เข้าสู่ระบบ“พวกมึงเอาของไปเก็บที่รถไอ้โรม” เอริคหันไปสั่งลูกน้อง ออกคำสั่งจัดแจงเรียบร้อย ส่วนที่เรียกว่าโรมนั้นคือชื่อเล่นของโรมิโอ
“ไม่ๆ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเรียกgrabกลับเองได้ค่ะไม่อยากสร้างความลำบากให้คุณเขาไปมากกว่านี้แล้ว” น้ำเสียงแห่งความรู้สึกผิดทำเอาคนฟังรู้สึกสงสารตามกันเลย “ไม่เป็นไร เอาไปเก็บเลย ”โรมิโอรีบเอ่ยปากสั่งลูกน้องเอริค “ไหนๆ ก็ฝากเพื่อนเมียกูด้วยนะ ส่วนกูจะขอพาเรเน่ไปที่ที่หนึ่งก่อนนะ ไว้เจอกันนะไอ้เพื่อนรัก”เอริครวบรัดโอบเอวเรเน่พาเดินออกไป เรเน่ก็แอบห่วงเพื่อนคอยหันมามอง “ไม่ต้องห่วงหรอก โรมิโอมันนิสัยดีกว่าที่ที่รักคิด” “เชื่อได้เหรอคะ เพื่อนกลุ่มเดียวกันก็ต้องชื่นชมกันอยู่แล้ว” “ที่รักจะบอกว่าพวกพี่นิสัยไม่ดีเหรอครับ” “เรียกว่าจอมวายร้ายเลยค่ะ” “ถ้างั้นวายร้ายคนนี้จะขอลักพาตัวนางเอกไปที่แสนวิเศษที่หนึ่งก่อนละกัน” พูดจบก็ช้อนตัวร่างบางขึ้นอุ้มพาไปที่รถซูเปอร์คาร์คันหรู ขับเคลื่อนตัวไปยังของขวัญที่เขาจะมอบให้เธอสำหรับการเรียบจบ ส่วนอีกด้านที่ยังคงถกเถียงกันเรื่องการรับผิดชอบกล้องถ่ายรูปและการไปส่งที่ “ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรหรอกนะยัยตัวเล็ก ฉันไม่ได้ซีเรียสเรื่องกล้องถ่ายรูปเลย”เขาพูดออกมาเสียงเรียบ “ถ้าฉันไม่ได้ทำอะไรให้คุณเลยฉันจะรู้สึกผิดมากเลยนะคะ”สายตากลมโตของเธอจ้องไปที่เขาตาไม่กะพริบ น้ำตาก็คลอออกมา แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการไถ่โทษ “ได้ เลี้ยงข้าวก็ได้” “หลังจากเลี้ยงข้าวฉันแล้ว เธอต้องเลิกรู้สึกผิดกับเรื่องกล้องถ่ายรูปตกลงไหม” “ค่ะ ขอบคุณที่จะไปส่งนะคะ”เธอโค้งตัวลงเล็กน้อย “ไม่เป็นไรยังไงไอ้เพื่อนตัวดีของฉันมันก็จัดแจงให้ไปส่งเธออยู่แล้ว” “แต่ฉันกลับเองได้จริงๆนะคะ ไม่ต้องไปส่งฉันหรอก” “ฉันพูดแล้วว่าจะไปส่ง เลิกเกรงใจอะไรที่มันไร้สาระสักทียัยตัวเล็ก” ถึงเขาจะพูดแรง แต่เธอแพ้เวลาที่เขาเรียกว่าเธอว่ายัยตัวเล็ก ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนพูดกับเธอคำนี้เลย ถ้าตอนนี้มีเครื่องวัดการเต้นของหัวใจมันคงจะส่งเสียงดังจนระเบิดเลยแหละ “ถ้างั้นเราไปกันเลยไหม” “ค่ะ!” จากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปขึ้นรถของโรมิโอ ภายในใจของหญิงสาวนั้นรู้สึกถูกใจในตัวของชายหนุ่มอย่างมาก ในหัวเธอมีแต่คิดว่านี่แหละชายที่เธอเฝ้าภาวนาขอให้เจอ แต่ติดที่เขาไม่ใช่มาเฟีย?