LOGINเสียงคีย์การ์ดดัง ‘ติ๊ด’ ก่อนที่บานประตูห้องคอนโดของมันเดย์จะถูกผลักเปิดออก
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาข้างใน บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ห้องพักขนาดกำลังดีถูกจัดระเบียบไว้อย่างไร้ที่ติ ผนังห้องโทนสีขาวสะอาดตา ชั้นหนังสือเรียงตามหมวดหมู่และขนาดอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นอายอ่อน ๆ ของน้ำมันหอมระเหยรสลาเวนเดอร์ลอยอบอวลชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ทุกอย่างในห้องนี้ดูสะอาด บริสุทธิ์ และงดงาม... ซึ่งมันช่างขัดแย้งกับกระแสความร้อนรุ่มและเจตนาอันดิบเถื่อนของคนสองคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาอย่างสิ้นเชิง
ปัง!
โซนใช้เท้าดันประตูให้ปิดลงพร้อมกับกดล็อกทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องมีเพียงแสงไฟจากตึกภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามา ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาคว้าเอวบางของมันเดย์แล้วดันร่างเล็กไปชิดกับบานประตูไม้ด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งเท้าลงกับประตู กักขังเธอไว้ในอาณัติ ก่อนจะก้มใบหน้าคมลงมาประกบริมฝีปากบดจูบเธอทันที
“อื้อ...”
มันเดย์หลุดเสียงครางประท้วงในลำคอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจในตอนแรก สัมผัสจากริมฝีปากหยักของโซนนั้นร้อนแรงและจู่โจมจนเธอตั้งตัวไม่ทัน เรียวลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานในโพรงปากอย่างช่ำชองทว่าหนักหน่วง
ทว่าผ่านไปไม่ถึงนาที โซนก็เริ่มจับสังเกตความผิดปกติได้ ร่างกายบอบบางของมันเดย์กำลังสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้ สองมือเล็กที่ควรจะยกขึ้นมาผลักไสหรือโอบกอดเขากลับจิกแน่นอยู่ทีชายเสื้อยืดของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น เรียวลิ้นของเธอเหนี่ยวรั้งและตอบสนองอย่างเงอะงะ เก้ ๆ กัง ๆ ราวกับคนที่ไม่รู้ว่าควรจะวางลิ้นไว้ตรงไหนหรือต้องหายใจอย่างไร
โซนขมวดคิ้ว เขาค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจกระเส่าของคนทั้งคู่ในความเงียบ ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าหวานที่บัดนี้ขึ้นสีแดงจัด ดวงตาคู่สวยฉ่ำปรือและฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“มันเดย์...” โซนกดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นผ่าวรดรินซอกคอขาว “ถามจริง เธอเคยทำเรื่องอย่างว่ามาก่อนไหม”
มันเดย์เม้มริมฝีปากแน่น หลบสายตาคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุไปถึงไหนต่อไหน ความเงียบที่เกิดขึ้นคือคำตอบที่ดีที่สุด
“เชี่ย...” โซนสบถคำหยาบออกมาในลำคอ นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มผละตัวออกห่างจากเธอหนึ่งก้าวทันที ยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง
ปมความขัดแย้งในหัวของโซนตีรวนขึ้นมาทันที ผู้หญิงตรงหน้าคือ ‘ยัยแม่พระ’ เพื่อนร่วมสาขาผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง และที่สำคัญ... เธอไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ประสบการณ์เป็นศูนย์
โซนเป็นผู้ชายเสเพล เขาชอบความสัมพันธ์ที่สนุกสนาน จบลงบนเตียงแล้วแยกย้ายโดยไม่มีข้อผูกมัด แต่กับสาวเวอร์จิ้น แถมยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่ต้องเจอหน้ากันไปอีกเป็นปี ๆ ความยุ่งยากและตราบาปในใจมันกำลังร้องเตือนเขา
“หยุดแค่นี้แหละ” โซนพูดเสียงเรียบ ยื่นมือไปจัดคอเสื้อตัวเอง “ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบรับผิดชอบชีวิตใคร เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน กลับไปนอนซะยัยโง่ ฉันจะกลับแล้ว”
ชายหนุ่มหันหลังเตรียมจะเอื้อมมือไปเปิดประตูเพื่อก้าวออกไปจากห้อง ทว่าฟิวส์ความอยากรู้อยากลองและตัวตนด้านมืดของมันเดย์ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว ไม่มีวันยอมสยบลงง่าย ๆ
หมับ!
