LOGINบทที่ 3
ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!
รถตู้สีดำสนิทแล่นเข้าสู่ทางถนนส่วนบุคคล ลึกลงไปสุดปลายถนนมีประตูรั้วเหล็กสูงชะลูดตั้งอยู่ ปิดบังสายตาคนภายนอกจนแทบจะมองไม่เห็นด้านใน รถตู้สีดำหยุดลงที่หน้าประตูลูกกรงเหล็กซี่ใหญ่ หน้าจออัจฉริยะกระซิบส่องแสงพร้อมกับเสียงของประตูยามที่ดังออกมา
"ใคร?"
เวนิสลดกระจกฝั่งที่นั่งข้างคนขับลง พยักพเยิดให้วอลเตอร์ที่นั่งอยู่ด้านข้าง นายน้อยแห่งแฟมิลีแค่นเสียงสบถ เขาถูกพาตัวกลับบ้านโดยคนแปลกหน้าแล้วยังต้องเป็นผู้เปิดประตูบ้านต้อนรับคนแปลกหน้าเข้าไปอีก
"ฉันเอง วอลเตอร์"
"ยินดีต้อนรับนายน้อยกลับมาครับ!"
สิ้นเสียงจากปลายสาย ลูกกรงหนาเรียงซี่ซ้อนกันสามชั้นก็เลื่อนออก เผยให้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ยักษ์อันเป็นศูนย์บัญชาการและฐานทัพหลักของเซเทอร์ แฟมิลี เด็ก ๆ อันธพาลปลายแถวพากันอ้าปากตาค้างมองดูความยิ่งใหญ่อลังการที่พวกเขาไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน
"ที่นี่คือฐานทัพหลักของเซเทอร์ แฟมิลีครับ หากได้รับอนุญาตให้เข้ามา พวกคุณสามารถติดต่อกับคนในแฟมิลีและขอเข้าพบระดับสูงได้ที่นี่" เวนิสเบาคันเร่งเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับชมฐานทัพพร้อมกับบรรยายไปด้วย
"เหอะ! เป็นแค่คนนอก สะเออะทำตัวเป็นมัคคุเทศก์" วอลเตอร์แค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์
"ช่วยไม่ได้นี่ครับ ก็เจ้าของบ้านไม่คิดจะแนะนำบ้านของตัวเองเลย" เวนิสตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ชิ!" วอลเตอร์ทำได้แต่สบถอย่างหัวเสีย ทำไมเขาไม่เคยเถียงคนนอกนี่ชนะเลยสักครั้งเดียวกัน! ที่สำคัญ หลังจากมานั่งอยู่ในรถที่เป็นระบบปิดจากอากาศภายนอกก็มีกลิ่นหอมเจือจางจนยากจะแยกแยะว่าเป็นกลิ่นอะไรมาวิ่งเล่นอยู่บนปลายจมูกตลอดเวลา ยิ่งนั่งใกล้กันขนาดนี้วอลเตอร์ยิ่งมั่นใจ หมอนี่เป็นโอเมก้า
รอตู้จอดในลานจอดใต้ดิน แก๊งเด็กวัยรุ่นกับหนึ่งชายวัยกลางคนเลื่อนประตูรถเปิดออกทยอยเดินลงมา
ปัง!
วอลเตอร์กระแทกประตูรถปิดอย่างแรงระบายอารมณ์ก่อนจะเดินนำกลุ่มคนไป เจ้าคนนอกนั่นยังดีที่รู้จักกาลเทศะไม่แย่งเดินนำกับเขา อดีตแก๊งอันธพาลพากันขึ้นลิฟท์เพื่อเข้าสู่ด้านในของตัวคฤหาสน์โดยตรง ประตูลิฟท์เปิดออกเผยให้เห็นชายสวมสูทสีดำค้อมตัวลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงเรียงรายเป็นแถวยาวสองข้างทาง
"ยินดีต้อนรับนายน้อยกลับบ้านครับ!"
