เข้าสู่ระบบ"ฉันจะไม่ข้ามสถานะเพื่อนของเราเด็ดขาด" ______________ มาร์ติน อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกเครื่องกล ปีที่ 3 ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา นิ่งขรึมแต่แฝงไปด้วยความสุภาพ เขา…ไม่ชอบเล่นกับความรู้สึกของใคร และก็ไม่ชอบให้ใครมาเล่นกับความรู้สึกของตัวเอง __________________ พราวฟ้า อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะบริหารชั้นปีที่3 หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยงามเป็นที่สะกดใจของหนุ่มๆ กริยาอ่อนหวานแต่ไม่ใช่คนอ่อนแอ _________________
ดูเพิ่มเติม“ไอ้ไคกับพราวฟ้าคบกันเหรอวะไอ้ติน กูเห็นสองคนนั้นยืนจู๋จี๋กันที่ระเบียงห้องตอนออกไปสูบบุหรี่เมื่อกี้”
พระพายหนุ่มหล่อมาดกวนอารมณ์ดีที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้เดินออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกห้องตรงระเบียง แต่ดันเหลือบไปเห็นเพื่อนสนิทอย่างไคโรยืนคุยกะหนุงกะหนิงกับเพื่อนผู้หญิงรุ่นเดียวกันแต่เรียนคนละคณะกันอย่างพราวฟ้า
ซึ่งเพื่อนผู้หญิงที่ว่าก็เป็นเพื่อนของไคโร มาร์ตินและนักรบที่นั่งมองหน้าเขาอยู่ตอนนี้ด้วย
และใช่...พวกเขาโตมาด้วยกัน
“กูไม่รู้” มาร์ตินเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยตอบเสียงห้วน ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มเงียบๆซ่อนความรู้สึกร้อนรุ่มที่แทบจะนั่งต่อไม่ติดไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งไว้
ทำให้นักรบที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกตัวเหลือบมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะนั่งเงียบไปอีกคนโดยที่ไม่แสดงออกความคิดเห็นใดๆ ออกมา
พระพายที่เห็นเพื่อนทั้งสองคนเงียบไปแบบนั้น ก็ถอนหายใจกระแทกแผ่นหลังพิงโซฟาสีหน้าเซ็งทันที
“อะไรของพวกมึงวะ โว๊ะ!” หลังจากที่พระพายออกอาการเซ็งเพราะไม่ได้รับคำตอบที่สมเหตุสมผลจากเพื่อนในกลุ่ม เขาก็เลือกที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นแทน
สวนทางกับเพื่อนสนิทอีกคนอย่างมาร์ติน ที่เริ่มเบื่อหน่ายกับการนั่งดื่มเหล้าจนอยากออกไปอัดบุหรี่เข้าปอดให้รู้สึกหายจากอาการบางอย่างที่มันซ่อนอยู่ในตัวของเขาตอนนี้
“กูออกไปสูบหรี่ก่อนนะ” ว่าจบร่างสูง187เซนติเมตรก็ลุกขึ้นออกจากโซฟาเดินไปทางระเบียงห้องที่เป็นจุดสำหรับสูบบุหรี่…
แต่จังหวะที่เขากำลังเดินไปถึงประตูระเบียง สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับภาพเพื่อนสนิททั้งสองคนกำลังยืนหันหน้าเข้าหากัน
และใช่ ทั้งสองคนกำลังจะจูบกัน!
“กูว่าพวกมึงเข้าไปทำในห้องกันไหม”
“ติน!/ไอ้ติน!” พราวฟ้ามองหน้านิ่งขรึมของมาร์ตินนิ่ง ดวงตากลมโตตกใจเล็กน้อยที่เห็นเพื่อนสนิทอีกคนเดินออกมาพอดี ขณะที่ไคโรแสดงสีหน้าเซ็งออกมาอย่างเปิดเผยที่เพื่อนเดินเข้ามาขัดจังหวะเขากับพราวฟ้ากำลังจะสานสัมพันธ์กันในแบบที่เพื่อนสนิทเขาไม่ทำกัน
"ไค เรากลับห้องก่อนนะ" ว่าจบพราวฟ้าก็ปล่อยมือจากไคโรเดินผ่านหน้ามาร์ตินกลับขึ้นไปที่ห้องของตัวเองซึ่งอยู่ชั้นบนสุดทันที...
