LOGIN“อะไรก็ได้” หลี่เฉิงพูดออกมาเสียงเบา เขาปวดหัวกับงาน...และขี้เกียจมากเกินกว่าจะคิดเมนูอาหารในมื้อนี้ เขาเดินกลับเข้าห้องทำงานส่วนตัวของตัวเอง ปล่อยให้อันนาสั่งอาหารมาส่งให้ถึงห้อง
หลี่เฉิงเอนหลังลงบนเก้าอี้หนังสีดำราคาปานกลาง แม้มันจะไม่สบายมากเท่าไหร่แต่ก็พอใช้งานได้
ดวงตายังจ้องหน้าจอไม่กะพริบเมื่อคิดถึงเรื่องภาพลักษณ์ของงานรับรางวัลที่กำลังจะมาถึง เขานวดขมับคลายความตึงเครียดอยู่บนโต๊ะ
เหมือนหายใจทิ้งไปเฉย ๆ จนอาหารง่าย ๆ ก็มาวางตรงหน้า มันเป็นแซนด์วิสไก่ทอดของโปรดหลี่เฉิง มันมาพร้อมชาเก๊กฮวยอุ่น ๆ
“ผมขอกาแฟแก้วนึง” หลี่เฉิงพูดกับอันนาโดยไม่เงยหน้ามอง สองมือขยับแกะพลาสติกห่อแซนด์วิสออก เมื่อกัดลงไปหนึ่งคำก็ดื่มชาเก็กฮวยอุ่นตามทันที
ดวงตาทั้งสองปิดลงซึมซับอาหารรสชาติเรียบง่ายที่เขาโปรดปรานเป็นพิเศษ
และไม่นานนักกาแฟเย็นหวาน ๆ ก็เสิร์ฟลงบนโต๊ะ หลี่เฉิงกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม อันนายังยืนมองเจ้านายกินอาหารอยู่พักหนึ่งถึงวางใจว่าความเครียดของหลี่เฉิงบรรเทาแล้วก็ได้เวลาพักทานอาหารของเธอบ้าง
หลี่เฉิงกินแซนด์วิสคำสุดท้ายพร้อมดื่มชาเก็กฮวยตามจนหมดแก้ว ตอนนี้ท้องของเขาเริ่มหนักเล็กน้อยแต่พอมองออกไปด้านนอกกระจกก็เจอแต่รถมากมายขับสวนกันบนท้องถนน
ดวงตาสีอ่อนมองรถขับไปมาจนกระทั่งหมดเวลาพัก เขาหมุนเก้าอี้กลับมายังโต๊ะตัวใหญ่แล้วเริ่มอ่านเอกสารกองสูงฆ่าเวลาก่อนประชุมในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบไม่มีแม้แต่เสียงถอนหายใจของชายหนุ่ม เสียงของปากกาขีดลงไปบนกระดาษดังขึ้นเป็นช่วง ๆ อยู่นานกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ได้เวลาประชุมอีกครั้ง...
หลี่เฉิงสวมเสื้อสูทเนื้อดีทับลงบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจัดขยับชุดให้ดูเรียบร้อยแล้วเดินออกไปยังห้องประชุมเดียวกับเมื่อเช้า
เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ... ผู้คนมาพร้อมหน้า โชคดีที่การประชุมรอบนี้ผ่านไปได้ด้วยดี และหลี่เฉิงมาเพื่อรับรู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ศิลปินและดาราในค่ายต่างยินดีปรีดาไม่มีข้อครหาเกี่ยวกับโซเฟีย
เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นก็เหมือนวิญญาณได้ย้ายร่างไปแล้ว ใบหน้าของหลี่เฉิงซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม แถมยังเดินห่อไหล่ราวกับว่าจิตวิญญาณได้ดับสูญ
อันนาเดินเข้ามาประชิดเพื่อสังเกตอาการของชายหนุ่ม
“ไมเกรนครับ... ผมปวดหัว” หลังจากรู้ว่าเจ้านายเป็นอะไรอันนาก็ถอนใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยหลี่เฉิงก็ไม่ได้ป่วยแบบไร้สาเหตุ เธอประคองหลี่เฉิงกลับห้องทำงานก่อนตัวเธอจะเรียกรถผ่านออนไลน์ให้หลี่เฉิงกลับบ้านในวันนี้
ทันทีที่รถมาถึงก็พาหลี่เฉิงไปส่งที่รถท่ามกลางสายตาจับผิดของผู้คนรอบข้าง แต่อันนาไม่ได้สนใจและเธอทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมื่อหลี่เฉิงนั่งบนรถแล้วเขาก็กล่าวขอบคุณเลขาที่เปรียบเหมือนเพื่อนรุ่นพี่ที่คอยดูแลเขาไม่ต่างอะไรจากแม่
