LOGINทอยแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขามองหน้าเพื่อนที่ใช้คำว่าหล่อได้เปลืองมาก หน้าตาดีโปรไฟล์ไม่ธรรมดาอย่างไอ้วิน สาวๆ ในมหาลัยตามจีบ ตามกรี้ดคอแทบแตก แต่เสือกมาถามว่า "ทำยังไงถึงจีบสาวติด" นัยน์ตาสีนิลจ้องเขม็งที่ใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า "แม่ง!! หล่อไร้ที่ติ" แน่นอนว่าคำถามที่ไอ้วินอยากรู้ มีหรือเขาจะตอบไม่ได้ จีบผู้หญิงมากี่คนต่อกี่คน ไม่เคยลิ้มรสคำว่า "แห้ว" เลย
"มึงถามจริงหรือถามเล่นวะ" ทอยถามเพื่อความชัวร์ "หน้ากูเหมือนพูดเล่นเหรอ" กวินทร์ทำเสียงเข้ม "มันก็ไม่เหมือน แต่ว่าคำถามของมึงมัน เอ่อ...กูจะพูดยังไงดีวะ" ทอยเกาหัวตัวเอง เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เกิดมาก็ชมแต่ผู้หญิง ไม่เคยชมผู้ชายด้วยกัน มันก็เลยรู้สึกกระดากปากยังไงพิกล "พูดมาเลย กูรอฟัง" เมื่อดูจากท่าทางของไอ้วิน เขาคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะแววตามันดูจริงจังมากกว่าจะมาถามเล่นๆ ขำๆ กวนตีน เขาตอบ "เออ" ก่อนจะล้วงเอากระจกเช็คความหล่อในกระเป๋าออกมา "มึงลองส่องกระจกดู" ทอยยื่นกระจกให้เพื่อนที่ขมวดคิ้วสงสัย "กูไม่ได้อยากได้กระจก กูอยากได้คำตอบ" กวินทร์ย้ำในสิ่งที่ต้องการ "คำตอบก็อยู่ในหน้ามึงไง" "กูไม่เข้าใจ" "กูแค่อยากบอกว่าหน้าหล่อๆ อย่างมึง ไม่เห็นจะต้องไปกังวลเรื่องจีบสาวเลย แค่มึงเดินเข้าไปทัก ส่งยิ้มให้นิด กับขยิบตาให้หน่อย กู รับรองว่าสาวๆ พร้อมเปิดใจ ให้มึงได้เปิดซิงแน่นอน" คำพูดของทอยไม่ได้เกินจริง เพราะตั้งแต่เขารู้จักไอ้วิน ก็มักจะเห็นสาวๆ เอาขนม เอาน้ำ เอาอะไรก็ตามแต่ที่จะทำคะแนนมาส่งถึงหน้าคณะแพทย์ พี่กวินทร์หล่อจัง พี่กวินทร์เท่จังเลย และคำชมอีกต่างๆ นานา แน่นอนว่าเขาได้ยินจนเบื่อ แต่ทำไงได้ล่ะครับ ก็มันหล่อจริงๆ หล่อจนสาวๆ ต่างยกให้เป็น "ผัวมโนนัมเบอร์วัน" ถ้าได้ฟันสักครั้งก็คงดี และด้วยความที่หน้าตาดี มันก็เลยไม่ต้องไปจีบสาวให้ยากเย็น ซึ่งแฟนเก่าของมันก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่คอยตามจีบทุกวี่วันจนไอ้วินใจอ่อน ตกลงคบเป็นแฟน แต่ดีเทลหลังจากนั้นเขาก็ไม่แน่ใจ เพราะมันคือเรื่องส่วนตัว อยากเล่าก็เล่า ไม่อยากเล่าก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับความสบายใจของมึงเลยเพื่อน!! คำตอบของทอยไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ไม่ใช่ไม่รู้ว่าตัวเองหน้าตาดี