…เป็นหนุ่มตากล้อง แต่เธอไม่ติดหรอกก็เขาเรียกเธอว่ายัยตัวเล็กนี่… :) <3เคอร์วินคว้าร่างบางเข้ามาประกบปากจูบต่อหน้าต่อโรมิโอและคาร์ลเตอร์ ทั้งที่โรมิโอก็ยืนอยู่ ๆ ข้าง เขาไม่สนใจอะไรแล้ว เขาก็แค่อยากจะจูบเธอ! เกลียดนักที่ย้ำว่าเธอเป็นของมันหลังจากนี้เขาก็จะทำให้ทั้งตัวและหัวใจเธอมาเป็นของเขา!จ๊วบ ม๊วฟ เป็นจูบที่หนักและแรงมากเธอไม่ได้ตั้งตัวเลยด้วยว่าจะมาโดนเคอร์วินจูบ เขาตะบี้ตะบันจูบเธอทั้งดูดปากเธออย่างแรงจนเธอเจ็บหมับ! “มึงทำเหี้ยอะไร!” เสียงคำรามตะโกนดังลั่น ผั๊วะ! โรมิโอคว้าคอเสื้อเคอร์วินมาก่อนจะปล่อยกำหมัดหนัก ๆ ต่อยเข้าที่ใบหน้าหล่อนั่นเต็มแรง ผั๊วะ ตุบ ตับ และต่อยไม่ยั้งไปอีกสองสามทีซึ่งเคอร์วินก็มีสวนคืนไปบ้าง ไม่ได้ยอมให้โรมิโอทำอยู่ฝ่ายเดียว“ไอ้โรมมึงหยุด!” คาร์ลเตอร์เข้ามาผลักโรมิโอออกจากเคอร์วินแต่ก็เจอโรมิโอสวนหมัดเข้าใส่ที่หน้า ผั๊วะ! มุมปากแตกจนเลือดไหลออกมา“มึงไม่หยุดใช่ไหมไอ้โรม!” ผั๊ว! คาร์ลเตอร์ต่อยเข้าไปที่ปลายคางโรมิโอจนแตก“พอแล้วพี่โรม คุณเคอร์วินปล่อยประธาน แล้วก็พอได้แล้วค่ะ” ร่างบางเข้าไปดึงแขนเคอร์วินที่จับแน่นที่คอเสื้อโรมิโอ เธอพยายามที่จะแทรกกลางแยกทั้งสามคนออก ตอนนี้มันชุลมุนวุ่นวายไปหมดแล้วเธอที่ยังอึ้งอยู่แล
“หึ มีแต่งานจะเริ่มหลังจากนี้สามวัน” คาร์ลเตอร์ตอบกลับยืนกอดอกประจันหน้ากับโรมิโอ“เอ้า! แล้วท่านประธานตามฉันมาทำไมตั้งแต่วันนี้คะ?” น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าหงุดหงิดปนไม่พอใจแต่ยังคงเป็นโทนเสียงที่ปกติ“ฉันได้ยินว่าเธออยากมาทะเลเลยจัดทริปสัมมนาของบริษัท พนักงานคนอื่น ๆ ก็จะตามมา”“ฉันอยากให้เธอมาพักผ่อน ช่วงที่ผ่านมาเธอมีเรื่องให้เครียดมากไม่ใช่หรือไง?” จากตอนแรกที่กำลังโกรธเขา ความโกรธมันก็ค่อยๆจางหายไปเมื่อเขาแสดงความใส่ใจที่มีต่อเธอ“รู้..ท่านประธานรู้ได้ไงคะว่าฉันมีเรื่องเครียด”“ไม่ต้องรู้หรอก ว่าฉันรู้ได้ไง รู้แค่ว่าฉันใส่ใจเธอก็พอ”“คะ?” เธอถึงกับเอียงคอเล็กน้อย งุนงงกับคำพูดของเขา แล้วเขามาใส่ใจเธอทำไมเธอก็แค่พนักงานธรรมดา โรมิโอรู้สึกตงิดใจแปลก ๆ ไม่ชอบเลยที่เห็นว่าคาร์ลเตอร์พยายามบอกว่าใส่ใจเธอ อย่างนี้เธอจะ..รู้สึกอะไรกับมันไหม ถ้าความใส่ของคาร์ลเตอร์มันทำให้เธอเชื่อใจมันล่ะ อย่างนี้เขาจะทำยังไง..หมับ! โรมิโอโอบเอวลูกแก้วเข้ามาประชิดตัวเอง แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างชัดเจน“ขอบคุณที่ใส่ใจแฟนกู แต่ทีหลังไม่ต้อง” ก่อนหน้านี้เขาอยากพาเธอไปเที่ยวอยู่แล้วแต่มาเจอแผน
