เข้าสู่ระบบทอยแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขามองหน้าเพื่อนที่ใช้คำว่าหล่อได้เปลืองมาก หน้าตาดีโปรไฟล์ไม่ธรรมดาอย่างไอ้วิน สาวๆ ในมหาลัยตามจีบ ตามกรี้ดคอแทบแตก แต่เสือกมาถามว่า "ทำยังไงถึงจีบสาวติด" นัยน์ตาสีนิลจ้องเขม็งที่ใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า "แม่ง!! หล่อไร้ที่ติ" แน่นอนว่าคำถามที่ไอ้วินอยากรู้ มีหรือเขาจะตอบไม่ได้ จีบผู้หญิงมากี่คนต่อกี่คน ไม่เคยลิ้มรสคำว่า "แห้ว" เลย
"มึงถามจริงหรือถามเล่นวะ" ทอยถามเพื่อความชัวร์ "หน้ากูเหมือนพูดเล่นเหรอ" กวินทร์ทำเสียงเข้ม "มันก็ไม่เหมือน แต่ว่าคำถามของมึงมัน เอ่อ...กูจะพูดยังไงดีวะ" ทอยเกาหัวตัวเอง เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เกิดมาก็ชมแต่ผู้หญิง ไม่เคยชมผู้ชายด้วยกัน มันก็เลยรู้สึกกระดากปากยังไงพิกล "พูดมาเลย กูรอฟัง" เมื่อดูจากท่าทางของไอ้วิน เขาคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะแววตามันดูจริงจังมากกว่าจะมาถามเล่นๆ ขำๆ กวนตีน เขาตอบ "เออ" ก่อนจะล้วงเอากระจกเช็คความหล่อในกระเป๋าออกมา "มึงลองส่องกระจกดู" ทอยยื่นกระจกให้เพื่อนที่ขมวดคิ้วสงสัย "กูไม่ได้อยากได้กระจก กูอยากได้คำตอบ" กวินทร์ย้ำในสิ่งที่ต้องการ "คำตอบก็อยู่ในหน้ามึงไง" "กูไม่เข้าใจ" "กูแค่อยากบอกว่าหน้าหล่อๆ อย่างมึง ไม่เห็นจะต้องไปกังวลเรื่องจีบสาวเลย แค่มึงเดินเข้าไปทัก ส่งยิ้มให้นิด กับขยิบตาให้หน่อย กู รับรองว่าสาวๆ พร้อมเปิดใจ ให้มึงได้เปิดซิงแน่นอน" คำพูดของทอยไม่ได้เกินจริง เพราะตั้งแต่เขารู้จักไอ้วิน ก็มักจะเห็นสาวๆ เอาขนม เอาน้ำ เอาอะไรก็ตามแต่ที่จะทำคะแนนมาส่งถึงหน้าคณะแพทย์ พี่กวินทร์หล่อจัง พี่กวินทร์เท่จังเลย และคำชมอีกต่างๆ นานา แน่นอนว่าเขาได้ยินจนเบื่อ แต่ทำไงได้ล่ะครับ ก็มันหล่อจริงๆ หล่อจนสาวๆ ต่างยกให้เป็น "ผัวมโนนัมเบอร์วัน" ถ้าได้ฟันสักครั้งก็คงดี และด้วยความที่หน้าตาดี มันก็เลยไม่ต้องไปจีบสาวให้ยากเย็น ซึ่งแฟนเก่าของมันก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่คอยตามจีบทุกวี่วันจนไอ้วินใจอ่อน ตกลงคบเป็นแฟน แต่ดีเทลหลังจากนั้นเขาก็ไม่แน่ใจ เพราะมันคือเรื่องส่วนตัว อยากเล่าก็เล่า