LOGINตุบ!
"โอ๊ย!"
เท้าของอัลฟ่าหนุ่มกระแทกเหยียบศีรษะของเจ้าของร้าน บดขยี้จนกะโหลกเขาแทบจะแบนราบไปกับพื้น
"แกกล้าดีนักนะ คิดว่าอ้างว่าไม่รู้จักฉันแล้วจะได้รับการยกเว้นงั้นรึ? ในหัวยัดไว้แต่ขี้เลื่อยรึยังไง ในประเทศเอเรียลถ้าไม่ได้รับการคุ้มครองจากเซเทอร์ แฟมิลีก็อย่าหวังจะอยู่รอดไปได้ จำใส่หัวไว้!" อัลฟ่าหนุ่มตะคอกดังลั่นพลางบดเบียดศีรษะใต้ฝ่าเท้าอย่างแรงจนเกิดเสียงลั่นเอี๊ยด
"คิดว่าเด็กอย่างพวกเธอจับกลุ่มทำเรื่องชั่วช้าพรรค์นี้แล้วจะรอดไปได้เหรอ? ความคิดที่ว่าขอแค่ยังเป็นเยาวชนแล้วจะทำอะไรก็ได้มันใช้ไม่ได้แล้ว! เมื่อกี้คนเห็นกันทั้งร้าน อย่างไรพวกเธอก็ไม่มีทางรอดไปจากตำรวจได้" เจ้าของร้านตะกายมือดึงเท้าที่เหยียบหัวเขาไว้แน่นหวังจะเป็นอิสระ เขาดิ้นรนอย่างไร้ผลอยู่อย่างนั้นเพื่อเอาชีวิตรอด
เจ้าของร้านงัดทุกคำข่มขู่ที่หัวอันปวดร้าวพอจะคิดขึ้นมาได้ แต่เขากลับได้รับการตอบกลับมาเป็นเสียงหัวเราะขบขันเย้ยหยันของแก๊งอันธพาล
"ไอ้แก่ แกคงจะยังไม่เข้าใจจริง ๆ" อัลฟ่าหนุ่มเหยียดยิ้มเยาะแล้วหยิบมีดพกออกมาสะบัดกางปลายคม "ในประเทศเอเรียลพวกฉันใหญ่กว่าตำรวจว่ะ"
มีดถูกแทงลงมาโดยไม่มีความลังเล เจ้าของร้านหลับตาปี๋และกลั้นหายใจ เขาหวาดกลัวจนไม่สามารถส่งเสียงร้องออกมาได้ ในชั่วจังหวะที่ชีวิตกำลังจะดับสูญ ลูกบาสก็พุ่งเข้าใส่มือของอัลฟ่าหนุ่มอย่างแรงจนมีดพกกระเด็นหลุดมือ
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ลิ่วล้อทั้งหลายที่กำลังรอดูชมฉากสังหารเลือดสาดกลับต้องมาเห็นนายน้อยของพวกเขาโดนโจมตีขัดจังหวะก็โวยวายขึ้นมาทันที
"ใคร?!"
"ไอ้บ้าตัวไหนมันกล้าทำร้ายนายน้อย!"
ทุกสายตาหันไปมองตามทิศทางที่ลูกบาสพุ่งมา หน้าตู้เล่นแป้นบาสมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งพาดขาข้างหนึ่งไว้กับตู้ ชายผู้นั้นทั้งสวมแว่นตาดำ หน้ากากผ้าสีดำ เสื้อผ้าสีดำ และรองเท้าหนังสีดำ นอกจากนี้ยังพันผ้าพันคอสีแดงผืนหนาทั้งที่อากาศไม่ได้หนาวอีก เป็นการแต่งกายที่ปกปิดมิดชิดจนยากจะคาดเดารูปร่างและลักษณะส่วนบุคคล เส้นผมสีดำหยักศกเล็กน้อยเองก็รับกันกับชุดของเขาได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นบุคคลปริศนาที่มาในชุดเกือบจะออลแบล็ก[3] ดูอย่างไรก็ไม่น่าไว้วางใจ และคนผู้นั้นก็กำลังนั่งเลี้ยงลูกบาสบนนิ้วอยู่หน้าแป้นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
นัยน์ตาสีมรกตจ้องเขม็งไปที่ผู้มาใหม่ กลิ่นอายดุร้ายแห่งจ่าฝูงแผ่ออกมาทำให้รอบกายเต็มไปด้วยความกดดัน ลูกน้องทุกคนพากันตัวสั่นเกร็งด้วยความหนาวยะเยือกจนต้องหยุดโวยวาย กลิ่นของอัลฟ่าหนุ่มมุ่งโจมตีไปยังชายในชุดดำโดยตรง ก่อนหน้านี้นายน้อยแห่งเซเทอร์ แฟมิลีไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของคนผู้นี้ด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะอยู่ในร้านอยู่แล้วหรือลอบเข้ามาในภายหลังก็ตาม คนผู้นี้สามารถเดินเหินใต้จมูกของเขาได้โดยที่เขาไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย "แกเป็นใคร?"