เมื่อรถเคลื่อนไปอันนายังต้องมองจนหลังรถหายลับไปกับตาก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านของเธอเช่นกัน
หลี่เฉิงกลับมาถึงคอนโดก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหลังกินยาไมเกรนทันที เขาปวดหัวจนภาพตรงหน้าแทบหมุนติ้วไปหมด ยังไม่รวมนับอาการอยากอาเจียนอีก อยู่ ๆ อาการก็กำเริบก่อนจบการประชุมไปนิดเดียว ไม่อย่างนั้นเขาคงกลายเป็นขี้ปากพนักงานเป็นแน่
มือซ้ายก่ายหน้าผากขณะหลับตา ในสมองอื้ออึงปวดทึบไปหมด ไม่นานนักหลี่เฉิงก็หลับไปในสภาพเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมทุกเม็ด ส่วนกางเกงก็กองอยู่ที่เข่า
ภาพทุกอย่างฉายชัดบนหน้าจอของดมิทรี เขานั่งยิ้มเย้นหยันขณะมองสภาพน่าสมเพชของหลี่เฉิงบนเตียง วันนี้เขาเพียงสืบค้นที่อยู่ของหลี่เฉิง และสั่งให้คนไปติดกล้องวงจรปิดและเครื่องดักฟังมาเมื่อเที่ยง
และดูเหมือนว่าคนเจ้าแผนการจะพอใจในผลลัพธ์นี้มาก เขานั่งดูคนนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาจนกระทั่งฟ้ามืด ภาพหน้าจากลายเป็นฉายด้วยรังสีอินฟาเรต
“จะดูอีกนานไหม” แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... เซอร์เกย์ผลักประตูเข้ามาแบบไม่ขออนุญาต เขานั่งลงบนโซฟาหนังสีเทาพลางไขว่ห้าง ส่วนปากก็เอาแต่เหน็บแนมเจ้านายที่เคารพรัก
“ได้เจอคงจับกินแล้วมั้ง” แล้วก็เหมือนคำนี้จะไปสะกิดใจดมิทรี
“ฉันไม่ใช่นายเซอร์เกย์” ดมิทรีสวนกลับทันควัน เซอร์ก็ได้แค่หัวเราะหึหึในลำคอเพราะพอจะมองสายตาของเจ้านายออก
“ฉันไม่ใช่คนของขาดแบบนาย” ดมิทรีพูดออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้หัวเราะห่าใหญ่ของเซอร์เกย์จนเขาต้องขมวดคิ้ว
“สายตามันออกนะดมิทรี” เซอร์เกย์มองตาดมิทรีก็มองออก... เขาเห็นสายตาของนักล่า!
“อย่าเพ้อเจ้อนัก” ดมิทรีเริ่มเบื่อ เขาโบกมือไล่ลูกน้องออกจากห้อง แต่มีหรือคนแบบเซอร์เกย์ที่รู้ไส้รู้พุงเจ้านายจะทำตามคำสั่ง เขานั่งเงียบมองหน้าเจ้านายที่เอาแต่คนใจคนในจอภาพ
“รู้ที่อยู่ขนาดนั้นแล้ว ทำไมไม่ลากมาเลย”
“ตื้นเขิน” ดมิทรีพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เซอร์เกย์ตื้นเขินเกินไปสำหรับแผนการของเขา และจะให้ดีเขาอยากคุยกับวิกเตอร์จิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์มากกว่า
“ใครจะชั่วเท่าดมิทรี” ทิ้งไว้แค่นั้นแล้วเดินจากไป ดมิทรีแคะหูไม่ยี่หระต่อคำที่มือขวาทิ้งไว้ รอยยิ้มเผยออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนบนเตียงเริ่มขยับและส่งเสียงอืออาในลำคอ
ร่างกายโปร่งสูงของหลี่เฉิงขยับ... กางเกงถูกร่นลงไปที่ข้อเท้า อะไรสักอย่างอวบนูนขึ้นบริเวณกางเกงชั้นในสีขาว
ดมิทรีหัวเราะ... แต่เป็นเสียงหัวเราะแห้ง ๆ แสดงความสมเพชคนในจอ มือของหลี่เฉิงกำลังเกาอวัยวะกลางลำตัว และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกรังเกียจ!
สายตาและสีหน้าบ่งบอกไก้ทันทีว่าดมิทรีรู้สึกรังเกียจคนใจจอกับท่าทางราวคนสกปรกเหมือนไร้บ้านแบบนั้นมากขนาดไหน เสียงเค้นในลำคอออกมามีแต่ความเย้ยหยันแม้เจ้าตัวจะไม่อยู่ตรงนี้ก็ตาม
วิกเตอร์หัวเราะร่วนกับสภาพของหลี่เฉิง แต่ก็พยายามพยุงอีกคนขึ้นให้ยืนเพื่อไปทำงานตามที่อีกคนสั่ง หลี่เฉิงไม่รับความเห็นใจจอมปลอมของวิกเตอร์ เขาสะบัดมือของตัวเองออกจากสัมผัสของวิกเตอร์ แล้วลุกพรวดพราดลงจากบันไดไปเองโดยไม่ต้องออกแรงบังคับใด ๆดมิทรียิ้มมุมปากเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของอีกคนก้าวลงบันไดด้วนแรงอารมณ์ ชะโงกหน้าดูอีกคนที่ตอนนี้ลงไปถึงชั้น 1 เรียบร้อยแล้วเพล้ง!แล้วแก้วน้ำในมือก็หล่นลงกะทันหันด้วยความตั้งใจของดมิทรี หลี่เฉิงตวัดสายตาขึ้นมองหาที่มาของเสียง เมื่อเจอเข้ากับใบหน้าของดมิทรีคนเลวก็ทำหน้าเหมือนจะฆ่าเขาให้ตาย“ขึ้นมาทำความสะอาดหน่อยครับนายน้อยเฉิง” และครั้งนี้เป็นเสียงของวิกเตอร์ เสียงแสบแก้วหูของมันทำให้ความโกรธของหลี่เฉิงพุ่งขึ้นทวีคูณหลี่เฉิงไม่สนใจเขาเดินไปทางห้องครัวจากนั้นแผ่นหลังก็หายวับไป...ดมิทรีรู้ว่าคนแบบนั้นจะไปอยู่ที่ไหนในบ้านหลังนี้ศาลาในสวน!ดมิทรีเดินตรงไปยังสถานที่ที่คิดว่าอีกคนจะหนีมาพัก... แล้วก็เป็นอย่างที่ดมิทรีคาดไว้ หลี่เฉิงนอนเอนหลังสบายใจอยู่บนศาลา“เฉิงเฉิง! “ ดมิทรีเอ่
หลี่เฉิงนอนหมดแรงอยู่กับพื้น เมื่อชั่วโมงก่อนดมิทรีเดินออกไปพร้อมกับนำแสงไฟจากไปด้วย ร่างกายปวดระบมค่อย ๆ ขยับคู้กายเข้าหากันเพื่อป้องกันความหนาวบนพื้นเย็นเฉียบ เสียงครางในลำคอดังลอดมาเบา ๆ บ่งบอกว่าเจ้าของเสียงกำลังเจ็บปวดหลี่เฉิงพยายามพาตัวเองคลานไปยังฟูกที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก... คลานไปก็ใช้สองมือกุมท้องไป เพราะความปวดจุกที่หายใจทีก็รู้สึกเจ็บภายในไปหมด กว่าจะกลั้นใจหอบสังขารขึ้นที่นอนได้ก็เล่นเอาเหงื่อตกคนที่มีดวงตาสีอ่อนทิ้งร่างลงบนฟูกอย่างแรงเหมือนพลังงานทั้งหมดเกลี้ยงหลอดแล้ว เขายังอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิมกับเมื่อเข้าแม้จะมีร่องรอยของคราบเลือดจากบาดแผลและรอยรองเท้าของดมิทรีประทับไว้ประปรายคืนนี้หลี่เฉิงนอนหงาย...ใบหน้ามองเพดานสีขาวแต่กลับถูกความมืดปกคลุม เมื่อร่างกายนิ่งสนิทความเจ็บปวดก็รุมเร้าอีกครั้ง เขาข่มตาพยายามหลับใหลในคืนนี้... และในที่สุดความปรารถนาของหลี่เฉิงก็เป็นจริง เขาผล๋อยหลับในที่สุดทิ้งให้คนเสพติดการเฝ้ามองของเล่นของตัวเองต้องหัวเสียเมื่อดมิทรีออกมาจากห้องของหลี่เฉิงเขาก็กลับเข้ามายังห้องทำงานเพื่อเฝ้ามองดูการใช้ชีวิตของอีกคน รอยย