หลังจากที่เขาได้ทำแผลให้เธอจนเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ร่างบางก็นึกขึ้นได้ว่าการมาหัวหินในครั้งนี้ของเธอคือต้องมาสัมมนาแต่นี่ก็ผ่านมานานหลายชั่วโมงแล้วไม่เห็นพวกเขาพูดถึงเรื่องงานสัมมนาเลย..“เอ่อคือ..ว่าแต่งานสัมมนาเริ่มตอนไหนเหรอคะ?” เธอหันไปมองคาร์ลผู้เป็นประธานบริษัท“หึ นั่นสิงานเริ่มตอนไหนล่ะนี่ก็เย็นแล้วนะ” โรมิโอที่ยืนอยู่ข้างลูกแก้วพูดเสริมจ้องไปที่สองฝาแฝด เขาจะดูว่ามันจะสรรหาคำแก้ตัวอะไรมาพูดกับเธออีก“เร่งนักเร่งหนา รบเร้าให้แฟนกูมาสัมมนาไกลถึงหัวหิน แต่กลับพามาบ้านพักตากอากาศของตัวเอง”“พวกมึงโกหกเรื่องสัมมนาใช่ไหม” โรมิโอพูดต่ออีก คำพูดนี้ทำลูกแก้วหันไปจ้องทั้งสองแฝด เริ่มจะมีอารมณ์โกรธแล้วด้วย“หมายความว่าไงคะ คือหลอกกันเหรอคะ?!” “สนุกกันมากใช่ไหมที่หลอกคนอื่นเรื่องงาน?!”“คิดว่าคนอื่นเขาว่างมาเล่นกับพวกคุณมากเหรอ”พวกเขาคิดว่าเป็นเรื่องตลกหรือไงที่หลอกเธอเรื่องสัมมนาจนเธอต้องทิ้งน้องชายคนเล็กในวัยเจ็ดแปดขวบไว้คนเดียวทั้งที่น้องเพิ่งจะได้มากรุงเทพ ต้องให้น้องอยู่กับคนที่ไม่รู้จักถึงแม้คนพวกนั้นจะเป็นคนของโรมิโอก็ตาม แต่เธอก็ไม่ได้สบายใจอยากจะปล่อยน้องไว้คนเดียว
“ก็ให้ไอ้คาร์ลเตอร์มันดูให้สิ”“ไม่ต้องยุ่ง” เสียงแข็งตอบกลับไป ก่อนจะสะบัดไหล่ข้างที่เคอร์วินจับ“เฮ้ย มึงก็รู้นี่ว่าได้คาร์ลมันเรียนหมอมา แถมที่บ้านหลังนี้ยังมีอุปกรณ์การแพทย์อยู่ด้วย ให้มันดูให้เถอะหรือมึงอยากให้เธอโดนตัดนิ้วทิ้ง ไม่รู้ว่าอะไรมันเข้าไปในแผลแล้วบ้าง” เคอร์วินแกล้งขู่ และใช่โรมิโอที่ร้อนใจอยู่แล้วนั้นก็รีบตอบรับทีนที“จิ๊! เออรักษาให้ได้ด้วยล่ะ”ทั้งสี่คนเดินออกมาจากห้องไปยังห้องที่มีอุปกรณ์การแพทย์ ก่อนหน้านี้คาร์ลเตอร์เรียนจบหมอมาไปทำงานอยู่โรงพยาบาลของปู่อยู่สามปี แต่ก็ต้องลาออกมารับตำแกร่งผู้สืบทอดตระกูลกับงานต่างๆ เพราะเคอร์วินไม่ยอมที่จะรับตำแหน่งตรงนี้ ทำให้เขามีอุปกรณ์การแพทย์พกติด เก็บไว้ทุกที่ของบ้านพักตากอากาศของเขาโรมิโอประคองเธอมานั่งที่โซฟาสีม่วงเข้ม จนเกือบจะเป็นสีดำ เคอร์วินแทรกตัวมานั่งข้างเธอ ยกขาขึ้นพาดไขว้กัน ส่วนโรมิโอเลยออกไปยืนพิงขอบโต๊ะตรงข้ามเธอ“ประธานเคยเป็นหมอด้วยเหรอคะ ฉันแปลกใจมากเลยนะคะ” เมื่อเธอนั่งลงบนโซฟาก็พูดออกมาอย่างประหลาดใจไม่คิดว่าคาร์ลเตอร์จะเรียนจบหมอมาโรมิโอคอยยืนดูคาร์ลเตอร์กับร่างบางพูดคุยกัน ส่วนเคอร์วินก็นั่งมอง