"เออ ๆ ไสหัวไปได้แล้ว น่ารำคาญจริง"
"ครับ!"
แถวกลุ่มคนแยกย้าย เหล่าเด็กหนุ่มหันไปมองความหรูหราโดยรอบจนหัวหมุน ชายสวมชุดสูทสีดำเดินกันให้ว่อน แต่ละคนดูอันตรายและทรงอำนาจอย่างยิ่งยวด ไม่ว่าจะเดินผ่านไปทางไหน คนเหล่านั้นก็จะค้อมตัวทำความเคารพนายน้อย เด็ก ๆ ที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยเมื่อก้มมองดูชุดเครื่องแบบนักเรียนเน่า ๆ ขาด ๆ ตามแบบฉบับของนักเลงปลายแถวอย่างพวกเขาก็คิดว่าช่างไม่เข้ากันกับสถานที่เอาเสียเลย พวกเขาล้วนมาจากครอบครัวที่มีอันจะกินจึงได้เข้าเรียนที่ไฮสกูลเดียวกับนายน้อย แต่ไม่ว่าบ้านใครก็ไม่สามารถที่จะฟุ่มเฟือยได้มากถึงเพียงนี้
"นายน้อยอาศัยอยู่ที่นี่เหรอครับ?"
"ก็ใช่ ทำไม?"
"สุดยอดไปเลยครับ!"
"สมแล้วที่เป็นนายน้อย!"
วอลเตอร์ยกยิ้ม เชิดหน้าอย่างได้ใจ
"แกเป็นใคร?"
ที่ด้านหลังของกลุ่มผู้มาใหม่มีชายสวมสูทรูปร่างกำยำยืนขวางหน้าเวนิสไว้
วอลเตอร์ยิ้มหยัน "เหอะ! ก็แค่คนนอก"
เวนิสล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเอาตราสัญลักษณ์แพะสีเงินออกมา เขาตอบกลับอย่างใจเย็น "พี่เลี้ยงคนใหม่ของนายน้อย ฝากตัวด้วยครับ"
วอลเตอร์เบิกตากว้าง เช่นเดียวกับโซลเจอร์ที่เข้ามาขวางเวนิส
"อาคันตุกะระดับสูง! ขออภัยที่รบกวนครับ!" โซลเจอร์ผู้นั้นรีบขอโทษขอโพยแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
วอลเตอร์กัดฟันกรอด พ่อของเขาถึงกับให้ป้ายอาคันตุกะระดับสูงกับเจ้าคนนอกไว้แล้ว นี่ไม่เท่ากับมั่นใจมากหรอกหรือว่าเจ้าหมอนี่จะควบคุมเขาได้
ไม่มีทางซะหรอก!
เจ้าคนนอกนั่นหลังจากยืนยันตัวกลับไม่ได้มารวมกลุ่มกับพวกวอลเตอร์ตามเดิม
"เฮ้ย นั่นแกจะไปไหน?"
เวนิสเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ "ไม่ใช่ว่าคุณควรจะดีใจที่ผมไม่ตามคุณแล้วหรือครับ?"
"นั่นมันก็ใช่ แต่ไม่ใช่หลังเห็นแกเข้ามาเดินเล่นในบ้านของฉัน"
นายน้อยแห่งเซเทอร์ แฟมิลีสาวเท้าขึ้นมาประจันหน้ากับคนนอก ดวงตาสีเขียวจ้องเขม็งอย่างแข็งกร้าวแสดงให้คนนอกสำนึกว่าใครเป็นเจ้าถิ่น
"คุณพูดผิดแล้วครับ คุณวอลเตอร์ บ้านของ 'พวกฉัน' ต่างหากครับ"
ก่อนที่วอลเตอร์จะได้โต้ตอบอะไรก็มีคนเดินมาหากลุ่มเด็กหนุ่ม ชายผู้มาใหม่แต่งตัวแตกต่างจากโซลเจอร์คนอื่นเพียงเล็กน้อย แต่ท่าทางการเดินที่ไร้ความระมัดระวัง และสีหน้ายิ้มหยันให้กับทุกสิ่งทำให้เขาดูทรงอำนาจยิ่งกว่าทุกคนในโถงรับรองคฤหาสน์แห่งนี้ "ตามมา"
"ชิ" วอลเตอร์สบถอย่างขัดใจแล้วเดินตามเขาไป
เหล่าลูกน้องเดินตามนายน้อยของพวกเขา คาร์ลที่อยู่ท้ายแถวหันมาถามเวนิสผู้ยืนนิ่งมองส่งพวกเขา "คุณพี่เลี้ยงไม่ไปด้วยกันเหรอ?"