*Dmitri*ในที่สุดผมก็ได้เอกสารพร้อมลายเซ็นต์ธรรมดา ๆ ของหลี่เฉิงมา ตอนแรกคิดว่าตคนแบบมันคงยอมสู้จนตัวตาย... แต่ผิดคาดไปเยอะเลย เพียงแค่ขู่ถึงชื่อจ้าวเหวินมันก็ยอมได้โดยง่าย...“ไปสืบมา จ้าวเหวินคือใคร มีสายสัมพันธ์กันยังไง” ผมคันยุบยิบในใจเมื่อนึกถึงสายตาวูบไหวตอนพูดถึงจ้าวเหวินให้มันฟัง“ยังไม่ทันได้กินเลย... หวงซะแล้ว” เซอเกย์มักปากหมาแบบนี้บ่อย ๆ แต่ผมไม่ถือสาคนปากไม่มีหูรูดแบบมันหรอก ตวัดสายตามองเจ้าของเสียงและพบว่ามันไม่สนใจสายตาของผมด้วยซ้ำก็ถอนใจกลับมาก้มหน้าอ่านเอกสารอีกรอบเอกสารที่ยินยอมให้ผมกลายเป็นผู้บริหารบริษัทของมัน แถมยังยกหุ้นทั้งหมดในส่วนของหลี่เฉิงมาให้อีกด้วย... แต่สิ่งที่ผมต้องการกลับไม่ใช่เงิน แต่คือตัวของมัน!วันนั้นมันเข้าบ้านมาพร้อมกับแย่งความรักของแม่กับพ่อไปจนหมด!ของเล่นชิ้นโปรดของผม พ่อกับแม่ก็ยกให้มัน!ได้สิ... ตอนนี้ได้เวลาเอาคืนแล้ว!ทรัพย์สินทุกสิ่งอย่างของมันจะต้องกลายเป็นของผม!“หึ...” ทุกอย่างง่ายดายเหมือนกับปอกกล้วยเข้าปาก ผมยิ้มขณะอ่านทวนเอกสารซ้ำไปซ้ำมาก่อนยื่นให้เซอร์เกย์นำมันไปทำใ
*Li Cheng*ตอนนี้ผมเดินวนอยู่ในห้องแปลก ๆ ที่มีแต่อุปกรณ์หน้าตาพิลึก แถมยังมีกรงหมาอยู่ที่มุมห้อง ผมจำห้องนอนนี้ได้ดี... มันเคยเป็นที่นอนแสนหดหู่ให้ผมเมื่อหลายสิบปีก่อน และตอนนี้ผมไม่คิดที่อยากจะกลับมันซ้ำแม้แต่วินาทีเดียว!ไอ้เหี้ยดมิทรี!แค่คิดถึงใบหน้าและแววตาสีดำสนิทของมันแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง!ปังๆๆๆผมเดินไปที่ประตูแล้วออกแรงทุบเป็นครั้งที่สองหลังจากเสียงดมิทรีหายไปสักพักแล้ว“ปล่อยกู!!! ปล่อยกูออกไป!!! “ คนที่นี่ไม่จำเป็นต้องสุภาพด้วย โดยเฉพาะดมิทรี โวลคอทอะไรนั่น! มันคือคนชั่วตั้งแต่รากผมยันปลายเล็บ!ผมยังคงออกแรงทุบประตูหมายจะให้มันเป็นรู เพื่อหนีไปให้ไกลจากที่นี่... แต่แล้วเสียงฝีเท้ามั่นคงก็ตรงมาทางนี้ แรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ผมจำขึ้นใจ!ผมถอยห่างออกจากประตูเพราะกลัวว่าไอ้บ้านั่นมันอาจจะเอาคนเข้ามารุมกระทืบผมอีก ผมย้ายตัวเองไปอยู่ที่ประตูระเบียง...อย่างน้อยมันก็ไกลมากพอให้ผมได้ตั้งตัวแล้วประตูก็แง้มออก... ดมิทรีเดินยิ้มเข้ามาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ตามมาด้วยลูกน้องของมัน...“มาคุยกับพี่หน่อยสิ
