข้ามาเยือนห้องรับแขกหลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไปนั้นช่างบาดลึกและน่าอึดอัดกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ไอรีนนอนนิ่งอยู่บนโซฟา ร่างกายบอบช้ำราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเป็นเพียงเศษซากของศักดิ์ศรีที่เธอเคยรักษาไว้ ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศกระทบผิวหนังที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยรอยรักที่ประทับไว้ทั่วร่างคิรินและคิรันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว พวกเขาจากไปหลังจาก 'ตีตรา' จองจำเธอไว้ด้วยพันธสัญญาที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ทิ้งให้เธออยู่กับความว่างเปล่าและความคิดที่เริ่มบิดเบี้ยวไอรีนค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง มือสั่นเทาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างทุลักทุเล ในหัวของเธอมีเพียงภาพใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะของคนทั้งคู่ สัมผัสที่ต่างกันสุดขั้วยังคงติดแน่นอยู่บนผิวหนัง สัมผัสของคิรินที่เหมือนน้ำแข็งอาบยาพิษ กับสัมผัสของคิรันที่เหมือนเปลวเพลิงไร้การควบคุม... ทั้งสองอย่างกำลังทำลายความมั่นใจสุดท้ายของเธอจนหมดสิ้นเธอเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง ล็อคประตูแน่นหนาแล้วทรุดตัวลงกับพื้นห้อง เธอพยายามที่จะโกรธ เธอพยายามที่จะเกลียด แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับจางหา
คำว่า "พันธสัญญา" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของไอรีนซ้ำไปซ้ำมาราวกับเสียงระฆังแห่งความหายนะ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เหยื่อที่บังเอิญเดินหลงทางเข้าไปในชีวิตของมาเฟียฝาแฝด แต่เธอกำลังกลายเป็นเดิมพันในเกมอำนาจที่เก่าแก่กว่าที่เธอจะจินตนาการถึงคิรินและคิรันไม่ได้แค่ยืนมองเธออยู่ในห้องรับแขกของบ้านตระกูลวิมลเ
บรรยากาศในห้องสวีทหลังพายุอารมณ์สงบลงยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนักหน่วง คิรินยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้อาละวาด แต่นัยน์ตาคู่คมกริบนั้นกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขามองดูร่างของไอรีนที่หอบหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของคิรันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกคิรันลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าของ
บรรยากาศในห้องสวีทเปลี่ยนเป็นสมรภูมิอารมณ์ทันทีที่คิรันก้าวเข้ามา รังสีความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากพี่ชายฝาแฝดปะทะกับความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัวของคิรัน ไอรีนยืนตัวสั่นอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่กลับแผ่รังสีแห่งความร้ายกาจออกมาคนละรูปแบบ"ออกไปจากห้องของฉัน คิ
บรรยากาศภายในห้องสวีทส่วนตัวของคิรินในคืนนี้ดูจะแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับเน้นให้ห้องดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่คิรินโปรดปรานอบอวลไปทั่วห้อง ไอรีนยืนอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกที่เปราะบาง เธอเพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวายจากเหตุการณ์เผชิญหน้า