ไม่อยากเล่าก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับความสบายใจของมึงเลยเพื่อน!! คำตอบของทอยไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ไม่ใช่ไม่รู้ว่าตัวเองหน้าตาดี แต่ทว่ามันใช้กับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ผล วันนั้นเธอเรียกเขาว่า "ไอ้หน้าจืด" ใช่ครับ "ไอ้หน้าจืด" แน่ใจว่าฟังไม่ผิด เพราะได้ยินเต็มๆ สองรูหู ซึ่งก็แสดงให้รู้แล้วว่าหน้าตาอย่างเขาไม่ได้หล่อเหลาหรือดูดีในสายตาของเธอเลยสักกะนิด ในเมื่อหน้าไม่ผ่าน... ก็ต้องเอานิสัยเข้าสู้!! มั่นใจว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่ดีพอ และพอดีสำหรับใครสักคน แต่พอคิดถึงสิ่งที่เขาเฝ้าทำมาตลอดหลายวันก็รู้สึกนอยๆ โอเค!! โทรไปไม่ติดพอเข้าใจ แต่ไอ้ที่โทรติดแล้วไม่รับ แถมไม่โทรกลับเลยนี่สิมันชวนให้ท้อแท้ยังไงพิกล เฮ้อ!! ได้แต่ถอนหายใจออกมาดังๆ และมีคำถามผุดขึ้นมาในใจทุกครั้งว่า เธอไม่คิดสงสัยบ้างรึไง?? มันเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเพราะคนที่จะตอบดันไม่รับโทรศัพท์ ไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด ไม่เปิดโอกาสให้เขาอธิบาย อยากจีบ แต่ไม่รู้จะจีบยังไง เหมือนคนเดินไปถึงทางตัน เขาก็เลยต้องหันมาปรึกษาไอ้ทอยที่อาจจะใจดีช่วยยื่นค้อนให้มาช่วยทุบกำแพงและเดินหน้าต่อไป "แต่กับคนนี้มันไม่ได้ผลว่ะ" กวินทร์พูดขึ้นมาอย่างเซงๆ ใช่ว่าเขาไม่พยายาม แต่หนทางนั้นช่างมืดมน เธอไม่เปิดโอกาสให้เขาทำความรู้จักเลย กวินทร์เล่าเรื่องหลังจากที่ได้เบอร์โทรมา คืนนั้นเขาสุ่มโทรหาผู้หญิงที่ชื่อไอริสทั้งคืน พอเจอก็ดีใจ แต่พอหลังจากนั้น เฮ้อ!! โคตรห่อเหี่ยวเลย คิดว่าจะได้คำปลอบใจ แต่ที่ไหนได้ ไอ้ทอยหัวเราะใส่ซะงั้น "ไอ้เหี้ย!! ก็สมควรแล้ว มีที่ไหนโทรไปตอนตีห้า ถ้าครั้งเดียวไม่ว่า แต่แม่งกดย้ำๆ อย่างกับมีเรื่องด่วน รู้จักไหม ก็ไม่!! เขาก็ต้องรำคาญเป็นธรรมดา และตัดปัญหาด้วยการไม่รับโทรศัพท์ของมึงซะเลย" ทอยพูดไปก็ขำในความใจร้อนของเพื่อน เข้าใจว่าชอบ แต่มึงต้องมีเสต็ปในการจีบด้วย ทอยมองหน้าหล่อๆ ของเพื่อนสนิท จะด่าว่า "โง่" ก็สงสาร ในเมื่อประวัติการจีบสาวของไอ้วินคือศูนย์ ไม่รู้ ไม่ผิด แต่มึงจะรุกแบบโรคจิตไม่ได้!! "มึงต้องเริ่มใหม่" ทอยยื่นหน้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เริ่มใหม่??" กวินทร์ทวนคำนั้น