เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ รู้แต่ไอ้เพื่อนบ้าตัวนั้นก็ยังไม่กลับมา
ใครว่าแอลลี่รอ! เธอไม่ได้รอแต่เธอแค่ยังอยากดื่มต่อให้เบียร์หมดต่างหาก แล้วที่เห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้ก็เหลือแค่ขวดเดียวเท่านั้น หลังจากที่เธอฟาดคนเดียวไป 5 ขวด
ส่วนไทเลอร์กับลีออนก็สลบไสลไม่มีทีท่าจะฟื้นขึ้นมา ทำเอาเธอได้แต่มองแล้วขำ คิดในใจว่าหากสาวๆ ได้มาเห็นหนุ่มวิศวะอย่างพวกมันเมาหมดสภาพแบบนี้จะเป็นอย่างไร
“เฮ้ย ไปนอนกันนนนน ดี...ดี” สุ้มเสี้ยงเริ่มยืดยานตามฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เข้าสู้กระแสเลือด แอลลี่เริ่มมึน ไม่สิ เธอน่าจะเมา หนังตาเริ่มหนัก สมองเริ่มสั่งการช้า
ทั้งที่บังคับให้มือยกขวดเบียร์ขึ้นมากระดกเข้าปาก ทว่าสุดท้ายกลับทำมันหลุดมือจนได้
“เอ้า...” เธอกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าขวดเบียร์ แต่ไหงมันเวียนหัวขนาดนี้ แล้วทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือน...ง่วงนอน
ฟุ่บ!
คนที่บอกว่าจะออกไปซื้อเบียร์เพิ่มจนถึงตอนนี้เบียร์ในถุงเริ่มอุ่นเพราะดีแลนไม่อยากกลับห้อง เขายืนอยู่หน้าคอนโดตัวเองนานนับ 2 ชั่วโมงได้แล้ว ทั้งดื่ม ทั้งสูบ วนไปแบบนั้น ได้แต่คิดว่าป่านนี้พวกเพื่อนๆ จะพากันกลับห้องไปหรือยัง โดยเฉพาะแอลลี่
บอกตามตรงว่าเขาโคตรอึดอัด รู้อยู่แล้วว่าพวกเพื่อนๆ กำลังพยายามสร้างสถานการณ์ให้เขากับมันหันมาดีกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ปัญญาอ่อนสำหรับดีแลนมาก ให้ดีกับแอลลี่ชาตินี้ทั้งชาติคงไม่มีวันเป็นไปได้
เขาไม่ได้เกลียดเธอ แต่...ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากรู้จัก ไม่อยากเข้าใกล้ แม้ครั้งหนึ่งจะเคยสนิทกันก็ตาม
แต่ก็นั่นแหละ มันก็แค่เคยสนิท ตอนนี้เขากับแอลลี่แทบจะเป็นคนรู้จักกัน หรือว่าง่ายๆ เรียกว่าศัตรูยังจะตรงตัวกว่า แล้วมันก็รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ชอบหน้าก็ยังจะมาที่คอนโดอีก
ยิ่งเมเปิ้ลยิ่งตัวดี เมาแล้วเรื้อนฉิบหาย ดีแลนอยากจะล้างมือสักสิบรอบที่ดันโดนเมเปิ้ลคว้าไปจับมือกับแอลลี่
“เหอะ ป่านนี้แม่งจะกลับไปยังวะ” ทั้งที่อยากรู้แต่ก็ไม่อยากทักไปถามในกลุ่ม เพราะรู้อีกนั่นแหละว่าไอ้พวกเพื่อนเวรคงไม่บอกความจริง พวกมันทำงานเป็นทีมโคตรๆ อยากให้ดีกันแต่ไม่ถงไม่ถามกูสักคำ
แต่การที่ดีแลนออกมาข้างนอกนานขนาดนี้มันก็คงชัดเจนแล้วว่าเขาขยาดแอลลี่ขนาดไหน หวังว่าพรุ่งนี้พอเจอกันที่มอไอ้พวกเพื่อนเวรคงล้มเลิกแผนการสมานฉันท์นี้เสียที
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ดีแลนหยิบมันขึ้นมาดูเดาว่าคงเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งโทรตาม ทว่ารายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาคนที่อารมณ์ไม่ดีชะงักไปเล็กน้อย
เฌอลินน์...