"พี่เลี้ยงคนใหม่ของคุณไงครับ คุณวอลเตอร์ เซเทอร์"
คำตอบที่ได้รับทำให้อัลฟ่าหนุ่มหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
"พ่อส่งสวะมาอีกคนแล้วสินะ ดี ถ้าเป็นพี่เลี้ยงจริงก็ต้องทำตามคำสั่งฉัน" วอลเตอร์แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "ฆ่าไอ้แก่นี่ซะ"
นายน้อยชี้นิ้วไปทางเจ้าของร้านที่ร้องเสียงหลงตัวสั่นอยู่บนพื้น ผู้มาใหม่น่ากลัวยิ่งกว่าแก๊งนักเลงพวกนี้เสียอีก อีกทั้งแรงกดดันมหาศาลจากอัลฟ่าหนุ่มก็ยังส่งตรงลงมาจากฝ่าเท้าจนเขาแทบจะคุมสติไว้ไม่อยู่แล้ว
ชายปริศนาตอบเสียงเรียบ "การฆ่าเป็นงานของนักฆ่าครับ ไม่ใช่มาเฟีย"
"หึ! จะมาสอนเรื่องมาเฟียให้กับฉัน? ยังสติดีอยู่รึเปล่า?!" วอลเตอร์เก็บกลิ่นอายแห่งความมุ่งร้ายกลับไป บรรดาลูกน้องจึงค่อยหายใจได้โล่งคอขึ้นมาบ้าง "สั่งสอนให้มันรู้จักฐานะของตัวเองซะ!"
ไร้ซึ่งความกดดัน เหล่าลิ่วล้อก็ออกตัว แต่ละคนตะโกนกู่ร้องง้างหมัดวิ่งเข้าใส่ศัตรูตามคำสั่งของเจ้านาย
เวนิสเบี่ยงตัวหลบหมัดแรกที่ออกตัวมาอย่างรวดเร็วแต่ไร้กำลัง ขัดขาคนที่สองที่พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง มือเรียวสับเข้าที่ท่อนแขนของคนที่สามเพื่อให้หมัดเปลี่ยนทิศไปโดนพรรคพวกเดียวกัน สุดท้ายจึงรอคนต่อไปวิ่งส่งหมัดมาเข้ามือเพื่อจะจับศูนย์ถ่วงยืมแรงทุ่มตัวของเขากระเด็นไปทับพวกพ้องอีกสามคนข้างหลัง
แก๊งนักเลงวัยรุ่นล้มแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่เพื่อจะโดนอัดล้มลงไปใหม่ ไม่นานก็ไม่มีใครสามารถลุกขึ้นมาได้อีก ประกายคมวาบขึ้นที่หางตาด้านข้างจุดที่ไม่มีแว่นดำมาบดบัง เวนิสก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว คมมีดเฉียดจมูกของเขาไปเพียงแค่คืบ เวนิสยกมือหนึ่งจับข้อมือข้างที่ถือมีดของอีกฝ่าย อีกมือกดลงที่ข้อศอก จับผู้โจมตีหมุนตัว ล็อกแขนเขาไว้ข้างหลัง
วอลเตอร์ตกใจ ลูกน้องที่นอนโอดครวญอยู่บนพื้นเองก็ตกใจ นายน้อยของพวกเขาไม่เคยเสียท่าในการต่อสู้ระยะประชิดตัวที่ใช้กำลังและความคล่องตัวเป็นหลักมาก่อน แต่กลับถูกปลดมีดแล้วจับล็อกแขน สิ้นท่าในไม่กี่วินาที!