เขาควรเริ่มตรงไหน ในเมื่อไอริสไม่รับโทรศัพท์ ปิดโอกาสการติดต่อ "ใช่" ทอยพยักหน้าพร้อมกับยักคิ้วให้ "กูต้องทำยังไง" คนอยากรู้ถาม แววตาที่มองดูมีประกายความหวังขึ้นมาในทันที "มึงรู้อะไรเกี่ยวกับเธอบ้าง" ทอยถามเป็นข้อมูล "กูไม่รู้อะไรเลย" คำตอบของกวินทร์ทำทอยตาโต "ไอ้เหี้ย รู้แค่ชื่อนี่นะ!!" ก็คนมันยังไม่ได้คุย จะให้ไปรู้อะไร อยากตอบไปอย่างนั้นนะ แต่คิดไปคิดมา อย่าดีกว่า เดี๋ยวเสือกไอ้ทอยไม่พอใจขึ้นมา เขาก็อดมีที่ปรึกษาดีๆ ข้างตัว "ก็ไม่เชิง" แก้ตัวพร้อมกับพยายามคิดทบทวน วันนั้นเขาเจอเธอที่รถไฟฟ้า เธอรวบผมยาวไว้หลวมๆ ความสวยของเธอเตะตา และผิวขาวๆ ที่ตัดกับ... พอคิดมาถึงตรงนี้เขาก็โพล่งออกมาเสียงดังว่า "เสื้อช็อปสีแดง" เสื้อช็อปที่เธอใส่ มันเป็นยูนิฟอร์มที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ต่างไปจากกาวน์หมอ มันบ่งบอกว่าเธอเรียนคณะไหน ซึ่งวันนั้นเขามัวแต่มองหน้าก็เลยไม่ได้สนใจ และเพราะยืนอยู่ไกลจึงไม่เห็นตรามหาวิทยาลัยที่อกของเธอ "น้องเขาเรียนวิศวะเหรอวะ" ทอยเดาจากคำพูดของเพื่อน "น่าจะ" คนที่เพิ่งคิดได้ตอบ "กูว่าแล้ว ทำไมนิสัยถึงได้ดุชิบ*** ที่แท้..." ทอยไม่พูดต่อ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะคณะวิศวะคือคณะที่รวมบรรดาความดิบ เถื่อน และข่าวลือมากมาย เป็นไปได้เขาไม่อยากไปมีเรื่องด้วยเลย "จีบคนอื่นไหม เดี๋ยวกูแนะนำให้" ทอยรีบเสนอ "ไม่!! ถ้าไม่ใช่ไอริสกูไม่จีบ" "เรื่องเยอะสัด!!" ทอยว่าให้เพื่อน ผู้หญิงน่ารักๆ อ่อนหวานมีถมเถเสือกไม่เอา แต่แม่ง!! อยากลองของแปลก เดี๋ยวก็ได้แดกตีนแทนข้าว ได้แต่คิดในใจเพราะเขารู้นิสัยเพื่อนดี เอาวะ!! ในเมื่อเพื่อนชอบ ก็คงต้องลองดูสักตั้ง "ชื่อไอริส เรียนคณะวิศวะ" ทอยทวนข้อมูลที่มีอยู่น้อยนิด จากประสบการณ์ในการเต๊าะผู้หญิงให้ติด เขาประเมินว่าไอริสคืองานหิน เพราะดูจากนิสัย ท่าทางในวันนั้น เหมือนเธอจะเป็นผู้หญิงที่ไร้ความอ่อนหวาน เข้าถึงยาก ถ้าเดินดุ่มๆ ตรงเข้าไปจีบ มีสิทธิ์กินแห้วสูง "คงต้องจีบอ้อมๆ ว่ะ" "จีบอ้อมๆ ยังไงวะ" กวินทร์ที่ตั้งใจว่าจะเดินหน้าจีบไอริสสุดกำลังถึงกับต้องยกมือถามเพื่อความเคลียร์ "ก็จีบเหมือนไม่ได้จีบไง" ทอยพูดยิ้มๆ ในหัวเขามีแผนการ และแน่นอนว่ามันจะต้องเวิคสุดๆไปเลย