Masuk"ถ้าอยากรู้เบอร์โทร..."
"ผมต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่" กวินทร์มองใบหน้าสวยๆ ที่ดูงงๆ เธอคงแปลกใจมั้งที่อยู่ๆ เขาก็อยากได้เบอร์โทรถึงขนาดที่ว่าเสนอเงินให้เลย "เอาไปทำไม" ไอริสถามพร้อมกับดึงข้อมือกลับ เพื่อนก็ไม่ใช่ คนรู้จักก็ไม่เชิง แต่เสือกจับมือเธอตามอำเภอใจ ผู้ชายอะไรมือไวสุดๆ เลย ถ้าไม่ติดเกรงใจเงินห้าร้อยบาทนั่น เธอคงต่อยไปแล้ว "ก็เห็นว่าร้อนเงิน" ถึงจะเป็นคำตอบที่กวนส้นตีน แต่มันก็มีเหตุผลในตัว เขายังไม่รู้จักเธอดีพอ เธอเองก็เหมือนกัน ดังนั้นถ้าเขารุกเร็วเกินไป ก็อาจจะทำให้ไก่ตื่นหนีไปซะเปล่าๆค่อยเป็น ค่อยไป ค่อยๆ แทรกเข้าไปในหัวใจทีละนิด น่าจะดี "ก็ไม่ได้ร้อนเงินอะไร" ไอริสตอบไปตามจริง เพราะที่เธอทำไปนั้นมันคือเกมส์ ในเมื่อได้เงินมา "ห้าร้อย" ครบตามจำนวนไม่ขาดไม่เกิน ก็ถือว่าเคลียร์ภารกิจได้สำเร็จ แค่นี้เธอก็ลอยตัว ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วบอกเลย "แต่มีเผื่อไว้ก็ดีไม่ใช่เหรอ" กวินทร์โน้มน้าว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ความหวังในใจหล่นวูบ เมื่อเธอตอบกลับมาว่า "ไม่เป็นไร" "แต่..." "ฉันไปก่อนนะ ฉันรีบ" ไม่ทันที่คนตัวสูงจะพูดจบ ไอริสก็รีบตัดบทขึ้นมาซะก่อน เธอหันหลังเดินห่างออกไปโดยไม่ทันได้เห็นแววตาสีนิลที่มองตาม ในนั้นมีแววความผิดหวังซ่อนอยู่ โอกาสครั้งที่สอง เขาคว้าเอาไว้ไม่ได้ รู้งี้บอกว่า "สนใจ" หรือไม่ก็ "อยากจีบ" ไปเลยตรงๆ เฮ้อ!! ไม่น่าคิดเยอะเลยกู... "มึงชอบผู้หญิงแนวนี้เหรอวะ" แน่นอนว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อกี้อยู่ในสายตาของทอย แม่ง!! คนสวยๆ หุ่นดีๆ บอดี้เอ็กซ์ๆ ไม่สนใจ เสือกชอบผู้หญิงแนวนักเลง ท่าทางผิดหวังของไอ้วินทำให้ทอยนึกสนุก "กูไปขอเบอร์ให้เอาไหม" "เขาไม่ให้หรอก กูขอแล้ว" บอกเพื่อนไปด้วยสีหน้าสุดเซง แน่นอนว่าความสวยของเธอโดนใจ แต่นิสัยที่ไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนกลับเป็นสิ่งดึงดูดให้เขาสนใจถึงขนาดโดนไถเงินก็ยอม "เฮ้ย!! มึงอย่าดูถูกฝีมือกู" ทอยผู้มั่นหน้าออกตัวแรง "แค่เบอร์โทร มึงรอกูได้เลย" พูดจบก็ลุกขึ้นยืน แน่นอนว่าเขาย่อมมีแผนการในใจ ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมให้ ก็ขอกับเพื่อนซะก็สิ้นเรื่อง แหมๆ จะคิดมากไปทำไม ในเมื่อทางตรงไม่ได้ก็แค่เลี้ยวอ้อมๆ ยังไงก็ถึงจุดหมายเหมือนกัน เพราะการจีบสาวนั้นมันต้องมีเทคนิค และใช่ครับ!! เขาจะใช้ความหล่อที่มีให้เป็นประโยชน์ คิดเอาไว้อย่างดิบดี แต่อนิจจา... พอเดินไปที่โต๊ะ สิ่งที่เห็นก็ทำเอาเขาถึงกับพูดไม่ออก นี่มันโต๊ะนักเลงชัดๆ!! ผู้หญิงที่นั่งอยู่หัวโต๊ะคนนั้นคือคนที่ไอ้วินชอบไม่ผิดแน่ๆ น้ำลายเหนียวๆ ถูกกลืนลงคออย่างยากเย็นเมื่อเหลือบเห็นผู้ชายที่นั่งติดกันหน้าโหดสัดๆ เลย แผนการที่จะใช้เสน่ห์ล้วงข้อมูลจบกัน เพราะในโต๊ะนั้นมีแต่ผู้ชาย!! ถ้าเดินกลับไปมือเปล่า... ก็อย่ามาเรียกกูว่าเสือ!! นั่นคือคำพูดของเขาก่อนเดินออกมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เพราะกำลังคิดหาวิธีจนเส้นสมองเต้นตุ้บๆ นึกออกแล้ว!! ความคิดที่แว่บขึ้นมาในหัวทำทอยยิ้มออก คนฉลาดย่อมมีทางออกเสมอ ในเมื่อในโต๊ะนั้นมีแต่ผู้ชายเขาก็แค่จัดสาวๆ เข้าไปล้วงข้อมูลแทนให้ซะก็จบ พอคิดหาทางออกได้ ทอยก็ไม่รอช้า เขาหันมองซ้ายมองขวา เพื่อหาคนรู้จักที่พอจะช่วยได้ นั่นไง... น้องวิปครีม!!! พอเจอคนที่รู้จักก็รีบตรงเข้าไปหา แน่นอนครับว่าผมรู้จักน้องวิปครีมคนสวยเป็นอย่างดี ถึงขนาดที่ว่านอนคุยกันทั้งคืน และถ้าว่างเมื่อไหร่ก็โทรมาได้ ประมาณนั้นเลย "ช่วยพี่หน่อยนะครับ" "เดี๋ยวพี่ให้ค่าขนมนะ" คนมันรู้จักกัน ขอความช่วยเหลือนิดๆ หน่อยๆ ย่อมได้ น้องยินดี ผมก็ดีใจ เพราะความสวย ความแซ่บ ของน้องวิปครีมไม่เป็นสองรองใคร รับรองว่าต้องได้เบอร์โทรมาให้ไอ้วินชัวร์ๆ ถึงจะนั่งมองอยู่ไกลๆ แต่ก็ลุ้นตามวิปครีมทุกวินาที จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า... พอน้องวิปครีมเดินกลับมา ผมนี่รีบไปรอต้อนรับเลย รอยยิ้มของน้องวิปครีมทำผมโล่งใจ คิดว่ากระดาษที่น้องกำไว้ต้องมีเบอร์โทรของผู้หญิงคนนั้นเขียนเอาไว้แน่ๆ "ได้ไหมครับ" ถามด้วยความตื่นเต้น "ไม่มีพลาดค่ะ" คนตัวเล็กตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน เธอยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ทอยพร้อมกับยื่นหน้าสวยๆ มากระซิบเสียงยั่วยวนชวนให้คิดไปไกลว่า "คืนนี้วิปครีมจะรอนะคะ" "ครับ พี่จะจัดค่าขนมให้หนักๆ เลย" ทอยตอบ เขาจุ๊บแก้มเธอหนึ่งที ก่อนจะขอตัวเอาเบอร์โทรศัพท์ไปให้เพื่อน และเพราะความรีบเร่งไม่ทันระวัง ก็เลยโดนคนที่เดินสวนกระแทกไหล่เข้าไปเต็มๆ ทำให้กระดาษที่จับไว้หลุดมือ และพอก้มลงเก็บเท่านั้นล่ะครับ ถึงกับร้องสัดเอ้ย!! ด้วยความเซง มีคนทำน้ำหก... กระดาษก็เลยเปียกเป็นบางส่วน ใจนี่คือหายแวบ ทอยหยิบกระดาษขึ้นมาจากพื้น ค่อยๆ คลี่ออกดู และพบว่าในนั้นมีเบอร์โทรศัพท์เขียนเอาไว้ มันคือตัวเลขสิบหลัก ซึ่งทอยควรดีใจ แต่ต้องน้ำตาตกในเพราะความสะเพร่าไม่ระวังของตัวเอง เลขสิบหลักยังอยู่ครบ แต่สองตัวสุดท้ายกลับจางเพราะน้ำหมึกที่เลอะจนเดาตัวเลขไม่ได้ ว่าจะให้น้องวิปครีมไปเอามาใหม่ แต่ก็คงไม่ทัน เพราะคนในโต๊ะนั้นสลายม็อบเป็นที่เรียบร้อย คิดในแง่ดี ได้เบอร์โทรมาก็ยังดีกว่าไม่ได้วะ!! พอเดินมาถึงโต๊ะทอยก็ยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้กวินทร์ที่ทำหน้าแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าไอ้ทอยมันจะทำได้อย่างที่โม้ไว้จริงๆ "กูทำดีที่สุดแล้ว" คำพูดของทอยทำเอาคนฟังใจแป้ว สรุปว่าได้หรือไม่ได้วะ กวินทร์คิดขณะรับกระดาษแผ่นนั้นมาเปิดดูด้วยใจที่เต้นแรง ในนั้นมีเบอร์โทรที่บางส่วนถูกน้ำจนเดาตัวเลขไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร เพราะมันไม่ได้ยากเกินไปถ้าเขาตั้งใจแล้วว่าจะจีบเธอจริงๆ "ได้ก็ยังดีกว่าไม่ได้เว้ย" กวินทร์ตบไหล่เพื่อนสนิทที่ช่วยเอาเบอร์โทรศัพท์ของไอริสมาให้ ซึ่งไม่รู้ว่ามันไปทำอีท่าไหนถึงได้มา แต่ก็นะ...มึงนี่เก่งจริง อะไรจริง!! "ขอบใจมากนะไอ้เสือ!!" จากที่นั่งทำหน้าเซงๆ กวินทร์ก็ยิ้มออกในทันที น้ำหมึกที่จางไม่ใช่ปัญหา เพราะต่อให้ต้องนั่งกดสุ่มเดาตัวเลขทั้งคืน เขาก็จะทำ และนี่คือโอกาสอีกครั้งที่เขาจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือ "ฮัลโหล..." "ใช่เบอร์ของไอริสไหมครับ!!" โทรผิดคะ เบอร์เมียกู ไอริสบ้านมึงสิ!! และอีกบลา บลา บลา วางสายแทบไม่ทัน แต่ทว่ากวินทร์ก็ยังไม่ถอดใจ เขายังคงนั่งกดสุ่มเบอร์ต่อไป ตั้งใจไล่โทรตั้งแต่เลข 00 ปากกาในมือขีดตัวเลขที่เขาโทรไปและยังไม่ใช่ออก ความหวังที่มีคือพลัง เพราะหนึ่งในเลข 00-99 นั้นคือโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักเธอ ตื้ดดด ตื้ดดดด ตื้ดดดด.... "โอ้ย!! ใครโทรมาเนี่ย" เสียงเล็กสบถ ขณะพยายามควานหาโทรศัพท์ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าวางทิ้งไว้ตรงไหน อยากปล่อยผ่าน แต่เสียงของมันสร้างความรำคาญจนเธอต้องลุกขึ้นมานั่ง "อยู่ไหนเนี่ย!!" ไอริสพึมพำขณะที่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ยังคงดังต่อเนื่อง ยิ่งรีบก็ยิ่งหาไม่เจอ และกว่าเธอจะนึกได้ว่าลืมหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงเสียงโทรศัพท์ก็เงียบหายไป ตั้งใจว่าจะโทรกลับ... แต่พอเปิดหน้าจอดู มันกลับเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่เธอไม่ได้เมมชื่อเอาไว้ คิ้วเรียวย่นเข้าหากันขณะมองตัวเลขที่ไม่คุ้นตา