LOGINแสงรำไรของเช้าวันใหม่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านราคาแพง กลิ่นอายความอับชื้นของฝนเมื่อคืนยังคงจางๆ อยู่ในอากาศ ไอรีนค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดร้าวรุมเร้าไปทั่วร่างราวกับถูกรถสิบล้อทับ ความทรงจำที่สับสนปนเปค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในโสตประสาทอย่างเป็นลำดับขั้น
ภาพใบหน้าคมเข้ม ดวงตาที่ดูเย็นชาแต่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์ดุดัน และรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา... สิ่งเหล่านั้นทำให้ไอรีนเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัวสุดขีด "ไม่..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว พยายามยันกายลุกขึ้นแต่ก็ต้องทรุดลงไปนอนคว่ำหน้าลงกับเตียงอีกครั้งด้วยความเจ็บปวดที่ก้นบึ้งของร่างกาย ความไร้เดียงสาที่ถูกทำลายลงไปเมื่อคืนกลายเป็นตราบาปที่ประทับอยู่กลางใจ เธอไม่ใช่ไอรีนคนเดิมที่สดใสอีกต่อไป ความรู้สึกสกปรกและอับอายทำให้เธอสั่นเทาไปทั้งตัว เธอหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นขึ้นมาสวมใส่ด้วยมือที่สั่นระริก ในขณะที่สมองก็สั่งการเพียงอย่างเดียว คือการหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เธอมองหาชายหนุ่มที่ทิ้งรอยแผลใจไว้ให้เธอ แต่ไม่พบใครในห้องนอน คิรินหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบกายเธอ ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน ไอรีนรีบวิ่งออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพที่กระเซอะกระเซิง ผมเผ้าไม่ได้จัดทรง ใบหน้าที่เคยขาวผ่องซีดเผือดไร้สีเลือด เธอเดินเซไปมาด้วยความเจ็บปวดจากการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ในขณะที่เธอกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางประตูทางออก สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าถือของตัวเองที่ตกอยู่มุมห้อง เธอรีบคว้ามันขึ้นมาโดยไม่สนใจสิ่งของข้างใน ก่อนจะผลักประตูห้องสวีทออกไปสู่โถงทางเดินอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอหวาดกลัวไปหมด กลัวว่าถ้าเจอพนักงานโรงแรมหรือใครสักคน เขาจะจำหน้าเธอได้ กลัวว่าความลับอันน่าอัปยศนี้จะถูกเปิดเผย แต่ในจังหวะที่เธอเร่งรีบเพื่อกดลิฟต์โดยสาร ไอรีนเกิดอาการวิงเวียนศีรษะจนเผลอทำกระเป๋าถือร่วงหล่นลงกับพื้น ของข้างในเทกระจาดออกมาทั่วพื้นพรมที่ปูลาดไว้อย่างหรูหรา บัตรประจำตัวนักศึกษาของเธอซึ่งเป็นบัตรที่บ่งบอกตัวตนของเธออย่างชัดเจน ร่วงออกมาจากกระเป๋าและไถลไปอยู่ใต้พรมเช็ดเท้าหน้าลิฟต์ที่เธอมองไม่เห็น เธอรีบก้มลงเก็บของทุกอย่างอย่างลนลาน มือเล็กๆ สั่นเทาจนแทบไม่มีแรงหยิบจับอะไร ก่อนจะรีบกดลิฟต์แล้วหนีหายออกไปจากโรงแรมแห่งนั้นราวกับวิญญาณที่ไม่มีร่าง ... ภายในห้องทำงานส่วนตัวของคิริน ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ชั้น ชายหนุ่มเพิ่งจะกลับเข้ามาพร้อมกับลูกน้องคนสนิท เขาสั่งให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดห้องสวีทห้องนั้นก่อนที่เขาจะออกไปประชุมเรื่องธุรกิจสำคัญ "เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือร่องรอยอะไรไว้" คิรินสั่งเสียงเรียบ โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่เขาทิ้งไว้ข้างหลังคือความหวังและความฝันของหญิงสาวคนหนึ่ง เมื่อเขาเดินกลับเข้าไปในห้องสวีทอีกครั้งเพื่อหาเอกสารสำคัญที่ลืมไว้ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นคราบเลือดสีเข้มที่แห้งกรังอยู่บนผ้าปูที่นอนขาวสะอาดนั้นอีกครั้ง มันทำให้เขาสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน... เขาไม่ได้เป็นคนประเภทที่จะสนว่าผู้หญิงที่ผ่านมือไปจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับเธอคนนี้ มันกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความบริสุทธิ์... ความหวาดกลัว... และความไร้เดียงสาที่ดูจริงใจ เขาเดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะเดินออกไปที่โถงทางเดินสายตาเหลือบไปเห็นมุมพรมเช็ดเท้าหน้าลิฟต์ที่มีวัตถุอะไรบางอย่างโผล่ออกมาเล็กน้อย เขาเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา มันคือบัตรประจำตัวนักศึกษาที่ตกค้างอยู่... คิรินจ้องมองบัตรนั้น ใบหน้าที่คุ้นเคยในบัตรที่เขากำลังถืออยู่ คือใบหน้าของเด็กสาวที่เขาเพิ่งจะพรากความบริสุทธิ์ไปเมื่อคืน ไอรีน วิมลเกียรติยศ คิรินกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างน่ากลัว สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธหรือความตกใจ แต่มีความสนใจที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด "ไอรีนงั้นเหรอ... ลูกสาวตระกูลวิมลเกียรติยศ ที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าหวงนักหวงหนา" เขากระชับบัตรนั้นไว้ในมือแน่น ความรู้สึกในใจของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนจากการเป็นเพียงความต้องการชั่วครั้งชั่วคราว กลายมาเป็นความอยากรู้อยากเห็นที่มากกว่าเดิม เขาอยากรู้ว่าถ้าครอบครัวที่แสนรักเธอรู้เรื่องนี้ขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น และที่สำคัญที่สุด... เขาอยากเห็นสีหน้าของเธออีกครั้งเมื่อได้พบกัน "เตรียมรถ... ฉันมีที่ที่ต้องไป" คิรินสั่งลูกน้องเสียงเข้ม เขาไม่รู้ตัวเลยว่าบัตรประจำตัวใบนั้นที่เขาได้มา จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามความรักและความแค้นที่จะตามมา และที่สำคัญไปกว่านั้น เขาไม่รู้เลยว่าการตามหาเธอในครั้งนี้ จะนำไปสู่การเผชิญหน้ากับความลับที่เขายังไม่ได้บอกแม้แต่น้องชายฝาแฝดของตัวเอง... . ไอรีนกลับถึงบ้านด้วยสภาพที่แทบไม่มีสติ เธอรีบตรงขึ้นห้องนอน ล็อกประตูแน่นหนา แล้วล้มตัวลงนอนร้องไห้จนแทบขาดใจ เธอเก็บความทรงจำที่เลวร้ายนี้ไว้เป็นความลับสูงสุด เธอต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอต้องยิ้มให้พ่อกับแม่เหมือนเดิม แม้ว่าภายในใจของเธอจะแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี โดยหารู้ไม่ว่า... ผู้ชายที่เธอพยายามหนีห่าง กำลังก้าวเข้ามาใกล้ชีวิตของเธอมากขึ้นทุกที ด้วยบัตรนักศึกษาใบนั้นที่เป็นเสมือนแผนที่นำทางสู่ใจกลางความลับของเธอท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวิมลเกียรติยศ ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไม่ได้เป็นความสงบ แต่เป็นความกดดันที่รอวันระเบิดออก หลังจากที่คิรินและคิรันต่างได้รับรู้ถึงความกระหายที่ฝ่ายหนึ่งมีต่อไอรีนอย่างออกนอกหน้าในที่สุด สงครามเย็นระหว่างฝาแฝดก็ถึงจุดแตกหักภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กั้นเสียงได้เป็นอย่างดี คิรินวางแก้วเหล้าสีอำพันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เขามองน้องชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ในขณะที่คิรันเองก็จ้องกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความท้าทาย"แกกำลังจะทำให้ทุกอย่างพัง คิรัน" คิรินเอ่ยเสียงเรียบ "พันธะสัญญาที่พ่อทำไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้แกเอาไปเล่นสนุกจนเสียการควบคุม เธอคือเครื่องบรรณาการที่มีค่าของตระกูล ไม่ใช่ของเล่นส่วนตัวของแกเพียงคนเดียว"คิรันแค่นยิ้มที่มุมปาก "ค่า? พี่พูดคำว่าค่าออกมาได้ยังไง ในเมื่อพี่เองก็ดูเหมือนจะ 'ติดใจ' ในรสสัมผัสของเธอไม่ต่างจากผม ผมเห็นสายตาที่พี่มองเธอตอนที่เธอเผลอ มันไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องสัญญาหรอกนะพี่ชาย... พี่ก็แค่ไม่อยากยอมรับว่าพี่เองก็ต้องการเธอเหมือนกัน"คำพูดแทงใจดำของคิรันทำให้คิรินชะ
ความตึงเครียดภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูตระกูลเวนิสโซ่พุ่งสูงขึ้นราวกับปรอทแตก หลังจากเหตุการณ์ที่คิรินไปปรากฏตัวและข่มขู่ธันวา ไอรีนถูกนำตัวกลับมายังคฤหาสน์ทันทีด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในใจของเธอพายุแห่งความหวาดกลัวกำลังก่อตัวคิรันที่รออยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์มองดูพี่ชายที่พาร่างของไอรีนเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขารู้ดีว่าคิรินกำลังโกรธ... โกรธที่ธันวาเข้ามาแตะต้องสิ่งที่เขามองว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขา"พี่ดูหัวเสียนะ" คิรันเดินเข้ามาประชิดพี่ชาย "แค่ไอ้รุ่นพี่กระจอกนั่นมาแตะตัวไอรีน พี่ถึงกับต้องลงมือเองเลยเหรอ?"คิรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดันร่างไอรีนให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ ไอรีนรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าค่ำคืนนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ร่างสูงของทั้งคิรินและคิรันปิดประตูลงพร้อมกัน เสียงกลอนประตูที่ล็อคแน่นหนาทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ"ไอรีน..." คิรินเริ่มเอ่ยปาก ขณะที่เขาถอดสูทออกอย่างใจเย็น "ความลับของเธอเริ่มสั่นคลอนแล้วนะ ธันวาคนนั้นมันเริ่มรู้มากเกินไป... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ฉันกำลัง 'เล่น' อยู่"
ความรู้สึกเสพติดที่ไอรีนได้รับจากสัมผัสของพี่น้องฝาแฝดในห้องพักอาจารย์เมื่อวันก่อน ยังคงหลอกหลอนเธอราวกับเงาตามตัว หลังจากที่คิรินและคิรันแยกย้ายกันไปหลังจากเสร็จสิ้นกิจกามที่ไร้ความปรานี พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับส่งเธอกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไอรีนเดินเข้ามาในบริเวณคณะบริหารธุรกิจด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความเจ็บปวดจากการถูกกระทำอย่างหนักหน่วง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็เริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามทางเดินเพื่อจะเข้าเรียนวิชาถัดไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังยืนพิงกำแพงรอเธออยู่... 'ธันวา' รุ่นพี่ปีสี่ที่สนิทสนมและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่เข้าเรียน"ไอรีน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าตาไม่ดีเลยนะ" ธันวาทักทายด้วยความเป็นห่วง เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับสำรวจใบหน้าที่ซีดเซียวของไอรีนอย่างใกล้ชิดไอรีนพยายามปั้นยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ธันวา แค
บรรยากาศภายในห้องพักอาจารย์ที่คับแคบกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุและไร้ทางออก ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์จากชายสองคนโหมกระหน่ำเข้าใส่ คิรินที่เคยมั่นคงและนิ่งเฉย บัดนี้กลับเผยด้านที่น่าสะพรึงกลัวและกดดัน ส่วนคิรันก็เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุณ ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับคำปฏิเสธ ไม่มีช่องว่างให้เธอได้ร้องขอความเมตตา คิรินกดร่างบางให้จมลงกับโซฟารับแขกตัวยาว สัมผัสของเขาในวันนี้ต่างจากทุกครั้ง มันเต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่านและเร่งเร้า ราวกับต้องการตอกย้ำให้คิรันเห็นว่าเขาก็สามารถรุนแรงได้ไม่แพ้กัน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องบรรณาการที่นิ่งเฉยได้งั้นเหรอ?" คิรินกระซิบเสียงเย็นข้างใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มลำคอระหงของเธอจนเกิดรอยจ้ำแดง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ทิ้งให้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้สายตาที่กระหายของแฝดทั้งสอง คิรันไม่ปล่อยให้พี่ชายได้ครอบครองพื้นที่นาน เขาแทรกตัวเข้ามาประชิด ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่สั่นสะท้านของไอรีน สัมผัสของเขาคือความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกขุม
ภายในห้องพักอาจารย์ที่เงียบเชียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศ ไอรีนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง สายตาของคิรันที่จ้องมองมานั้นราวกับจะแผดเผาเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ให้มอดไหม้ไปเสียตรงนั้น เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปิดประตูห้องลงอย่างช้าๆ เสียงกลอนประตูดัง กริ๊ก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่เต็มไปด้วยความอันตรายอีกครั้ง"เธอกล้าหาญกว่าที่ฉันคิดนะ... ที่กล้าเดินเข้ามาหาถึงถิ่นแบบนี้" คิรันเอ่ยเสียงต่ำพลางสาวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่าทางการเดินของเขามีความมั่นใจอย่างผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้นไอรีนเม้มริมฝีปากแน่น เธอพยายามจะทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าข้างในใจจะสั่นไหวจนแทบคุมไม่อยู่ "ฉันแค่... อยากจะมาบอกว่า อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้ให้กับเกมของคุณง่ายๆ"คิรันหยุดลงตรงหน้าเธอ แววตาที่ดุดันของเขาเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจที่ลึกล้ำ เขายกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยแรงบีบที่สื่อถึงการครอบครอง "เกมงั้นเหรอ? สำหรับเธออาจจะเป็นเกม แต่สำหรับฉัน... มันคือการตามล่าสิ่งที่ฉันหมายตาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเธอ"เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับเธอ ไอรีนห
ความเงียบสงัดที่เข้ามาเยือนห้องรับแขกหลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไปนั้นช่างบาดลึกและน่าอึดอัดกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ไอรีนนอนนิ่งอยู่บนโซฟา ร่างกายบอบช้ำราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเป็นเพียงเศษซากของศักดิ์ศรีที่เธอเคยรักษาไว้ ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศกระทบผิวหนังที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยรอยรักที่ประทับไว้ทั่วร่างคิรินและคิรันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว พวกเขาจากไปหลังจาก 'ตีตรา' จองจำเธอไว้ด้วยพันธสัญญาที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ทิ้งให้เธออยู่กับความว่างเปล่าและความคิดที่เริ่มบิดเบี้ยวไอรีนค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง มือสั่นเทาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างทุลักทุเล ในหัวของเธอมีเพียงภาพใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะของคนทั้งคู่ สัมผัสที่ต่างกันสุดขั้วยังคงติดแน่นอยู่บนผิวหนัง สัมผัสของคิรินที่เหมือนน้ำแข็งอาบยาพิษ กับสัมผัสของคิรันที่เหมือนเปลวเพลิงไร้การควบคุม... ทั้งสองอย่างกำลังทำลายความมั่นใจสุดท้ายของเธอจนหมดสิ้นเธอเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง ล็อคประตูแน่นหนาแล้วทรุดตัวลงกับพื้นห้อง เธอพยายามที่จะโกรธ เธอพยายามที่จะเกลียด แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับจางหา
คำว่า "พันธสัญญา" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของไอรีนซ้ำไปซ้ำมาราวกับเสียงระฆังแห่งความหายนะ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เหยื่อที่บังเอิญเดินหลงทางเข้าไปในชีวิตของมาเฟียฝาแฝด แต่เธอกำลังกลายเป็นเดิมพันในเกมอำนาจที่เก่าแก่กว่าที่เธอจะจินตนาการถึงคิรินและคิรันไม่ได้แค่ยืนมองเธออยู่ในห้องรับแขกของบ้านตระกูลวิมลเ
บรรยากาศในห้องสวีทหลังพายุอารมณ์สงบลงยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนักหน่วง คิรินยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้อาละวาด แต่นัยน์ตาคู่คมกริบนั้นกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขามองดูร่างของไอรีนที่หอบหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของคิรันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกคิรันลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าของ
บรรยากาศในห้องสวีทเปลี่ยนเป็นสมรภูมิอารมณ์ทันทีที่คิรันก้าวเข้ามา รังสีความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากพี่ชายฝาแฝดปะทะกับความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัวของคิรัน ไอรีนยืนตัวสั่นอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่กลับแผ่รังสีแห่งความร้ายกาจออกมาคนละรูปแบบ"ออกไปจากห้องของฉัน คิ
บรรยากาศภายในห้องสวีทส่วนตัวของคิรินในคืนนี้ดูจะแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับเน้นให้ห้องดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่คิรินโปรดปรานอบอวลไปทั่วห้อง ไอรีนยืนอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกที่เปราะบาง เธอเพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวายจากเหตุการณ์เผชิญหน้า