มือเล็กเอื้อมไปคว้าคอเสื้อยืดสีดำของโซนจากด้านหลังอย่างแรง ออกแรงดึงมหาศาลที่เกิดจากความกล้าบ้าบิ่นของคนเมา จนร่างสูงใหญ่ของโซนต้องหันกลับมาตามแรงฉุด มันเดย์ไม่ยอมเสียเวลาคิดให้มากความ เธอเขย่งปลายเท้าขึ้น สองมือรวบจับลาดไหล่กว้างของเขาไว้แน่น แล้วยื่นหน้าเข้าไปประกบริมฝีปากจูบเขาเองทันที
จูบของมันเดย์เป็นไปอย่างงู ๆ ปลา ๆ เธอทำเพียงแค่บดเบียดริมฝีปากของตัวเองเข้ากับปากของเขาแรง ๆ ตามสัญชาตญาณความหื่นที่เก็บกดมานาน ผิวแก้มเนียนนุ่มเบียดเสียดกับตอหนวดบาง ๆ บนใบหน้าคมคาย ความไร้เดียงสาทว่าดื้อรั้นของแม่พระแสนดีในโหมดแมวยั่วสวาท ทำลายเส้นความอดทนสุดท้ายของโซนจนขาดสะบั้น
“แม่งเอ๊ย... เธอแส่หาเรื่องเองนะมันเดย์”
ความคิดในหัวของมันเดย์ตีรวนจนยุ่งเหยิงไปหมด เธอพยายามควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ให้กระตุก และพยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้มันดังทะลุออกมานอกซี่โครง ถ้าพวกนี้จับได้ว่าเธอมีความลับ และถ้าความลับนั้นคือ ‘โซน’ แบดบอยที่พวกผู้ชายในแก๊งเหม็นขี้หน้าล่ะก็... โลกแตกแน่ๆ!“บะ... บ้า! ผู้ชายที่ไหนล่ะเวนส์ แกก็พูดไปเรื่อย!” มันเดย์รีบแถเอาตัวรอดขั้นสุด โบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “ฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปคุยกับผู้ชาย แค่เรียนกับตามงานให้พวกเพื่อนในภาคก็หมดวันแล้ว ที่ยิ้มเมื่อกี้... คือฉันอ่านเว็บตูนตลกอยู่ต่างหาก พระเอกมันเด๋อมาก ฉันก็เลยขำ”“เว็บตูนตลก?” แซทเทิลเลิกคิ้วสูง “เรื่องอะไรวะ ทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่อง”“เรื่อง... เอิ่ม... ชื่อเรื่องมันยาวอะ จำไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่ามันตลกมาก ไว้เดี๋ยวฉันหาลิงก์ส่งให้ในกรุ๊ปนะ” มันเดย์รีบตัดบท ยกแก้วน้ำผลไม้ปั่นขึ้นมาดูดรวดเดียวไปครึ่งแก้วเพื่อกลบเกลื่อนความลุกลี้ลุกลนเสียงสนทนาที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นของฝั่งสาวๆ ไปเตะหูพวกผู้ชายที่กำลังเถียงกันอยู่ มาร์สหันขวับมามองทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ผู้ชาย’“อะไรนะ! ใคร! ใครมันมาจีบมันเดย์วะ!” มาร์สวางช้อนลงดังเคร้ง ทำห
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาตกกระทบลงบนปลายเตียงนอนนุ่ม มันเดย์ขยับตัวบิดขี้เกียจอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกหนักอึ้งและตึงเครียดที่สะสมมาตลอดช่วงสัปดาห์สอบมิดเทอมมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเบาสบายและสดชื่นอย่างประหลาดหญิงสาวลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปที่หน้ากระจกบานใหญ่เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนคลาสสาย ทันทีที่เห็นเงาตัวเองในกระจก เธอก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจภาพที่สะท้อนออกมาไม่ใช่ ‘ซอมบี้’ ใต้ตาคล้ำที่อดหลับอดนอนอ่านหนังสือสอบมิดเทอมจนคล่ำเครียด