ใจหนึ่งก็อยากโทรกลับไปด่า แต่อีกใจก็คิดว่าช่างเถอะ บางทีอาจโทรผิดก็ได้ คนใจดีอย่างเธอก็เลยปล่อยไป ร่างบางทิ้งตัวลงนอนพร้อมกับคว้าหมอนนุ่มๆ มาซุก เธอยังอยากนอนต่อ อีกสักชั่วโมงค่อยตื่น ผ่านไปสิบห้านาที กำลังเคลิ้มๆ เหมือนจะฝันดี แต่ไอ้เสียงอืดๆ ที่ดังซ้ำๆ อยู่ข้างหูมันคืออะไร ไอริสดีดตัวขึ้นมานั่งมองโทรศัพท์ที่วางตรงหัวเตียง เธอจงใจปิดเสียงไว้ แต่มันก็ยังสั่นไม่หยุด ง่วงก็ง่วง เมาก็เมา อยากนอนก็อยากนอน และด้วยความรำคาญไอริสก็เลยคว้าโทรศัพท์ที่วางข้างหัวเตียงมารับสาย "ฮัลโหล" "เป็นเหี้ยอะไร" เธออยากพูดด้วยดีๆ นะ แต่ตอนนี้มันหงุดหงิด คนจะนอน แม่ง!! โทรมาอยู่นั่นล่ะ "ถามน่ะได้ยินไหม" เมื่ออีกฝ่ายเงียบ ไอริสก็ยิ่งโมโห "ไอ้โรคจิตว่างนักรึไง" นาทีนี้มั่นใจมากว่าไอ้คนที่โทรมาตั้งใจก่อกวน เพราะถามไปก็ไม่ตอบ ไอริสก็เลยจัดคำด่าไปชุดใหญ่ สารพัดสัตว์พรั่งพรูออกไป แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบโต้อะไรเลย เงียบ เงียบ และก็เงียบ คืออะไร ยิ่งสุมไฟให้ไอริสโมโหมากขึ้น เสียงนี้... ทำเอากวินทร์นิ่งไป เบอร์โทรมากมายในกระดาษที่ถูกขีดทิ้ง มีทั้งคนไม่รับสาย และรับสาย แน่นอนว่าเขาไล่โทรตั้งแต่เบอร์ที่ลงท้ายด้วยเลข 00-99 ก่อนจะวนมายังเบอร์ที่ไม่รับ ในที่สุด.... เขาก็เจอเธอ!! ยิ่งปล่อยให้เธอพูด กวินทร์ก็ยิ่งมั่นใจ น้ำเสียงหวานๆ แต่แฝงความดุดันไม่เหมือนใครมันคือความประทับใจแรกที่เขาไม่มีวันลืม พอคิดว่ามั่นใจ พอคิดว่าใช่แน่ๆ ประโยคเดิมๆ ที่เขาถามซ้ำๆ ว่า "ใช่เบอร์ไอริสไหม" นับจากวินาทีนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เขาสูดลมหายใจ และพูดชื่อที่ตามหามาตลอดทั้งคืน "ไอริส!!" เสียงทุ้มต่ำที่พูดขึ้นมาทำเอาเจ้าของชื่อที่สาดคำด่าจนเหนื่อยทำหน้างง สรุปคือใครวะที่โทรมา งงในงง เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ตอนนี้เริ่มสับสนว่าเธอควรด่าต่อหรือควรคุยด้วยดีๆ "จำผมได้ไหม" ถ้าจำได้ ฉันจะด่าไฟแล่บเหรอ.. คิดในใจก่อนจะคุมโทนเสียงให้อ่อนลง "จำไม่ได้" "น่าน้อยใจจัง ขนาดผมยังจำได้เลย" กวินทร์พูดไปยิ้มไป หัวใจมันพองฟูจนลืมความเหนื่อยล้าที่อดนอนมาตลอดคืน "บอกชื่อสิ เผื่อนึกออก" ปลายสายพูดขึ้นมา และแน่นอนว่าเขาย่อมคว้าโอกาสนี้แนะนำตัว "กวินทร์ ผมชื่อกวินทร์" "กวินทร์..." ไอริสทวนชื่อนั้นพร้อมทำหน้าคิดตามไปด้วย "กวินทร์ไหนไม่รู้จัก" กำลังจะอธิบายแต่อีกฝ่ายก็พูดแทรกว่า "แค่นี้นะ จะนอน!!" ไอริสตัดบทเพราะเธอมั่นใจว่าไม่รู้จักคนชื่อนี้แน่ๆ หญิงสาวกดวางสายทันที ทำเอาคนที่เพิ่งได้โอกาสแนะนำตัวไปถึงกับงง พอกดโทรไปอีกครั้ง ก็โทรไม่ติดอีกเลย "ไอ้ทอย" กวินทร์ถามเพื่อนขณะนั่งอยู่ในห้องเรียน "ว่ามา" "ถ้ากูอยากเอ่อ..." "พูดมาสิวะ อ้ำอึ้งอยู่ได้" ทอยเริ่มรำคาญเมื่อเห็นกวินทร์ทำทียึกๆ ยักๆ เหมือนจะถามแต่ก็ไม่ถามสักที ซึ่งไอ้คนหน้าตาดี แถมยังพูดได้เต็มปากว่า "โคตรหล่อ" อย่างมัน ยังมีอะไรให้ต้องมากลุ้มใจ และเพราะเขาอยากรู้ไงก็เลยพูดขู่ออกไปว่า "เร็วๆ ไม่งั้นกูไม่ช่วยนะเว้ย" กวินทร์มองหน้าเพื่อนสนิทที่เร่งเร้า เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากต้องแบกหน้ามาขอคำแนะนำจากไอ้ทอยที่ต้องยอมรับว่ามันเชี่ยวชาญในเรื่องการจีบผู้หญิงจนถึงขั้นได้ฉายาว่า "ไอ้เสือ" "ถ้าอยากจีบผู้หญิงให้ติด...." "กูต้องทำยังไงวะ!!" หนึ่งปีผ่านไป~"มึงงงงงง ชุดนี้สวยมาก"โยส่งรูปชุดเจ้าสาวสีขาวเปิดไหล่ หางปลายาวเฟื้อยเข้ามาในกลุ่ม รูปที่ส่งมาดูแว่บแรกก็สวยดี มีดีเทลไปทางเกาหลีเบาๆ แต่พอลองจินตนาการว่าเอามาทาบลงตัวเธอ อยากบอกตรงๆ ว่า "มันไม่ได้อย่างแรง" แนวอย่างนี้มันเหมาะกับอีโยมากกว่า"ก็สวยดี แต่กูไม่ชอบ""งั้นต้องชุดนี้เลยมึง เรียบหรู ดูแพง"เมื่อชุดของโยไม่ผ่าน ก็ถึงคราวพาสเทลส่งรูปเข้าประกวด หลายวันมานี้เธอช่วยไอริสเลือกแบบจนตาแตก ชุดนี้ก็เริ่ด ชุดนั้นก็เริ่ด เจ้าบ่าวอุตส่าห์ให้งบชุดมาไม่อั้น งานนี้ต้องจัดหนัก จัดเต็ม จัดให้อีริสสวยถึงขั้นเจ้าบ่าวตะลึงได้ยิ่งดี"ชอบไหม"พาสเทลถามหลังจากส่งรูปชุดเจ้าสาวให้"มึงว่าสวยเหรอ"นั่นคือคำถามของไอริสที่พอมองดูรูปแล้วรู้สึกว่ามันดูเยอะเกินไป กระโปรงฟูฟ่องนั่นคืออะไร ทำไมมันเหมือนขนมชั้นเลย"ใช่!! ไม่ตกเทรนด์ด้วย"พาสเทลย้ำ ชุดนี้เธอว่าสวยดี โดยเฉพาะกระโปรงที่เป็นระบายหลายชั้น มันดูหรูดีออก และที่สำคัญเป็นชุดจากห้องเสื้อชั้นนำ ราคาเหยียบแสน แน่นอนว่าพี่วินจัดให้ได้"กูว่าเหมือนขนมชั้นเลย"โยเสนอความเห็น มองยังไงมันก็แปลกๆ"คิดเหมือนกันเลย ไม่โดนอ่ะ!!""เยอะนะมึง"พาสเท
"หล่อจัง""ดูดีมากกกก""เข้าไปขอเบอร์สิ"เสียงของสาวๆ ซุบซิบกันขณะมองผู้ชายที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา สายตาคมเข้มมองซ้ายขวา เหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง"เข้าไปถามดีไหม""นัดใครไว้รึเปล่า""หวังว่าจะยังโสดนะ"สาวๆ ยังคงเมาท์มอยถึงหนุ่มหล่อไม่หยุด สายตาของพวกเธอยังคงจับๆ จ้องๆ กะว่าจะรอจังหวะดีๆ อีกสักนิด แลัวส่งยิ้มหวานๆ เป็นเชิงทักทายสักหน่อย