"แกเป็นใครกันแน่?!"
"พี่เลี้ยงของคุณไงครับ"
พูดจบเวนิสก็เตะมีดพกที่ตกลงบนพื้น มีดพุ่งทะยานไปไกลถึงอีกฟากของร้าน ด้ามมีดกระแทกเข้ากับมือสั่นระริกที่ประคองโทรศัพท์แนบหูอยู่ของเจ้าของร้าน
"โอ๊ย! ทำอะไรของคุณ ผมกำลังจะโทรแจ้งตำรวจ!"
"ผมคงจะยอมให้คุณทำอย่างนั้นไม่ได้ครับ" เวนิสตอบกลับด้วยความเยือกเย็น สายตายังไม่ถอนไปจากลูกไก่ในกำมือที่ยังพยายามดิ้นรนหนีให้หลุดจากเงื้อมมือของเขา
เจ้าของร้านได้ยินดังนั้นก็อึ้งค้างไป "คุณ...ไม่ได้จะมาช่วยผมเหรอ?"
"อย่างที่บอกไปว่าผมเป็นพี่เลี้ยงของเขาครับ คนที่ผมมาช่วยคือเขา ไม่ใช่คุณ"
วอลเตอร์แค่นเสียง "ช่วย? ช่วยบ้าอะไร นี่คือการช่วยอะไรของแก?!"
"ช่วยแก้วิธีการของคุณ สิ่งที่คุณทำไม่ใช่วิถีของมาเฟียหรอกครับ เป็นแค่การกระทำอวดเบ่งของอันธพาลระดับล่างที่มีผู้มีอำนาจคุ้มหัวอยู่" เวนิสถอนหายใจ งานนี้หนักกว่างานก่อนหลายเท่ามาก อย่างน้อยนายน้อยคนก่อนเขาก็เจอตั้งแต่ยังไม่ได้อยู่ในช่วงหัวรุนแรงแบบวอลเตอร์ อีกทั้งยังสุภาพมากกว่ากันเยอะเลยด้วย
"แก ว่าไงนะ?!" วอลเตอร์ได้ยินดังนั้น อารมณ์โมโหก็พวยพุ่ง ฟีโรโมนแห่งจ่าฝูงปล่อยออกมาเพื่อให้พวกชั้นล่างหวาดกลัวฟุ้งกำจรไปทั่วทั้งร้านโดยไม่สามารถควบคุมได้ เขากัดฟันกรอดเค้นเสียงลอดไรฟัน "เป็นแค่โอเมก้าแท้ ๆ!"
นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำดั่งท้องทะเลลึกภายใต้แว่นตาดำหดลงด้วยความตกใจเพียงชั่วครู่ก่อนที่เวนิสจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม เขาคิดว่าตัวเองเก็บกลิ่นได้ดีแล้วแท้ ๆ ทั้งยา ทั้งเครื่องมือป้องกันก็ทำเหมือนสมัยเป็นนักฆ่าทุกประการ
ชักจะมือตกแล้วสิ คงต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้ว
"ถึงจะเป็นแค่โอเมก้าแต่ผมก็สูงกว่าคุณนะครับ สู้ชนะด้วย"
"แก!!"
