Masukไม่รู้ว่า “ดวงซวย” หรือ “พรหมลิขิต” ถึงทำให้เขาและเธอมาเจอกัน เขาคือหนุ่มฮอตผู้ไม่เคยถูกตาต้องใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่เพราะมีเหตุการณ์บางอย่างทำให้ต้องมารับเคราะห์แทนหญิงสาวน่ารักสดใส และตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น ไม่คิดว่าโชคชะตาจะเป็นใจ ทำให้เขาและเธอกลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะรุ่นน้อง เขาจึงใช้คำว่ารุ่นพี่เสนอตัวเป็นไม้กันหมา กันท่าหนุ่ม ๆ ที่เข้ามาจีบ เพียงเพราะไม่อยากให้เธอมีใคร นอกจากมีเขาเพียงคนเดียว *** “ถ้าน้องข้าวหอมยังโสด พี่ขอจีบได้ไหมครับ” “โสดบ้านพ่อมึงดิ ผัวเธอยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน” ***
Lihat lebih banyak- Josephine -
I’m so uncomfortable. My corset is far too tight, my hair is painfully pinned up, and the lace of my dress is scratching the top of my breasts. I can’t even put my hands in my lap without the beading on my skirt clawing at my skin. The smell of wildflowers and cow dung is filling the air, and the rough jostling of the carriage is making me nauseous. I couldn’t believe this was happening. Four months ago my father had passed away, leaving me alone and at the mercy of the courts. As an unmarried 19 year old I was to be sent to Lord Leven’s estate to become his ward until he could successfully marry me off. I knew this was happening, so why now, on the way to my new life am I so scared? I closed my eyes and swallowed the lump in my throat. “Just breathe my lady.” I opened my eyes and looked at my maid Aria. She had been with me for years, and felt like the only family I had left. I smiled, drawing a deep breath. She smiled back at me, pleased I was following her instructions. “How much longer Aria?” She frowned and gently shook her head. “I’m not sure my lady. Do you need to stop?” I couldn’t bear it any longer. I nodded frantically while clutching my chest. Aria reacted immediately, banging her hand on the roof of the carriage. “Woah! Woah there!” The hoses slowed and the carriage came to a gentle stop. I didn’t wait for the door to be opened for me. I scrambled to my feet, flung the door open, and yanked myself and my ridiculous dress out of the carriage, causing Aria and the driver to gasp loudly. “My lady!” She called after me. I didn’t care, I ran to the grass and leaned over coughing violently. I so badly wanted to vomit, but nothing came. I suddenly felt a gentle hand on my back. Aria was now standing next to me, handing me a handkerchief. She gently whispered, “Josephine, are you alright?” I straightened up and took her offering, dabbing the fabric on my mouth. “No.” I replied, unable to hide my panic. “I don’t want to go, I don’t want to be there. Why do I have to marry? Father never forced me to. If I were 21 the estate would be mine, and I’d be free to do what I want to.” Aria sighed and looked out into the field. The reason why I loved her, why our