LOGIN“ก็... ก็ฉันวิ่งทะลุไปที่ตึกวิศวะเครื่องกลไง ไปขอเบิกลุงยามที่ห้องช่างซ่อมบำรุงตึกนู้นแทน!” มันเด
“ก็... ก็ฉันวิ่งทะลุไปที่ตึกวิศวะเครื่องกลไง ไปขอเบิกลุงยามที่ห้องช่างซ่อมบำรุงตึกนู้นแทน!” มันเดย์รีบงัดคำโกหกชั้นที่สองออกมาใช้ “นี่ไง! วิ่งไปวิ่งกลับตึกเครื่องกล หอบจะตายอยู่แล้วเนี่ย เห็นไหมว่าเหงื่อเต็มหน้าไปหมดแล้ว!”จอยลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาพินิจพิจารณาใบหน้าของเพื่อนรักใกล้ๆ “เออว่ะ มิน่าล่ะ เหงื่อมึงแตกพลั่กเต็มหน้าเลย หน้าก็แดงแปร๊ดอย่างกับคนเป็นไข้ แถมผมก็ยุ่งชี้ฟูไปหมด...”มันเดย์ลอบถอนหายใจยาวในใจ นึกว่าตัวเองจะรอดตัวจากการจับผิดของเพื่อนสาวคนสนิทได้แล้ว ทว่าประโยคถัดมาของจอยกลับทำให้หัวใจของเธอร่วงตุ้บลงไปกองที่พื้นลานเกียร์อีกครั้ง“...เอ๊ะ เดี๋ยวนะมันเดย์ ทำไมกระดุมเสื้อนักศึกษามึงมันติดเบี้ยวแปลกๆ วะ ร่นไปตั้งคืบนึงแน่ะ มึงใส่เสื้อสลับเม็ดเหรอวะ?”จอยชี้ไปที่คอเสื้อของมันเดย์ ซึ่งบัดนี้กระดุมเม็ดที่สองถูกนำไปยัดใส่รังดุมเม็ดที่สาม ทำให้สาบเสื้อเปิดกว้างออกจนเกือบจะเห็นร่องอกและบราเซียสีดำที่ซ่อนอยู่ด้านใน‘ฉิบหาย!’มันเดย์สบถเสียงหลงในใจ เธอก้มลงมองเสื้อตัวเองแล้วก็แทบจะกรีดร้องออกมา ไอ้บ้าโซน! หมอนั่นเป็นคนติดกระ
แสงแดดสีส้มอมแดงยามเย็นสาดส่องกระทบผืนคอนกรีตของลานเกียร์หลังช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศเริ่มเงียบสงบลงเมื่อกลุ่มนักศึกษาส่วนใหญ่ทยอยเก็บของกลับบ้านกันไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงกลุ่มของมันเดย์ที่ยังคงปักหลักอยู่หน้าถังบำบัดน้ำเสียจำลองมันเดย์เดินกึ่งวิ่งนำหน้าร่างสูงใหญ่ของโซนกลับมาที่ลานช็อป หญิงสาวกอดคลิปบอร์ดแนบอกแน่นราวกับใช้มันเป็นเกราะกำบัง จังหวะการก้าวเดินของเธอพยายามทำให้ดูเป็นปกติที่สุด แม้ว่าความจริงแล้วช่วงขาทั้งสองข้างจะยังคงสั่นระริก และความรู้สึกเสียดสีแปลบๆ บริเวณกึ่งกลางลำตัวจะคอยตอกย้ำถึง ‘กิจกรรม’ สุดเร่าร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องเก็บอุปกรณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ก็ตาม“เดินช้าๆ หน่อยก็ได้ เดี๋ยวก็สะดุดลานเกียร์หน้าคว่ำหรอก”เสียงทุ้มห้าวที่เจือไปด้วยความยียวนดังไล่หลังมาติดๆ มันเดย์หันขวับไปถลึงตาใส่ตัวต้นเหตุที่กำลังเดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ตามมาด้วยท่วงท่าสบายๆ ไม่มีความสะทกสะท้านหรือลุกลี้ลุกลนใดๆ ทั้งสิ้น ผิดกับเธอที่ตอนนี้หัวใจยังเต้นกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมานอกซี่โครง“หุบปากไปเลยนะโซน! ถ้านายยังขืนพูดอะไรบ้าๆ ออกมาอีก ฉันจะ