"ถ้าอยากให้คนอื่นมองคุณเป็นนายน้อยแห่งเซเทอร์ แฟมิลีก็สมควรทำตัวให้เหมาะสมหน่อยครับ"
เวนิสกระแทกหลังเข่าของวอลเตอร์และปล่อยมือที่ล็อกแขนเขาไว้ ทำให้วอลเตอร์เสียการทรงตัวล้มลงไปนอนหน้าคว่ำอยู่กับพื้น เวนิสเตะมือที่เอื้อมออกมาจะฉุดเขาให้ล้มตามลงไปโดยไม่หันไปมอง เขาเดินตรงไปยังเจ้าของร้านที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ที่มุมร้าน
"คุณปิแอร์ เรสลิ่ง อายุสี่สิบสองปี เกิดที่ประเทศซีนาร์ เพิ่งย้ายมากับภรรยาและลูกสาวสองคนหวังตั้งรกรากที่ประเทศเอเรียลเมื่อปีก่อน" ดวงตาเรียวคมภายใต้แว่นดำจดจ้องไปที่ชายวัยกลางคนผู้จ้องเขากลับมาด้วยดวงตาสั่นระริก
"แม้การเปิดกิจการร้านเกมเซนเตอร์ในประเทศเอเรียลของคุณจะถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แต่เงินทุนของคุณกลับนำมาจากการฟอกเงินที่ยักยอกมาจากบริษัทเก่าในประเทศซีนาร์ แค่เปลี่ยนชื่อ นามสกุล แล้วย้ายที่อยู่ไม่สามารถลบล้างความผิดของคุณได้หรอกนะครับ คาร์ล ดีน"
ความผิดแต่หนก่อนมิอาจลบล้างแม้จะเปลี่ยนตัวตนไปมากเพียงใด เหมือนกับที่มาร์โกฆ่าคนไปมากเพียงใดเวนิสก็ไม่อาจหนีตราบาปนี้ไปได้
เหมือนกับตัวเขา
"คุณ คุณ...คุณเป็นใครกันแน่ คุณต้องการอะไร?!" คาร์ลตะโกนลั่น ร้องโหยหวนถามอย่างสิ้นหวัง น้ำตาแห่งการดิ้นรนไหลพราก เขาสู้อุตส่าห์หนีมาได้ คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตใหม่ให้ดีแล้วแท้ ๆ แต่อดีตของเขากลับถูกเปิดโปงออกมาโดยที่ตัวเขายังไม่ได้พูดอะไรเลยสักแอะ
"ผมเป็นใครไม่สำคัญครับ ที่สำคัญคือคนไม่สำคัญอย่างผมยังสืบข้อมูลของคุณมาได้ อีกไม่นานตำรวจก็คงจะตามมาจับคุณ อ้อ หรือผมควรจะช่วยนำหลักฐานไปมอบให้พวกเขาดีล่ะครับ เรื่องจะได้ไม่ยืดเยื้อ เสียดายก็แต่ลูกสาวสองคนของคุณกำลังไปได้ดีในโรงเรียนใหม่นี่สิ เด็กที่เพิ่งย้ายมาจะหาเพื่อนใหม่ที่ดีไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ยิ่งถ้าพ่อของเด็กมีประวัติอาชญากรรม ทั้งโรงเรียนคงจะตราหน้าลูกของคุณว่าเป็นลูกของโจรเป็นแน่"
น้ำตาล้นทะลักไหลพรากออกมา คาร์ลตะเกียกตะกายคลานเข้ามาหมอบอยู่แทบเท้าของชายชุดดำ "ฉันขอร้องล่ะ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ แต่อย่าเปิดเผยเรื่องนี้กับตำรวจ อย่าเอาลูกของฉันเข้ามายุ่งเกี่ยว ฉันยอมทำทุกอย่าง!"
เวนิสย่อตัวลงไปตบบ่าของผู้เป็นพ่ออย่างปลอบโยน "ทุกอย่างมีทางแก้เสมอครับ หากแค่คุณมาเป็น 'ลูกชาย' ของเซเทอร์ แฟมิลี 'ครอบครัว' จะปกป้องคุณอย่างแน่นอนครับ"
"ได้ เป็น ฉันเป็น ได้โปรดให้ฉันได้เป็นลูกชายของเซเทอร์ แฟมิลีด้วย!"
เวนิสหยัดกายลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ดวงหน้าเรียวคมภายใต้สิ่งปกปิดมากมายเอียงไปด้านหลัง ตาเรียวคมจับจ้องวอลเตอร์ที่เงยหน้าขึ้นมา มองเขาจากพื้นด้วยความทึ่ง
"คุณคงจะเห็นแล้ว การฆ่าเป็นงานของนักฆ่า ส่วนงานของมาเฟียคือการควบคุมครับ"
[3] All Black Look คือ สไตล์การแต่งตัวชุดดำล้วน
"คุณแม่เก่งมากเลยครับ!" เวอร์โกน้อยที่นั่งดูหน้าจอจับภาพสนามอยู่ด้านนอกตาลุกวาวเป็นประกาย"แน่ล่ะสิ เจ้าหนู แม่นายน่ะเก่งที่สุดอยู่แล้ว" วอลเตอร์เองก็ฉีกยิ้มตามเชียร์อยู่ด้านข้างลูกชาย"แต่คุณลุงบรานโดเท่ห์ที่สุดเลย""ว่าไงนะ?" วอลเตอร์หันขวับไปมองลูกชายด้วยความไม่พอใจ "ไม่จริงสักหน่อย เวนิสเท่ห์กว่าตั้งเยอะ"เวอร์โกกลับส่ายหน้าทั้งที่ยังจ้องคนในจอไม่วางตา "คุณลุงบรานโดเท่ห์มาก ๆ ต้องชนะแน่!"การโจมตีจากระยะไกลเริ่มร่นระยะขึ้นเรื่อย ๆ ตามการคุมเกมของนักฆ่ามือหนึ่ง บรานโดใช้ช่วงขาที่ยาวกว่าเตะตัดขาดักทางที่เวนิสจะถอยไปเพื่อทิ้งระยะ เวนิสเห็นดังนั้นก็ยิงสวนกลับไปแล้วกระโดดกลับตัวหลบกระสุนเลเซอร์ บรานโดเองก็ต้องตั้งหลักใหม่เพื่อวิ่งหนีลำแสงจากอีกฝ่าย ตาเหยี่ยวเห็นโอกาส มือขวาโยนปืนทิ้งแล้วเอื้อมออกไป เวนิสที่วางกับดักล่อเอาไว้เห็นอีกฝ่ายติดกับก็หมุนตัวเข้าประชิดอย่างที่ไม่ควรจะเป็น มือซ้ายที่ถือปืนอยู่ของบรานโดถูกเขาใช้ขาหนีบเอาไว้จนเล็งเข้าหาเป้าไม่ได้ ลำแสงเลเซอร์เลื่อนมาจ่อที่เป้ากลางอก"ผมโดนคุณล็อกตัวมาเป็นล้านครั้งแล้วครับ ครั้งนี้ไม่สำเร็จหรอกครับ" เวนิสยกยิ้มบรานโดรู้ตัวว่าเสียท
บทพิเศษสมบูรณ์แบบ'Babysitter' ไม่ได้ออนไลน์มาหลายวันแล้ว หลังจากเวนิสเลิกติดเกมยิงปืน บรานโดก็มาชวนเขาไปเล่นเลเซอร์เกม[1]ต่อ เวนิสที่คิดว่าจะไม่ได้พบเพื่อนนักฆ่าคนนี้แล้วดีใจเป็นอย่างมาก รีบตอบรับคำเชิญไปในทันที ถือโอกาสได้พาเวอร์โกออกไปเที่ยวนอกบ้านด้วย และแน่นอนว่าวอลเตอร์ไม่มีทางยอมให้ภรรยาและลูกน้อยออกไปกับอัลฟ่าคนอื่นโดยไม่มีเขาจึงติดสอยห้อยตามไปด้วย"ไง มาร์โก ไม่ได้เจอกันนาน""สวัสดีครับ คุณบรานโด ขอบคุณที่ชวนนะครับ"บรานโดหัวเราะร่าเริง สองนักฆ่าจับมือทักทายกัน ตามมาด้วยสายตาดั่งไฟแผดเผามือข้างนั้นที่บังอาจแตะต้องมือเพรียวสวยของภรรยาเขา"ทักทายคุณลุงบรานโดสิครับ เวอร์โก" เวนิสดันหลังลูกชายที่เกาะขาเขาหลบคนแปลกหน้าอยู่ข้างหลัง เด็กน้อยผู้ไม่เคยกลัวเกรงสิ่งใดกลับไม่ยอมโผล่ออกมาจากหลังมารดาเวนิสเลิกคิ้วขึ้น ลูกชายเขาช่างมีสัมผัสที่ดีนักส่วนวอลเตอร์ก็ยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ กลับไปเขาจะแอบคุณแม่เอาช็อคโกแลตให้เจ้าหนูกินเพิ่มบรานโดย่อตัวลงไปดูเด็กชายตัวเล็กที่สูงเกือบจะเท่าเข่าของมารดาแล้วนักฆ่ามือหนึ่งผิวปาก "โย่ หนุ่มน้อย ตัวโตขนาดนี้แล้วหรือนี่ เจอกันครั้งที่แล้วเธอยังอยู่ใน