เวนิสส่ายหน้า "อย่างที่เขาบอก ผมเป็นแค่ 'คนนอก' คนนอกที่ไม่คิดจะเป็นส่วนหนึ่งของแฟมิลีเข้าไปดูพิธีกรรมไม่ได้หรอกครับ"
"ฉัน ไบรอัน ฟรัสต์ คาโปแห่งเซเทอร์ แฟมิลี บอสได้รับรู้ถึงความต้องการจะเข้าร่วมเป็นลูกชายในครอบครัวเราของพวกนายแล้ว พี่เลี้ยงนั่นตรวจสอบประวัติของพวกนายมาได้ดีทีเดียว ยินดีด้วย พวกนายทุกคนผ่านการยอมรับจากบอสให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว จากนี้ไปพวกนายจะอยู่ภายใต้สังกัดของฉัน คาโปไบรอัน ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ดำเนินพิธีสาบานตนของพวกนาย เอาล่ะ ยื่นนิ้วออกมา"
คาโปไบรอันหยิบเข็มออกมาจิ้มที่ปลายนิ้วของคาร์ลที่ยื่นอยู่ลำดับสุดท้ายแล้วหยดเลือดของเขาลงบนไพ่วาดลวดลายนักบุญ
"อึก!"
"คาร์ล ดีน"
"อ๊าก!"
"อันโตนิโอ ลอเรนโซ
"โอ๊ย! "
"อาร์โนลด์และเรโนลด์ ฟีนน์...ปีเตอร์ เชส...เคน ลักเซม...เจอร์ราร์ด ฟรันดา...เบอร์นาโต จีโนวา"
คาโปไบรอันเก็บไพ่แต้มหยาดโลหิตของผู้ร่วมสาบานตนทีละคน ๆ รวบรวมเข้ามาไว้ในมือจนไปหยุดยืนเบื้องหน้าคนสุดท้าย
"วอลเตอร์ เซเทอร์"
ฉึก!
เข็มเงินแหลมคมลงน้ำหนักจิ้มลงไปที่ปลายนิ้วของวอลเตอร์อย่างแรง ไร้เสียงร้องระบายความเจ็บปวด นายน้อยแห่งเซเทอร์ แฟมิลียืนตระหง่านค้ำยันอยู่เบื้องหน้าพวกพ้องอย่างมั่นคงแข็งแกร่ง
คาโปยกยิ้มพึงพอใจ "ดี"
ไพ่นักบุญอาบเลือดบูชาแห่งคำสาบานรวบรวมมาจนครบ คาโปไบรอันดีดฝาไฟแช็ก เปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนตรึงสายตาทุกคู่ในห้องมืดไว้ที่จุดเดียว ปลายยอดไฟถูกยกขึ้นจ่อมุมปึกไพ่ในมือ นักบุญอาบโลหิตถูกเผาผลาญลุกไหม้ลามไปจนท่วมทั้งไพ่พร้อมกันทุกใบ ชีวิตอย่างปุถุชนทั่วไปสลายกลายเป็นขี้เถ้าพร้อมกับเลือดที่พวกเขาสังเวย
"จากนี้ไป พวกนายคือลูกชายแห่งเซเทอร์ แฟมิลี"
"พวกนายกลับบ้านไปได้แล้ว"
วอลเตอร์พูดกับครอบครัวร่วมสาบานตนทั้งหมดที่กลับขึ้นมายังโถงใหญ่ในคฤหาสน์ด้วยกัน
"แล้วนายน้อยล่ะ?"