เธอไม่ติดต่อเขามานานแค่ไหนดีแลนจำไม่ได้ แต่ถามว่าตัวเองเองพยายามจะติดต่อเธอไหม...คำตอบคือใช่ เขาโคตรพยายาม แต่อีกฝ่ายกลับตัดเยื่อใยได้อย่างเลือดเย็น
ทว่า แทนที่เขาจะรู้สึกโกรธเธอ มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ความรู้สึกตอนนี้มันตีกันไปหมดและมากไปกว่านั้นคือเขาแค่สงสัยว่าเธอติดต่อมาทำไม
ทั้งที่ก่อนเลิกรากัน เธอเป็นฝ่ายขอร้องให้เขายอมปล่อยเธอไปสักที
“ฮัลโหล”
[แลนด์...เฌอเองนะ]
“อื้ม รู้แล้ว” เพราะเขาไม่เคยลบเบอร์เธอ ไม่มีสักวินาทีที่คิดจะลบมัน
[ขอโทษที่โทรมาดึก แต่ว่าเฌอแค่...คิดถึงแลนด์จนทนไม่ไหว]
“...” คิดถึงอย่างนั้นเหรอ เธอพูดออกมาได้อย่างไรว่าคิดถึงทั้งที่เป็นคนทิ้งไป แม่งน่าโมโหฉิบหายแต่ที่น่าโมโหกว่าก็คือตัวเขาเองที่มันเจ็บไม่จำ
แค่คำว่า คิดถึง คำเดียวกลับทำให้ดีแลนหัวใจเต้นแรง
[ตอนนี้เฌอกลับไทยแล้วนะ อีกไม่กี่วันก็จะเข้าไปทำเรื่องจบที่มอ]
ดีแลนรับฟังคำบอกเล่าจากปากอดีตคนรักเงียบๆ ทั้งที่ในใจยังคงตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก และไม่รู้ว่าหากได้เจอหน้ากันอีกครั้งหลังจากไม่เจอกันนานนับ 4 ปี เขาจะรู้สึกอย่างไร
[แลนด์ยังโกรธเฌออยู่ไหม]
“แลนด์ไม่โกรธเฌอหรอก แต่แลนด์แค่ไม่เข้าใจ...เฌอกลับมาแล้วจะมาบอกแลนด์ทำไม”
[เฌอ...เฌอเลิกกับเขาแล้ว]
เขา ก็คือไอ้เหี้ยที่เธอเลือก ไอ้เหี้ยที่แม่งแย่งเธอไป
“อืม...”
[เฌอขอโทษที่ตอนนั้น...]
“อย่าพูดถึงมันเลย เรื่องมันผ่านมาหลายปีแล้วแลนด์ไม่อยากรื้อฟื้น” เพราะเขาไม่อยากตอกย้ำตัวเองว่าครั้งหนึ่งเคยน่าสมเพชแค่ไหน
[แลนด์...เฌอรู้ว่าแลนด์ยังโกรธ แต่เฌอไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าแลนด์จะโกรธเกลียดเฌอ เฌอแค่อยากเจอแลนด์อีกครั้ง ได้ไหมคะ]
“เจอเพื่ออะไรเฌอ” ดีแลนไม่เห็นประโยชน์ของการกลับมาเจอคนรักเก่าที่ทอดทิ้งเขาไปเลยสักนิด
[เพื่อถามแลนด์อีกครั้งไง ถามแลนด์ว่าแลนด์ยังรู้สึกกับฌอเหมือนที่เฌอยังรู้สึกกับแลนด์ไหม...]