แต่ทว่ามันใช้กับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ผล วันนั้นเธอเรียกเขาว่า "ไอ้หน้าจืด" ใช่ครับ "ไอ้หน้าจืด" แน่ใจว่าฟังไม่ผิด เพราะได้ยินเต็มๆ สองรูหู ซึ่งก็แสดงให้รู้แล้วว่าหน้าตาอย่างเขาไม่ได้หล่อเหลาหรือดูดีในสายตาของเธอเลยสักกะนิด ในเมื่อหน้าไม่ผ่าน... ก็ต้องเอานิสัยเข้าสู้!! มั่นใจว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่ดีพอ และพอดีสำหรับใครสักคน แต่พอคิดถึงสิ่งที่เขาเฝ้าทำมาตลอดหลายวันก็รู้สึกนอยๆ โอเค!! โทรไปไม่ติดพอเข้าใจ แต่ไอ้ที่โทรติดแล้วไม่รับ แถมไม่โทรกลับเลยนี่สิมันชวนให้ท้อแท้ยังไงพิกล เฮ้อ!! ได้แต่ถอนหายใจออกมาดังๆ และมีคำถามผุดขึ้นมาในใจทุกครั้งว่า เธอไม่คิดสงสัยบ้างรึไง?? มันเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเพราะคนที่จะตอบดันไม่รับโทรศัพท์ ไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด ไม่เปิดโอกาสให้เขาอธิบาย อยากจีบ แต่ไม่รู้จะจีบยังไง เหมือนคนเดินไปถึงทางตัน เขาก็เลยต้องหันมาปรึกษาไอ้ทอยที่อาจจะใจดีช่วยยื่นค้อนให้มาช่วยทุบกำแพงและเดินหน้าต่อไป "แต่กับคนนี้มันไม่ได้ผลว่ะ" กวินทร์พูดขึ้นมาอย่างเซงๆ ใช่ว่าเขาไม่พยายาม แต่หนทางนั้นช่างมืดมน เธอไม่เปิดโอกาสให้เขาทำความรู้จักเลย กวินทร์เล่าเรื่องหลังจากที่ได้เบอร์โทรมา คืนนั้นเขาสุ่มโทรหาผู้หญิงที่ชื่อไอริสทั้งคืน พอเจอก็ดีใจ แต่พอหลังจากนั้น เฮ้อ!! โคตรห่อเหี่ยวเลย คิดว่าจะได้คำปลอบใจ แต่ที่ไหนได้ ไอ้ทอยหัวเราะใส่ซะงั้น "ไอ้เหี้ย!! ก็สมควรแล้ว มีที่ไหนโทรไปตอนตีห้า ถ้าครั้งเดียวไม่ว่า แต่แม่งกดย้ำๆ อย่างกับมีเรื่องด่วน รู้จักไหม ก็ไม่!! เขาก็ต้องรำคาญเป็นธรรมดา และตัดปัญหาด้วยการไม่รับโทรศัพท์ของมึงซะเลย" ทอยพูดไปก็ขำในความใจร้อนของเพื่อน เข้าใจว่าชอบ แต่มึงต้องมีเสต็ปในการจีบด้วย ทอยมองหน้าหล่อๆ ของเพื่อนสนิท จะด่าว่า "โง่" ก็สงสาร ในเมื่อประวัติการจีบสาวของไอ้วินคือศูนย์ ไม่รู้ ไม่ผิด แต่มึงจะรุกแบบโรคจิตไม่ได้!! "มึงต้องเริ่มใหม่" ทอยยื่นหน้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เริ่มใหม่??" กวินทร์ทวนคำนั้น เขาควรเริ่มตรงไหน ในเมื่อไอริสไม่รับโทรศัพท์ ปิดโอกาสการติดต่อ "ใช่" ทอยพยักหน้าพร้อมกับยักคิ้วให้ "กูต้องทำยังไง" คนอยากรู้ถาม แววตาที่มองดูมีประกายความหวังขึ้นมาในทันที "มึงรู้อะไรเกี่ยวกับเธอบ้าง" ทอยถามเป็นข้อมูล "กูไม่รู้อะไรเลย" คำตอบของกวินทร์ทำทอยตาโต "ไอ้เหี้ย รู้แค่ชื่อนี่นะ!!" ก็คนมันยังไม่ได้คุย จะให้ไปรู้อะไร อยากตอบไปอย่างนั้นนะ แต่คิดไปคิดมา อย่าดีกว่า เดี๋ยวเสือกไอ้ทอยไม่พอใจขึ้นมา เขาก็อดมีที่ปรึกษาดีๆ ข้างตัว "ก็ไม่เชิง" แก้ตัวพร้อมกับพยายามคิดทบทวน วันนั้นเขาเจอเธอที่รถไฟฟ้า เธอรวบผมยาวไว้หลวมๆ ความสวยของเธอเตะตา และผิวขาวๆ ที่ตัดกับ... พอคิดมาถึงตรงนี้เขาก็โพล่งออกมาเสียงดังว่า "เสื้อช็อปสีแดง" เสื้อช็อปที่เธอใส่ มันเป็นยูนิฟอร์มที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ต่างไปจากกาวน์หมอ มันบ่งบอกว่าเธอเรียนคณะไหน ซึ่งวันนั้นเขามัวแต่มองหน้าก็เลยไม่ได้สนใจ และเพราะยืนอยู่ไกลจึงไม่เห็นตรามหาวิทยาลัยที่อกของเธอ "น้องเขาเรียนวิศวะเหรอวะ" ทอยเดาจากคำพูดของเพื่อน "น่าจะ" คนที่เพิ่งคิดได้ตอบ "กูว่าแล้ว ทำไมนิสัยถึงได้ดุชิบ*** ที่แท้..." ทอยไม่พูดต่อ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะคณะวิศวะคือคณะที่รวมบรรดาความดิบ เถื่อน และข่าวลือมากมาย เป็นไปได้เขาไม่อยากไปมีเรื่องด้วยเลย "จีบคนอื่นไหม เดี๋ยวกูแนะนำให้" ทอยรีบเสนอ "ไม่!! ถ้าไม่ใช่ไอริสกูไม่จีบ" "เรื่องเยอะสัด!!" ทอยว่าให้เพื่อน ผู้หญิงน่ารักๆ อ่อนหวานมีถมเถเสือกไม่เอา แต่แม่ง!! อยากลองของแปลก เดี๋ยวก็ได้แดกตีนแทนข้าว ได้แต่คิดในใจเพราะเขารู้นิสัยเพื่อนดี เอาวะ!! ในเมื่อเพื่อนชอบ ก็คงต้องลองดูสักตั้ง "ชื่อไอริส เรียนคณะวิศวะ" ทอยทวนข้อมูลที่มีอยู่น้อยนิด จากประสบการณ์ในการเต๊าะผู้หญิงให้ติด เขาประเมินว่าไอริสคืองานหิน เพราะดูจากนิสัย ท่าทางในวันนั้น เหมือนเธอจะเป็นผู้หญิงที่ไร้ความอ่อนหวาน เข้าถึงยาก ถ้าเดินดุ่มๆ ตรงเข้าไปจีบ มีสิทธิ์กินแห้วสูง "คงต้องจีบอ้อมๆ ว่ะ" "จีบอ้อมๆ ยังไงวะ" กวินทร์ที่ตั้งใจว่าจะเดินหน้าจีบไอริสสุดกำลังถึงกับต้องยกมือถามเพื่อความเคลียร์ "ก็จีบเหมือนไม่ได้จีบไง" ทอยพูดยิ้มๆ ในหัวเขามีแผนการ และแน่นอนว่ามันจะต้องเวิคสุดๆไปเลย ซึ่งจากประสบการณ์เขามั่นใจว่าผู้หญิงประเภทนี้... ไม่มีแฟน ไม่สนใจผู้ชาย ถ้าวุ่นวายมากไปคือหนีเลย!! "มึงเอาเบอร์ไอริสมาหน่อย" พอมีเบอร์โทร อะไรๆ มันก็ไม่ได้ยาก ทอยกระตุกยิ้มนิดๆ ที่มุมปากขณะกดเข้าไปในแอพเพื่อค้นหาไลน์ของไอริสจากเบอร์โทรศัพท์ ถ้าเจอก็ดีไป เพราะพวกเขาจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม "กูว่าแล้วว่าน้องใช้ไอดีไลน์เป็นเบอร์โทรศัพท์" "ทำไมกูคิดไม่ถึงวะ" "ก็มึงโง่ไงครับเพื่อน" นาทีนี้ผมคงต้องยอมรับว่าผมโง่จริงๆ ก็คนมันคิดไม่ถึง คนมันไม่เคยจีบสาว ไอ้เทคนิคที่ไอ้ทอยบอกมา ขอสารภาพตรงๆ ว่า ไม่เคยรู้เลย โชคดีที่ไอริสมักจะโพสต์รูปลงในไลน์ และภาพส่วนใหญ่ก็คือในห้องเรียนบ้าง ส่วนหนึ่งในมหาวิทยาลัยบ้าง แว่บแรกที่เห็นรูปก็รู้สึก "เอ๊ะ" ทำไมมุมนี้มันถึงได้เหมือนในมหาวิทยาลัยที่กูเรียนจังวะ คิดในใจ ก่อนจะเปิดดูภาพต่อไป และใช่ครับ... โป๊ะเชะเลย!! ไอริสเรียนที่เดียวกับผม "บังเอิญจังวะ" ทอยพูดขึ้นมาเมื่อเห็นรูปภาพที่ไอริสถ่ายหน้าคณะวิศวะ เกียร์อันใหญ่ด้านหน้า ถือเป็นเอกลักษณ์ของคณะวิศวะที่ทุกคนย่อมจำได้ "แล้วต้องทำไงต่อ" กวินทร์เงยหน้าหล่อๆ ขึ้นถามเพื่อนสนิทที่ตอนนี้เขายกตำแหน่งผู้ช่วยนัมเบอร์วันให้ ทั้งเบอร์โทร ทั้งไลน์ ล้วนแต่ได้มาเพราะไอ้ทอยจริงๆ "ในเมื่อบังเอิญขนาดนี้..." ทอยกระตุกยิ้มจางๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยแววตาแฝงไว้ซึ่งความเจ้าเล่ห์เบาๆ "มึงก็ทำให้การเจอกันครั้งที่สามเป็นเรื่องบังเอิญสิวะ" "บังเอิญ??" คิ้วคมเข้มเลิกสูงมองหน้าคนที่คิดแผนจีบสาวให้เป็นฉากๆ ซึ่งความบังเอิญที่ไอ้ทอยพูดขึ้นมานั้น มันคือสิ่งที่พวกเขาจงใจสร้างขึ้นเองล้วนๆ "มึงทำได้ เชื่อกู!!" ทอยยื่นมือไปตบไหล่ของกวินทร์เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ นาทีนี้ต่อให้เขาต้องเสแสร้งสร้างโอกาสให้ตัวเอง เขาก็จะทำ ซึ่งคำแนะนำของไอ้ทอยถึงจะฟังดูแปลกๆ แต่มันก็ดูสมเหตุสมผล บางทีผู้ชายก็ต้องหัดตอแหลบ้างอะไรบ้าง ก็นะ.... คนมันชอบไปแล้ว จะให้ถอยก็คงไม่ได้!! กวินทร์คิดในใจ เพราะคนอย่างเขาถ้าลองได้ชอบหรือถูกใจอะไร แน่นอนครับว่าทุ่มให้แบบสุดตัว และถึงตอนแรกจะแอบเฟลๆ แต่พอได้ไอ้ทอยมาเป็นที่ปรึกษา เป็นแบ็คคอยให้คำแนะนำ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าต้องจีบไอริสติดแน่นอน!! งานเสนอหน้าต้องมา งานพรีเซ็นต์ตัวเองต้องมี โอเคครับ!! จัดไป เพราะผมอยากได้หัวใจของเธอ!"ถ้าน้องไม่ตอบ มึงก็คอลหาเลยสิ""จะดีเหรอวะ"ใบหน้าหล่อเหลาของกวิทร์ดูลังเล อันที่จริงเขาก็อยากทำตามคำแนะนำของไอ้ทอยนะ แต่เข้าใจไหมว่าคนมันมีประสบการณ์เรื่องโทรไปแล้วโดนเมิน ก็เลยจำฝังใจ ถ้าหากเขาโทรไปก็กลัวว่าน้องจะไม่รับอีก"ดีสิวะ!!"