ซึ่งจากประสบการณ์เขามั่นใจว่าผู้หญิงประเภทนี้... ไม่มีแฟน ไม่สนใจผู้ชาย ถ้าวุ่นวายมากไปคือหนีเลย!! "มึงเอาเบอร์ไอริสมาหน่อย" พอมีเบอร์โทร อะไรๆ มันก็ไม่ได้ยาก ทอยกระตุกยิ้มนิดๆ ที่มุมปากขณะกดเข้าไปในแอพเพื่อค้นหาไลน์ของไอริสจากเบอร์โทรศัพท์ ถ้าเจอก็ดีไป เพราะพวกเขาจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม "กูว่าแล้วว่าน้องใช้ไอดีไลน์เป็นเบอร์โทรศัพท์" "ทำไมกูคิดไม่ถึงวะ" "ก็มึงโง่ไงครับเพื่อน" นาทีนี้ผมคงต้องยอมรับว่าผมโง่จริงๆ ก็คนมันคิดไม่ถึง คนมันไม่เคยจีบสาว ไอ้เทคนิคที่ไอ้ทอยบอกมา ขอสารภาพตรงๆ ว่า ไม่เคยรู้เลย โชคดีที่ไอริสมักจะโพสต์รูปลงในไลน์ และภาพส่วนใหญ่ก็คือในห้องเรียนบ้าง ส่วนหนึ่งในมหาวิทยาลัยบ้าง แว่บแรกที่เห็นรูปก็รู้สึก "เอ๊ะ" ทำไมมุมนี้มันถึงได้เหมือนในมหาวิทยาลัยที่กูเรียนจังวะ คิดในใจ ก่อนจะเปิดดูภาพต่อไป และใช่ครับ... โป๊ะเชะเลย!! ไอริสเรียนที่เดียวกับผม "บังเอิญจังวะ" ทอยพูดขึ้นมาเมื่อเห็นรูปภาพที่ไอริสถ่ายหน้าคณะวิศวะ เกียร์อันใหญ่ด้านหน้า ถือเป็นเอกลักษณ์ของคณะวิศวะที่ทุกคนย่อมจำได้ "แล้วต้องทำไงต่อ" กวินทร์เงยหน้าหล่อๆ ขึ้นถามเพื่อนสนิทที่ตอนนี้เขายกตำแหน่งผู้ช่วยนัมเบอร์วันให้ ทั้งเบอร์โทร ทั้งไลน์ ล้วนแต่ได้มาเพราะไอ้ทอยจริงๆ "ในเมื่อบังเอิญขนาดนี้..." ทอยกระตุกยิ้มจางๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยแววตาแฝงไว้ซึ่งความเจ้าเล่ห์เบาๆ "มึงก็ทำให้การเจอกันครั้งที่สามเป็นเรื่องบังเอิญสิวะ" "บังเอิญ??" คิ้วคมเข้มเลิกสูงมองหน้าคนที่คิดแผนจีบสาวให้เป็นฉากๆ ซึ่งความบังเอิญที่ไอ้ทอยพูดขึ้นมานั้น มันคือสิ่งที่พวกเขาจงใจสร้างขึ้นเองล้วนๆ "มึงทำได้ เชื่อกู!!" ทอยยื่นมือไปตบไหล่ของกวินทร์เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ นาทีนี้ต่อให้เขาต้องเสแสร้งสร้างโอกาสให้ตัวเอง เขาก็จะทำ ซึ่งคำแนะนำของไอ้ทอยถึงจะฟังดูแปลกๆ แต่มันก็ดูสมเหตุสมผล บางทีผู้ชายก็ต้องหัดตอแหลบ้างอะไรบ้าง ก็นะ.... คนมันชอบไปแล้ว จะให้ถอยก็คงไม่ได้!! กวินทร์คิดในใจ เพราะคนอย่างเขาถ้าลองได้ชอบหรือถูกใจอะไร แน่นอนครับว่าทุ่มให้แบบสุดตัว และถึงตอนแรกจะแอบเฟลๆ แต่พอได้ไอ้ทอยมาเป็นที่ปรึกษา เป็นแบ็คคอยให้คำแนะนำ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าต้องจีบไอริสติดแน่นอน!! งานเสนอหน้าต้องมา งานพรีเซ็นต์ตัวเองต้องมี โอเคครับ!! จัดไป เพราะผมอยากได้หัวใจของเธอ!