วอลเตอร์เลิกคิ้ว "พูดอะไร นี่บ้านฉัน"
"รถรอพวกคุณอยู่ที่หน้าประตูแล้ว เชิญครับ"
เสียงเรียบน่ารำคาญดังขึ้นมาจากด้านหลัง เจ้าคนนอกกลับมาแล้ว วอลเตอร์สบถแล้วเดินหนีไปด้วยความหงุดหงิด เพียงแต่...
"เฮ้ย แกตามฉันมาทำอะไร ไอ้คนนอก"
"ผมเป็นพี่เลี้ยงคุณ ก็ต้องมาเลี้ยงคุณสิครับ อีกอย่าง ผมชื่อมาร์โกครับ"
"เหอะ! โค้ดเนมงี่เง่าพรรค์นั้นให้พวกคนโง่เรียกไปเถอะ สำหรับฉันแกมันก็เป็นได้แค่คนนอก!"
วอลเตอร์กระแทกเปิดประตูห้องชุดของเขาที่กินพื้นที่ทั้งชั้นสูงสุดของปีกตะวันตกในคฤหาสน์ อันเป็นเขตที่อยู่อาศัยของครอบครัวบอสใหญ่แห่งเซเทอร์ แฟมิลี อัลฟ่าหนุ่มกลับไม่ได้กระทืบเท้าก้าวเข้าไปในทันทีตามที่คิดจะทำ วอลเตอร์มั่นใจว่าเขาเดินมาถูกห้อง แต่ภายในกลับไม่เหมือนห้องของเขาก่อนจะออกไปโรงเรียนในตอนเช้าเลยสักนิด!
ข้าวของที่เขาทิ้งขว้างระเกะระกะเกลื่อนเต็มพื้นจนแทบจะไม่มีที่วางเท้าถูกเก็บกวาดและจัดเป็นระเบียบจนโล่งว่าง คราบสกปรกและเศษอาหารถูกเช็ดถูจนทั้งห้องสะอาดเหมือนใหม่
วอลเตอร์กัดฟันกรอด "ไอ้คนนอก แกทำบ้าอะไรกับห้องฉัน หา?!"
"ทำความสะอาดไงครับ แต่ดูจากสภาพก่อนหน้านี้แล้วคุณคงไม่รู้จักคำนี้" เวนิสแทรกตัวเข้าไปในประตูก่อนเจ้าของห้องที่กำลังยืนกระฟัดกระเฟียดไม่ยอมเข้าไปเสียที
"เฮ้ย แล้วนั่นแกจะไปไหน ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!"
"น่าเสียดายที่ห้องนอนของผมที่แฟมิลีจัดไว้ให้อยู่ด้านในห้องชุดของคุณน่ะสิครับ ผมเองก็อยากจะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่านี้เหมือนกัน แต่ลูกจ้างอย่างผมได้แค่นี้ก็นับว่าดีแล้ว" เวนิสยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินไปไขกุญแจประตูห้องนอนเล็กใกล้ประตูทางออกที่ถูกทิ้งร้างไม่ได้เปิดใช้งานมาอย่างยาวนาน "อ้อ แล้วก็พวกคนโง่ที่คุณว่าก็รวมคุณพ่อของคุณอยู่ในนั้นด้วยนะครับ เพราะแม้แต่บอสเซเทอร์ก็เรียกผมว่ามาร์โก"
ดวงตาภายใต้แว่นดำเบิกกว้าง กลิ่นอายดุร้ายเกรี้ยวกราดแผ่ออกมาไล้แผ่นหลังจนเขาขนลุกซู่ มือที่กำลังไขกุญแจชะงักค้าง เวนิสรีบตั้งสติแล้วก้าวหลบไปด้านข้างทันที แต่การชะงักค้างเมื่อครู่ทำให้เขาช้าไปหนึ่งก้าว
ร่างเพรียวบางกระแทกบานประตูห้องนอนของตน เวนิสถูกนายน้อยล็อกแขนจับกดตัวไว้กับบานประตูแบบเดียวกับที่เขาเคยทำกับนายน้อยที่ร้านเกม วอลเตอร์เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบใส่หูเขาจากด้านหลังด้วยเสียงแหบพร่า
"ฉันให้คนส่งข้อมูลสมัครงานของแกมาให้แล้ว อย่าลืมซะล่ะว่าแกก็เป็นแค่โอเมก้า จะเคยเป็นนักฆ่ามือวางอันดับสองอะไรก็ช่าง ยังไงแกมันก็เกิดมาเป็นได้แค่โอเมก้า เพศที่มีไว้นอนอ้าขาให้อัลฟ่าอย่างฉันอัดน้ำเชื้อเข้าไป!"