ทอยตอบกลับเสียงดัง ในสายตาของเขาความ "ซื่อ" ของไอ้วินคืออุปสรรคอันใหญ่ยิ่งที่ต้องก้าวผ่านให้ได้ ทอยเหลือบมองหน้าหล่อๆ ของเพื่อนแล้วก็ถอนหายใจ เพราะถ้าเป็นเขา ระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมามันมีค่ามากนะบอกตรง มึงต้องมีตัวตน มึงต้องเข้าไปอยู่ในสายตา แต่ทว่า...หน้าจอสนทนาหนักขวาที่กระแทกตา ทำให้เขาอดด่าไม่ได้ว่า "มึงทำบ้าอะไรลงไป!! "แต่กูกลัวน้องไม่รับ"คำตอบของกวินทร์ทำเอาทอยถึงกับถอนหายใจแรง คนอย่างไอ้ทอย ไม่เคยมีคำว่า "กลัว" อยู่ในสมอง ถ้าคิดว่าจะจีบแล้ว ก็ต้องมั่นหน้าให้สุด แล้วหยุดที่คำว่า "จีบสาวให้ติด" คำว่า "นก" คืออะไร เสือทอยสะกดไม่เป็น"กูจะบอกให้นะ หน้าหล่อๆ อย่างมึง ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว เพราะเปอร์เซ็นต์ในการจีบผู้หญิงติดคือสูงมาก ถ้าไม่เชื่อ มึงก็ลองยิ้มให้ผู้หญิงที่นั่งโต๊ะนั้นดูสิ อ่อ!! แล้วมึงเล็งที่คนสวยที่สุดเลยนะ กูพนันได้เลยไม่ถึงห้านา
"ชอบเจ้ใช่ไหม"โซ่ถามซ้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังยืนนิ่ง ไม่มีคำตอบให้ เข้าใจว่าคงแอบงงๆ ว่าเขารู้ได้ยังไง แต่เคยได้ยินไหมว่า "ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ" ถึงไอ้พี่หน้าหล่อจะไม่ตอบอะไร แต่เขาก็มั่นใจเกินเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ว่า แม่ง!! ชอบเจ้กูชัวร์ "เจ้ไม่มีแฟนนะรู้ยัง..."ในเมื่อไม่ตอบผมก็จะบอกข้อมูลของเจ้ให้หมด คิดว่าเดาไม่ผิด คิดว่าดูออก ก็เลยใส่ข้อมูลความชอบส่วนตัวของเจ้ให้ไอ้พี่หน้าหล่อคนนี้รู้ซะเลย ก็นะ...ตั้งแต่เข้าคณะวิศวะมา บอกเลยว่ายังไม่มีผู้ชายคนไหนเข้าตา ดูดีเหมาะกับเจ้เท่ากับคนตรงหน้าเลย ถึงจะดูเงียบไปนิด ถึงบุคลิกจะดูเนิร์ดๆ นิ่งๆ ไปหน่อย แต่เซ้นส์ของเขามันบอกว่า "ใช่" ผู้ชายคนนี้ล่ะเหมาะกับเจ้ที่สุด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะพูดต่อว่า"ผมรู้จักเจ้ดีที่สุด"เฮ้ย!! พูดมาซะขนาดนี้ คุณพี่ครับ คุณพี่กรุณาตาสว่างและช่วยตอบ "ตกลง" ผมเร็วๆ เถอะ ผมลุ้นจะแย่แล้วเนี่ย คนถามก็นะถามไป ส่วนคนตอบก็ยังลังเล เชื่อได้ไหมวะ...กวินทร์คิดพลางมองหน้าหล่อๆ ของรุ่นน้องต่างคณะที่อยู่ๆ ก็มายื่นข้อเสนอให้ แววตาดูไม่ค่อยน่าไว้ใจ ส่วนท่าทางก็ล่อกแล่กยังไงพิกล อยากตอบว่า "โอเค" แต่ แต่ แต่