ตึก... ตึก... ตึก...เสียงย่ำเท้าลงบนพื้นกรวดด้านนอกดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำเอาหัวใจของมันเดย์กระตุกวูบ ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปชั่วขณะ ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของโซนแน่นขึ้นอย่างสัญชาตญาณ“มันเดย์! โซน! อยู่ในนั้นหรือเปล่า หาบอลวาล์วเจอไหมวะ ทำไมไปนานจัง”เสียงของ ‘ตั้ม’ เพื่อนในกลุ่มดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเก็บอุปกรณ์ดวงตากลมโตของมันเดย์เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความกลัวแล่นปราดจับขั้วหัวใจ หากตั้มเปิดประตูเข้ามาตอนนี้ ทุกอย่างจบสิ้นแน่ เธอพยายามจะดันหน้าอกโซนให้ออกห่าง ส่งสายตาวิงวอนให้เขาหยุดขยับตัว ริมฝีปากบางขยับมุบมิบไร้เสียง “ซะ... โซน หยุดนะ เพื่อนมา”แต่แทนที่แบดบอยตัวร้ายจะหยุดการกระทำ นัยน์ตาคมของเขากลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยความท้าทาย ความตื่นเต้นที่กำลังจะถูกจับได้ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาให้พุ่งพล่าน โซนกระตุกยิ้มร้ายกาจในความมืด ก่อนที่เขาจะยกมือหนาขึ้นมาปิดทาบลงบนริมฝีปากบางของมันเดย์ ปิดกั้นเสียงร้องทั้งหมดเอาไว้มิดชิดกุกกัก... กุกกัก...เสียงลูกบิดประตูเหล็กถูกบิดเขย่าจากด้านนอกดังสนั่น“อ
“ก็บอกแล้วไง...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังก้องในความมืด “ว่าฉันจะมาช่วย ‘ยก’ ของ... แต่ไม่ได้บอกนี่ ว่าจะยกอุปกรณ์ หรือจะ ‘ยก’ เธอ”สิ้นประโยคอันตราย แบดบอยจอมเจ้าเล่ห์ก็ไม่เปิดโอกาสให้มันเดย์ได้เอ่ยปากประท้วงหรือร้องขอความช่วยเหลือ เขาก้มใบหน้าลงมาบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างหิวกระหายและดุดัน สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ถูกอัดอั้นมาตลอดทั้งบ่าย เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงกลีบปากนุ่มจนเกิดเสียงน่าอายดังก้องในความเงียบ“อื้อ! อ่อยอะ! (ปล่อยนะ!)” มันเดย์ครางประท้วงในลำคอ สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออย่างสุดแรง เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่โซนกลับใช้มือข้างหนึ่งจับล็อกท้ายทอยของเธอไว้แน่น บังคับให้เธอรับจูบที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิมความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก นี่มันห้องเก็บของส่วนกลางของคณะ เพื่อนๆ ในกลุ่มกำลังรออุปกรณ์อยู่ข้างนอก และที่สำคัญ ผนังห้องนี้ก็ไม่ได้เก็บเสียงเลยแม้แต่น้อย หากมีใครเดินผ่านมาได้ยิน หรือเปิดประตูเข้ามาเห็น ‘แม่พระ’ ของสาขากำลังนัวเนียกับแบดบอยหลังห้อง ภาพลักษณ์และความสมบูรณ์แบ
