Masukชีวิตของไอรีนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ ความหวาดระแวงกัดกินหัวใจเธอจนไม่เป็นอันทำอะไร แม้แต่การเรียนที่เธอเคยให้ความสำคัญ ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงเรื่องรองไปเสียแล้ว
คิริน... ชายคนนั้นเป็นเหมือนเงาที่ตามติดเธอไปทุกที่ แม้เธอจะไม่ได้เจอเขาตัวเป็นๆ แต่เธอมักจะรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากที่ไกลๆ อยู่เสมอ รถยนต์สีดำที่จอดในมุมอับของมหาวิทยาลัย หรือสายตาของคนแปลกหน้าที่ดูไม่น่าไว้ใจ ทั้งหมดนั้นทำให้ไอรีนตัดสินใจว่าเธอต้องหนี... หนีไปให้ไกลจากเมืองที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ทว่าโลกความเป็นจริงไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น ความหวงแหนของครอบครัวอัครเดโชชัยเป็นอุปสรรคชิ้นโต พ่อของเธอเพิ่งอนุมัติโครงการใหญ่ที่ต้องให้ไอรีนเข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ธุรกิจ ซึ่งหมายความว่าเธอไม่มีทางที่จะปลีกตัวออกไปต่างประเทศหรือหลบไปพักผ่อนที่ไหนได้เลยตามใจชอบ ... ในคฤหาสน์ของตระกูลมาเฟีย คิรินกำลังนั่งฟังรายงานจากลูกน้องด้วยใบหน้าเรียบเฉย บัตรนักศึกษาของไอรีนถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานของเขาอย่างโดดเด่น มันคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่เขามีเหนือผู้หญิงคนนี้ "นายครับ... คุณไอรีนมีตารางเรียนที่ตึกคณะบริหารธุรกิจทุกวันอังคารและพฤหัสบดีครับ" ลูกน้องคนสนิทกล่าวรายงาน "และดูเหมือนว่าเธอจะค่อนข้างระวังตัวเป็นพิเศษ ไม่ค่อยออกไปไหนคนเดียว นอกจากไปกับเพื่อนสนิทที่ชื่อน้ำหวานครับ" คิรินกระตุกยิ้ม "เพื่อนสนิทงั้นเหรอ? หึ... คนที่วางแผนส่งเธอมาหาฉันน่ะเหรอ?" "ใช่ครับนาย ดูเหมือนว่าน้ำหวานคนนี้จะพยายามตีสนิทคุณไอรีนอย่างใกล้ชิด ผมควรจัดการอย่างไรกับยัยนี่ดีครับ?" คิรินโบกมือห้าม "ปล่อยเอาไว้ก่อน... เก็บเอาไว้เป็นหมากในกระดานของฉัน บางทีการมีเพื่อนที่ 'หวังดี' แบบนั้น อาจจะเป็นตัวช่วยชั้นดีที่จะต้อนแม่กวางน้อยให้เข้ามาหาฉันได้ง่ายขึ้น" ความใจเย็นของคิรินน่ากลัวกว่าความเกรี้ยวกราด หลายครั้งที่เขาใช้วิธีการที่นุ่มนวลแต่บีบคั้นเพื่อทำให้เหยื่อตายใจ เขาไม่ได้ต้องการแค่การครอบครองร่างกายของไอรีนแบบฉาบฉวยเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ แต่เขากำลังต้องการที่จะทำลายเกราะกำบังอันแสนบริสุทธิ์ของเธอให้พังทลายลงด้วยมือของเขาเอง ... ในบ่ายวันนั้น ไอรีนนั่งจมอยู่กับกองเอกสารในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย แสงแดดอุ่นๆ ที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาไม่สามารถคลายความหนาวเหน็บในใจเธอได้ เธอหยิบปากกาขึ้นมาจดบันทึก แต่ใจของเธอกลับลอยไปไกลถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังขึ้นใกล้ๆ โต๊ะของเธอ ไอรีนเงยหน้าขึ้นด้วยความระแวง ก่อนจะพบว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่คุ้นหน้า แต่เขามีท่าทางที่ดูน่าเกรงขามมากกว่านักศึกษาทั่วไป "คุณไอรีน วิมลเกียรติยศ ใช่ไหมครับ?" ชายหนุ่มคนนั้นถามด้วยท่าทีสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความกดดัน ไอรีนขมวดคิ้ว "ใช่ค่ะ... คุณเป็นใครคะ?" "ผมได้รับคำสั่งให้นำของบางอย่างมาคืนคุณครับ คุณคงลืมมันไว้ที่โรงแรมเมื่ออาทิตย์ก่อน" ชายคนนั้นวางบัตรนักศึกษาของไอรีนลงบนโต๊ะ เสียงของบัตรกระทบกับพื้นโต๊ะไม้เบาๆ แต่มันกลับดังก้องในโสตประสาทของไอรีนราวกับเสียงระเบิด หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม บัตรนักศึกษาใบนี้... เธอทำมันหายไปที่โรงแรมวันนั้น! นั่นหมายความว่าคนที่นั่นรู้แล้วว่าเธอเป็นใคร และที่สำคัญไปกว่านั้น... เขาไม่ได้เพียงแค่รู้ แต่เขากำลังสื่อสารกับเธอ "คุณ... คุณเป็นคนของเขาเหรอ?" ไอรีนถามเสียงสั่น ร่างกายเริ่มชาหนึบ "เจ้านายผมฝากบอกว่า... อย่าลืมระวังตัวให้ดี คราวหน้าถ้าลืมอะไรไว้อีก อาจจะไม่ได้คืนง่ายๆ แบบนี้" ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปากก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ไอรีนนั่งนิ่งค้างอยู่กับที่ด้วยความตกใจสุดขีด น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลอเบ้าตา เธอหยิบบัตรนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอไม่ควรเก็บมันไว้... เธอควรจะทำลายมันทิ้งเสีย แต่มันเป็นหลักฐานตัวตนของเธอ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองถูกล่า... ถูกคุกคามโดยคนที่ไม่มีแม้แต่จะเผยตัวตนออกมาอย่างตรงไปตรงมา เธอรีบเก็บของแล้ววิ่งออกจากห้องสมุด มุ่งหน้าไปยังที่จอดรถโดยไม่สนใจสายตาใคร ไอรีนรู้ดีว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกที่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ปีศาจร้ายที่เธอหนีมาได้เริ่มต้นเกมการตามล่าอย่างเป็นทางการ และเป้าหมายของมันคือการทำให้เธอกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง "ทำไม... ทำไมต้องเป็นฉัน?" เธอพึมพำขณะขับรถออกจากมหาวิทยาลัย โดยไม่ทันสังเกตว่ามีรถยนต์สีดำอีกคันหนึ่งเคลื่อนตัวตามเธอไปอย่างเงียบเชียบ ความหวาดกลัวของไอรีนกำลังพุ่งถึงขีดสุด เธอพยายามโทรหาใครสักคน แต่ก็ชะงักไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าความลับนี้จะทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวที่รักเธอพังทลาย เธอจึงทำได้เพียงกัดฟันอดทนและขับรถต่อไป โดยไม่รู้เลยว่าค่ำคืนนี้จะเป็นคืนที่เธอจะถูกต้อนให้จนมุมอีกครั้ง... และคราวนี้มันจะไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่มันคือการถูกวางแผนให้พบกันท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวิมลเกียรติยศ ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไม่ได้เป็นความสงบ แต่เป็นความกดดันที่รอวันระเบิดออก หลังจากที่คิรินและคิรันต่างได้รับรู้ถึงความกระหายที่ฝ่ายหนึ่งมีต่อไอรีนอย่างออกนอกหน้าในที่สุด สงครามเย็นระหว่างฝาแฝดก็ถึงจุดแตกหักภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กั้นเสียงได้เป็นอย่างดี คิรินวางแก้วเหล้าสีอำพันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เขามองน้องชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ในขณะที่คิรันเองก็จ้องกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความท้าทาย"แกกำลังจะทำให้ทุกอย่างพัง คิรัน" คิรินเอ่ยเสียงเรียบ "พันธะสัญญาที่พ่อทำไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้แกเอาไปเล่นสนุกจนเสียการควบคุม เธอคือเครื่องบรรณาการที่มีค่าของตระกูล ไม่ใช่ของเล่นส่วนตัวของแกเพียงคนเดียว"คิรันแค่นยิ้มที่มุมปาก "ค่า? พี่พูดคำว่าค่าออกมาได้ยังไง ในเมื่อพี่เองก็ดูเหมือนจะ 'ติดใจ' ในรสสัมผัสของเธอไม่ต่างจากผม ผมเห็นสายตาที่พี่มองเธอตอนที่เธอเผลอ มันไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องสัญญาหรอกนะพี่ชาย... พี่ก็แค่ไม่อยากยอมรับว่าพี่เองก็ต้องการเธอเหมือนกัน"คำพูดแทงใจดำของคิรันทำให้คิรินชะ
ความตึงเครียดภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูตระกูลเวนิสโซ่พุ่งสูงขึ้นราวกับปรอทแตก หลังจากเหตุการณ์ที่คิรินไปปรากฏตัวและข่มขู่ธันวา ไอรีนถูกนำตัวกลับมายังคฤหาสน์ทันทีด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในใจของเธอพายุแห่งความหวาดกลัวกำลังก่อตัวคิรันที่รออยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์มองดูพี่ชายที่พาร่างของไอรีนเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขารู้ดีว่าคิรินกำลังโกรธ... โกรธที่ธันวาเข้ามาแตะต้องสิ่งที่เขามองว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขา"พี่ดูหัวเสียนะ" คิรันเดินเข้ามาประชิดพี่ชาย "แค่ไอ้รุ่นพี่กระจอกนั่นมาแตะตัวไอรีน พี่ถึงกับต้องลงมือเองเลยเหรอ?"คิรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดันร่างไอรีนให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ ไอรีนรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าค่ำคืนนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ร่างสูงของทั้งคิรินและคิรันปิดประตูลงพร้อมกัน เสียงกลอนประตูที่ล็อคแน่นหนาทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ"ไอรีน..." คิรินเริ่มเอ่ยปาก ขณะที่เขาถอดสูทออกอย่างใจเย็น "ความลับของเธอเริ่มสั่นคลอนแล้วนะ ธันวาคนนั้นมันเริ่มรู้มากเกินไป... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ฉันกำลัง 'เล่น' อยู่"
ความรู้สึกเสพติดที่ไอรีนได้รับจากสัมผัสของพี่น้องฝาแฝดในห้องพักอาจารย์เมื่อวันก่อน ยังคงหลอกหลอนเธอราวกับเงาตามตัว หลังจากที่คิรินและคิรันแยกย้ายกันไปหลังจากเสร็จสิ้นกิจกามที่ไร้ความปรานี พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับส่งเธอกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไอรีนเดินเข้ามาในบริเวณคณะบริหารธุรกิจด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความเจ็บปวดจากการถูกกระทำอย่างหนักหน่วง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็เริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามทางเดินเพื่อจะเข้าเรียนวิชาถัดไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังยืนพิงกำแพงรอเธออยู่... 'ธันวา' รุ่นพี่ปีสี่ที่สนิทสนมและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่เข้าเรียน"ไอรีน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าตาไม่ดีเลยนะ" ธันวาทักทายด้วยความเป็นห่วง เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับสำรวจใบหน้าที่ซีดเซียวของไอรีนอย่างใกล้ชิดไอรีนพยายามปั้นยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ธันวา แค
บรรยากาศภายในห้องพักอาจารย์ที่คับแคบกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุและไร้ทางออก ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์จากชายสองคนโหมกระหน่ำเข้าใส่ คิรินที่เคยมั่นคงและนิ่งเฉย บัดนี้กลับเผยด้านที่น่าสะพรึงกลัวและกดดัน ส่วนคิรันก็เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุณ ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับคำปฏิเสธ ไม่มีช่องว่างให้เธอได้ร้องขอความเมตตา คิรินกดร่างบางให้จมลงกับโซฟารับแขกตัวยาว สัมผัสของเขาในวันนี้ต่างจากทุกครั้ง มันเต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่านและเร่งเร้า ราวกับต้องการตอกย้ำให้คิรันเห็นว่าเขาก็สามารถรุนแรงได้ไม่แพ้กัน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องบรรณาการที่นิ่งเฉยได้งั้นเหรอ?" คิรินกระซิบเสียงเย็นข้างใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มลำคอระหงของเธอจนเกิดรอยจ้ำแดง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ทิ้งให้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้สายตาที่กระหายของแฝดทั้งสอง คิรันไม่ปล่อยให้พี่ชายได้ครอบครองพื้นที่นาน เขาแทรกตัวเข้ามาประชิด ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่สั่นสะท้านของไอรีน สัมผัสของเขาคือความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกขุม
ภายในห้องพักอาจารย์ที่เงียบเชียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศ ไอรีนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง สายตาของคิรันที่จ้องมองมานั้นราวกับจะแผดเผาเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ให้มอดไหม้ไปเสียตรงนั้น เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปิดประตูห้องลงอย่างช้าๆ เสียงกลอนประตูดัง กริ๊ก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่เต็มไปด้วยความอันตรายอีกครั้ง"เธอกล้าหาญกว่าที่ฉันคิดนะ... ที่กล้าเดินเข้ามาหาถึงถิ่นแบบนี้" คิรันเอ่ยเสียงต่ำพลางสาวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่าทางการเดินของเขามีความมั่นใจอย่างผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้นไอรีนเม้มริมฝีปากแน่น เธอพยายามจะทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าข้างในใจจะสั่นไหวจนแทบคุมไม่อยู่ "ฉันแค่... อยากจะมาบอกว่า อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้ให้กับเกมของคุณง่ายๆ"คิรันหยุดลงตรงหน้าเธอ แววตาที่ดุดันของเขาเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจที่ลึกล้ำ เขายกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยแรงบีบที่สื่อถึงการครอบครอง "เกมงั้นเหรอ? สำหรับเธออาจจะเป็นเกม แต่สำหรับฉัน... มันคือการตามล่าสิ่งที่ฉันหมายตาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเธอ"เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับเธอ ไอรีนห
ความเงียบสงัดที่เข้ามาเยือนห้องรับแขกหลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไปนั้นช่างบาดลึกและน่าอึดอัดกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ไอรีนนอนนิ่งอยู่บนโซฟา ร่างกายบอบช้ำราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเป็นเพียงเศษซากของศักดิ์ศรีที่เธอเคยรักษาไว้ ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศกระทบผิวหนังที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยรอยรักที่ประทับไว้ทั่วร่างคิรินและคิรันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว พวกเขาจากไปหลังจาก 'ตีตรา' จองจำเธอไว้ด้วยพันธสัญญาที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ทิ้งให้เธออยู่กับความว่างเปล่าและความคิดที่เริ่มบิดเบี้ยวไอรีนค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง มือสั่นเทาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างทุลักทุเล ในหัวของเธอมีเพียงภาพใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะของคนทั้งคู่ สัมผัสที่ต่างกันสุดขั้วยังคงติดแน่นอยู่บนผิวหนัง สัมผัสของคิรินที่เหมือนน้ำแข็งอาบยาพิษ กับสัมผัสของคิรันที่เหมือนเปลวเพลิงไร้การควบคุม... ทั้งสองอย่างกำลังทำลายความมั่นใจสุดท้ายของเธอจนหมดสิ้นเธอเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง ล็อคประตูแน่นหนาแล้วทรุดตัวลงกับพื้นห้อง เธอพยายามที่จะโกรธ เธอพยายามที่จะเกลียด แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับจางหา
ค่ำคืนที่แสนยาวนานผ่านพ้นไปทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกลงไปในจิตใจของไอรีน เธอตื่นขึ้นมาในห้องสวีทของโรงแรมหรูที่คิรินจัดเตรียมไว้ให้ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความหรูหราของสถานที่ หากแต่เป็นความรู้สึกที่ว่า 'โลก' ของเธอได้บิดเบี้ยวไปอย่างสิ้นเชิงหลังเหตุการณ์ปะทะกันอย
ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกทำลายด้วยเสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและดุดันจากคิรัน ไอรีนรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกบีบจนแทบแหลกสลาย ห้องทำงานของคิรินที่เคยดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามในสายตาคนทั่วไป บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังที่แสนอึดอัดสำหรับเธอ"พี่ครับ! ผมรู้ว่าพี่อยู่ข้างใน... และผมรู้ว่าไอรีนอยู่กับพี่ เปิดปร
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก ไอรีนตื่นขึ้นมาบนเตียงนุ่มในห้องสวีทของโรงแรมหรูที่เธอถูกบังคับให้ค้างคืน ความเงียบงันภายในห้องทำให้เธอรู้สึกว้าเหว่และไร้ทางออก กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของคิรินที่ยังติดอยู่ที่หมอนข้างเป็นเครื่องเตือนใจว่าเธออยู่ในถิ่นของเสือที่พร้อมจะขย้ำเธอได้ทุกเมื่อเธ
ลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ บรรยากาศภายในห้องโดยสารแคบๆ นั้นกดดันจนไอรีนรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธอทำได้เพียงยืนกอดอกตัวเองไว้แน่น สัมผัสจากมือของคิรินที่กุมข้อมือเธอไว้ยังคงหลงเหลือความร้อนแรงราวกับจะทิ้งรอยไหม้เอาไว้บนผิวหนังเมื่อประตูลิฟต์เ