อย่าเสือก!!สองคำทำเอารอยยิ้มหล่อละลายใจค่อยๆ เลือนหายไปในชั่วพริบตา เสียงหวานที่กดต่ำลงนั้นทำเขาพูดไม่ออก บอกไม่ถูก แววตาที่มองสบมาทำให้เขารู้ว่าเธอกำลังอารมณ์ไม่ดี ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง "อึก" เมื่อถูกดวงตาคู่สวยหรี่มอง เธอจ้องแล้ว จ้องอีก จ้องจนเขาเริ่มระแวง กลัวว่าเธอจะจับได้ว่าเขาคือตัวต้นเหตุที่ทำให้ผมของเธอเต็มไปด้วยกาแฟไม่น่าเชื่อไอ้ทอยเลย...กวินทร์คิดในใจ มือที่ยื่นห่อทิชชูออกไปหดกลับแนบลำตัวดังเดิม คำว่า "อย่าเสือก" มันทำให้คำพูดทุกอย่างที่เขาเตรียมมาไปต่อไม่ได้ สมองมันตื้อตัน ส่วนสองขานั้นก็ก้ำกึ่งจะถอยดีหรือว่าไม่ถอยดีผมควรพูดไหมหรือควรอยู่นิ่งๆถามตัวเองที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน จะพูดอะไรขึ้นมาสักคำก็ต้องคิดให้ดี เพราะเมื่อกี้เขาเพิ่งถูกด่าไปสดๆ ร้อนๆ เลย "ผมแค่หวังดี"ทำใจดีสู้เสือพูดออกไป และนั่นก็ทำให้ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็ง "รู้จักกันเหรอ"ไอริสถามเสียงขุ่น เธอกำลังอารมณ์ไม่ดี ถ้ามีใครมาวุ่นวาย วอแวว เธอด่าเปิงทุกคน แน่นอนว่ารุ่นพี่รู้ รุ่นน้องรู้ จนถึงขนาดต้องบอกเตือนปากต่อปากว่าถ้าเห็นเจ้หน้าบูด อย่าไปพูดด้วยคือดีที่สุด ตอนด่าแทบไม่มองหน้า แต่พอมองให้ด
ในเมื่อก้าวขาไม่ออก ก็ถอยหลังกลับมาตั้งหลัก เขาเลือกหลบตรงมุมที่เขาคิดว่าปลอดภัย ไม่อยู่ในรัศมีสายตาของคนตัวเล็กที่กำลังมองซ้าย มองขวาและตะโกนถามเสียงเข้มตาเขียวเหมือนไม่สบอารมณ์ว่า..."อยากมีเรื่องรึไงห๊ะ!!"ไม่พูดเปล่า สองมือก็ถลกแขนเสื้อช็อปขึ้น ท่าทางไม่กลัวใคร มาพร้อมกับแววตาพร้อมบวก เธอคงอยากจะชกหน้าไอ้คนที่ทำ และคนๆ นั้นก็คือผมเอง!! กวินทร์คิดในใจขณะแอบมองคนที่กำลังโวยวายว่า "อย่าให้ฉันรู้นะว่าใครลอบกัด"โธ่!! ผมไม่ได้ลอบกัดผมแค่อยากจะเข้าไปทักแต่มันผิดพลาดทางเทคนิค!!แน่นอนครับว่าผมรู้สึกผิด ผมไม่ได้ตั้งใจ และผมอยากเดินเข้าไปบอกว่า "ผมทำเอง" แต่ทว่าเสียงในหัวเตือนเขาว่า "อย่า" เพราะมันคงไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมเท่าไหร่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เพราะเขากำลังคิดว่าต้องทำยังไง ตริ้ง~ทำสำเร็จไหมวะ!!ทอยพิมพ์ข้อความมาถาม พอกวินทร์เปิดเข้าไปอ่านก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะแค่เขาจะเดินเข้าไปใกล้ๆ ยังไม่กล้าเลย เขาเหลือบมองแก้วกาแฟในมือของไอริสแล้วก็เซง ถ้าหากไม่สะดุดหินก้อนนั้น ถ้าหากเขาจับแก้วไว้ให้ดี ถ้าหากเขาเดินเลี่ยงไปอีกทางไม่แน่...ตอนนี้เขาอาจจะได้คุยกับเธอ!!กวินทร์เดินกลับมาขึ้น
"เจอไหม"กวินทร์ถามทอยขณะขับรถวนหน้าตึกคณะวิศวะเป็นรอบที่สิบ"ไม่เจอว่ะ"ทอยทำเสียงเซงๆ เพราะเขาเริ่มเวียนหัวกับการที่เพื่อนขับรถวนไปวนมา พอหาตรงนี้ไม่เจอ แม่งก็เสือกไม่จำ ขับวนซ้ำๆ จนเขาแทบจะจำทุกซอกในคณะวิศวะได้หมดแล้ว ทอยถอนหายใจ เพราะในคณะนี้ไม่มีอะไรดึงดูดให้เขาอยากมอง เฮ้อ!! ก็ดูสิครับ ประชากรผู้หญิงในคณะนี้มีน้อยมาก น้อยจริงๆ น้อยจนน่าตกใจ หันมองไปทางไหนก็หาความสดใสไม่เจอเลยแต่ก่อนเคยสงสัยว่า...ทำไมวิศวะถึงชอบมานั่งแซวสาวๆภาพจำคือมานั่งสุมหัวกันหน้าคณะ พอผู้หญิงขับรถผ่าน ก็พร้อมใจกันแซวจริง แซวจัง แซวจนโดนด่ายังไม่สะดุ้งเลย โอเค!! คนสวย อยากแซวพอเข้าใจ แต่กับบางคนที่ใส่หมวกกันน้อคไม่เห็นหน้า ผมถามจริงๆ นะครับแซวเพื่ออะไร ตอนนั้นผมงง แต่ตอนนี้เริ่มจะเข้าใจ คงเพราะเก็บกดที่ในคณะมีแต่ผู้ชาย ก็เลยต้องระบายด้วยการแซวสิ่งสวยๆ งามๆ ที่ผ่านหน้าคณะซะเลยตรงนั้นก็ผู้ชายตรงนี้ก็ผู้ชายแล้วไหนว่ะ!! น้องไอริสของไอ้วินทอยสบถในใจ แต่ก็ยังคงช่วยหาต่อไป เพราะถ้าวันนี้ไม่เจอ ไอ้วินจะต้องลากให้เขามาช่วยหาต่อพรุ่งนี้อีกแน่ๆ บอกตามตรงครับว่าไม่ไหว ถ้าให้ไปคณะบริหารเขาโอเค เพราะมีสาวๆ สวยๆ น่าร
"เจ้ โทรศัพท์ดัง"โซ่บอกรุ่นพี่ที่นั่งชิวๆ เขาเห็นมันสั่นมาพักใหญ่ ว่าจะไม่พูด แต่ก็นะ...มันอดไม่ได้ เขาชี้นิ้วไปยังโทรศัพท์ที่เจ้าของดูเหมือนไม่ค่อยสนใจ ก่อนจะพูดต่อว่า"ให้ผมรับให้ไหมเจ้"ไอริสปรายตามามอง และพูดแค่ว่า"ไม่ต้องสนใจ"พูดจบก็หยิบขนมเข้าปากต่อ "มีหนุ่มโทรมาจีบเหรอเจ้"โซ่ถามยิ้มๆ เผินๆ ดูเหมือนก็แค่แกล้งแซวขำๆ แต่ทว่าแววตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้ ในใจของโซ่คืออยากเผือก อยากเสือกเรื่องของเจ้สุดๆ"จีบบ้าจีบบออะไร ก็แค่ผู้ชายโรคจิต""อ้าวไอ้สัด!! ให้ผมด่าให้ไหมเจ้"พอรู้ว่ามีโรคจิตโทรมาหาเจ้ รุ่นน้องในสายรหัสก็คันปากยุบยิบ อยากจัดเน้นๆ ให้สักดอก ไม่รู้ว่ามันเป็นใคร แต่รู้แค่ว่ามันกล้ามากที่มากระตุกหนวดเสือสาวอย่างเจ้"ไม่ต้อง เจ้จัดแล้ว"มือเรียวโบกสะบัดไปมา อันที่จริงเธอแค่บล็อคเบอร์ไปก็จบ แต่เธอมันเป็นคนประเภทอยากโทร ก็โทร แต่ฉันไม่อยากรับ จะทำไม!! เดี๋ยวผ่านไปสักพัก ก็คงเลิกโทรเอง "วันนี้เจ้ไม่มีเรียนบ่ายเหรอ""ถ้ามีเจ้จะมานั่งหัวโด่ตรงนี้เหรอ ถามโง่ๆ"ครับ!! โดนไปหนึ่งดอกเต็มๆ ผมก็แค่ถามเฉยๆ เจ้ไม่เห็นต้องเกรี้ยดกราดใส่เลย โซ่คิดพร้อมกับยิ้มแหยๆ "สั่งน้ำสิ