พูดจบสองร่างก็พลิกผัน วอลเตอร์เป็นฝ่ายถูกกดไว้กับผนังห้องด้านข้างประตูแทน
"คำว่าอันดับสองอาจจะฟังดูไม่ค่อยดีสักเท่าไร แต่ก็มีอัลฟ่ามากมายที่อยากขึ้นมาเป็นอันดับสองแทนผมนะครับ ถ้าคุณยังล้มอันดับสองอย่างผมไม่ได้ก็อย่าคิดจะใช้เรื่องเพศรองมาข่มขู่กันหน่อยเลยครับ"
หลังเข่าของวอลเตอร์ถูกถีบกระแทกอย่างหนักหน่วงพร้อมกันกับแรงผลักที่ส่งออกมา วอลเตอร์ล้มหน้าคว่ำกับพื้นเป็นรอบที่สองของวัน อัลฟ่าหนุ่มเลือดร้อนรีบหยัดกายลุกขึ้นพุ่งเข้าโจมตีใหม่ แต่เมื่อหันกลับไปก็เห็นบานประตูปิดลงพอดีตามมาด้วยเสียงล็อกกลอน
"เฮ้ย ออกมาสู้กันให้รู้ผลสิวะ!" วอลเตอร์หมุนลูกบิดประตูอย่างบ้าคลั่ง
"คุณในตอนนี้สู้ผมไม่ได้หรอกครับ อาหารเย็นวางอยู่บนโต๊ะห้องนั่งเล่นนะครับ คุณพ่อของคุณฝากขอโทษที่ไม่ว่างมากินด้วย" เวนิสตะโกนลอดบานประตูออกไป
"บัดซบเอ้ย!"
"คุณแม่เก่งมากเลยครับ!" เวอร์โกน้อยที่นั่งดูหน้าจอจับภาพสนามอยู่ด้านนอกตาลุกวาวเป็นประกาย"แน่ล่ะสิ เจ้าหนู แม่นายน่ะเก่งที่สุดอยู่แล้ว" วอลเตอร์เองก็ฉีกยิ้มตามเชียร์อยู่ด้านข้างลูกชาย"แต่คุณลุงบรานโดเท่ห์ที่สุดเลย""ว่าไงนะ?" วอลเตอร์หันขวับไปมองลูกชายด้วยความไม่พอใจ "ไม่จริงสักหน่อย เวนิสเท่ห์กว่าตั้งเยอะ"เวอร์โกกลับส่ายหน้าทั้งที่ยังจ้องคนในจอไม่วางตา "คุณลุงบรานโดเท่ห์มาก ๆ ต้องชนะแน่!"การโจมตีจากระยะไกลเริ่มร่นระยะขึ้นเรื่อย ๆ ตามการคุมเกมของนักฆ่ามือหนึ่ง บรานโดใช้ช่วงขาที่ยาวกว่าเตะตัดขาดักทางที่เวนิสจะถอยไปเพื่อทิ้งระยะ เวนิสเห็นดังนั้นก็ยิงสวนกลับไปแล้วกระโดดกลับตัวหลบกระสุนเลเซอร์ บรานโดเองก็ต้องตั้งหลักใหม่เพื่อวิ่งหนีลำแสงจากอีกฝ่าย ตาเหยี่ยวเห็นโอกาส มือขวาโยนปืนทิ้งแล้วเอื้อมออกไป เวนิสที่วางกับดักล่อเอาไว้เห็นอีกฝ่ายติดกับก็หมุนตัวเข้าประชิดอย่างที่ไม่ควรจะเป็น มือซ้ายที่ถือปืนอยู่ของบรานโดถูกเขาใช้ขาหนีบเอาไว้จนเล็งเข้าหาเป้าไม่ได้ ลำแสงเลเซอร์เลื่อนมาจ่อที่เป้ากลางอก"ผมโดนคุณล็อกตัวมาเป็นล้านครั้งแล้วครับ ครั้งนี้ไม่สำเร็จหรอกครับ" เวนิสยกยิ้มบรานโดรู้ตัวว่าเสียท