ถ้าดูแล้วอีกฝ่ายมีทีท่าสนใจแล้วค่อยตีเนียนเข้าไปคุย พวกเธอคิดอย่างนั้น แต่เดี๋ยวนะๆๆ ทำไมเขาถึงเดินตรงมาทางนี้"มึงงงงงงง""กูเห็นแล้ว""เขาจะมาจีบฉันรึเปล่า"สาวๆ ในโต๊ะเริ่มวี้ดว้ายตื่นเต้นที่ผู้ชายที่จับจ้องตั้งแต่เขาเดินเข้าประตู กำลังเดินตรงมาทางพวกเธอ ไม่ได้อยากคิดไปเอง แต่รอยยิ้มนั้นคืออะไร อย่าบอกนะว่าสนใจใครสักคนในกลุ่มนี้ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ออร่าความหล่อแผ่กระจายมองมุมใกล้คือเดอะเบสท์จริงๆสาวๆ ในโต๊ะ ต่างนั่งพรีเซนต์ตัวเองเต็มที่ จริตเอียงอายก็มี ส่งสายตาให้ก็มา แต่ทว่าคนตัวสูงกลับเดินผ่านโต๊ะของพวกเธอไป เอ๊ะ!! มันคืออะไร ก็เลยพร้อมใจหันขวับไปด้านหลังพร้อมๆ กัน ความจริงปรากฏในทันที ความอิจฉาทิ่มลงกลางใจ เมื่อเห็นผู้ชายคนนี้มีเจ้าของที่หน
พอรู้ใจกัน ทุกอย่างรอบตัวก็ดูสดใสขึ้นมาทันตา งานในโรงพยาบาลที่ว่าหนักก็ไม่สามารถทำอะไรผมได้ แรงใจมาเต็มเพราะไอริสเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่าวันนี้จะทำอาหารเย็นรอ...ลุยสิครับ!! มีราวน์วอร์ดตั้งแต่เช้าไม่หวั่น คนไข้รอตรวจเป็นหางว่าวไม่มีคำว่า 'เหนื่อย' เพราะในแต่ละวันมีกำลังใจน่ารักๆ ส่งมาทางข้อความ พอเปิดอ่านทีไรก็ยิ้มแก้มปริทุกทีสู้ๆ นะ (สติ้กเกอร์หมีถือพู่เชียร์)เหนื่อยไหมคะคิดถึงจัง!!และอีกหลายข้อความ ที่ค่อนไปทางหนักซ้ายเป็นส่วนใหญ่ เพราะกว่าเขาจะมีเวลาว่างมาตอบก็ปาไปเกือบเที่ยง ผู้หญิงส่วนใหญ่ถ้าตอบข้อความช้าป่านนี้ก็คงงอน แต่สำหรับไอริส เธอทำให้ผมสบายใจ คำว่า 'งอน' คืออะไร ไอริสสะกดไม่เป็น เรื่องเวลาไม่ใช่ปัญหา เพราะผมจัดการย้ายตัวเองไปอยู่คอนโดน้องเรียบร้อย"ติดแฟนนะมึง""มีเวลาให้กูบ้าง""กูเหงานะเว้ย"นั่นคือคำพูดไอ้ทอย ที่ช่วงนี้แม่งไม่รู้เป็นห่าอะไร คำก็ 'เหงา' สองคำก็ 'เหงา' ทั้งที่มึงก็มีกิ้กซุกตั้งหลายคน โทรเรียกกริ้งเดียวก็มา แล้วดูมันทำหน้าอย่างกับคนที่เปล่าเปลี่ยวหัวใจ อย่าบอกนะครับว่าช่วงที่ผมตัวติดแฟน มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับไอ้ทอย"อย่างมึงเหงาเป็นด้วยเหรอวะ"กวิน
@ห้องแชท 'โสดซิงๆ'"มึงงงงง อาทิตย์หน้าใครว่าง..."