บทพิเศษได้เวลาเปลี่ยนชื่ออันดับสองเป็นภาพอันหาได้ยากที่จะมีโอกาสพบเห็นอันเดอร์บอสแห่งเซเทอร์ แฟมิลีในร้าน 'ปิแอร์ เกมเซนเตอร์' หลังจากขึ้นสู่ตำแหน่งอันเดอร์บอส วอลเตอร์ผู้แบกรับภาระของแฟมิลีไว้มากมายก็แทบไม่มีเวลาออกจากฐานทัพหากไม่ได้ออกไปทำภารกิจ แต่วันนี้เขากลับเรียกประชุมสมาชิกครอบครัวดั้งเดิมเป็นการเร่งด่วนในฐานทัพแรกสุดของพวกเขา และตอนนี้นายน้อยก็เปิดหัวข้อประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"เมียฉันติดเกม""..."โซลเจอร์ทั้งแปดได้แต่มองหน้ากันตาปริบ ๆ บ้างก็อ้าปากตาค้างทึ่งกับสิ่งที่ได้ยิน บ้างก็ยักไหล่อย่างหน่ายใจ ไม่ก็กุมขมับด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้านี่น่ะหรือเรื่องที่ทำให้อันเดอร์บอสเรียกพวกเขามาประชุมด่วน!"เอ่อ...คุณมาร์โกน่ะเหรอ?" อันโตนิโอถามอย่างลังเลเพื่อยืนยัน"ใช่ เวนิส เมียฉัน"เมื่อได้รับการยืนยัน ทุกคนในห้องพนักงานหลังร้านก็เงียบสนิทอย่างหาคำพูดไม่เจอ จนมีคนกล้าพอที่จะทำลายความเงียบลง"แล้วมันทำไมเหรอครับ อันเดอร์บอส?" ปีเตอร์ผู้ไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้มีอะไรผิดปกติจนต้องเรียกประชุมถามขึ้นวอลเตอร์กดศีรษะลงกับฝ่ามือพลางถอนหายใจอย่างสุดจะกลัดกลุ้ม "พวกนายไม่เข้าใจ เวนิสน่ะ
บทพิเศษWhat if...หากคุณเป็นของผมอะเลสซิโอวัยสิบห้าปีกระชากหน้ากากผ้าสีดำสนิทออกมาจากใบหน้าของอีกฝ่าย แม้เขาจะยังมีอายุน้อยแต่เขาก็เป็นอัลฟ่าที่แข็งแกร่ง ทั้งมีรูปร่างสูงใหญ่และพละกำลังที่เหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันหลายเท่า การฉีกผ้าโง่ ๆ นั่นออกมาไม่ใช่เรื่องยาก เด็กหนุ่มปรายตามองเครื่องกรองกลิ่นที่ซุกซ่อนอยู่ภายในแล้วกำมือบีบทำลายมันทิ้ง ฟีโรโมนแห่งอัลฟ่าจ่าฝูงเข้มข้นแผ่กำจายออกมากดดันรอบตัวเป็นรัศมีกว้างขวาง เข้าครอบงำโอเมก้าที่ไร้เครื่องป้องกันขัดขวาง มือแกร่งของเด็กหนุ่มกระชากคอระหงดึงลงมาให้ประจันหน้ากับตน"หน้าตาก็ดีใช้ได้ แต่ปกปิดเสียอย่างกับโจร เครื่องกรองกระจอกพรรค์นั้นต้านทานผมไม่ได้หรอก เป็นแค่โอเมก้าจะฝืนสัญชาตญาณให้ลำบากไปทำไม""เพราะผมคือพี่เลี้ยงของคุณไม่ใช่ทาสรับใช้ครับ นายน้อย"มือที่กำรอบเรียวคอแน่นถูกบิดด้วยเรี่ยวแรงเพียงเล็กน้อย แต่กลับทำให้การบีบรัดที่แน่นหนาของอะเลสซิโอคลายออกได้ อัลฟ่าหนุ่มมองมือที่สั่นของตนด้วยความตกตะลึงเวนิสก้มลงเก็บหน้ากากผ้า เครื่องกรองถูกบีบจนแตกละเอียดไม่มีวี่แววว่าจะซ่อมแซมได้ นักฆ่าโอเมก้าถอนหายใจ เขาคงต้องรีบสั่งของกับสจ๊วตแล้ว ดวงตาสีน