friendship was so strong, was we were able to be completely honest with each other. I could tell her anything freely, without fear of betrayal, and in return she spoke to me in a way that no other lady’s maid would dare. She took a deep breath, turned, and looked at me sternly. “And do what?” “What do you mean?” I replied. “Say you were 21, you’d have your estate, your title, and a modest fortune. What would you do then?” I paused, I hadn’t really considered it. “I would travel, I want to admire the art and architecture of the world. I would be free to do as I pleased.” “….and you can’t do that as a married woman?” I scoffed at her suggestion. “No, you know what men are like. I would be confined to the house, with nothing to do but needle point and produce offspring.” “You don’t know what kind of man your husband will be.” She sighed. “Besides, you can’t spend your life painting and dancing, rolling around in the hay with the stable boy when you get bored.” I looked at her stunned. I opened my mouth to speak but no words came out. Aria took my hand, rubbing it gently with her thumb. “Come on, we have to go. No matter what happens, I will be with you every step of the way.” We shared a smile, and I reluctantly walked towards the carriage. Before I entered I turned to face her. “What if he beats me?” Aria chuckled and brushed a strand of hair out of my face. “Then God help him! I don’t know who would kill him first, you or me.”ข้าวหอมปรือดวงตาขึ้นในช่วงสายของวันอย่างงัวเงีย แต่ดีที่ไม่มีอาการปวดหัวจากอาการเมาค้าง ทว่าคนข้างกายของเธอได้หายไปไหนแล้วไม่รู้ มีเพียงกล่องของขวัญสีขาวผูกริบบิ้นสีชมพูวางอยู่ตรงที่เขานอนกอดเธอเมื่อคืนหญิงสาวเผยรอยยิ้มหวานลุกออกจากเตียงไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมใส่ ก่อนจะหยิบกล่องสีขาวขึ้นมาดึงริบบิ้นออก เปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างในพร้อมกับใจที่เต้นด้วยความตื่นเต้น แล้วดวงตาคู่หวานก็ปรากฏร่องรอยของความแปลกใจกับของขวัญที่ได้รับด้านในกล่องมีกุญแจรถยนต์ และโบรชัวร์ของโครงการบ้านเดี่ยว ขณะที่หญิงสาวยังอึ้งกับสิ่งที่เห็น เสียงของนทีก็ดังขึ้นพลันทำให้เธอตกใจเล็กน้อย เพราะไม่ทันได้สังเกตว่าเขายืนอยู่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไร“ถูกใจของขวัญที่พี่ให้ไหม”“นี่คืออะไรเหรอคะ” เธอยังรู้สึกงุนงง ไม่คิดว่าเขาจะให้ของชิ้นใหญ่ขนาดนี้“รถของเมียพี่ไงครับ แล้วก็บ้านหนึ่งหลังที่จะเป็นเรือนหอของเรา”เขาเอ่ยพลางเข้ามานั่งลงบนเตียง ตอนนี้ข้าวหอมก็เรียนจบแล้ว ได้เวลาสร้างครอบครัวที่เคยวาดฝันกันเอาไว้นทีได้ซื้อรถเก๋งให้เธอหนึ่งคันเป็นของขวัญวันเรียนจบ ส่วนโบรชัวร์โครงการบ้านเดี่ยว เขาอยากให้เธอมีส่วนร่วมการตัดสินใ
เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้สองสาวเพื่อนรักอย่างข้าวหอมและอบเชยก็ได้เรียนจบกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และค่ำนี้ประมาณหนึ่งทุ่มทุกคนก็พร้อมหน้ากันที่เลานจ์ซึ่งเปิดให้บริการที่โรงแรมชื่อดัง หนึ่งในธุรกิจของครอบครัวนทีหนุ่มหล่อสาวสวยรวมแปดคน นั่นก็คือ นที ข้าวหอม ไอดิน ปลายฟ้า ไวน์ อาทิตย์ ฟลุ๊ก และอบเชย ได้นั่งอยู่ในห้องวีไอพีแบบส่วนตัว สั่งอาหารหลากหลายเมนู รวมถึงเหล้าพร้อมกับมิกเซอร์“มาครับทุกคน ฉลองให้กับสองสาวหน่อย”ไวน์ลุกขึ้นยืนพร้อมแก้วที่มีเหล้าผสมโซดา ยื่นออกไปตรงหน้าเอ่ยเชิญชวนด้วยรอยยิ้ม แล้วเสียงแก้วทั้งแปดใบก็ยื่นออกไปกระทบกัน ก่อนจะยกจรดริมฝีปากของตัวเองกระดกน้ำสีอำพันกลืนลงคอจนหมดแก้วคืนนี้ทุกคนตั้งใจมาเพื่อแสดงความยินดีให้กับว่าที่บัณฑิตใหม่ทั้งสองคน ไม่เมาไม่กลับ“พี่มีของขวัญมาให้ด้วยนะ” ปลายฟ้าเอ่ยพลางหยิบของขวัญที่เตรียมมาด้วยยื่นให้กับคนเรียนจบ“นี่ของข้าวหอมจ้ะ” ปลายฟ้าเอ่ยพลางมอบของขวัญสองอย่างให้กับแฟนน้องชาย“ขอบคุณนะคะพี่ปลายฟ้า”ข้าวหอมรับมาไว้ในมือ คนอื่น ๆ ก็เชียร์ให้เปิดดู พบว่าเป็นกระเป๋าสะพายข้างแบรนด์ขึ้นชื่อ และยังมีสร้อยข้อมือประดับเพชร“ว้าว สวยมาก
อาทิตย์ต่อมาครอบครัวฝ่ายชายได้กลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้งเพื่อส่งมอบทองห้าบาท เงินสดสามล้านตามที่ครอบครัวฝ่ายหญิงประสงค์ ทุกคนต่างมากันอย่างพร้อมหน้ารวมทั้งข้าวหอม นที และยายของหญิงสาวการมอบสินสอดในครั้งนี้ถือว่าเป็นการให้คำมั่นและความไว้วางใจ บ่งบอกว่าลูกสาวของบ้านนี้ได้กลายเป็นลูกสะใภ้ของอีกบ้านแล้ว แม้จะยังไม่ผ่านพิธีการใด“ในส่วนนี้พวกคุณเก็บไว้ได้เลยนะคะ ส่วนในอนาคตพวกเราคงต้องขอสงวนสิทธิ์ให้หนูข้าวหอมรับเพียงคนเดียว”แม่ของชายหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แต่ดูเหมือนว่าจะขัดใจอีกฝ่าย ทำให้จินดารีบโพล่งขึ้น“อนาคต หมายถึงอะไร”“เราทำตามที่ตกลงกันแล้วนะคะ ทองห้าบาท เงินสดสามล้าน หนูข้าวหอมอยู่กับลูกชายของเรา คุณยายย้ายไปอยู่บ้านพักคนชรา หลังจากเรียนจบพวกเราจะจัดงานแต่งกันอีกครั้ง”“อันนี้ฉันเข้าใจ แต่ทำไมต้องสงวนสิทธิ์ให้แค่ข้าวหอม”“หยุดพูดได้แล้ว”ในขณะที่จินดารู้สึกขัดใจกับถ้อยคำอีกฝ่าย สามีของเธอก็ส่งเสียงเอ็ดทำให้สงบปากสงบคำในทันทีเพราะเมื่อหลายวันก่อน หลังจากทุกคนกลับไปกันหมดแล้ว สามีก็ได้เรียกลูกสาวคนโตกลับมาที่บ้าน อยู่กันครบทั้งแม่ลูก ก็ได้ต่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึก
“ตอนที่พวกคุณไปเจอเด็กทั้งสองอยู่ด้วยกัน หนูข้าวหอมได้แจ้งชัดเจนแล้วนะคะว่าอยากจะพาคุณยายออกไปอยู่ข้างนอก พวกเราเลยจะมาคุยเรื่องนี้ด้วย”แม่ของชายหนุ่มเอ่ยตอบ ก่อนจะหันไปถามแฟนของลูกชาย“แล้วยายของหนูล่ะจ๊ะ”“ยายอยู่บ้านอีกหลังค่ะ” เธอตอบไม่เต็มเสียง กลัวว่าผู้เป็นพ่อจะไม่เห็นด้วย“ดิฉันว่าให้คุณยายมาฟังสิ่งที่พวกเราคุยกันด้วยดีกว่านะคะ ยังไงท่านก็เป็นอีกคนที่เลี้ยงดูหนูข้าวหอมมา”ขันธ์ชัยเห็นว่าสมควรเป็นอย่างนั้น จึงเรียกให้แม่บ้านไปพาแม่ของภรรยาผู้ล่วงลับเข้ามานั่งในห้องนี้อีกคนหญิงชรานั่งลงข้างหลานสาว ยังไม่รู้ว่าการถูกเรียกตัวเข้ามาที่บ้านหลังใหญ่ในรอบกี่ปีก็จำไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไร อีกทั้งยังมีคนนอกที่ไม่รู้จักอีกต่างหากและพอลูกเขยแนะนำให้รู้จักอีกฝ่าย มีการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้รับทราบ หญิงชราก็รู้สึกยินดีที่หลานสาวมีคนรัก และพร้อมจะดูแลเธอต่อจากนี้ แต่ที่ยังไม่ทราบคือ…“หนูข้าวหอมอยากพาคุณยายออกไปอยู่ข้างนอก คุณยายสะดวกไหมคะ” แม่ชายหนุ่มเอ่ยถาม ใบหน้ามีรอยยิ้มเล็กน้อยให้คนชรายายหลานหันจ้องมองกัน ข้าวหอมกอดแขนของยายแน่น แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังหญิงชร






Ulasan-ulasan