หัวใจคนที่เคยถูกทิ้งเหมือนมีคนมาเปิดปมเก่าๆ ให้กลับมารู้สึกสับสนอีกครั้ง ดีแลนได้แต่เงียบฟังในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากอดีตคนรัก
[แลนด์ยังไม่ต้องตอบเฌอตอนนี้ก็ได้ แต่เฌอแค่อยากจะบอกว่าตั้งแต่ที่เราเลิกกันไปไม่เคยมีวันไหนที่เฌอไม่คิดถึงแลนด์เลยนะ เฌอรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำแล้วก็รู้สึกเกลียดตัวเองมากๆ ที่ทำร้ายแลนด์แบบนั้น...เฌอแค่อยากขอโอกาสได้ขอโทษแลนด์ต่อหน้าสักครั้งได้ไหม]
น้ำเสียงปลายสายบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเฌอลินน์กำลังสะอื้นไห้ ขณะที่ดีแลนแม้ไม่มีน้ำตาสักหยดก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไร...ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความสับสน คิดหนัก และทุกอย่างมันออกจะกะทันหันเหนือความคาดหมายเขาไปหมด
“คงต้องขอวางก่อน พวกไอ้เตอร์รอกินเหล้าอยู่”
[อื้ม อย่าเมานะ เวลาแลนด์เมาแล้วไม่ค่อยรู้สึกตัว เฌอเป็นห่วง แล้วก็...ไว้เฌอกลับมอเมื่อไหร่จะโทรไปหานะคะ]
“…” ดีแลนเกลียด...เกลียดที่เฌอลินน์ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ดีไปเสียหมด
[แลนด์...]
“อื้ม แค่นี้ก่อนนะ”
ปึก!
เขาตัดสินใจกดสายวางจากเธอทันที ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา ทั้งที่ตัวเองพยายามตัดใจจากอดีตคนรักมาตลอดแล้วก็คิดว่าตัวเองทำได้ แต่พอมาคุยกับเธอไม่กี่ประโยคดีแลนกลับรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง
เฌอลินน์ คือผู้หญิงคนเดียวที่ดีแลนใช้คำว่า ‘แฟน’
ทั้งคู่คบหากันตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยม และเลือกสอบเข้าคณะวิศวกรรมเหมือนกัน แต่ดีแลนเลือกเรียนสาขาเครื่องกล ในขณะที่เฌอลินน์เลือกเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ แม้จะเรียนคนละสาขากันแต่พวกเขาก็ยังคบหากันได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร
กระทั่งเกิดเรื่องนั้นขึ้นในวันประกวดดาวเดือนคณะ...
แค่คิดถึงใบหน้าตัวต้นเรื่องที่อยู่บนห้องเขา ดีแลนก็โมโห เพราะแอลลี่คนเดียวที่ทำให้ทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้
เพราะแอลลี่ที่ทำให้เฌอลินน์เปลี่ยนไป และเพราะแอลลี่ที่ทำให้ความรักของเขาสั่นคลอน จนสุดท้ายเฌอลินน์ที่ขณะนั้นเป็นดาวคณะ ซ้ำยังมีผลการเรียนดีเด่นจนได้รับทุนไม่ลังเลใจที่จะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น แน่นอนว่าคนรักอย่างดีแลนไม่คิดห้าม อะไรที่จะทำให้อนาคตของแฟนสาวไปในทางที่ดีเขาก็พร้อมซัพพอร์ต
มันคงไม่มีปัญหาอะไร หากเธอไม่ปันใจให้ผู้ชายอีกคน
ไอ้เหี้ย ที่แม่งก็ได้ทุนเหมือนกัน และสุดท้ายเฌอลินน์ก็เลือกมันด้วยเหตุเดียว...เหตุผลเพราะตัวต้นเรื่องอย่างแอลลี่
“หึ” ดีแลนยกขวดเบียร์ขึ้นดื่มตอกย้ำความเจ็บปวดของตัวเอง เขาพยายามตามง้อเฌอลินน์แต่ก็ไม่เป็นผล จนสุดท้ายก็ขาดการติดต่อกันไป
แล้ววันนี้เธอกลับมาบอกว่าจะกลับมา และบอกว่ายังรู้สึกเหมือนเดิม
เขาควรจะคิดไง? ควรจะรู้สึกแบบไหนกัน?