"โอเมก้าที่อัลฟ่าสองคนแย่งชิงกัน และยังเป็นอันเดอร์บอสทั้งสองจากแก๊งมาเฟียชั้นนำจะต้องสวยมากเป็นแน่"โซลเจอร์ผู้ทำหน้าที่ประจำการยืนรักษาการณ์หน้าประตูคฤหาสน์เซเทอร์พูดกับเพื่อนโซลเจอร์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง"นั่นไง ภรรยาของอันเดอร์บอสอุ้มนายน้อยมานู่นแล้ว" โซลเจอร์อีกคนพยักพเยิดไปที่ชายหนุ่มร่างบางที่กำลังอุ้มเด็กเล็กเดินเข้าคฤหาสน์มา เขากลับถูกเพื่อนตีหลังดังป้าบ "โอ๊ย! ทำอะไรของแกฟะ?""เจ้าบ้า เขาไม่ชอบให้เรียกแบบนั้น""เอ๋? ก็เป็นภรรยาไม่ใช่หรือไง ถ้าไม่เรียกว่าภรรยาแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ?""มีอะไรหรือเปล่าครับ?"โซลเจอร์ที่กำลังซุบซิบกันสะดุ้งโผง ภรรยาอันเดอร์บอสช่างมีฝีเท้าเงียบเชียบยิ่งนัก พวกเขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายเดินมาถึงหน้าประตูแล้ว โซลเจอร์คนหนึ่งรีบกระวีกระวาดเปิดประตูคฤหาสน์ให้ทันที ส่วนโซลเจอร์อีกคนกำลังอ้ำอึ้งอยู่ที่เดิม"เอ่อ คือว่า...""คุณภรรยาของอันเดอร์บอส เห็นใส่แว่นกันแดดตลอดเวลาเลย อยู่ที่นี่คุณไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นก็ได้ เราเซเทอร์ แฟมิลีเป็นครอบครัวกันเองทั้งนั้น เกิดอะไรขึ้นก็ยังมีพวกผมอยู่"โซลเจอร์คนหนึ่งอ้าปากตาค้างกับความใจกล้าหน้าด้านของเพื่อนสน
บทที่ 33ตกลงครับว่ากันว่าอันเดอร์บอสแห่งเซเทอร์มีที่ปรึกษาลับและยังมือสังหารที่ส่งไปลอบฆ่าศัตรูได้อย่างหมดจดบางแหล่งข่าวก็บอกว่าเขาติดทาสโอเมก้าที่เลี้ยงไว้มากแต่ที่ฮือฮากันมากที่สุดคือเขามีลูกแล้วแม้จะยังไม่ได้แต่งงาน เป็นหัวข้อพิพาทใหญ่ที่สะท้อนถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติตามกฎของมาเฟีย"ให้ตายเถอะ ใครมันเป็นคนปล่อยข่าวลือไร้สาระพวกนี้ ไปจัดการให้หมด!" วอลเตอร์โยนเอกสารที่ลูกน้องรวบรวมมาทิ้ง"ไร้สาระตรงไหน นี่มันความจริงทั้งนั้น" อาร์โนลด์ประท้วงเจ้านายผู้กล่าวหาข้อมูลที่พวกเขาสองพี่น้องฝาแฝดลำบากรวบรวมมาว่าไร้สาระ"ใช่แล้ว ทุกข่าวลือย่อมต้องมีเค้ามูลมาจากความจริง" เรโนลด์เองก็เถียงอย่างไม่ลดละ มือยังเอื้อมไปคว้าเก็บเอกสารที่ถูกเจ้านายขว้างทิ้ง"พูดปกป้องเสียอย่างกับพวกนายเป็นคนปล่อยข่าวเองงั้นแหละ" เบอร์นาโตจ้องเขม็งอย่างรู้ทันสองแฝดตัวแสบ"ไหนว่ายึดถือจรรยาบรรณของแหล่งข้อมูลไง" อันโตนิโอช่วยผสมโรง"ดันกลายเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลไปเองซะได้" เจอร์ราร์ดส่ายหน้าด้วยความระอา"อย่ากล่าวหากันนะเว้ย เจ้าพวกบ้า!" แม้จะโดนจับได้สองแฝดก็ไม่มีทางยอมรับโดยง่าย"แล้วจะเอายังไงดีครับอันเดอร์บอส