หนึ่งปีผ่านไป~"มึงงงงงง ชุดนี้สวยมาก"โยส่งรูปชุดเจ้าสาวสีขาวเปิดไหล่ หางปลายาวเฟื้อยเข้ามาในกลุ่ม รูปที่ส่งมาดูแว่บแรกก็สวยดี มีดีเทลไปทางเกาหลีเบาๆ แต่พอลองจินตนาการว่าเอามาทาบลงตัวเธอ อยากบอกตรงๆ ว่า "มันไม่ได้อย่างแรง" แนวอย่างนี้มันเหมาะกับอีโยมากกว่า"ก็สวยดี แต่กูไม่ชอบ""งั้นต้องชุดนี้เลยมึง เรียบหรู ดูแพง"เมื่อชุดของโยไม่ผ่าน ก็ถึงคราวพาสเทลส่งรูปเข้าประกวด หลายวันมานี้เธอช่วยไอริสเลือกแบบจนตาแตก ชุดนี้ก็เริ่ด ชุดนั้นก็เริ่ด เจ้าบ่าวอุตส่าห์ให้งบชุดมาไม่อั้น งานนี้ต้องจัดหนัก จัดเต็ม จัดให้อีริสสวยถึงขั้นเจ้าบ่าวตะลึงได้ยิ่งดี"ชอบไหม"พาสเทลถามหลังจากส่งรูปชุดเจ้าสาวให้"มึงว่าสวยเหรอ"นั่นคือคำถามของไอริสที่พอมองดูรูปแล้วรู้สึกว่ามันดูเยอะเกินไป กระโปรงฟูฟ่องนั่นคืออะไร ทำไมมันเหมือนขนมชั้นเลย"ใช่!! ไม่ตกเทรนด์ด้วย"พาสเทลย้ำ ชุดนี้เธอว่าสวยดี โดยเฉพาะกระโปรงที่เป็นระบายหลายชั้น มันดูหรูดีออก และที่สำคัญเป็นชุดจากห้องเสื้อชั้นนำ ราคาเหยียบแสน แน่นอนว่าพี่วินจัดให้ได้"กูว่าเหมือนขนมชั้นเลย"โยเสนอความเห็น มองยังไงมันก็แปลกๆ"คิดเหมือนกันเลย ไม่โดนอ่ะ!!""เยอะนะมึง"พาสเท
"หล่อจัง""ดูดีมากกกก""เข้าไปขอเบอร์สิ"เสียงของสาวๆ ซุบซิบกันขณะมองผู้ชายที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา สายตาคมเข้มมองซ้ายขวา เหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง"เข้าไปถามดีไหม""นัดใครไว้รึเปล่า""หวังว่าจะยังโสดนะ"สาวๆ ยังคงเมาท์มอยถึงหนุ่มหล่อไม่หยุด สายตาของพวกเธอยังคงจับๆ จ้องๆ กะว่าจะรอจังหวะดีๆ อีกสักนิด แลัวส่งยิ้มหวานๆ เป็นเชิงทักทายสักหน่อย ถ้าดูแล้วอีกฝ่ายมีทีท่าสนใจแล้วค่อยตีเนียนเข้าไปคุย พวกเธอคิดอย่างนั้น แต่เดี๋ยวนะๆๆ ทำไมเขาถึงเดินตรงมาทางนี้"มึงงงงงงง""กูเห็นแล้ว""เขาจะมาจีบฉันรึเปล่า"สาวๆ ในโต๊ะเริ่มวี้ดว้ายตื่นเต้นที่ผู้ชายที่จับจ้องตั้งแต่เขาเดินเข้าประตู กำลังเดินตรงมาทางพวกเธอ ไม่ได้อยากคิดไปเอง แต่รอยยิ้มนั้นคืออะไร อย่าบอกนะว่าสนใจใครสักคนในกลุ่มนี้ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ออร่าความหล่อแผ่กระจายมองมุมใกล้คือเดอะเบสท์จริงๆสาวๆ ในโต๊ะ ต่างนั่งพรีเซนต์ตัวเองเต็มที่ จริตเอียงอายก็มี ส่งสายตาให้ก็มา แต่ทว่าคนตัวสูงกลับเดินผ่านโต๊ะของพวกเธอไป เอ๊ะ!! มันคืออะไร ก็เลยพร้อมใจหันขวับไปด้านหลังพร้อมๆ กัน ความจริงปรากฏในทันที ความอิจฉาทิ่มลงกลางใจ เมื่อเห็นผู้ชายคนนี้มีเจ้าของที่หน