บทพิเศษสมบูรณ์แบบ'Babysitter' ไม่ได้ออนไลน์มาหลายวันแล้ว หลังจากเวนิสเลิกติดเกมยิงปืน บรานโดก็มาชวนเขาไปเล่นเลเซอร์เกม[1]ต่อ เวนิสที่คิดว่าจะไม่ได้พบเพื่อนนักฆ่าคนนี้แล้วดีใจเป็นอย่างมาก รีบตอบรับคำเชิญไปในทันที ถือโอกาสได้พาเวอร์โกออกไปเที่ยวนอกบ้านด้วย และแน่นอนว่าวอลเตอร์ไม่มีทางยอมให้ภรรยาและลูกน้อยออกไปกับอัลฟ่าคนอื่นโดยไม่มีเขาจึงติดสอยห้อยตามไปด้วย"ไง มาร์โก ไม่ได้เจอกันนาน""สวัสดีครับ คุณบรานโด ขอบคุณที่ชวนนะครับ"บรานโดหัวเราะร่าเริง สองนักฆ่าจับมือทักทายกัน ตามมาด้วยสายตาดั่งไฟแผดเผามือข้างนั้นที่บังอาจแตะต้องมือเพรียวสวยของภรรยาเขา"ทักทายคุณลุงบรานโดสิครับ เวอร์โก" เวนิสดันหลังลูกชายที่เกาะขาเขาหลบคนแปลกหน้าอยู่ข้างหลัง เด็กน้อยผู้ไม่เคยกลัวเกรงสิ่งใดกลับไม่ยอมโผล่ออกมาจากหลังมารดาเวนิสเลิกคิ้วขึ้น ลูกชายเขาช่างมีสัมผัสที่ดีนักส่วนวอลเตอร์ก็ยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ กลับไปเขาจะแอบคุณแม่เอาช็อคโกแลตให้เจ้าหนูกินเพิ่มบรานโดย่อตัวลงไปดูเด็กชายตัวเล็กที่สูงเกือบจะเท่าเข่าของมารดาแล้วนักฆ่ามือหนึ่งผิวปาก "โย่ หนุ่มน้อย ตัวโตขนาดนี้แล้วหรือนี่ เจอกันครั้งที่แล้วเธอยังอยู่ใน
บทพิเศษได้เวลาเปลี่ยนชื่ออันดับสองเป็นภาพอันหาได้ยากที่จะมีโอกาสพบเห็นอันเดอร์บอสแห่งเซเทอร์ แฟมิลีในร้าน 'ปิแอร์ เกมเซนเตอร์' หลังจากขึ้นสู่ตำแหน่งอันเดอร์บอส วอลเตอร์ผู้แบกรับภาระของแฟมิลีไว้มากมายก็แทบไม่มีเวลาออกจากฐานทัพหากไม่ได้ออกไปทำภารกิจ แต่วันนี้เขากลับเรียกประชุมสมาชิกครอบครัวดั้งเดิมเป็นการเร่งด่วนในฐานทัพแรกสุดของพวกเขา และตอนนี้นายน้อยก็เปิดหัวข้อประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"เมียฉันติดเกม""..."โซลเจอร์ทั้งแปดได้แต่มองหน้ากันตาปริบ ๆ บ้างก็อ้าปากตาค้างทึ่งกับสิ่งที่ได้ยิน บ้างก็ยักไหล่อย่างหน่ายใจ ไม่ก็กุมขมับด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้านี่น่ะหรือเรื่องที่ทำให้อันเดอร์บอสเรียกพวกเขามาประชุมด่วน!"เอ่อ...