ดีแลนยกเบียร์ขึ้นดื่มอย่างเอาเป็นเอาตาย อัดบุหรี่ใส่ปอดมวนที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เขาอยากจะลืม อยากจะลบความเจ็บปวดและความสับสนในใจให้มันหมดไปสักที!
อีกด้านหนึ่ง...แอลลี่ที่เผลอเมาจนหลับไปจู่ๆ ก็สะดุ้งขึ้นมาทั้งที่ดวงตายังตื่นไม่เต็มที่
เธอไม่มีสติ รู้แต่เพียงว่าตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่ที่หน้า ‘ห้องตัวเอง’ ร่างเล็กในชุดสุดเซ็กซี่ค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ด้วยพื้นห้องไม่ได้นอนหลับสบายเท่ากับพื้นเตียง
แอลลี่เดินไปตามความเคยชินเปิดประตูเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะล้มตัวลงบนเตียงนุ่มคว้าผ้าห่มมาคลุมกายเอาไว้
“อืม...ทำไมสบายจัง” จิตสำนึกที่ไม่ค่อยจะรู้สึกตัวเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังจะพอรับรู้ได้ถึงความนุ่มหยุ่นของเตียงตัวเอง แอลลี่รู้สึกว่าคืนนี้เตียงนุ่มและนอนสบายผิดปกติ แต่ทั้งหมดมันคงเป็นเพราะว่าเธอกำลังเมาและคิดไปเอง ไม่นานลมหายใจเธอก็เริ่มเข้าออกสม่ำเสมอ ความคิดในหัวเริ่มจางออกไป หลงเหลือเพียงความเงียบสงบและเข้าสู่ห้วงนิทรา
กระทั่ง...
“อื้อ...” ร่างเล็กรับรู้ได้ถึงแรงกดทับจากอะไรบางอย่าง...บางอย่างที่กำลังทับร่างกายเธออยู่ และกำลังลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวของเธอ
เปลือกตาที่ปิดอยู่ก็หนักเกินกว่าจะลืมตาขึ้นมามองสิ่งที่กำลังรบกวนความฝันเธอ
หรือว่าตอนนี้เธอกำลังฝันกัน?
“อืมมม...นุ่มจัง” เธอได้ยินเสียงแหบพร่าคล้ายกับกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ดังขึ้นใกล้หู ก่อนที่จะรับรู้ได้ถึงการซุกไซ้ พรมจูบไปทั่วทั้งต้นคอระหง
ทว่า แอลลี่กลับไม่คิดสนใจ รับรู้ว่ามันคงเป็นแค่ความฝัน...ฝันที่ค่อนข้างแปลกอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
เธอไม่รู้ว่าเสื้อผ้าตัวเองหลุดออกจากร่างกายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และแอลลี่ก็ไม่ได้รับรู้ถึงความหนาวเย็นใดๆ มีเพียงแต่ความเร่าร้อนที่แผ่กระจายจากร่างหนาของคนที่กำลังรุกรานเธอ
ผิวกายเธอกำลังแนบเนื้อกับผิวกายชายในฝัน มันทั้งหวามไหว และ...เสียวซ่านราวกับเป็นเรื่องจริง
“อ๊ะ...” เสียงหวานหลุดครางออกมา เมื่อปลายถันข้างหนึ่งของเธอกำลังถูกดูดกลืน พร้อมกับอีกข้างที่ถูกบีบเคล้นหนักมือ
สัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับในชีวิตจริง มันอดทำให้แอลลี่ตื่นเต้นไม่ได้...และเธอยากรู้เหลือเกินว่า ‘เซ็กซ์’ ที่ใครต่อใครติดใจ มันจะสุขสมแค่ไหนกันเชียว
ต่อให้มันเป็นแค่ความฝัน เธอก็ขอตอบสนองและเก็บเกี่ยวความฝันแสนวาบหวามนี้ให้เต็มที่ก็แล้วกัน