พอรู้ใจกัน ทุกอย่างรอบตัวก็ดูสดใสขึ้นมาทันตา งานในโรงพยาบาลที่ว่าหนักก็ไม่สามารถทำอะไรผมได้ แรงใจมาเต็มเพราะไอริสเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่าวันนี้จะทำอาหารเย็นรอ...ลุยสิครับ!! มีราวน์วอร์ดตั้งแต่เช้าไม่หวั่น คนไข้รอตรวจเป็นหางว่าวไม่มีคำว่า 'เหนื่อย' เพราะในแต่ละวันมีกำลังใจน่ารักๆ ส่งมาทางข้อความ พอเปิดอ่านทีไรก็ยิ้มแก้มปริทุกทีสู้ๆ นะ (สติ้กเกอร์หมีถือพู่เชียร์)เหนื่อยไหมคะคิดถึงจัง!!และอีกหลายข้อความ ที่ค่อนไปทางหนักซ้ายเป็นส่วนใหญ่ เพราะกว่าเขาจะมีเวลาว่างมาตอบก็ปาไปเกือบเที่ยง ผู้หญิงส่วนใหญ่ถ้าตอบข้อความช้าป่านนี้ก็คงงอน แต่สำหรับไอริส เธอทำให้ผมสบายใจ คำว่า 'งอน' คืออะไร ไอริสสะกดไม่เป็น เรื่องเวลาไม่ใช่ปัญหา เพราะผมจัดการย้ายตัวเองไปอยู่คอนโดน้องเรียบร้อย"ติดแฟนนะมึง""มีเวลาให้กูบ้าง""กูเหงานะเว้ย"นั่นคือคำพูดไอ้ทอย ที่ช่วงนี้แม่งไม่รู้เป็นห่าอะไร คำก็ 'เหงา' สองคำก็ 'เหงา' ทั้งที่มึงก็มีกิ้กซุกตั้งหลายคน โทรเรียกกริ้งเดียวก็มา แล้วดูมันทำหน้าอย่างกับคนที่เปล่าเปลี่ยวหัวใจ อย่าบอกนะครับว่าช่วงที่ผมตัวติดแฟน มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับไอ้ทอย"อย่างมึงเหงาเป็นด้วยเหรอวะ"กวิน
@ห้องแชท 'โสดซิงๆ'"มึงงงงง อาทิตย์หน้าใครว่าง..."พาสเทลพิมพ์ข้อความมาตอนตีหนึ่งกว่าๆ ความเหงาบวกความเซงทำให้เธออยากนัดเพื่อนสนิทรวมตัวเมาท์มอย"กู"อ่านคนแรก ตอบคนแรก คือโยเจ้าเก่า เจ้าเดิม เพิ่มเติมคือชีว่างตลอดเว เพื่อนคือที่หนึ่ง แชทในกลุ่มเด้งปุ๊บ กูอ่านปั๊บ ประมาณนั้นเลย"กู-ไม่-ว่าง"แน่นอนว่าคนที่มีสถานะไม่โสดในกลุ่ม เดี๋ยวนี้มีแต่คำว่า "ไม่ว่าง" สองอาทิตย์ก่อนบอกว่ามีนัดกินข้าว โอเค!! ไม่เป็นไร พออาทิตย์ถัดมา พิมพ์ข้อความมาบอกว่า "แฟนชวนดูหนัง" อืมๆ คนกำลังอินเลิฟพวกกูเข้าใจ เดี๋ยวชวนใหม่ และใช่ค่ะ เข้าอีหรอบเดิม ผู้ชายสำคัญ ชนิดที่ว่าตัวติดกันตลอดเวลา"คนมีแฟนก็งี้"พาสเทลส่งข้อความแซวพร้อมกับสติ้กเกอร์หมีชูป้าย 