พาสเทลพิมพ์ข้อความมาตอนตีหนึ่งกว่าๆ ความเหงาบวกความเซงทำให้เธออยากนัดเพื่อนสนิทรวมตัวเมาท์มอย"กู"อ่านคนแรก ตอบคนแรก คือโยเจ้าเก่า เจ้าเดิม เพิ่มเติมคือชีว่างตลอดเว เพื่อนคือที่หนึ่ง แชทในกลุ่มเด้งปุ๊บ กูอ่านปั๊บ ประมาณนั้นเลย"กู-ไม่-ว่าง"แน่นอนว่าคนที่มีสถานะไม่โสดในกลุ่ม เดี๋ยวนี้มีแต่คำว่า "ไม่ว่าง" สองอาทิตย์ก่อนบอกว่ามีนัดกินข้าว โอเค!! ไม่เป็นไร พออาทิตย์ถัดมา พิมพ์ข้อความมาบอกว่า "แฟนชวนดูหนัง" อืมๆ คนกำลังอินเลิฟพวกกูเข้าใจ เดี๋ยวชวนใหม่ และใช่ค่ะ เข้าอีหรอบเดิม ผู้ชายสำคัญ ชนิดที่ว่าตัวติดกันตลอดเวลา"คนมีแฟนก็งี้"พาสเทลส่งข้อความแซวพร้อมกับสติ้กเกอร์หมีชูป้าย 'อิจฉา' ใส่เพื่อนสาวที่พอมีแฟนก็ดูสวยเริ่ดขึ้นทุกวัน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าได้น้ำดี โอ้ย!! หล่อสะบัดครบสูตรอย่างพี่วิน ใครได้ไปคือบุญของกี อีไอริสโชคดีจริงๆ"หลงผู้ชาย อย่าให้กูมีบ้างนะ"เมื่อพาสเทลแซว มีหรือโยจะไม่แซวต่อ ข้อความของเพื่อนทำไอริสอดหัวเราะคิกไม่ได้ ไม่ใช่เพราะสองคนนี้เชียร์รึไง เธอถึงได้มีแฟนหล่อๆ ดีต่อใจอย่างพี่วิน"รีบมีเลย!!"ไอริสพิมพ์กลับไป มุมปากสวย
ถึงข้าวต้มจะร้อน แต่ก็คงไม่ร้อนเท่ากับร่างกายผมในตอนนี้ ชายหนุ่มคิดในใจ เมื่ออยู่ๆ นิ้วเรียวก็ยื่นมาลูบไล้ตรงริมฝีปากเขาอย่างแผ่วเบา ไม่ได้อยากคิดไปไกล แต่หัวใจมันเต้นแรงแทบกระเด็นออกมา ยิ่งไอริสมองสบตา ผมนี่ต้านทานความสวยของเธอไม่อยู่เลยจริงๆใจเย็นไอ้วินใจเย็นๆกวินทร์บอกตัวเอง เขาพยายามหักห้ามใจแล้ว แต่มันทำไม่ได้จริงๆ ริมฝีปากสีชมพูฉ่ำวาวตรงหน้าเขามันช่างดึงดูดดูเย้ายวน ชวนให้ลิ้มลอง และใช่ครับ!! ผมอยากรู้เหลือเกินว่ามันจะหอมหวานเพียงใด สุดท้ายความต้องการที่พุ่งพล่านก็สั่งให้ผมจูบเธอ มันเป็นจูบแรกของเรา และผมก็อยากทำมันให้ดี แต่อารมณ์ที่พาไปทำให้จูบที่นุ่มนวลในตอนแรกเริ่มร้อนแรงจนกระทั่งมีบางสิ่งใต้กางเกงนูนเด่นออกมาดูท่า...ผมคงทนต่อไม่ไหวจริงๆยิ่งไอริสจูบตอบ เขาก็ยิ่งย่ามใจ สอดลิ้นเข้าไปดื่มด่ำความหอมหวานที่รอคอยมานาน ท่าทางเขินอายเหมือนไม่เคยของคนตัวเล็กที่แสดงออกมา มันทำให้ผู้ชายมาดนิ่งๆ ที่เก็บอาการเก่งแทบคลั่ง เพราะนั่นหมายถึงเขาได้ 'first kiss' ของเธอ และถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป รับรองเลยว่าคงไม่จบแค่จูบที่โต๊ะแน่ๆ"ถ้าไอริสไม่ห้าม...""พี่จะทนไม่ไหวแล้วนะ"เสียงทุ้มต่ำข้
แววตาสีนิลที่มองมาเหมือนกำลังรอทำให้หัวใจของไอริสเต้นแรง หน้าแดงจนไม่กล้าสบตาของพี่วินเลย อันที่จริงแล้วเธอไม่ได้เป็นพวกชอบคนหล่อ เลือกคบคนที่หน้าตา แต่พอได้แฟนหล่อและดูดีขึ้นมา เธอก็คงต้องทำตัวให้ชิน เพราะแค่เจอพี่วินอ้อนเข้าหน่อยเธอก็ใจบาง "พี่รออยู่นะครับ"กวินทร์พูดพลางยิ้มอ่อน เขาชอบไอริสตอนทำตัวไม่ค่อยถูกจัง มันดูน่ารักน่าแกล้งดี แก้มของเธอแดง