คุณมาร์โกน่ะเหรอ?" อันโตนิโอถามอย่างลังเลเพื่อยืนยัน"ใช่ เวนิส เมียฉัน"เมื่อได้รับการยืนยัน ทุกคนในห้องพนักงานหลังร้านก็เงียบสนิทอย่างหาคำพูดไม่เจอ จนมีคนกล้าพอที่จะทำลายความเงียบลง"แล้วมันทำไมเหรอครับ อันเดอร์บอส?" ปีเตอร์ผู้ไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้มีอะไรผิดปกติจนต้องเรียกประชุมถามขึ้นวอลเตอร์กดศีรษะลงกับฝ่ามือพลางถอนหายใจอย่างสุดจะกลัดกลุ้ม "พวกนายไม่เข้าใจ เวนิสน่ะ
บทพิเศษWhat if...หากคุณเป็นของผมอะเลสซิโอวัยสิบห้าปีกระชากหน้ากากผ้าสีดำสนิทออกมาจากใบหน้าของอีกฝ่าย แม้เขาจะยังมีอายุน้อยแต่เขาก็เป็นอัลฟ่าที่แข็งแกร่ง ทั้งมีรูปร่างสูงใหญ่และพละกำลังที่เหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันหลายเท่า การฉีกผ้าโง่ ๆ นั่นออกมาไม่ใช่เรื่องยาก เด็กหนุ่มปรายตามองเครื่องกรองกลิ่นที่ซุกซ่อนอยู่ภายในแล้วกำมือบีบทำลายมันทิ้ง ฟีโรโมนแห่งอัลฟ่าจ่าฝูงเข้มข้นแผ่กำจายออกมากดดันรอบตัวเป็นรัศมีกว้างขวาง เข้าครอบงำโอเมก้าที่ไร้เครื่องป้องกันขัดขวาง มือแกร่งของเด็กหนุ่มกระชากคอระหงดึงลงมาให้ประจันหน้ากับตน"หน้าตาก็ดีใช้ได้ แต่ปกปิดเสียอย่างกับโจร เครื่องกรองกระจอกพรรค์นั้นต้านทานผมไม่ได้หรอก เป็นแค่โอเมก้าจะฝืนสัญชาตญาณให้ลำบากไปทำไม""เพราะผมคือพี่เลี้ยงของคุณไม่ใช่ทาสรับใช้ครับ นายน้อย"มือที่กำรอบเรียวคอแน่นถูกบิดด้วยเรี่ยวแรงเพียงเล็กน้อย แต่กลับทำให้การบีบรัดที่แน่นหนาของอะเลสซิโอคลายออกได้ อัลฟ่าหนุ่มมองมือที่สั่นของตนด้วยความตกตะลึงเวนิสก้มลงเก็บหน้ากากผ้า เครื่องกรองถูกบีบจนแตกละเอียดไม่มีวี่แววว่าจะซ่อมแซมได้ นักฆ่าโอเมก้าถอนหายใจ เขาคงต้องรีบสั่งของกับสจ๊วตแล้ว ดวงตาสีน
"โอเมก้าที่อัลฟ่าสองคนแย่งชิงกัน และยังเป็นอันเดอร์บอสทั้งสองจากแก๊งมาเฟียชั้นนำจะต้องสวยมากเป็นแน่"โซลเจอร์ผู้ทำหน้าที่ประจำการยืนรักษาการณ์หน้าประตูคฤหาสน์เซเทอร์พูดกับเพื่อนโซลเจอร์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง"นั่นไง ภรรยาของอันเดอร์บอสอุ้มนายน้อยมานู่นแล้ว" โซลเจอร์อีกคนพยักพเยิดไปที่ชายหนุ่มร่างบางที่กำลังอุ้มเด็กเล็กเดินเข้าคฤหาสน์มา เขากลับถูกเพื่อนตีหลังดังป้าบ "โอ๊ย! ทำอะไรของแกฟะ?""