'อิจฉา' ใส่เพื่อนสาวที่พอมีแฟนก็ดูสวยเริ่ดขึ้นทุกวัน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าได้น้ำดี โอ้ย!! หล่อสะบัดครบสูตรอย่างพี่วิน ใครได้ไปคือบุญของกี อีไอริสโชคดีจริงๆ"หลงผู้ชาย อย่าให้กูมีบ้างนะ"เมื่อพาสเทลแซว มีหรือโยจะไม่แซวต่อ ข้อความของเพื่อนทำไอริสอดหัวเราะคิกไม่ได้ ไม่ใช่เพราะสองคนนี้เชียร์รึไง เธอถึงได้มีแฟนหล่อๆ ดีต่อใจอย่างพี่วิน"รีบมีเลย!!"ไอริสพิมพ์กลับไป มุมปากสวย
ถึงข้าวต้มจะร้อน แต่ก็คงไม่ร้อนเท่ากับร่างกายผมในตอนนี้ ชายหนุ่มคิดในใจ เมื่ออยู่ๆ นิ้วเรียวก็ยื่นมาลูบไล้ตรงริมฝีปากเขาอย่างแผ่วเบา ไม่ได้อยากคิดไปไกล แต่หัวใจมันเต้นแรงแทบกระเด็นออกมา ยิ่งไอริสมองสบตา ผมนี่ต้านทานความสวยของเธอไม่อยู่เลยจริงๆใจเย็นไอ้วินใจเย็นๆกวินทร์บอกตัวเอง เขาพยายามหักห้ามใจแล้ว แต่มันทำไม่ได้จริงๆ ริมฝีปากสีชมพูฉ่ำวาวตรงหน้าเขามันช่างดึงดูดดูเย้ายวน ชวนให้ลิ้มลอง และใช่ครับ!! ผมอยากรู้เหลือเกินว่ามันจะหอมหวานเพียงใด สุดท้ายความต้องการที่พุ่งพล่านก็สั่งให้ผมจูบเธอ มันเป็นจูบแรกของเรา และผมก็อยากทำมันให้ดี แต่อารมณ์ที่พาไปทำให้จูบที่นุ่มนวลในตอนแรกเริ่มร้อนแรงจนกระทั่งมีบางสิ่งใต้กางเกงนูนเด่นออกมาดูท่า...ผมคงทนต่อไม่ไหวจริงๆยิ่งไอริสจูบตอบ เขาก็ยิ่งย่ามใจ สอดลิ้นเข้าไปดื่มด่ำความหอมหวานที่รอคอยมานาน ท่าทางเขินอายเหมือนไม่เคยของคนตัวเล็กที่แสดงออกมา มันทำให้ผู้ชายมาดนิ่งๆ ที่เก็บอาการเก่งแทบคลั่ง เพราะนั่นหมายถึงเขาได้ 'first kiss' ของเธอ และถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป รับรองเลยว่าคงไม่จบแค่จูบที่โต๊ะแน่ๆ"ถ้าไอริสไม่ห้าม...""พี่จะทนไม่ไหวแล้วนะ"เสียงทุ้มต่ำข้
แววตาสีนิลที่มองมาเหมือนกำลังรอทำให้หัวใจของไอริสเต้นแรง หน้าแดงจนไม่กล้าสบตาของพี่วินเลย อันที่จริงแล้วเธอไม่ได้เป็นพวกชอบคนหล่อ เลือกคบคนที่หน้าตา แต่พอได้แฟนหล่อและดูดีขึ้นมา เธอก็คงต้องทำตัวให้ชิน เพราะแค่เจอพี่วินอ้อนเข้าหน่อยเธอก็ใจบาง "พี่รออยู่นะครับ"กวินทร์พูดพลางยิ้มอ่อน เขาชอบไอริสตอนทำตัวไม่ค่อยถูกจัง มันดูน่ารักน่าแกล้งดี แก้มของเธอแดง ส่วนริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูนั้นเม้มเข้าหากันเหมือนกำลังคิดว่าต้องทำยังไง"กินเองไม่ได้เหรอคะ"คำถามของไอริสทำคนรอต้องกลั้นขำ เขาส่ายหน้าไปมา ก่อนจะใช้ข้ออ้างว่า "เจ็บมือ" เชื่อไม่เชื่อไม่รู้ แต่นาทีนี้เขาอยากให้เธอเอาใจ ต่อให้ต้องสำออยแสร้งเจ็บทิพย์เขาก็จะทำ"ข้าวต้มหอมจัง"เขายื่นหน้ามาสูดดม พร้อมกับเอามือลูบท้องน้อยไปมาเพื่อแสดงให้คนตรงหน้าเห็นว่าเขาหิวจริงๆ ซึ่งเหมือนว่าสิ่งที่เขาทำมันจะได้ผล มือเรียวหยิบช้อนในถ้วยขึ้นมา พร้อมกับตักข้าวคำโตเข้าปากเขาไปเต็มๆ"ร้อน!!"วินาทีที่เมล็ดข้าวต้มนุ่มๆ โดนลิ้นทำเอาคนตัวโตถึงกับสะดุ้งโหยง อุตส่าห์เตรียมคำพูดไว้อย่างดิบดีว่าจะชมเธอให้ดีใจ แต่ความร้อนของมันทำเขาแทบลิ้นพอง ยังดีที่ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ขอ
"เจอไหม"กวินทร์ถามทอยขณะขับรถวนหน้าตึกคณะวิศวะเป็นรอบที่สิบ"ไม่เจอว่ะ"ทอยทำเสียงเซงๆ เพราะเขาเริ่มเวียนหัวกับการที่เพื่อนขับรถวนไปวนมา พอหาตรงนี้ไม่เจอ แม่งก็เสือกไม่จำ ขับวนซ้ำๆ จนเขาแทบจะจำทุกซอกในคณะวิศวะได้หมดแล้ว ทอยถอนหายใจ เพราะในคณะนี้ไม่มีอะไรดึงดูดให้เขาอยากมอง เฮ้อ!! ก็ดูสิครับ ประชาก
"เจ้ โทรศัพท์ดัง"โซ่บอกรุ่นพี่ที่นั่งชิวๆ เขาเห็นมันสั่นมาพักใหญ่ ว่าจะไม่พูด แต่ก็นะ...มันอดไม่ได้ เขาชี้นิ้วไปยังโทรศัพท์ที่เจ้าของดูเหมือนไม่ค่อยสนใจ ก่อนจะพูดต่อว่า"ให้ผมรับให้ไหมเจ้"ไอริสปรายตามามอง และพูดแค่ว่า"ไม่ต้องสนใจ"พูดจบก็หยิบขนมเข้าปากต่อ "มีหนุ่มโทรมาจีบเหรอเจ้"โซ่ถามยิ้มๆ เผ
"ถ้าอยากรู้เบอร์โทร...""ผมต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่"กวินทร์มองใบหน้าสวยๆ ที่ดูงงๆ เธอคงแปลกใจมั้งที่อยู่ๆ เขาก็อยากได้เบอร์โทรถึงขนาดที่ว่าเสนอเงินให้เลย"เอาไปทำไม"ไอริสถามพร้อมกับดึงข้อมือกลับ เพื่อนก็ไม่ใช่ คนรู้จักก็ไม่เชิง แต่เสือกจับมือเธอตามอำเภอใจ ผู้ชายอะไรมือไวสุดๆ เลย ถ้าไม่ติดเกรงใจเง
"ไอ้วิน มึงแต่งตัวมาหล่อไปป่ะวะ""ทอย" ว่าให้เพื่อนสนิทที่หน้าตาดีไม่พอยังเสือกเซตผมมาอย่างเท่เลย หุ่นสูงๆ กับใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกับพระเอกดังในซีรี่ย์เกาหลีทำให้กวินทร์โดดเด่นสะดุดตา ถึงแม้ว่าโต๊ะที่พวกเขาจองไว้จะอยู่ในมุมที่ไม่ค่อยโดนแสงไฟก็ตาม"กูก็แต่งปกติ"กวินทร์ตอบขณะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อ