ส่วนริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูนั้นเม้มเข้าหากันเหมือนกำลังคิดว่าต้องทำยังไง"กินเองไม่ได้เหรอคะ"คำถามของไอริสทำคนรอต้องกลั้นขำ เขาส่ายหน้าไปมา ก่อนจะใช้ข้ออ้างว่า "เจ็บมือ" เชื่อไม่เชื่อไม่รู้ แต่นาทีนี้เขาอยากให้เธอเอาใจ ต่อให้ต้องสำออยแสร้งเจ็บทิพย์เขาก็จะทำ"ข้าวต้มหอมจัง"เขายื่นหน้ามาสูดดม พร้อมกับเอามือลูบท้องน้อยไปมาเพื่อแสดงให้คนตรงหน้าเห็นว่าเขาหิวจริงๆ ซึ่งเหมือนว่าสิ่งที่เขาทำมันจะได้ผล มือเรียวหยิบช้อนในถ้วยขึ้นมา พร้อมกับตักข้าวคำโตเข้าปากเขาไปเต็มๆ"ร้อน!!"วินาทีที่เมล็ดข้าวต้มนุ่มๆ โดนลิ้นทำเอาคนตัวโตถึงกับสะดุ้งโหยง อุตส่าห์เตรียมคำพูดไว้อย่างดิบดีว่าจะชมเธอให้ดีใจ แต่ความร้อนของมันทำเขาแทบลิ้นพอง ยังดีที่ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ขอ
ทอยแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขามองหน้าเพื่อนที่ใช้คำว่าหล่อได้เปลืองมาก หน้าตาดีโปรไฟล์ไม่ธรรมดาอย่างไอ้วิน สาวๆ ในมหาลัยตามจีบ ตามกรี้ดคอแทบแตก แต่เสือกมาถามว่า "ทำยังไงถึงจีบสาวติด" นัยน์ตาสีนิลจ้องเขม็งที่ใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า "แม่ง!! หล่อไร้ที่ติ" แน่นอนว่าคำถามที่ไอ้วินอยากร
"ไอ้วิน มึงแต่งตัวมาหล่อไปป่ะวะ""ทอย" ว่าให้เพื่อนสนิทที่หน้าตาดีไม่พอยังเสือกเซตผมมาอย่างเท่เลย หุ่นสูงๆ กับใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกับพระเอกดังในซีรี่ย์เกาหลีทำให้กวินทร์โดดเด่นสะดุดตา ถึงแม้ว่าโต๊ะที่พวกเขาจองไว้จะอยู่ในมุมที่ไม่ค่อยโดนแสงไฟก็ตาม"กูก็แต่งปกติ"กวินทร์ตอบขณะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อ
[หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป]"เจ้ ทางนี้ๆ"พอเห็นพี่รหัสคนสวยเดินมา 'โซ่' ก็รีบลุกขึ้น ยืนโบกมือบอกตำแหน่งให้กับ 'เจ้' หรือ 'พี่ไอริส' รุ่นพี่ปีสี่ที่รุ่นน้องทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'แจ่ม' ใช่ครับ แรกพบสบตาเจ้ก็สวยแจ่มดี แต่พอได้รู้จักดีๆ ความสวยของเจ้ก็คือภาพลวงตารุ่นน้องทุกคนรู้รุ่นพี่ทุกคนเห็นแล
"ป้า ลุกหน่อย"เสียงหวานแต่ดูนักเลงของใครบางคนในรถไฟฟ้าดังเข้าหูของ "กวินทร์" ที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือ"ป้า หูตึงรึไง"เจ้าของเสียงนั้นดูเหมือนไม่พอใจ และใช่!!มันดังมากพอที่จะดึงดูดความสนใจของคนในรถไฟฟ้าให้หันมามองเป็นตาเดียว"อีหนู ระวังปากหน่อย"ป้าผมหยิกที่เป็นคู่กรณีตอกกลับ ดวงตาแข็งกร้าวสาดใ