เจ้าบ้า เขาไม่ชอบให้เรียกแบบนั้น""เอ๋? ก็เป็นภรรยาไม่ใช่หรือไง ถ้าไม่เรียกว่าภรรยาแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ?""มีอะไรหรือเปล่าครับ?"โซลเจอร์ที่กำลังซุบซิบกันสะดุ้งโผง ภรรยาอันเดอร์บอสช่างมีฝีเท้าเงียบเชียบยิ่งนัก พวกเขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายเดินมาถึงหน้าประตูแล้ว โซลเจอร์คนหนึ่งรีบกระวีกระวาดเปิดประตูคฤหาสน์ให้ทันที ส่วนโซลเจอร์อีกคนกำลังอ้ำอึ้งอยู่ที่เดิม"เอ่อ คือว่า...""คุณภรรยาของอันเดอร์บอส เห็นใส่แว่นกันแดดตลอดเวลาเลย อยู่ที่นี่คุณไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นก็ได้ เราเซเทอร์ แฟมิลีเป็นครอบครัวกันเองทั้งนั้น เกิดอะไรขึ้นก็ยังมีพวกผมอยู่"โซลเจอร์คนหนึ่งอ้าปากตาค้างกับความใจกล้าหน้าด้านของเพื่อนสน
บทที่ 33ตกลงครับว่ากันว่าอันเดอร์บอสแห่งเซเทอร์มีที่ปรึกษาลับและยังมือสังหารที่ส่งไปลอบฆ่าศัตรูได้อย่างหมดจดบางแหล่งข่าวก็บอกว่าเขาติดทาสโอเมก้าที่เลี้ยงไว้มากแต่ที่ฮือฮากันมากที่สุดคือเขามีลูกแล้วแม้จะยังไม่ได้แต่งงาน เป็นหัวข้อพิพาทใหญ่ที่สะท้อนถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติตามกฎของมาเฟีย"ให้ตายเถอะ ใครมันเป็นคนปล่อยข่าวลือไร้สาระพวกนี้ ไปจัดการให้หมด!" วอลเตอร์โยนเอกสารที่ลูกน้องรวบรวมมาทิ้ง"ไร้สาระตรงไหน นี่มันความจริงทั้งนั้น" อาร์โนลด์ประท้วงเจ้านายผู้กล่าวหาข้อมูลที่พวกเขาสองพี่น้องฝาแฝดลำบากรวบรวมมาว่าไร้สาระ"ใช่แล้ว ทุกข่าวลือย่อมต้องมีเค้ามูลมาจากความจริง" เรโนลด์เองก็เถียงอย่างไม่ลดละ มือยังเอื้อมไปคว้าเก็บเอกสารที่ถูกเจ้านายขว้างทิ้ง"พูดปกป้องเสียอย่างกับพวกนายเป็นคนปล่อยข่าวเองงั้นแหละ" เบอร์นาโตจ้องเขม็งอย่างรู้ทันสองแฝดตัวแสบ"ไหนว่ายึดถือจรรยาบรรณของแหล่งข้อมูลไง" อันโตนิโอช่วยผสมโรง"ดันกลายเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลไปเองซะได้" เจอร์ราร์ดส่ายหน้าด้วยความระอา"อย่ากล่าวหากันนะเว้ย เจ้าพวกบ้า!" แม้จะโดนจับได้สองแฝดก็ไม่มีทางยอมรับโดยง่าย"แล้วจะเอายังไงดีครับอันเดอร์บอส