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็น แสงแดดเริ่มอ่อนแสงลง นักศึกษาหลายกลุ่มเริ่มทยอยเก็บของกลับบ้าน กลุ่มของมันเดย์ประกอบระบบบำบัดน้ำจนเกือบเสร็จสมบูรณ์ แต่เมื่อทำการทดสอบระบบเดินน้ำเข้าถังกรอง ปัญหาก็เกิด“ซวยแล้วมันเดย์ บอลวาล์วตรงท่อน้ำทิ้งมันซึมว่ะ เหมือนเกลียวมันจะไขไม่แน่น” ตั้มร้องบอกขณะพยายามใช้ประแจขันมันเดย์รีบเดินเข้าไปดู “จริงด้วย น้ำซึมออกมาเยอะเลย ถ้าปล่อยไว้ตอนอาจารย์มาตรวจคะแนนเราโดนหักแน่ เรามีบอลวาล์วขนาดสองนิ้วสำรองเหลือไหมจอย”จอยรื้อดูในกล่องเครื่องมือแล้วส่ายหน้า “หมดแล้วมึง ข้องอเก้าสิบองศาก็หมดเหมือนกัน คงต้องไปเบิกเพิ่มที่ห้องเก็บอุปกรณ์รวมหลังตึกภาคอ่ะ”“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันเดินไปเบิกเอง ห้องเก็บอุปกรณ์น่าจะยังไม่ปิด” มันเดย์อาสา เธอถอดถุงมือผ้าออกแล้ววางคลิปบอร์ดลงบนโต๊ะ“ให้กูเดินไปเป็นเพื่อนไหม มันเย็นแล้วนะเว้ย หลังตึกภาคมันเปลี่ยว” จอยเสนอตัว“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง แป๊บเดียวก็กลับมาแล้ว พวกแกช่วยกันเคลียร์พื้นที่ตรงนี้รอไปก่อนเลย จะได้ไม่เสียเวลา”มันเดย์ปฏิเสธความหวังดี ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้
บรรยากาศ ณ ลานหลังช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงบ่ายวันพุธเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงจอแจของนักศึกษาชั้นปีที่สาม เสียงตัดเหล็ก เสียงเลื่อยท่อพีวีซี และกลิ่นฉุนของน้ำยาประสานท่อลอยปะปนอยู่ในอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าววันนี้เป็นวันลงมือปฏิบัติจริงสำหรับ ‘โปรเจกต์ออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนจำลอง’ ซึ่งเป็นคะแนนเก็บชิ้นใหญ่ของวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม แต่ละกลุ่มต่างง่วนอยู่กับการประกอบถังอะคริลิก ต่อท่อ และจัดเตรียมชั้นกรองน้ำกันอย่างขะมักเขม้น‘มันเดย์’ ในชุดเสื้อช็อปสีเขียวเข้มที่สวมทับเสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง กำลังยืนขมวดคิ้วจ้องมองแบบแปลนในมือสลับกับถังตกตะกอนจำลองที่ตั้งอยู่ตรงหน้า หญิงสาวรับหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มที่ต้องคอยคุมงานและแจกแจงหน้าที่ให้เพื่อนๆ อย่างเป็นระบบ สมกับฉายาแม่พระผู้เป็นเสาหลักของสาขา“จอย ตัดท่อพีวีซีขนาดสองนิ้วให้ฉันสามท่อนนะ ความยาวเอาตามที่มาร์กไว้ในแบบเลย” มันเดย์หันไปสั่งเพื่อนสาวที่กำลังถือตลับเมตร “ส่วนตั้ม นายเช็กค่าน้ำในถังพักหรือยังว่า pH อยู่ที่เท่าไหร่ เราต้องคำนวณปริมาณสารส้มที่จะใส่ลงไปใหม่นะ”“เช็กแล้วๆ เดี๋ยวจดใส่บอร์ดให้” ตั้