“เอาไป” เคอร์วินที่ตามมายื่นกาละมังกับผ้าขนหนูผืนเล็กไปให้โรมิโอโรมิโอรับของทั้งสองชิ้นมา จากนั้นก็เริ่มเอากาละมังไปลองน้ำ เมื่อได้น้ำที่มากพอสมควรแล้วเขาก็ย่อตัวนั่งลงแล้วบรรจงเช็ดล้างทำความสะอาดบาดแผลที่นิ้วให้กับเธอ“ไม่เจ็บใช่ไหม” เขาเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน “ถ้าเจ็บให้บอกพี่นะ พี่จะทำให้เบาที่สุด”“ไม่เจ็บเลยค่ะ จริง ๆ ฉันเดินเองยังได้ด้วย พี่โรมน่ะโอเวอร์เกินไป แผลมันแค่นี้เองเหมือนมดกัด”“คำพูดตัวเล็กโอเวอร์กว่าพี่อีกครับ” โรมิโอพูดต่อคำพูดเธอทันทีพร้อมส่ายหัว“ไม่ต้องพูดเลย ดูแผลตัวเองก่อน เนื้อเปิดขนาดนี้บอกแผลมดกัด”เคอร์วินพูดสวนคำพูดของเธอเช่นกัน สภาพแผล แถวบ้านเขาไม่เรียกมดกัดนี่เรียกหมากัดได้เลยเถอะ“ไปทำยังไงถึงได้เตะหินได้” คาร์ลเตอร์กอดอกยืนพิงผนัง คิ้วขมวดจนจะเป็นปมอยู่แล้ว“ก็เดินแล้วเตะสิคะ” เธอเงยหน้ามอง ถามอะไรแปลก ๆ จะให้เธอตีลังกาแล้วเอาเท้าไปเตะหินมั้ง?“เฮ้อ ทำไมถึงชอบทำอะไรไม่เคยระวังตัวเลย เจ็บตัวบ่อยเกินไปแล้วนะลูกแก้ว” คาร์ลเตอร์พูดต่อ ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ครั้งที่ต้องเจ็บตัว“ใครจะอยากเจ็บตัว..” เธอหน้ามุ่ยเมื่อถูกคาร์ลเตอร์ต่อว่า“
โรมิโออุ้มร่างบางกลับมาที่บ้านพักตากอากาศของคาร์ลเตอร์และเคอร์วิน ได้ยินไม่ผิดหรอก บ้านพักตากอากาศของสองฝาแฝด เขาคิดไว้แล้วว่ามันไม่มีงานสัมมนาอะไรอย่างที่พวกมันพูดหรอก แต่ถึงมีจริง ๆ ก็เถอะ ทำไมพวกมันถึงไม่พาเธอไปพักโรงแรมหรือรีสอร์ต แต่พวกมันเลือกที่จะพาเธอมาบ้านของพวกมัน! แค่นี้ก็รู้แล้วว่าพวกมันคิดจะทำอะไร ไหน ๆ ก็ได้มาหัวหินทั้งที ก็ขอให้เขาได้ใช้เวลาเที่ยวไปกับเธอเลยละกัน เพราะว่าตั้งแต่กลับมาเจอกันยังไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกันเลย“เจ็บมากไหม ทำไมเลือดถึงไม่หยุดไหล”“แบบนี้ต้องเย็บแผลเลยไหม พี่ขอโทษนะถ้าพี่มีสติ ไม่เอาอารมณ์เป็นที่ตั้งแต่แรก”“ตัวเล็กก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัวอย่างนี้” มาเฟียหนุ่มทั้งรู้สึกผิด ทั้งเจ็บปวดใจที่ทำให้คนรักต้องเลือดตกยางออก“พี่โรม ฉันไม่ได้เป็นไรมากหรอกค่ะ แค่ติดพลาสเตอร์ก็พอแล้ว”“ไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันมีสิ่งสกปรกอะไรเข้าไปในแผลตัวเล็กบ้างหรือเปล่า ต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วพี่ก็จะพาเราไปโรงพยาบาลด้วย!” เขายืนยันเสียงแข็ง‘ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วย แผลเราก็แค่นี้เอง…’ ลูกแก้วพลางคิดถึงแผลที่นิ้วเท้าตัวเอง ถ้าเทียบกับตอนเป็นเด็กที่เธอโดนไม้ลูกช