แต่กลับเป็นหญิงสาวที่มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ใบหน้าดูอิ่มเอิบ พวงแก้มใสมีเลือดฝาดสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนล้ากลับมาเป็นประกายสดใส แม้แต่ริมฝีปากก็ยังดูอวบอิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด‘นี่สินะ... ที่เขาเรียกว่าอานุภาพของการนอนหลับเต็มอิ่ม (และการได้รับการปรนเปรอความเครียดอย่างถูกวิธี)’มันเดย์คิดในใจพลางยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองเบาๆ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาทันทีเมื่อสมองดันไปนึกถึง ‘วิธีการสางความเครียด’ ของใครบางคนตลอดช่วงสัปดาห์มิดเทอม สัมผัสอ่อนโยน ริมฝีปากร้อนผ่าว และความเอาใจใส่ที่ซ่อนอย
ผ่านไปครู่ใหญ่ โซนผละออกเล็กน้อย เขาเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาให้เธอด้วยปลายนิ้วโป้ง ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว เดินตรงไปยังเตียงนอนหนานุ่ม วางเธอลงอย่างเบามือที่สุดราวกับเธอเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ“เครียดมากใช่ไหม งั้นคืนนี้ไม่ต้องคิดอะไรนะ ฉันจัดการเอง”โซนกระซิบชิดริมฝีปากบาง ก่อนจะทาบทับริมฝีปากลงมา ไม่ใช่จูบที่หิวกระหายและเรียกร้องเหมือนทุกที แต่มันเป็นจูบที่อ้อยอิ่ง นุ่มนวล และเต็มไปด้วยการเอาใจใส่ เขาค่อยๆ ละเลียดชิมความหวาน ดุนดันเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนอย่างเชื่องช้า จนมันเดย์เคลิบเคลิ้มและเผลอครางอื้ออึงในลำคอมือหนาจัดการถอดเสื้อยืดและบราเซียของเธอออกอย่างทะนุถนอม สายตาของเขามองเรือนร่างของเธอราวกับกำลังชื่นชมงานศิลปะ โซนก้มลงจุมพิตที่ยอดอกสีชมพูระเรื่อ ใช้ปลายลิ้นตวัดเลียสลับกับการดูดเม้มเบาๆ ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วช่องท้องจนมันเดย์ต้องแอ่นอกรับ สองมือเล็กสอดสางเข้าไปในกลุ่มผมยุ่งๆ ของเขาแทนที่เขาจะจัดการปลดเปลื้องกางเกงของตัวเองเพื่อสอดใส่เหมือนทุกครั้ง โซนกลับค่อยๆ รูดกางเกงขาสั้นและชั้นในของเธอออกจนพ้นปลายเท้า เขาแทรกตัวอยู่ระหว่างเรียวขาเนียน จับต้นขาของเธอใ
ตีสองสี่สิบห้านาที...เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังดังสะท้อนก้องในห้องชุดขนาดกะทัดรัด แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนกองเอกสาร ชีทสรุป และหนังสือเรียนวิชากลศาสตร์ของไหล ที่วางกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด แก้วกาแฟที่ว่างเปล่าสองใบวางทับอยู่บนกองกระดาษทดเลข เป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกว่าเจ้าของห้องสู้รบกับความเหนื่อยล้ามานานแค่ไหนมันเดย์นวดขมับตัวเองเบาๆ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้แดงช้ำและล้าจนแทบจะลืมไม่ขึ้น สัปดาห์มิดเทอมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ไม่เคยปรานีใคร ยิ่งสำหรับคนที่มีตำแหน่งเป็น ‘แม่พระ’ ของสาขาอย่างเธอ ความกดดันมันคูณสองเป็นเท่าตัว ช่วงกลางวันเธอต้องสละเวลาไปนั่งติวให้เพื่อนๆ กว่าจะเคลียร์ทุกอย่างเสร็จและได้กลับมาอ่านหนังสือของตัวเองก็ปาเข้าไปค่ำมืดความเครียดสะสมจนกล้ามเนื้อคอและบ่าตึงเปรี๊ยะไปหมด อาการปวดหัวตุบๆ เล่นงานจนเธอไม่สามารถยัดสมการหรือสูตรคำนวณใดๆ เข้าหัวได้อีกต่อไปหญิงสาวฟุบหน้าลงกับโต๊ะ พรูลมหายใจออกมายาวเหยียด ความรู้สึกอึดอัดและอยากระเบิดอารมณ์ตีตื้นขึ้นมาในอก ในช่วงเวลาที่ความเหนื่อยล้ากัดกินทั้งร่างกายและจิตใจแบบนี้ สมองของเธอกลับไม่ได้นึกถึงเตียงนอนนุ่มๆ หรือนมอุ่นๆ สักแ
“ก็... ก็ฉันวิ่งทะลุไปที่ตึกวิศวะเครื่องกลไง ไปขอเบิกลุงยามที่ห้องช่างซ่อมบำรุงตึกนู้นแทน!” มันเดย์รีบงัดคำโกหกชั้นที่สองออกมาใช้ “นี่ไง! วิ่งไปวิ่งกลับตึกเครื่องกล หอบจะตายอยู่แล้วเนี่ย เห็นไหมว่าเหงื่อเต็มหน้าไปหมดแล้ว!”จอยลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาพินิจพิจารณาใบหน้าของเพื่อนรักใกล้ๆ “เออว่ะ มิน่าล่ะ เหงื่อมึงแตกพลั่กเต็มหน้าเลย หน้าก็แดงแปร๊ดอย่างกับคนเป็นไข้ แถมผมก็ยุ่งชี้ฟูไปหมด...”มันเดย์ลอบถอนหายใจยาวในใจ นึกว่าตัวเองจะรอดตัวจากการจับผิดของเพื่อนสาวคนสนิทได้แล้ว ทว่าประโยคถัดมาของจอยกลับทำให้หัวใจของเธอร่วงตุ้บลงไปกองที่พื้นลานเกียร์อีกครั้ง“...เอ๊ะ เดี๋ยวนะมันเดย์ ทำไมกระดุมเสื้อนักศึกษามึงมันติดเบี้ยวแปลกๆ วะ ร่นไปตั้งคืบนึงแน่ะ มึงใส่เสื้อสลับเม็ดเหรอวะ?”จอยชี้ไปที่คอเสื้อของมันเดย์ ซึ่งบัดนี้กระดุมเม็ดที่สองถูกนำไปยัดใส่รังดุมเม็ดที่สาม ทำให้สาบเสื้อเปิดกว้างออกจนเกือบจะเห็นร่องอกและบราเซียสีดำที่ซ่อนอยู่ด้านใน‘ฉิบหาย!’มันเดย์สบถเสียงหลงในใจ เธอก้มลงมองเสื้อตัวเองแล้วก็แทบจะกรีดร้องออกมา ไอ้บ้าโซน! หมอนั่นเป็นคนติดกระ
แสงแดดสีส้มอมแดงยามเย็นสาดส่องกระทบผืนคอนกรีตของลานเกียร์หลังช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศเริ่มเงียบสงบลงเมื่อกลุ่มนักศึกษาส่วนใหญ่ทยอยเก็บของกลับบ้านกันไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงกลุ่มของมันเดย์ที่ยังคงปักหลักอยู่หน้าถังบำบัดน้ำเสียจำลองมันเดย์เดินกึ่งวิ่งนำหน้าร่างสูงใหญ่ของโซนกลับมาที่ลานช็อป หญิงสาวกอดคลิปบอร์ดแนบอกแน่นราวกับใช้มันเป็นเกราะกำบัง จังหวะการก้าวเดินของเธอพยายามทำให้ดูเป็นปกติที่สุด แม้ว่าความจริงแล้วช่วงขาทั้งสองข้างจะยังคงสั่นระริก และความรู้สึกเสียดสีแปลบๆ บริเวณกึ่งกลางลำตัวจะคอยตอกย้ำถึง ‘กิจกรรม’ สุดเร่าร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องเก็บอุปกรณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ก็ตาม“เดินช้าๆ หน่อยก็ได้ เดี๋ยวก็สะดุดลานเกียร์หน้าคว่ำหรอก”เสียงทุ้มห้าวที่เจือไปด้วยความยียวนดังไล่หลังมาติดๆ มันเดย์หันขวับไปถลึงตาใส่ตัวต้นเหตุที่กำลังเดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ตามมาด้วยท่วงท่าสบายๆ ไม่มีความสะทกสะท้านหรือลุกลี้ลุกลนใดๆ ทั้งสิ้น ผิดกับเธอที่ตอนนี้หัวใจยังเต้นกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมานอกซี่โครง“หุบปากไปเลยนะโซน! ถ้านายยังขืนพูดอะไรบ้าๆ ออกมาอีก ฉันจะ