“คุณโอเคไหม โซเฟีย” ดมิทรีใช้ทำเสียงอ่อนโยนพูดกับหญิงสาว เธอพยักหน้าเบา ๆ พลางขย้ำทิชชู่เปียกชื้นในมือลงถังขยะ“ถ้าคุณไม่สบายใจ... คุณสามารถไปพักที่บ้านพักตากอากาศของผมได้นะครับ มันอยู่ห่างไกลจากเมืองค่อนข้างมาก แต่ว่าสะดวกสบาย อากาศดี” ดมิทรีหยิบยื่นข้อเสนอ โซเฟียพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม ส่วนดมิทรีก็เผยยิ้มกว้างเพราะเหยื่อของเขาติดกับดักอย่างง่ายดาย“ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดพลางลุกขึ้น เธอหยิบกระเป๋าใบจิ๋วออกไปพร้อมดมิทรีเดินตามหลัง ชายหนุ่มร่างสูงส่งโซเฟียขึ้นรถก็โบกมือลาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นก็หมุนหลังกลับเข้าไปภายในตึกอีกครั้ง... แล้วเหมือนโชคชะตากำลังอาละวาดเพราะเกรี้ยวโกรธใครสักคน ดมิทรีปะทะหน้าเข้ากับหลี่เฉิงที่ตอนนี้ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ราวกับกำลังหลบหนีอะไรอยู่“คิดว่าจะหนีพ้นเหรอหลี่เฉิง” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น แค่เสียงก็ทำเอาหลี่เฉิงตัวสั่นเทิ้มจากความกลัว เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า ทำได้เพียงก้มหน้ามองปลายเท้าห่อไหล่ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้“พี่ว่าเราไปหาอะไรดื่มกันดีกว่า” มือแกร่งแตะลงบนไหล่ห่อ ทันทีที่แตะลงไปเจ้าตัวก็
นักข่าวมากมายยืนออกันหน้าสถานที่จัดงาน ดาราและศิลปินในค่ายต่างค่อย ๆ ทยอยกันเข้างานราวกับฝูงผึ้งพบราชินี และในที่สุดโซเฟียก็ปรากฎตัว เธอมาพร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในอ้อมกอด ชุดเดรสสีฟ้าประกายตกแต่งด้วยไข่มุกดูดีส่งเสริมให้ผิวของเธอยิ่งดูผ่องใส“วันนี้ดีใจมากเลยค่ะ” เธอพูดกับนักข่าวเพียงประโยคเดียวหลังจากที่ทุกสำนักรายล้อมที่เธอจนแทบไม่มีพื้นที่ไว้หายใจ จากนั้นเธอก็ปลีกตัวออกมากลับไปยังเก้าอี้หน้าเวทีเมื่องานประกาศรางวัลเริ่มต้นขึ้นพิธีกรคู่ขวัญของค่ายก็เดินเข้ามา พวกเขาส่งเสียงและประกาศว่าอีกไม่นานจะได้พบกับผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 27 รางวัลโดยจะมีเพียงรางวัลเดียวเท่านั้นซึ่งเป็นรางวัลใหญ่!เวลาเคลื่อนไปตามกำหนดการ ผู้มีชื่อเสียงหลายคนได้ขึ้นไปรับรางวัลกับหลี่เฉิง พร้อมได้พูดถึงความดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในค่ายนีหลี่เฉิงยิ้มกว้างอยู่บนเวที... บริษัทที่เขาก่อตั้งมาด้วยตัวเอง บัดนี้กำลังเติบโต‘และรางวัลสุดท้าย... รางวัลของนักแสดงนำจอดเยี่ยม คุณโซเฟีย!!!! ‘โซเฟียเดินทอดน่องขึ้นเวทีด้วยความภาคภูมิใจ โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ข้างล่างเวทีเกิดอะ