"จะออกมาขัดจังหวะกูกับฟ้าทำไมวะ" ทันทีที่พราวฟ้าเดินออกไปจากห้อง ไคโรก็หันไปถามมาร์ตินสีหน้าเซ็งเจือความหงุดหงิดเล็กน้อยที่เพื่อนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งญาติเดินออกมาขัดจังหวะเขากับพราวฟ้า
เพราะถ้าหากว่ามาร์ตินไม่ออกมาขัดจังหวะก่อนหน้านี้ แผนบางอย่างที่เขาได้วางไว้ก็อาจจะสำเร็จ
"มึงไม่ได้ชอบยัยนั่นจริงๆ แล้วจะไปยุ่งกับยัยนั่นทำไมวะไอ้ไค" มาร์ตินว่าขึ้น มองใบหน้าของคนที่เป็นทั้งญาติและเพื่อนสนิทนิ่ง และใช่เขารู้มาตลอดว่าไคโรไม่ได้ชอบพราวฟ้าอย่างที่ชอบแสดงออกต่อหน้าเขาที่แม่งบังเอิญมาเห็นพอดี
และเขาก็รู้ว่าที่ไคโรเข้าหาพราวฟ้ามันเป็นเพราะอะไร
"มึงพูดแบบนี้ มึงยังชอบพราวฟ้าเหมือนตอนเด็กๆ อยู่ใช่ไหม ถ้ามึงไม่ปฏิเสธกูจะยอมหลีกทางให้"
"อย่าเหี้ยให้มาก กูขอ"
"หึ มึงรีบไปถามใจตัวเองนะไอ้ตินว่าจะเอายังไง ก่อนที่มันจะสายไป" ไคโรตะโกนไล่หลังมาร์ตินทันทีที่เห็นร่างสูงของเพื่อนเดินหนีออกไปหลังจากที่ด่าเขาจบ
เข้ามาขัดจังหวะทุกครั้งที่เกือบจะเข้าด้ายเข้าเข็ม ถ้าไม่ใช่เพราะหึงหวงแล้วจะเรียกว่าอะไร?
บทส่งท้าย"ไอ้ตินมันเล่นใหญ่ว่ะ เล่นแปรอักษรขึ้นท้องฟ้าขอเมียแต่งงานเลยว่ะแม่ง สุดจัด" สามหนุ่มเพื่อนรักของมาร์ตินที่ยืนอยู่ตรงระเบียงห้องชั้นที่เป็นบาร์เอาไว้นัดมาดื่มกันยืนมองภาพแปรอักษรที่กำลังแสดงอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าราบเรียบไปด้วยกัน และคนที่พูดออกมาก่อนหน้านี้ก็คือหนุ่มหล่อที่ยืนล้วงมือในกระเป๋ากางเกงอย่างพระพายนั่นเองที่พึมพำออกมาทำให้สองหนุ่มที่ยืนล้วงมือในกระเป๋ากางเกงที่เหลืออย่างนักรบและไคโรได้แต่ยกยิ้มมุมปากเบาๆ ให้ เพราะมันก็จริงอย่างที่พระพายว่านั่นแหละ ว่ามาร์ตินมันเล่นใหญ่มาก เว่อร์วังอลังการสุดๆ คลั่งรักเมียเฉยๆ ไม่ได้ มันต้องเล่นใหญ่ให้คนเขาฮือฮาให้สมกับความยิ่งใหญ่ของมันเหอะ โคตรน่ารำคาญใช่สิ ความรักของเพื่อนมันน่าอิจฉาไม่เหมือนความรักของเขาที่ดูเหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดี เหมือนจะเริ่มรักกันแล้วแต่ก็ยังไม่ใช่ ใช่ไอ้คนที่กำลังบรรยายอยู่ตอนนี้ก็คือไอ้นักรบนี่ไง ส่วนไอ้พ่อหนุ่มมาเฟียอีกคนอย่างไคโรมันก็ยืนเงียบสูบบุหรี่แล้วพ่นควันออกจากปากไปเฉยๆ ถามว่าตอนนี้ความรักของมันกับน้องแพรวาเป็นไงบ้างเขาก็ไม่ทราบเหมือนกัน เนื่องจากตอนนี้ดูสีหน้ามันเหงาแปลกๆ ดูเศร้า ดูอกหัก เออดู
หลังจากที่มาร์ตินพาพราวฟ้าไปที่โรงจอดเครื่องบินส่วนตัวของที่บ้านแล้ว ไม่กี่นาทีถัดมาเฮลิคอปเตอร์สีดำดุดันสมกับตระกูลมาเฟียผู้มั่งคั่งก็คอยๆ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยหลานมาเฟียทายาทผู้สืบทอดสกุลลำดับที่สองอย่างมาร์ติน อาร์โนเป็นคนขับพราวฟ้าที่นั่งอยู่ข้างๆ นั่งตัวแข็งทื่อแทบไม่หายใจตอนที่เครื่องบินค่อยๆ ทะยานสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ นี่เป็นครั้งแรกของเธอที่ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์แถมยังเป็นการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่พิเศษมากๆ เพราะได้แฟนหนุ่มเป็นคนขับ และหลังจากที่เฮลิคอปเตอร์ขึ้นสู่น่านฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าสวยของพราวฟ้าก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนสีหน้าให้ค่อยๆ เป็นปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และค่อยๆ ปล่อยออกมาก่อนจะหันใบหน้ามองต่ำลงไปอย่างภาคพื้นล่างที่มองเห็นต้นไม้สีเขียวขจีสวยงามมันน่าทึ่งมาก ใช่ มันน่าทึ่งจริงๆ ที่เวลาเรามองข้างล่างจากที่สูงแบบนี้แล้วเราจะได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติได้อย่างงดงามขนาดนี้"สวยจัง" เสียงหวานพึมพำเบาๆ ออกมาด้วยสีหน้าและแววตาที่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะละสายตาจากภาพด้านล่างหันไปมองคนข้างๆ ที่กำลังบังคับเฮลิคอปเตอร์สักพักมาร์ตินเก่งจัง นี่คือค
เช้าวันถัดมา...หลังจากที่เมื่อคืนเราผ่านคืนที่หวานแบบโลกสีชมพูมีหัวใจลอยอยู่กลางห้องเต็มไปหมดแล้ว เช้านี้ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ความหวานจากเมื่อคืนมันก็ยังไม่ได้หมดไป เนื่องจากมาร์ตินตื่นขึ้นมาเขาก็ทำบางอย่างที่ทำให้ฉันอึ้งและไม่คิดว่าหมอนี้เขาจะเป็นผู้ชายที่อบอุ่นได้ขนาดนี้คือเข้าใจฉันไหมว่าที่ผ่านมาภาพลักษณ์ที่ฉันได้เห็นมาตลอดจากมาร์ตินคือเขาเป็นผู้ชายที่นิ่งขรึม ไม่พูดมาก ไม่ค่อยแสดงออก และล่าสุดที่ได้เห็นก็คือเขาโหดในแบบฉบับผู้ชายมาเฟียได้แบบที่ฉันคาดไม่ถึงว่าเขาจะยังมีมุมที่อ่อนโยนและอบอุ่นแบบนี้หลงเหลืออยู่ใช่ เขาอบอุ่นมาก ตื่นเช้ามาเขาแอบเข้าครัวไปทำอาหารเช้าให้ฉันทานแล้วก็มาเสิร์ฟให้ฉันที่ยังนอนอมขี้ฟันอยู่บนเตียงเป็นคุณนายอาร์โนอยู่อย่างตอนนี้ให้ตายเถอะ ฉันดูเป็นผู้หญิงที่โชคดีหรือดูเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้เรื่องกันนะที่ปล่อยให้ผู้ชายตื่นก่อนแล้วทำอาหารมาเสิร์ฟถึงเตียงแบบนี้เนี่ย"นายตื่นเช้าจังเลยแถมยังทำอาหารเช้าให้ทานถึงเตียงอีกด้วย" ฉันพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย คือรู้สึกผิดที่ผู้ชายตื่นก่อนแล้วต้องไปทำอาหารให้ฉันทานแบบนี้"ทำไมทำหน้าแบบนั้น" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับมา
"พร้อมไหม"หลังจากที่มาร์ตินถอนริมฝีปากตัวเองออกจากริมฝีปากของฉันไปอย่างอ้อยอิ่ง วินาทีถัดมาเขาก็ใช้มือปัดเส้นผมของฉันทัดไว้หลังหูก่อนจะเลื่อนนิ้วมือมาช้อนคางของฉันให้เชิดขึ้นเล็กน้อยจากนั้นก็สบตาของฉันอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะเอ่ยถามฉันว่าพร้อมไหมใช่ เมื่อกี้มาร์ตินถามฉันว่าพร้อมไหม และด้วยสีหน้าและแววตาตอนนี้ของเขาที่มองเข้ามาในดวงตาของฉันอย่างหวานหยดย้อยปานน้ำผึ้งเดือนห้าแบบนี้ ก็คงไม่มีเรื่องอื่นนอกจากเรื่องนั้นเรื่องเดียว"ถ้าฉันตอบว่าไม่พร้อมล่ะ""หึ..."อึบ!"อ๊ะ!" ตาบ้านี่! ฉันตกใจหมดฉันอยากจะใช้มือฟาดเข้าที่ไหล่ของมาร์ตินจริงๆ เลยที่จู่ๆ เขาก็ยกยิ้มมุมปากให้ฉันเผลอแล้วจัดการอุ้มฉันเดินไปที่เตียงโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว แถมพอมาถึงเตียงมาร์ตินเขาก็ตะครุบเข้าหาฉันพร้อมกับโน้มตัวลงมาบดจูบริมฝีปากของฉันด้วยความเร่าร้อนอีกครั้งอีกด้วยอ่า...ท่ามกลางความมืดสลัวภายในห้องที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวรำไรตรงหัวเตียงที่เป็นตัวให้ความสว่างและสร้างบรรยากาศให้บนเตียงสีดำดูเร่าร้อนและดุดันยิ่งขึ้น แต่มันก็คงไม่ดุดันและเร่าร้อนได้เท่าชายหนุ่มเจ้าของห้องที่กำลังแพร่กระจายความเร่าร้อนจากตั





